เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8
  พิมพ์  
อ่าน: 27198 เปิดกรุดาราคลาสสิกของฮอลลีวู้ด(๑๐)
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31005

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 75  เมื่อ 04 พ.ย. 07, 13:42

Cleopatra เป็นหนังโปรดัคชั่นใหญ่ทุ่มทุนสร้างมหาศาล    จนฉากเกือบจะเป็นจุดเด่นกว่าดาราเสียอีก  ก็เลยต้องเอาดาราระดับนางพญาอย่างป้าลิซมาคานไว้   รวมทั้งริชาร์ด เบอร์ตันที่กลายเป็นสามีคนดังที่สุดของเธอ
แต่พูดถึงฝีไม้ลายมือ ป้าลิซก็เล่นงั้นๆละ   เอาความสวยงามนำหน้า     ถ้าพูดถึงฝีมือแล้ว เธอทุ่มฝีมือเล่นเรื่องนี้น่าสนใจกว่าค่ะ
Who's Afraid  of Virginia Woolf?  ของ Edward Albee
เรื่องนี้ป้าลิซไม่ห่วงสวย  เล่นเป็นภรรยาปากร้ายและออกอาการโรคจิตหน่อยๆ  ของริชาร์ด เบอร์ตันซึ่งเล่นเป็นศาสตราจารย์ขี้เมา  ฝีมือจัดจ้านทั้งคู่
เรื่องนี้มาจากละครระดับรางวัล    แต่ไม่รู้คนไทยดูแล้วจะชอบไหมนะคะ   ดูแล้วอาจจะปวดหัวมากกว่า



บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 76  เมื่อ 04 พ.ย. 07, 19:36

ได้ดูคลีโอพัตราเหมือนกันค่ะ ที่เฉลิมไทย โอ๊ย..ตื่นเต้นมาก เพราะการไปดูหนังโรงสมัยนั้น เป็นเรื่องไม่ง่าย  ได้กินไอศกรีมที่ร้านป็อปด้วย ไอศกรีมป็อปตราเป็ดจำได้ไหมคะ!!
ตอนนั้นป้าเริ่มอวบมากๆแล้ว
ส่วนหนัง ใครจะกลัวเวอร์จิเนีย วูลฟ์ ไม่ได้ดูค่ะ
ส่วนแมวบนหลังคาสังกะสีร้อนๆก็ได้ดูจากช่องไทม์ วอร์เนอร์
น่าเสียดายที่ช่องนี้ไม่มีหนังดีๆเก่าๆแล้ว
ดิฉันเลยบอกเลิกรับยูบีซีไปเลย
ป้าลิซน่ะไม่ได้ครบทุกอย่างในโลกนี้ สวยปานจะหยด สามีสุดที่รักและสมบูรณ์แบบ(ไมค์ ทอดด์)ก็เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุไปเสียก่อน เมื่อไม่กี่ปีนี้ ได้อ่านเรื่องของป้าในหนังสือ ที่จู่ๆ ก็รับโทรศัพท์ไม่ได้เฉยเลย ป้าหยิบไม่ขึ้น และถือแว่น หรืออะไรๆก็ตก.. ถึงได้รู้ว่า มีบางอย่างผิดไป
แต่ทำบุญเยอะ และมีใจกุศลค่ะ ป้าไปตรวจกลัวเป็นมะเร็ง และพบว่าเป็นแค่เนื้องอกในสมองที่เรียกว่า เมนิง เลยผ่าตัดและสามารถฟื้นตัวกลับมาเป็นลิซคนเดิมได้อีกครั้ง
ท่าทางจะอายุยืนเสียด้วยสิคะ
จะฟังอาจารย์เล่าต่อค่ะ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 77  เมื่อ 04 พ.ย. 07, 21:01

หนังเก่าๆ อีตาเทิร์นเนอร์ เอาเงินที่ขาย CNN ไปซื้อมาหมดทั้งปาราเมาท์และอื่นๆ
ทำเป็นคอลเลคชั่นใหม่ TCM เทิร์นเนอร์ คลาสสิค มูฟวี่
จะดูต้องซื้อทู่วิชั่นระดับปรีเมี่ยมครับ.....สมัยก่อนเขาให้ดูหลังเที่ยงคืนในช่องการ์ตูนเนตเวิร์ค

แต่ผมคิดว่าหนังเหล่านี้ ร้อยเรื่องมีดีพอให้ดูซ้ำเพียงห้าเรื่อง
ที่น่าดูนั่น ควรเป็นหนังของอิงกม่าร์ เบิร์กมั่น ประมาณนั้น หรือม่ายก็ของคุโรซาว่ะก็ดี
ผมเคยดูพวกเคาบอยขาวดำ...โอ้โห ไม่น่าเชื่อว่าเขาทำกันออกมาได้

คลีโอพัตรานี่ก้อเหมือนกัน
คนสร้างควรจ้างเราเข้าดู....แหวะ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 78  เมื่อ 04 พ.ย. 07, 21:16

เอาบาญชีมาใส่ตรุ....เผื่ออาจารย์นึกชื่อไม่ออก
รายชื่อยอดดาราอเมริกัน แยกชาย-หญิง AFI จัดทำครับ

1. Humphrey Bogart ------------Katharine Hepburn
2. Cary Grant ------------------Bette Davis
3. James Stewart --------------Audrey Hepburn
4. Marlon Brando ---------------Ingrid Bergman
5. Fred Astaire -----------------Greta Garbo
6. Henry Fonda ----------------Marilyn Monroe
7. Clark Gable -----------------Elizabeth Taylor
8. James Cagney --------------Judy Garland
9. Spencer Tracy --------------Marlene Dietrich
10. Charles Chaplin ------------Joan Crawford
11. Gary Cooper ---------------Barbara Stanwyck
12. Gregory Peck --------------Claudette Colbert
13. John Wayne ---------------Grace Kelly
14. Laurence Olivier -----------Ginger Rogers
15. Gene Kelly -----------------Mae West
16. Orson Welles --------------Vivien Leigh
17. Kirk Douglas ---------------Lillian Gish
18. James Dean ---------------Shirley Temple
19. Burt Lancaster ------------Rita Hayworth
20. The Marx Brothers ---------Lauren Bacall
21. Buster Keaton -------------Sophia Loren
22. Sidney Poitier -------------Jean Harlow
23. Robert Mitchum -----------Carole Lombard
24. Edward G. Robinson -------Mary Pickford
25. William Holden ------------Ava Gardner
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 79  เมื่อ 04 พ.ย. 07, 21:24

อืมม์ อย่าคิดนะคะ ว่าอาจารย์เทาชมพูท่านจะทำไม่ไหว..

ดิฉันเองก็ชอบรายชื่อที่คุณพพ.ทำบัญชีมา โดยเฉพาะคู่ที่สาม
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6214


ความคิดเห็นที่ 80  เมื่อ 05 พ.ย. 07, 10:01

       
         เช้าวันเสาร์ได้ฟังรายการวิทยุเปิดเพลงร้องอมตะ The Call of the Far Away Hills ที่มาจากธีมทำนองเพลงหนัง Shane
เพลงนี้จบด้วยเสียงตะโกนของหนูน้อยโจอี้ในประโยคประทับใจว่า Shane! Come Back!  ต่อมาตอนบ่ายก็ได้อ่านคอลัมน์ประจำ
ใน มติชนสุดสัปดาห์ เขียนถึงหนังเรื่อง เชน ครับ
        เล่าเรื่องเชนและ ชื่นชมผู้กำกับที่เข้าใจจิตวิทยาของเด็ก หนูน้อยโจอี้มีเชนเป็นภาพของพ่อในอุดมคติ และหนูน้อยนี้เองที่เป็น
ผู้เห็นทั้งการมาถึงและการจากไปของเชน รวมถึงเหตุการณ์สำคัญไคลแมกซ์ตอนท้ายเรื่อง

        วิกิพีเดีย กล่าวถึงฉากสุดท้ายที่ ambiguous ให้คนดูสงสัยว่า เชนจะรอดจากบาดแผลที่โดนยิงหรือไม่ ภาพเชนขี่ม้าผ่านสุสาน
หมายถึงความตายของเชนหรือเปล่า หรือหมายถึงความตายของเหล่ามือปืนทั้งหลายในแถบตะวันตก

        ข้อมูลกล่าวว่า ตอนแรกมีการวางตัว มอนตี้ คลิฟท์ เป็นเชน, วิลเลียม โฮลเดน เป็นพ่อ และ แคทรีน เฮพเบิร์น เป็นแม่
แต่ไม่มีข้อมูลเรื่องการวางตัวหนูน้อยโจอี้เป็นใครมาก่อนหรือไม่ 

Brandon De Wilde ดาวดวงน้อยที่เปล่งประกายเจิดจ้าในหนัง จากบทหนูน้อยโจอี้ที่แสนประทับใจ จนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ ครับ
       


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6214


ความคิดเห็นที่ 81  เมื่อ 05 พ.ย. 07, 10:12

       อาจารย์ครับ ถ้าเป็นไปได้ ขออีกหนึ่งหนังอมตะที่เล่าเรื่องของเด็กที่เห็นเหตุกาณ์ของผู้ใหญ่ สร้างจากวรรณกรรม
ที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง To Kill A Mockingbird ครับ

โปสเตอร์หนังมีรูปเด็กน้อยน่ารักสองคน แต่กลับมีข้อความเตือนว่า ไม่เหมาะสำหรับเด็ก


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31005

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 82  เมื่อ 06 พ.ย. 07, 09:28

อ่านการบ้านของคุณ Sila แล้วร้องโอ้ก  ก่อนหน้าก็ถูกคุณพิพัฒน์ถล่มด้วยรายชื่อทั้ง ๕๐  จนแทบตกเรือนไทย    เล่าแค่ป้าลิซคนเดียวก็ตั้งกระทู้ใหม่ได้แล้ว
ตั้งใจจะเล่าถึงป้าลิซในหนังเล็กๆที่ดิฉันชอบ คือ The Mirror Crack'd  เพราะดาราคนโปรด แอนเจล่า แลนสเบอรี่เล่นเป็นนักสืบคนโปรด มิสเจน มาร์เปิ้ล
แต่จะเล่าถึงการบ้านก่อนก็ได้ค่ะ

To Kill a Mocking Bird เป็นหนึ่งในหนังคลาสสิคที่ฮอลลีวู้ดพิสูจน์ฝีมือว่าทำหนังดีวิเศษได้  โดยไม่ต้องลงทุนมหาศาลตระการตา  จนฉากกลายเป็นดารานำ
เป็นเรื่องที่ถอดสคริปต์จากนิยายยากมากที่จะออกมาสื่อให้ได้ความหมายอย่างหนัง โดยไม่ทำลายต้นฉบับป่นเป็นแป้ง  แต่คนเขียนบททำได้ยอดเยี่ยม
เป็นเรื่องที่เอาเด็กเป็นแกนนำ  และดาราดังคนเดียวเล่นได้  อย่างพิสูจน์ฝีมือทุกฝ่าย
ทำมาจากวรรณกรรมที่ดูเผินๆเหมือนวรรณกรรมเด็ก    แต่เอาเข้าจริงถ้าเป็นวรรณกรรมเด็ก  ก็ทำเอาเรื่องน่ารักอย่าง Little Houses ของลอร่า อิงกัลส์ ไวลเดอร์ ใสเป็นน้ำจืดสนิทไปเลยเมื่อเทียบกัน

กำลังเปิด DVD เรื่องนี้อยู่ค่ะขณะพิมพ์   แล้วจะมาเล่าให้ฟังนะคะว่าคิดยังไง
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6214


ความคิดเห็นที่ 83  เมื่อ 06 พ.ย. 07, 11:06

      รอฟังอาจารย์เล่าครับ

      เรื่องกระจกร้าว จำได้ครับ หนังระดมนักแสดงมากมาย ช่วงนั้นมีหนังจากเรื่องของ Agatha Christie ที่ขนดารามาเต็มจอ
ออกฉายในไทยเรียงกันมา ทั้ง Murder on the Orient Express และ Death on the Nile   
     
          
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31005

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 84  เมื่อ 06 พ.ย. 07, 14:25

ดู To Kill a Mocking Bird จบแล้ว อย่างแรกคือดาราเด็ก น่าจะเป็นเผ่าพันธุ์พิเศษ ที่เกิดมาเป็นดาวฤกษ์ประดับหนังโดยเฉพาะ   
ดาราเด็กคนไหนคนนั้นเล่นกันเก่ง น่ารักน่าเอ็นดูไปทุกเรื่อง ยังไม่เคยเห็นเด็กคนไหนเล่นไร้ฝีมือ    แต่ถ้าหนุ่มสาวละก็เคยเห็น
ที่แปลกอีกอย่างคือดาราเด็กที่แสนน่ารักน่าหยิก พอโตเป็นหนุ่มสาวแล้วน้อยคนจะเล่นได้เก่งเหมือนเก่า   ส่วนใหญ่พอเปลี่ยนวัยก็เหมือนเปลี่ยนพรสวรรค์
ร่วงดับหายกันเป็นส่วนใหญ่
ดู Our Gang  ชุดเก่าเป็นตัวอย่าง

To Kill a Mockingbird  เป็นเรื่องที่เล่าผ่านสายตาของเด็กหญิง  ที่ปัจจุบันโตเป็นผู้ใหญ่ ย้อนกลับไปรำลึกอดีตวัยสิบขวบ     มีเด็กเล่นเป็นตัวประสานสอดร้อยเรื่องเข้าหากันตั้งแต่ต้นจนจบ   
หนูน้อย สเก๊าท์ เป็นตัวเอก 
แค่ฉากที่แม่หนู  ผู้เป็นสาวห้าวจำต้องนุ่งกระโปรงแต่งตัวเป็นเด็กหญิง   เดินเขินขาขวิดออกมาให้พ่อกับพี่ชายเห็นที่โต๊ะอาหาร ฉากนี้ก็ชนะใจคนดูไปเต็มๆ

นี่ค่ะ สเก๊าท์กับเจม พี่ชาย  เป็นลูกชายหญิงของทนายพ่อม่าย รับบทโดยเกรเกอรี่ เป็ค


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31005

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 85  เมื่อ 06 พ.ย. 07, 14:32

หมายเหตุ   คุยเรื่องนี้จำต้องสปอยล์เรื่องนะคะ



แนวเรื่องแม้ว่าเป็นเรื่องเล่าโดยเด็ก มีเด็กเป็นตัวนำ  แต่เรื่องนี้ไม่ใช่วรรณกรรมเด็ก  ที่ใสแจ๋วน่ารักเหมือนเรื่องเด็กโดยทั่วไป แม้แต่แฮรี่พ็อตเตอร์ก็ยังไม่หนักเท่า  ขนาดแฮรี่ พ็อตเตอร์ มีเรื่องของความรุนแรงสารพัดชนิด  พ่อแม่ถูกผู้ร้ายฆ่า   พระเอกถูกลุงป้าข่มเหงบีบคั้น  เจอครูที่มีอคติเกลียดชัง  ถูกหมายหัวจะฆ่าอยู่ทุกตอน
แต่ชิดซ้ายไปเลยเมื่อเจอ To Kill a Mockingbird  ที่พัวพันกับการเหยียดผิว และคดีข่มขืน   ตามมาด้วยฉากทำร้ายเด็กอย่างทารุณ
ขนาดในโปสเตอร์ต้องปั๊มคำว่า ไม่เหมาะกับเยาวชน

ไตเติ้ล  To Kill a Mockingbird สื่อความหมายได้เท่มาก  เป็นกล่องของรักของหวงของเด็ก เปิดออกมาเจอสะสม   มือน้อยๆค่อยบรรจงฝนกระดาษด้วยดินสอเทียน  เห็นคำว่า To Kill a Mockingbird ผุดขึ้นมาทีละคำ
แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเป็นเรื่องของเด็กที่ไม่ใช่เรื่องเด็ก
เรื่องเด็กที่ไหนจะมีคำว่า To Kill  เป็นชื่อเรื่อง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31005

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 86  เมื่อ 06 พ.ย. 07, 19:16

ฉากในเรื่องมีไม่กี่ฉาก   เป็นเมืองเล็กๆโทรมๆ ที่มีชาวเมืองทั้งคนขาวและคนดำ  ย้อนหลังไปถึงปี 1932  หรือสมัยรัชกาลที่ 7    หลังสงครามโลกครั้งที่ 1
ตอนนั้นอเมริกาไม่ได้ร่ำรวยโอฬารอย่างยุคนี้   ชาวเมืองอยู่กันแบบมีกินไปวันๆ  หรืออย่างดีก็พอมีพอกิน    สังคมในเมืองแคบมาก เหมือนบ้านที่ปลูกเรียงใกล้ๆร้องเรียกกันได้  ชาวบ้านจึงรู้จักกันทั่วถึง

หนูน้อยทั้งสองคือเจมกับสเก๊าท์กำพร้าแม่ แต่เราก็มองเห็นความอบอุ่นแบบผู้ชายที่พ่อมอบให้ลูก    เห็นชัดทีเดียวว่า พ่อผู้แข็งแกร่งก็ให้ความรักที่อ่อนโยนกับลูกได้ไม่แพ้เพศแม่
นอกจากรักและเอาใจใส่    พ่อยังอบรมสั่งสอนลูกว่าอะไรควรอะไรไม่ควร แม้แต่เรื่องกิริยามารยาทเล็กๆน้อยๆ  หนังครอบครัวยุคหลังๆไม่ค่อยเน้นเรื่องนี้กันแล้ว

สิ่งนี้แหละค่ะ เมื่อมองผ่านหนูน้อยสเก๊าท์  เธอเรียนรู้ชีวิตทีละขั้น ทีละตอน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเวลาเจริญวัย ต้องออกไปผจญโลก
เธอเรียนรู้หลายอย่างจากพ่อ และประสบการณ์ในเรื่อง  ว่าโลกมีอะไรหลายอย่างไม่เป็นอย่างที่มันควรเป็น    ทั้งหมดนี้เธอต้องเรียนรู้ผ่านความเข้าใจผิด  ผิดหวัง  เสียใจ  หวาดกลัว  ล้วนแต่เป็นประสบการณ์เลวร้าย  แต่มันก็เป็นสิ่งจำเป็น เหมือนไฟหล่อหลอมทองให้แข็งแกร่ง

เรื่องนี้มีโครงเรื่องรองแทรกอยู่ในโครงเรื่องใหญ่ น่าชมคือประสานกันได้กลมกลืน
โครงเรื่องรองคือเพื่อนบ้านลึกลับผู้ไม่ยอมคบหาสมาคมกับคนอื่น   ถูกชาวบ้านจับจ้องด้วยความหวาดระแวง  เล่าลือกันไปต่างๆนานา จนกลายเป็นเรื่องสยองขวัญประจำชีวิตหนูน้อย

แต่โครงเรื่องใหญ่คือ ชาวเมืองนี้แม้ช่องว่างระหว่างฐานะไม่ค่อยมี แต่ช่องว่างระหว่างผิวถ่างกว้างมาก
คนขาวเป็นพลเมืองชั้นหนึ่ง  คนดำเป็นพลเมืองชั้นสอง
จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่แบบฟ้าผ่า  เมื่อชายฉกรรจ์ผิวดำถูกจับข้อหาข่มขืนหญิงสาวผิวขาว
เป็นเรื่องที่ไม่มีคนผิวขาวคนไหนทนได้    หนุ่มผิวดำก็ถูกจับเอาตัวส่งขึ้นศาลทันที
พ่อของสเก๊าท์เป็นทนายจำเลย


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31005

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 87  เมื่อ 06 พ.ย. 07, 19:30

ในเรื่องไม่มีฉากข่มขืน    มีแต่ฉากพิจารณาคดีในศาล ซึ่งเป็นห้องโทรมๆสร้างหยาบๆ  โปรดักชั่นไม่ยอมให้มีอะไรสวยงามสบายตาเลยในเรื่องนี้
แม้แต่สีก็เป็นขาวดำ   ดูแล้วหดหู่  แต่มันก็สื่ออารมณ์ได้ดีกว่าหนังสีสวยสด ซึ่งจะเบนคนดูออกไปนอกประเด็น

ฉากพิจารณาคดีเป็นฉากเด็ดสุดของเรื่อง  ผู้กำกับกำกับอารมณ์ในเรื่องได้ดีมาก เครียดแบบไม่เว่อ   ไม่เหมือนหนัง Courtroom drama ทั่วไปที่จงใจเน้นอารมณ์เสียจนกลายเป็นฉากละครเร้าใจไปหมด
จากการให้ปากคำหลายๆปาก  เราก็พอมองเห็นความจริงได้ว่าเหตุการณ์จริงๆมันกลับตาลปัตรจากข้อกล่าวหา     
นอกจากหนุ่มผิวดำไม่ได้ข่มขืนหญิงสาวผิวขาวแล้ว  หล่อนนั่นแหละใส่ร้ายเขาทั้งหมด
แต่ลูกขุนก็ตัดสินใจเจ้าหนุ่มมีความผิดตามข้อหา โทษคือประหาร
ใครจะตีความคำตัดสินของลูกขุนว่าเป็นอคติหรือแบ่งผิว ก็คงไม่ผิด   ส่วนดิฉันตีความว่า  ลึกๆลูกขุนผิวขาวก็รู้ว่าจำเลยไม่ผิด   แต่จะทำไงได้  ขืนปล่อยมันลอยนวลไป 
ก็เท่ากับยอมรับว่าสาวผิวขาวได้กระทำสิ่งเสียหายร้ายแรงกว่าถูกข่มขืนเสียอีก เพราะจากทนายซักถามในศาล  หล่อนต่างหากเกิดตัณหา อยากได้เจ้าหนุ่มผิวดำเป็นผัว แล้วเขาไม่เอออวยด้วย
ถ้ายอมรับว่าจริง  สถาบันผิวขาวก็จะสะเทือนถอนรากถอนโคน 
เพื่อรักษาศักดิ์ศรีหน้าตาของคนผิวขาวทั้งเมือง    ความจริงจึงเป็นสิ่งที่ฟังไม่ขึ้น
ยังไงคนผิวดำก็ต้องผิด เมื่อมีการกล่าวหา
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6214


ความคิดเห็นที่ 88  เมื่อ 07 พ.ย. 07, 15:07


      พักระหว่างเรื่องครับ

       To Kill A Mockingbird  เป็นผลงานการแสดงชิ้นเอกของ เกรกอรี่ เป็ค  นอกจากรางวัลออสการ์สาขาดารานำแล้ว
บท Atticus Finch ที่เขาแสดงยังได้รับการจัดอันดับเป็นที่หนึ่ง
           Greatest Hero of American film of the last 100 years rated by AFI
 
         ทนายผิวขาวว่าความให้ผู้ต้องหาผิวดำในคดีที่ไม่มีทางชนะ ต้องตกอยู่ในสถานะเป็นฝ่ายตรงข้ามกับคนผิวขาวด้วยกัน



บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6214


ความคิดเห็นที่ 89  เมื่อ 07 พ.ย. 07, 15:26


                 ในวันเริ่มถ่ายฉากแรกของเป็ค เป็นตอนที่เขาเลิกงานแล้วกลับบ้าน ลูกทั้งสองวิ่งเข้ามาหา
         วันนั้นผู้ประพันธ์เรื่อง Harper Lee ได้รับเชิญให้มาเยี่ยมกองถ่ายทำด้วย เมื่อการถ่ายทำจบลง เป็คสังเกตเห็นว่าเธอร้องไห้
เธอบอกว่า เป็คดูเหมือนกับพ่อของเธอที่เสียชีวิตไปแล้ว พ่อซึ่งเป็นต้นแบบให้เธอร่างภาพเป็นแอ็ททิคัส
เธออธิบายว่า เป็คยังมีพุงน้อยๆ กลมๆ เหมือนพ่อเธอด้วย (a little round pot belly)

        เป็คบอกเธอว่า นั่นไม่ใช่พุงน้อย แต่เป็น great acting

        Mary Badham ผู้รับบท Scout ลูกสาวในเรื่อง สนิทสนมกับเป็คเป็นอย่างดีในช่วงการถ่ายทำ ทั้งสองยังคงติดต่อกัน
จนเป็คเสียชีวิต เป็คเรียกเธอว่า Scout เสมอ
               


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง