เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 6888 ห้องสินในเก๋งนุกิจราชบริหาร
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



 เมื่อ 07 ต.ค. 07, 12:22

รบกวนท่านผู้รู้ภาษาจีนนิดนะครับ ผมอยากทราบว่าตอนต่างๆของเรื่องห้องสินในเก๋งนุกิจราชบริหาร ในพระบวรราชวัง มีตอนอะไรบ้าง
บันทึกการเข้า
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 07 ต.ค. 07, 12:28

อยากทราบชื่อตัวละครน่ะครับ


บันทึกการเข้า
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 07 ต.ค. 07, 12:32

รูปนี้น่าจะเห็นชื่อชัดกว่านะครับ ทราบเพียงแต่เด็กที่ไว้จุก 2 ข้างน่าจะเป็นนาจา


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 07 ต.ค. 07, 12:35

เก๋งนี้น่าจะสร้างขึ้นประมาณรัชกาลที่ 4 ตอนที่สมเด็จพระปิ่นเกล้าประทับอยู่ ณ พระบวรราชวัง ปัจจุบันอยู่ในซอกหลืบหลังตึกประพาสพิพิธภัณฑ์ ถ้าไม่ดูแผนที่มาก่อนก็ไม่อาจทราบได้ว่ามีโบราณสถานอีกแห่งในวังหน้า

ภาพนี้น่าจะเป็นเห้งเจียในไซอิ๋ว แต่ไม่ทราบว่าตอนใดครับ (มีตะขาบด้วย)


บันทึกการเข้า
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 07 ต.ค. 07, 12:37

อีกตอนครับ มีชื่อตัวละครเขียนกำกับไว้ทุกตัว


บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 07 ต.ค. 07, 12:39

นิตยสารศิลปากร ฉบับราวๆ ปี 2517 มีอยู่เล่มหนึ่ง ลงเรื่องการบูรณะที่นี่ไว้
คุ้ยดูในห้องสมุดน่าจะเจอครับ
บันทึกการเข้า
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 07 ต.ค. 07, 12:45

ผมลองไปหาดูแล้วครับคุณพิพัฒน์ อาจารย์ศานติ ภักดีคำ เคยตีพิมพ์ไว้ในเมืองโบราณ แต่เนื่องจากเป็นงานที่แบ่งกับเพื่อน (ทั้งคลาส) เขาสามารถหยิบยกไปพูดถึงได้โดยซ้ำกับในหนังสือนั้น ผมคิดว่าน่าจะเลือกรูปที่ไม่ได้ตีพิมพ์มาค้นต่อเองมากกว่า แต่ก็ติดขัดอยู่บ้างที่ไม่ทราบภาษาจีน


บันทึกการเข้า
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 07 ต.ค. 07, 12:48

อีกสักภาพนะครับ ขอบคุณครับ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 07 ต.ค. 07, 12:51

เคยอ่าน"ห้องสิน"
เด็กคนนั้นน่าจะเป็นโลเฉีย   
ส่วนผู้เฒ่าหนวดยาวขี่กวาง น่าจะเป็นเกียงจูแหย
บันทึกการเข้า
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 07 ต.ค. 07, 13:14

ไม่ทราบว่าผู้เฒ่าขี่กวางของอาจารย์เทาชมพูจะใช่ผู้นี้หรือไม่ครับ
บันทึกการเข้า
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 07 ต.ค. 07, 13:15

ครับ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 07 ต.ค. 07, 13:28

ตอน 2517 นั้น อาจารย์ท่านดังกล่าวยังไม่เข้าสู่ยุทธจักรกระมัง
ไม่ใช่วารสารเมืองโบราณนะครับ นิตยสารศิลปากร ของกรมกร๊วกเขาน่ะ

นิตยสารเล่มนั้น ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเก๋งจีนนี้ทั้งเล่ม มีทั้งส่วนประวัติ
การอ่านเนื้อเรื่อง และระบุตัวละคอน
และการอนุรักษณ์
บางทีจะเก่ากว่า 2517 ลงไปอีกสักปี

ผมไม่มีใจกับเรื่องจีน จึงเลยมิได้จำติดหัวไว้ครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 07 ต.ค. 07, 13:38

จำได้แค่เกียงจูแหยเป็นผู้วิเศษ และเป็นแม่ทัพฝ่ายตรงข้ามกับพระเจ้าติวอ๋อง
ถ้าหากว่าในรูป  มีผู้เฒ่านำหน้าทัพ ก็คิดว่าใช่ค่ะ
ส่วนโลเฉีย คือที่มาของนาจานั่นแหละค่ะ
บันทึกการเข้า
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 07 ต.ค. 07, 20:08

ขอบคุณอาจารย์เทาชมพูกับอาจารย์พิพัฒน์มากครับ จะลองไปค้นต่อดู ผมเองก็ไม่มีใจให้เรื่องจีนเหมือนกันครับ (ไทยนิยมเต็มเปี่ยม) แต่เพราะความจำเป็นก็คงต้องขวนขวายมาจนได้

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 08 ต.ค. 07, 00:47

อ่านภาษาจีนไม่ออกค่ะ  พอจะอ่านพงศาวจีนอยู่บ้าง  คิดว่าเเป็นเรื่องแปลที่แสนประเสริฐ
สร้างความสนใจให้ติดตามอ่านทั้งที่มา คนแปล คนให้แปล วัตถุประสงค์และคนพิมพ์ คนสะสม ใครเอาติดตัวไปเมืองนอก ใครไปตามกลับมา์


ขอคุยเรื่องเห้งเจียก่อนนะคะ

ตอนนี้เป็นตอน เบ๊ายิดแชกุนค่ะ  ไซอิ๋วฉบับคุรุสภา ๒๕๑๒  ชุดไซอิ๋วมี ๘ เล่ม
ไซอิ๊วฉบับแรกพิมพ์ มี สี่เล่มใหญ่ค่ะ  ของโสภณพิพรรฒธนากร  พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๔๙
คนที่แปลเป็นญวนค่ะ  ชื่อนาย(ขอประทานโทษ) ตีน   บรรณาธิการต้นฉบับหรือผู้เรียบเรียงคือ เทียนวรรณาโภหรือ เทียนวรรณค่ะ


ตอนนี้อยู่ในเล่ม ๕  ฉบับคุรุสภา

เบ๊ายิดแชุน เป็นดาวหนึ่งใน ๒๘  อยู่ทางทิศบูรพา  หน้าท่านเป็นไก่
เมื่อเห้งเจียได้รบกับนางปีศาจแมลงป่อง  ผู้มีฤทธานุภาพมาก  นางอยากจะได้พระถังซัมจั๋งเป็นสวามี เลยจับตัวไป 
ลูกศิษย์ทั้งสามไปต่อสู้ ก็แพ้มายับเยิน
 
นางเป็นแมลงป่องจึงมีพิษที่หาง  แต่ก่อนอยู่ที่วัดลุ่ยอิมยี่ฟังพระแสดงธรรม
พระยูไลยไม่ชอบเอามือปัด  มันกลับต่อยนิ้วหัวแม่มือพระยูไลยเจ็บปวดเหลือทน  แล้วหนีมาซ่อน

ตอนที่นางปีศาจพยายามปล้ำพระถังสามจั๋ง  ผู้แปลคงแปลไว้ลุ่นๆ แต่ผู้เรียบเรียงไว้ฝีมือมาก  ขอยกมาเพียงสั้นๆ เพื่อแสดงภาษาโบราณดังต่อไปนี้

"นางปีศาจก็ทำกิริยาลูบคลำจับต้องโดยจิตอันกำหนัดในกามราค   แต่พระถังซัมจั๋งมิได้มีความยินดี   นั่งสำรวมจิตมิได้มีความปฎิพัทธ์เกี่ยวข้องในกามคุณ
นางปีศาจก็เล้าโลมกอดรัดหวังจะให้ความกำหนัดแห่งพระถังศัมจั๋งกำเริบขึ้น   
แต่พระถังซัมจั๋งก็นั่งนิ่งอยู่เหมือนบ้าใบ้  ไม่แสดงความกำหนัดเสน่หาในอสัตย์ธรรมสังวาสจนเวลาล่วงเข้ายามสาม
นางปิศาจมีความกำหนัดเร่าร้อนไปด้วยเพลิงราค
เข้ากอดปล้ำทำประการใดๆพระถังซัมจั๋งก็สภาวะนิ่งอยู่มิได้กำเริบ
นางปีศาจสุดที่จะคิดเพราะเป็นสตรี  เมื่อบุรุษไม่ยินดีแล้ว  ก็ไม่สามารถจะให้สำเร็จความประสงค์ของตนได้..."


เห้งเจียไม่สามารถปราบได้  เพราะตอนรบกันนางเรียกสากตำข้าวบินมา  เห้งเจียไม่ทันรู้ตัว  ต้องถลาหนี
ต้องไปเชิญ เบ๊ายิดแชกุนมาช่วย
เพราะฉะนั้นแมลงป่องจึงแพ้ไก่ตั้งแต่นั้นมา

ลองเปลี่ยนใจมาอ่านพงศาวดารจีนบ้างซิคะ

บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.043 วินาที กับ 19 คำสั่ง