เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7]
  พิมพ์  
อ่าน: 21059 นิราศเมืองแกลงผ่านดาวเทียม
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1756



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 16 ต.ค. 07, 15:06

ผมกลับว่านายแสงนี่แหละคนพันธุ์ถึกของแท้ครับคุณ Wandee

คิดดู ล่อกัญชากับตาสังจนพระเคาะระฆัง ถ้านอนตอนนั้นก็คงได้นอนไม่เกินสองชั่วโมง เผลอๆไม่ได้นอนเลยหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้ววันนั้นไปเดินป่าอีก ๕๐ กม.

นายแสงคนนี้ต้องเป็นคนที่เดินประจำจนชินแน่ ไม่ใช่คนกรุงเด็ดขาด เมื่อก่อนผมไปเดินป่า ชาวบ้านที่นำทางนี้ก็อึดอย่างนายแสงนี่แหละครับ

ข้อนี้ทำให้ผมยิ่งเชื่อว่านายแสงไม่ได้หนีไปเพราะเจอคนกรุงผิวบางขี้บ่น เพราะวันที่บ่นหนักๆคือวันที่พาหลงที่พัทยา ในขณะที่วันเดิน ๕๐ กิโลไม่ยักกะบ่นเท่าไหร่ (อาจจะบ่นไม่ออก)

ผมเคยเดินเร็วที่สุดในชีวิตครั้งนึง ๑๒ กม.ใช้เวลา ๒ ชั่วโมงพอดี เป็นทางในป่า ฝนตกพรำๆ ทางบางตอนเละเป็นโคลน ข้ามลำห้วยหนึ่งหรือสองครั้ง แต่ไม่รก ที่ทำความเร็วขนาดนั้นก็เดินกึ่งวิ่งแล้วครับ ถ้าทางไกลกว่านี้ก็คงเดินไม่ได้เร็วเท่านี้แล้ว

กวีเดิน ๕๐ กม. ออกแต่เช้าตรู่ ถึงเอาค่ำๆ อาจจะสักทุ่ม ใช้เวลาเดินเต็มๆต้องมี ๑๐-๑๒ ชม. ทำความเร็วได้ ๔-๕ กม./ชม. ถือว่าเดินค่อนข้างเร็วแล้ว ถ้าเป็นชาวบ้านเดินขนาดนี้อาจจะธรรมดา แต่สำหรับคนกรุง เดินได้ขนาดนี้ต้องบอกว่าคนนำทางต้องชื่นชมเลยแหละครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1756



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 16 ต.ค. 07, 16:17

จากแกลงออกเดินแต่เช้าอย่างเคย วันนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพราะใกล้จุดหมายปลายทางแล้ว อีกทั้งระยะทางที่เหลือก็ไม่เท่าไหร่เมื่อเทียบกับที่ได้ผ่านมาแล้ว
เดินเข้าป่าไม่ทันไร เอาดินไล่ทุบรอกแตแย้ตุ่ยเสียแล้ว เดินไวเหมือนโกหก จากบ้านแกลงไปแค่สี่คำกลอนก็ถึงสะพานยายเหมเสียแล้ว ผมเข้าใจว่าสะพานยายเหมนี้คือบ้านหนองสะพานในปัจจุบัน อยู่ห่างจากบ้านแกลง(บ้านท่าเรือแกลง) ไปทางตะวันออก(เฉียงใต้นิดหน่อย) ไม่ถึง ๒ กม.

จากจุดนี้เดินไปเพลินๆอีก ๔ กม.เศษก็ถึงแหลมทองหลาง อารมณ์ดีขนาดเดินว่าเสภากันไปตลอดทาง แถมไปกะลิ้มกะเหลี่ยกินแตงโมชาวบ้านฟรีอีกตะหาก ความตรงนี้น่าสนใจ
เห็นไร่แตงแกล้งแวะเข้าริมห้าง    ทำถามทางชักชวนให้สรวลเส
พอเจ้าของแตงโมปะโลปะเล      สมคะเนกินแตงพอแรงกัน

ที่ว่าน่าสนใจคือ เป็นครั้งแรกที่มีการระบุชนิดของพืชไร่ที่ปลูกครับ นั่นคือแตงโม และเช่นเดิม ประสาคนเชื่อยากอย่างผม ยังไม่กล้าฟันธงว่าชาวบ้านแถวนี้เขาปลูกแตงโมกันเป็นหลัก (ไม่ใช่อ้อย อิอิ)
เดินโฉบผ่านทะเลนิดนึงก็เข้าป่าต่อ สถานีต่อไปคือปากลาวน หรือปากคลองลาวนที่ไหลลงสู่ทะเล ปัจจุบันอยู่ ต.ชากพง
จนพลบค่ำก็ไปถึงบ้านกร่ำที่กวีได้กราบพ่อ และพบปะวงศ์วานว่านเครือแล้วครับ

ชาวบ้านเห็นพ่อกวีหนุ่มชาวกรุงมาดังนั้นก็เข้ามารุมล้อมปรับทุกข์กันอุตลุด
บรรดาเหล่าชาวบ้านประมาณมาก        ต่างมาฝากรักใคร่เหมือนใจหมาย
พูดถึงที่ตีโบยขโมยควาย                กล่าวขวัญนายเบียดเบียนแล้วเฆี่ยนตี
ถามราคาพร้าขวานจะวานซื้อ            ล้วนอออือเอ็งกูกะหนูกะหนี
ที่คะขาคำหวานนานนานมี               เป็นว่าขี้คร้านฟังแต่ซังตาย
อ่านความตรงนี้ ผมมั่นใจว่ากวีต้องเป็นข้าราชการแหงมๆ โดยเฉพาะวรรคสุดท้ายนี่แหละที่มันฟ้องเต็มๆ "เป็นว่าขี้คร้านฟังแต่ซังตาย"

วันนี้เดินแบบชิลล์ๆได้ระยะอีกราว ๑๖-๑๗ กม.ครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1756



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 16 ต.ค. 07, 16:34

เป็นอันว่าทางพายเรือจากบางกอกมาถึงบางปลาสร้อยสองวันสองคืน ๑๑๐ กม.

พัก ๓ วันที่บางปลาสร้อย

แล้วต่อด้วยเดินเท้าจากบางปลาสร้อยจนมาเจอพ่อที่บ้านกร่ำ ไม่รวมระยะหลง ก็เป็นทางไกลถึง ๑๕๒ กม. ใช้เวลา ๖ วัน (ไม่รวมที่หยุดพักที่บ้านเก่าระยองอีก ๒ วัน)

เบ็ดเสร็จ ๒๕๒ กม.

จากบางกอกมากว่าจะได้เจอพ่อก็ปาเข้าไป ๑๓ วันทีเดียวเชียว

แหม่... ไมไม่ไปทางมอเตอร์เวย์น้า... ไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงแว้ววววว
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 5014


ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 26 ต.ค. 07, 16:33

 
       วันนี้ท่องเน็ทได้อ่านบทความ  สุนทรภู่กับการไปเมืองแกลง  ทศพร วงศ์รัตน์ 

จาก วารสารราชบัณฑิต ตุลาคม - ธันวาคม ๒๕๕๐  นำลิ้งค์มาแสดงสำหรับผู้สนใจครับ

http://www.royin.go.th/th/download/index1.php?SystemModuleKey=338&SystemMenuID=1
     
         
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 26671

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 26 ต.ค. 07, 18:48

อ่านไปรอบหนึ่งแล้วค่ะ    ที่เห็นชัดๆคือกวีผู้แต่งนิราศเมืองแกลง  ไม่ได้สมัครใจไปเอง แต่เจ้านายใช้ไป  ข้อนี้บอกไว้ชัดเจน
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1756



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 26 ต.ค. 07, 21:11

อาจารย์ทศพรเขียนหนังสือไว้เล่มหนึ่งชื่อ "พระอภัยมณี...มาจากไหน?" ตอนผมอ่านนี่มึนทีเดียวครับ เพราะอาจารย์ท่านอุตสาหะมาก พยามยามโยงเรื่องราวในพระอภัยมณีเข้ากับเหตุการณ์ตามประวัติของสุนทรภู่

น่าจะยังหาซื้อได้นะครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
ธิดา
อสุรผัด
*
ตอบ: 11


ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 17 พ.ย. 07, 15:00

เพิ่งมีโอกาสได้อ่านกระทู้นี้ เป็นกระทู้ที่ดีเหลือเกิน ขอแสดงคารวะต่อคุณ CrazyHOrse เป็นอย่างสูงในความอุตสาหะ
ชอบภาพประกอบการเดินทางจาก Google Earth มากเลยค่ะ  ยิ้มกว้างๆ

ขออนุญาตเรียนถาม คำว่า "ไภยันต์" ที่อยู่ในกลอน หมายถึงอะไรหรือคะ ("ให้พ้นชั่วที่ชื่อว่าไภยันต์")
เคยหาจากพจนานุกรมก็ไม่พบ อยากทำความเข้าใจว่า ท่านถูกปรามาสด้วยเรื่องอะไร ถึงกับต้องพยายามไปหาพ่อให้ได้
หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจราชการที่เมืองแกลงแล้ว

อีกนิดนึง เรื่องของ "จีนใหม่" ที่เห็นคุยกันว่าเป็น "สาวจีน"
เพราะดิฉันอ่านแล้วไม่รู้สึกว่าเป็นผู้หญิง อ่านทวนไปทวนมาก็ได้ความตรงบาทที่ว่า

ถึงที่โขดต้องกระโดดขึ้นบนแง่              ก่นเอาแม่จีนใหม่นั้นใจหาย

ใช่วรรคนี้หรือเปล่าคะ ทำให้คิดว่าจีนใหม่ที่คณะเดินทางพบ เป็นผู้หญิง
คือฉันอ่านแล้วเข้าใจไปว่า คณะเดินทางเขา "ด่าแม่" จีนใหม่ที่บอกทางนั่นนะคะ
ไม่ใช่ว่าจีนคนนั้นเป็นผู้หญิง มิฉะนั้นท่านน่าจะบรรยายไว้ตั้งแต่ตอนที่พบครั้งแรกแล้ว
อีกอย่าง ถ้าเป็นคนงานทำงานอยู่ในไร่หลายคน คนที่จะออกมาพบกลุ่มคนเดินทางแปลกหน้าและบอกชี้ทางให้
น่าจะเป็นคนงานผู้ชาย มากกว่าผู้หญิงนะคะ ฉันคิดอย่างนี้น่ะค่ะ

จะมีใครมาคุยกันต่อหรือเปล่าคะเนี่ย ฮือ... มาช้าไปมากเลย ตลาดวายเสียแล้ว

คุณ CrazyHOrse คะ ถ้าจะกรุณาและมีเวลาว่าง อยากให้ตามรอย "นิราศวัดเจ้าฟ้า" จะเป็นพระคุณยิ่ง
เพราะสงสัยเหลือเกินค่ะว่า "วัดเจ้าฟ้าอากาศนาถนรินทร์" คือวัดอะไรกันแน่
ฉากไคลแมกซ์ตอนเกิดอภินิหารที่วัดนั้นสุดยอดไปเลยค่ะ เหมือนอ่านนิยายแฟนตาซีเลย ชอบมากๆ
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1756



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 19 พ.ย. 07, 22:15

อย่างได้แสดงคารวะผมเลยครับ เขิน... คิดว่ายังมีข้อบกพร่องอยู่มากครับ แต่ถ้าสิ่งที่ทำไปจะเป็นประโยชน์ต้องผู้สนใจบ้างแม้สักเพียงเล็กน้อย ผมก็ดีใจที่ได้ตอบแทนคืนกลับสู่สังคมบ้างครับ

คำว่า "ไภยันต์" คิดว่าเป็นภาษาบาลีกลาย ย่นย่อมาจากคำว่า ภยันตราย โดยไม่ถูกหลักภาษาครับ
ความตรงนี้บางท่านตีความไว้ดังที่คุณธิดาพูดถึง คือกวีถูกกล่าวหาอะไรสักอย่าง ต้องไปหาพ่อเพื่อ "ให้พ้นชั่วที่ชื่อว่าไภยันต์"
แต่ผมอ่านแล้วคิดว่าความหมายน่าจะเป็นอีกอย่างหนึ่ง ลองดูกลอนช่วงนี้เต็มๆนะครับ

แสนวิตกอกพี่เมื่ออ้างว้าง          ถามถึงทางที่จะไปในไพรสัณฑ์
ชาวบ้านบอกมรคาว่ากว่าพัน       สะกิดกันแกล้วกล้าเป็นน่ากลัว
ยิ่งหวาดจิตคิดคุณพระชินสีห์      กับชนนีบิตุเรศบังเกิดหัว
ข้าตั้งใจไปหาบิดาตัว                ให้พ้นชั่วที่ชื่อว่าไภยันต์
อธิษฐานแล้วสะท้านสะท้อนอก   สำเนียงนกเพรียกไพรทั้งไก่ขัน
เมฆแอร่มแย้มแยกแหวกตะวัน    ก็ชวนกันอำลาเขาคลาไคล

ผมอ่านได้ความว่า เมื่อกวีถามทางไปยังเมืองแกลง ชาวบ้านบอกว่าทางไกลและอันตราย กวีจึงตั้งจิตอธิษฐานว่าตนจะเดินทางไปหาพ่อ ขอคุณพระและพ่อแม่ช่วยคุ้มครองให้เดินทางโดยปลอดภัยด้วย

เท่านี้เอง ไม่ได้มีความหมายอะไรเป็นเรื่องเป็นราวครับ

ส่วนเรื่อง "ก่นเอาแม่จีนใหม่นั้นใจหาย" ผมไม่เคยคิดแบ่งวรรคอย่างตอนคุณธิดาว่ามาก่อน น่าสนใจเหมือนกันครับ

นิราศวัดเจ้าฟ้าคิดว่ายากกว่านี้มากครับ เพราะจุดสังเกตไม่ค่อยมี แต่ถ้ามีโอกาสเหมาะๆผมจะมาชวนกันตามรอยนิราศนี้ครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 26671

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 30 พ.ย. 07, 09:49

อ้างถึง
อีกนิดนึง เรื่องของ "จีนใหม่" ที่เห็นคุยกันว่าเป็น "สาวจีน"
เพราะดิฉันอ่านแล้วไม่รู้สึกว่าเป็นผู้หญิง อ่านทวนไปทวนมาก็ได้ความตรงบาทที่ว่า

ถึงที่โขดต้องกระโดดขึ้นบนแง่              ก่นเอาแม่จีนใหม่นั้นใจหาย

ใช่วรรคนี้หรือเปล่าคะ ทำให้คิดว่าจีนใหม่ที่คณะเดินทางพบ เป็นผู้หญิง
คือฉันอ่านแล้วเข้าใจไปว่า คณะเดินทางเขา "ด่าแม่" จีนใหม่ที่บอกทางนั่นนะคะ
ไม่ใช่ว่าจีนคนนั้นเป็นผู้หญิง มิฉะนั้นท่านน่าจะบรรยายไว้ตั้งแต่ตอนที่พบครั้งแรกแล้ว
อีกอย่าง ถ้าเป็นคนงานทำงานอยู่ในไร่หลายคน คนที่จะออกมาพบกลุ่มคนเดินทางแปลกหน้าและบอกชี้ทางให้
น่าจะเป็นคนงานผู้ชาย มากกว่าผู้หญิงนะคะ ฉันคิดอย่างนี้น่ะค่ะ

การตีความของคุณธิดา น่าทึ่งมาก   ไม่เคยคิดมาก่อนค่ะ
ถ้างั้นก็ต้องแบ่งวรรคใหม่  ว่าเป็น
ก่นเอาแม่   จีนใหม่  นั้นใจหาย
นึกภาพกวีต้องป่านปีนหินสูงชัน ตัวเองเป็นชาวเมืองหลวงเคยเจอแต่ที่ราบ ใจหายจวนเจียนจะพลาดตก
ก็เลย"ด่าแม่" ชายจีนใหม่ ระบายอารมณ์
ไม่ใช่ด่า "แม่สาวจีนใหม่"คนนั้น

แต่จะแปลอย่างไหนก็ตาม  ก็ยังได้ความอย่างหนึ่งตรงกันคือยุคสมัยที่กวีไปเมืองแกลง  มีจีนอย่างน้อยก็ ๒ พวกที่แตกต่างกันจนแม้แต่นักเดินทางแปลกถิ่นยังแยกได้ออก  ว่ามี "จีนใหม่" และ "จีน" เฉยๆ คือพวกที่ไม่ใช่ใหม่

บรรยากาศของสังคมหัวเมืองตะวันออก เหมาะจะเป็นสมัยรัชกาลที่ ๑ หรือรัชกาลที่ ๓ กันแน่?


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006, Simple Machines LLC
XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.238 วินาที กับ 19 คำสั่ง