เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4
  พิมพ์  
อ่าน: 24330 คนไทยมาจากไหน ?
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 02 ต.ค. 07, 01:59

 ร้องไห้ เข้ามาบอกคุณ agree ว่าอย่าทิ้งกระทู้ไปนะครับ


แล้วคุฯจะรู้สึกผิดเหมือนผม..... ที่เปิดกระทู้เที่ยวอยุธยาตั้งแต่นมนานกาเลแล้ว(จนเกือบจะลืมอยุธยาไปแล้ว) ก็ยังไม่ได้มาต่อซะที แหะๆ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 02 ต.ค. 07, 09:58

เจ้าของกระทู้ไม่ใช่ทำท่าจะทิ้งแค่กระทู้นะ ดูทีเหมือนจะทิ้งเรือนไทยเอาด้วย ด้วยเหตุผลอะไรก็สุดปัญญาที่ผมจะเข้าใจได้ งง (เหมือนเจ้าเรือนและเพื่อนร่วมเรือนท่านอื่นๆ)

ฝ่ายเราเพื่อนร่วมเรือน เมื่อฝ่ายคุณ Agree ไม่บอกต้นตอที่มาของปัญหา รู้อยู่คนเดียวยังงี้ เราเห็นจะไม่มีทางเลือก คงต้องปล่อยแกไปก่อนเถิดครับ ไว้ใจเย็นลงแล้วก็คงกลับเรือนเอง

เอาเป็นว่า ใครสนใจจะถกแถลงกันในประเด็นของกระทู้นี้ เราอภิปรายกันไปพลางๆ ก่อนไหมครับ ในทัศนะผม เรื่องนี้เรายังทำได้ อีกเรื่องหนึ่งนั้นแม้ผมจะเห็นใจและอยากช่วยแก้ปัญหาก้ไม่รู้จะทำอย่างไร
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 02 ต.ค. 07, 10:08

เห็นด้วยค่ะ  คุณนกข.  เอาไว้คุณ agree หายขุ่นใจแล้ว   จะกลับมาอ่านเฉยๆก็คงได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อย   ดีกว่าทิ้งกระทู้ไว้เฉยๆ ในเมื่อหลายท่านในที่นี้ ดิฉันเชื่อว่าตอบได้

เอาเป็นว่าย้อนมาถึงคำถาม ว่าคนไทยมาจากไหน?
ในบทเรียนยุคถอยกลับไปในอดีตอันไกลโพ้น   สอนกันมาว่าคนไทยเคยอยู่แถวเทือกเขาอัลไต ทางตอนใต้ของไทย
ดูเหมือนจะแบ่งกันเป็นก๊กๆ  แล้วก็รวมกันได้หรือไงนี่ละ
แล้วก็ถูกจีนรุกราน ถึงอพยพลงทางใต้เรื่อยมา    บางพวกก็หยุดอยู่ตามทาง บางพวกก็ออกนอกเส้นทางไปไกล  เฉียดๆอินเดีย   
มีชื่อไทยนำหน้า  เช่นไทยใหญ่ ไทยดำ ไทยขาว ไทยอาหม อะไรทำนองนี้
ส่วนหนึ่งที่เป็นบรรพบุรุษของเราก็เดินทางลงมาถึงบริเวณแหลมทองนี้เอง

จำได้แค่นี้ละค่ะ
แต่เดี๋ยวนี้ ไม่ได้เชื่อกันอย่างเมื่อก่อนอีกแล้ว

ส่งไม้ต่อให้ท่านอื่นๆ

บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 02 ต.ค. 07, 10:48

ตำราสมัยรุ่นโบราณ อย่างหนังสือหลักไทยของขุนวิจิตรมาตรา บอกว่าคนไทยเราเดิมอยู่แถวๆ ภูเขาอัลไตในมองโกเลีย อพยพลงมาเรื่อยๆ (ไกลมาก) ผ่านจีน ลงมาจนถึงแหลมทองที่เราอยู่ในปัจจุบันนี้ "แหลม ทองไทยเข้าครองเป็นแดนไทย รักกันไว้ เราคือไทยในแดนทอง ..." อย่างในเพลงนั่นแหละครับ อีกเพลงที่ได้ไอเดียจากสมมติฐานนี้ คือเพลงปลุกใจชื่อ เราถอยไปไม่ได้อีกแล้ว...

ตำรานี้ผมยังทันได้เรียนอยู่แว่บๆ ในโรงเรียนสมัยผม แต่ตอนนั้นก็เริ่มมีการพูดถึงทฤษฎีอื่นแล้วล่ะ เช่นว่า คนไทยไม่ได้มาจากไหนเลย แต่อยู่ในแหลมทองนี่แหละมาเป็นเวลาช้านานแล้ว อ้างถึงแหล่งอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์อย่างที่เจอที่บ้านเชียงเป็นหลักฐานยืนยัน ถ้าคนไทยไม่ได้มาจากจีน แต่อยู่แถวนี้ ดังนั้นสำนักนี้ก็ค่อนข้างจะเชื่อไปทางว่าคนเชื้อสายไทยแพร่จากใต้ขึ้นเหนือไปสู่จีน มากกว่าเหนือลงใต้ตามที่เคยเชื่อมา

ผมเข้าใจว่ามีความเห็นที่สาม ดูเหมือนว่าจะเป็นความคิดในเชิงภาษาศาสตร์ หรืออย่างไร บอกว่าคนไทยอพยพขึ้นมาจากทะเลเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ด้วยซ้ำไป ไม่ใช่ลงจากเขา เข้าสู่แหลมทองคาบสมุทร และไม่ใช่อยู่ในแหลมทองนี้มานานแต่โบราณเก่าแก่ ถ้าเป็นยังงั้นจริง คนไทยก็เป็นญาติกับเผ่ามาเลย์ อินโดนีเซีย เรื่อยไปจนถึงโพลีเนเชียนในทะเลใต้ แต่ที่ว่าภาษาใกล้เคียงกันนั้นผมยังสงสัย (ผมเองอาจจะจำผิด) เพราะผมนึกเอาเองว่า โครงสร้างภาษาไทย อย่างน้อยไทยปัจจุบัน ใกล้ไปทางภาษาจีน อาจจะจีนสำเนียงใต้ก้ได้ มากกว่าทางภาษาตระกูลมาเลย์ แต่นั่นแหละที่ว่าภาษาศาสตร์ใกล้กันนั้นผมอาจจะจำผิดเองก็ได้

ท่านขุนวิจิตรมาตราท่านเชื่อเอาจริงๆ ว่าคนไทยมาจากมองโกเลีย ถึงกับเคยตีความว่าภูเขาอัลไต (ซึ่งจนเดียวนี้ก็ยังมีอยู่ในประเทศมองโกเลีย) เลือนมาจากคำว่า แอ่งไท ไปโน่นทีเดียว ผมไม่สามารถยืนยันได้ว่า จริงๆ แล้วเป็นยังงั้นหรือเปล่า เล่าได้แต่เพียงว่า คนมองโกล อย่างน้อยเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศมองโกเลียเขายังเชื่อทฤษฎีนี่นะครับ และเขายังนับญาติกับคนไทยอยู่จนเดี๋ยวนี้ ส่วนไทยสมัยใหม่ที่เรียนตำราใหม่อาจจะไม่นับญาติกับเขาแล้วก็ได้ 
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 02 ต.ค. 07, 11:11

สมัยผมเด็กเหมือนกัน เราเรียนกันเรื่องน่านเจ้า หนองแส หรือตาลีฟู พระเจ้าสีนุโล พระเจ้าพีล่อโก๊ะพ่อของโก๊ะล่อฝง แล้วโก๊ะล่อฝงไปเป็นพ่อของฝงล่ออะไรอีกจำไม่ได้ นัยว่าน่านเจ้าเป็นอาณาจักรไทยุคแรกตั้งอยู่ในจีนตอนใต้ ต่อมานัยว่าถูกจีนตีต้องถอยร่นลงมาทางใต้ สู่ประเทศไทยที่เราอยู่กันเดี๋ยวนี้ คือเป็นส่วนหนึ่งของทฤษฎีคนไทยมาจากเหนืออพยพลงใต้

ทฤษฎีนี้ เท่าที่ผมทราบ เมื่อไปทำงานเมืองจีนหลายปีก่อน (แต่ทราบไม่มากนัก เพราะงานที่ผมที่เมืองจีนนั้นไม่ใช่งานด้านประวัติศาสตร์เป็นด้านอื่น) นักวิชาการจีนทางประวัติศาสตร์สมัยนี้เขาเชื่อว่า น่านเจ้าไม่ใช่อาณาจักรไทครับ อาจจะมีชนเผ่าไทเป็นส่วนหนึ่งของประชาชนชาวน่านเจ้าบ้าง แต่พวกที่ครองอำนาจนั้นเป็นเผ่าอื่น จะเป็นเผ่าอี๋หรือไป่หรือเยว่พวกใดพวกหนึ่งในเยว่ร้อยจำพวก หรือพวกไหนผมก็ลืมแล้ว อีกประการหนึ่ง เขาว่า ธรรมเนียมเรียกพระนามกษัตริย์ หรือหัวหน้าเผ่า ที่พีล่อโก๊ะเป็นพ่อโก๊ะล่อฝง แล้วก็ต่อๆ กันไปอย่างนั้นไม่ใช่ธรรมเนียมไท ไปตรงกับธรรมเนียมของอีกเผ่าหนึ่งครับ

เมืองตาลีฟู ราชธานีของอาณาจักรน่านเจ้านั้น จะเป็นอาณาจักรไทโบราณหรือไม่ก็ตามที แต่เดี๋ยวนี้ก็ยังอยู่ จีนเรียกว่า ต้าหลี่ หรือต้าหลี่ฟู่ (ฟู่ แปลว่าเมือง) ไปเที่ยวได้ครับ

เราปฏิเสธไม่ได้ว่า ชนเผ่าที่เป็นญาติพี่น้องของเผ่าไทย เช่นที่ภาษาจีนกลางเรียกว่า ชนเผ่า "ไต่" พวกหนึ่ง กับชนเผ่า "จ้วง" พวกหนึ่งนั้น มีอยู่ทั่วไปในจีนตอนใต้ เป็นญาติพี่น้องของไทยเราแน่นอน ภาษาก็ยังพูดกันรู้เรื่อง ผมเคยเจอทั้งไต่ ทั้งจ้วง รุ่นใหม่พูดแต่ภาษาจีนกลางแล้ว แต่รุ่นเก่ายังพูดภาษาของเขาได้อยู่ ฟังกันรู้เรื่องเป็นคำๆ อย่างไต่หรือไตในยูนนาน สิบสองปันนานั้น ผมว่าผมฟังเขารู้เรื่องสักร้อยละ 50 แต่ใครอู้กำเมืองได้จะฟังรู้เรื่องมากขึ้นแยะ ราวๆ ร้อยละเจ็ดสิบแปดสิบทีเดียว

แต่การที่มีชนเชื้อสายไท-กะได้ กระจายเป็นบริเวณกว้างทั้งในจีนใต้ กวางสี ยูนนาน ในเวียดนาม ในพม่า นั้นยังไม่ได้เป็นหลักฐานที่มั่นคงว่าคนไทยอพยพจากเหนือลงใต้ เพราะอาจจะอพยพขึ้นแพร่ออกไปจากใต้ไปเหนือก็ได้เหมือนกัน และถ้าเชื่อความเห็นของนักวิชาการจีน ชุมชนญาติเราเหล่านี้สมัยโน้นมิได้เป็นผู้ปกครองอาณาจักร เป้นเพียงพลเมืองส่วนหนึ่งของอาณาจักร (ที่ต่อมาถูกจีนตี) เท่านั้น

ส่งไม้ต่อให้ผู้รู้ท่านอื่นครับ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 02 ต.ค. 07, 11:33

ก่อนส่งไม้ต่อมีอีกเรื่องที่นึกขึ้นได้ ขอเล่าเสียด้วย ใครเป็นนักมานุษยวิทยาผ่านมา หรือเป็นคุณหมอก็ได้ โดยเฉพาะหมอสูติฯ ขอวิทยาทานด้วยครับ

ฝรั่งรุ่นโบราณคนหนึ่ง ผมจำชื่อไม่ได้ แต่งตำราไว้นานแล้ว แต่ยังเป็นที่อ้างถึงกันอยู่ เมื่อปีที่แล้วผมไปราชการกรุงอูลานบาตาร์ของมองโกเลียมาก็ยังได้ยินการอ้างถึงสมมติฐานจากตำรานี้ เขาว่า คนไทยกับคนมองโกลเป็นญาติกันจริงๆ นะเออ หลักฐานของเขาไม่ใช่หลักฐานเชิงภาษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ บันทึกโบราณคดี อะไรอย่างนั้น แต่เป็นหลักฐานทางสรีรศาสตร์หรือมานุษยวิทยา เขาว่า เด็กแรกเกิดชาวไทยกับชาวมองโกล มีลักษณะเหมือนกัน คือมีรอยจ้ำๆ ที่ก้น ทำนองว่าเป็นรอยเลือดคั่งหรืออะไรไม่รู้แหละ เมื่อคลอดออกมาแล้วไม่กี่วันก็จะจางหายไป เขาอ้างว่าลักษณะอย่างนี้มีอยู่ในทารกสองชาติเท่านั้น คือเผ่าไทกับเผ่ามองโกล จึงแปลว่าสองเผ่านี้เป็นญาติกัน

ผมฟังแล้วก็ฟังหูไว้หู เพราะไม่เคยมีโอกาสเห็นก้นเด็กเกิดใหม่ไม่ว่าจะชาติไหนก็เถอะ และไม่มีความรู้ทางแพทย์พอจะตัดสินได้ แต่อดนึกไม่ได้ว่านายคนที่อ้างอย่างนั้นแกรู้ได้ยังไง แกเที่ยวไปเปิดก้นเด็กดูมาทั้งทวีปเอเชียแล้วหรือ จึงยืนยันได้ว้ามีแต่สองเผ่าเท่านั้นที่มีลักษณะพิเศษร่วมกันอันนี้ แล้วนึกต่อไปด้วยว่า มาถึงสมัยนี้จะพิสูจน์สมมติฐานที่ว่าก็คงยากเสียแล้ว เพราะเชื้อชาติไทได้ผสมปนเปกับชาติอื่นๆ จะหาทารกเชื้อสายเผ่าไทบริสุทธิ์คงจะหายากแล้ว คนมองโกเลียปัจจุบันก็คงจะเหมือนกัน

เล่าฝากไว้เฉยๆ ครับ

(ไหนๆ เล่าแล้วขอพูดเสียด้วยเลยว่า ในทางภาษานั้นผมมีความเห็นส่วนตัวตามประสาผู้ไม่ใช่นักภาษาศาสตร์ตัวจริง แต่เคยลูบคลำภาษามองโกลมาบ้าง - ว่าภาษามองโกลกับไทยนั้นไม่น่าจะเป็นญาติกันได้เลยครับ ผิดกันไกลมาก ตำราภาษาศาสตร์ว่าไว้ว่าภาษามองโกลเป็นภาษาในตระกูลเดียวกับภาษาตุรกีโน่นแน่ะ ซึ่งผมเชื่อ และเลยคิดต่อไปว่า ถ้าคนไทยเรามาจากภูเขาอัลไตจริงแล้ว ก็น่าจะมีร่องรอยความเกี่ยวพันทางภาษาปรากฏอยู่บ้างกับภาษามองโกล แต่นี่ก็ไม่เห็นมี?)

ส่งไม้ต่อจริงๆ แล้วครับ
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1856



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 02 ต.ค. 07, 12:40

เรื่องคนไทยมาจากไหนนี่เป็นเรื่องที่ยาว และคงไม่จบสิ้นไปง่ายๆครับ

ก่อนอื่นต้องถามก่อนว่าจะนิยาม "คนไทย" โดยแบ่งตามอะไร?
- ตามภาษา,วัฒนธรรม
- ตามพื้นที่
- ตามชาติพันธุ์
- หรืออื่นๆ

จขกท. ตั้งคำถามว่าคนไทยอพยพมาจากไหน ทำไมต้องย้ายถิ่นมาตรงนี้ อันนี้แสดงว่า "คนไทย" ของจขกท.ไม่ได้หมายถึงคนที่อาศัยอยู่ในเขตแดนของประเทศไทย แต่จะหมายถึงอะไรนั้นก็ยังไม่แน่ใจครับ ดังนั้นขอค่อยๆพิจารณาในข้อที่เหลือก็แล้วกัน

เมื่อสงสัยว่ามีการย้าย ก็ต้องพิจารณาว่ามีร่องรอยในการย้ายหรือไม่ คือมีการปรากฏตัวตนขึ้นมาเมื่อไหร่

ในเชิงภาษา เราไม่ทราบแน่ว่ามีคนพูดภาษาไทยอยู่ในพื้นที่ที่เป็นประเทศไทยตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ถ้ายึดถือตามหลักฐานที่พบ จารึกดงแม่นางเมือง เป็นจารึกอักษรขอมโบราณ ซึ่งใช้ภาษาเขมรและบาลี โดยมีคำภาษาไทยปะปนอยู่บ้าง จารขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๗๑๐ เรื่องนี้อาจตีความได้ว่า กลุ่มคนที่พูดภาษาไทยได้เริ่มปรากฏและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับคนพื้นเมืองในช่วงเวลาประมาณนี้นี่เอง

ส่วนจะมาจากไหนนั้น ทางภาษาศาสตร์เชื่อว่าถิ่นกำเนิดของภาษามีแนวโน้มจะมีความหลากหลายของภาษามาก ซึ่งถ้าพิจารณาแง่มุมนี้ ทางเหนือของเวียดนามต่อกับทางใต้ของจีนพบภาษาตระกูลไทหลากหลายมากที่สุด

ส่วนจะอพยพมายังไงเส้นทางไหน เมื่อใด ไม่มีหลักฐานวัตถุบอกได้ แต่โดยส่วนตัว พิจารณาจากภาษาที่ใช้ ผมคิดว่าภาษาไทยเป็นญาติสนิทกับภาษาลาวหลวงพระบางครับ ถ้าไม่ได้มาจากทางนั้น ก็ต้องมาจากทางเดียวกัน

ในเชิงชาติพันธุ์ นานมาแล้ว เคยมีนายแพทย์ท่านหนึ่งทำวิจัยเรื่องชาติพันธุ์ไทยโดยพิจารณาอย่างกลุ่มเลือดหรืออะไรสักอย่าง ผมจำไม่ได้ และไม่มีตำราอยู่ใกล้มือ แต่จำได้คร่าวๆว่าคำตอบคือ ไพล่ไปเหมือนกับทางโพลีนีเซียนหรืออะไรสักอย่างอย่างคุณนิลกังขาว่าไว้นั่นแหละครับ ข้อนี้ผมอยากจะขอแปลบทสรุปใหม่ว่า ผลการวิจัยไม่สามารถบอกความแตกต่างหรือเกี่ยวข้องในแง่ชาติพันธุ์ของคนในพื้นที่แถบนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ซึ่งอาจหมายความว่า คนไทยที่อยู่กันเดี๋ยวนี้ มีเชื้อสายปะปนหลายเชื้อชาติ หากไม่นับจีนแล้ว ก็คงมี มอญ เขมร ปนเปกันมาตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา จนมีความเป็นเครือญาติทางสายเลือดกับคนไทยในถิ่นกำเนิดน้อยมากแล้วครับ

เรื่องก้นเป็นจ้ำนั้น อันนี้ผมเรียก "ตูดหมึก" ครับ  ยิงฟันยิ้ม
เรื่องนี้ผมได้ยินมาอีกเวอร์ชั่นหนึ่งครับว่าเป็นเอกลักษณ์ของชาวฮั่น ของแท้เกิดมาต้องตูดหมึก และจะค่อยๆจางหายไปเอง
หรือจะเป็นลักษณะร่วมของมองโกลอยด์หรือเปล่า ?

มีใครสนใจทำวิทยานิพนธ์เรื่อง "ตูดหมึก" ไหมครับ?  ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
agree
ชมพูพาน
***
ตอบ: 114


แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 02 ต.ค. 07, 13:47

กลับมาแล้วครับ แต่ยังขุ่นมัวอยู่บ้าง  เศร้า
บันทึกการเข้า

Some dream of worthy accomplishments, while others stay awake and do them.
บางคนฝันที่จะประสบความสำเร็จอย่างสวยหรู ในขณะที่บางคนกำลังลงมือกระทำ
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1856



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 02 ต.ค. 07, 14:25

ขุ่นมัวเรื่องอะไรไม่ทราบครับ?

ผมคิดว่ามีคนรอฟังคำขอโทษของคุณอยู่นะครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 02 ต.ค. 07, 14:45

เฮีย เอ๊ย ตี๋ CH โอ๋ย ปล่อยเด็กไปก่องเหอะ ที่อีบ่อโส่ยบ่อโต่ย (ขอม่ายแปลนะ) ก็คงเพาะ ฮอร์โมนอีแยะ ตามวัย กะลังเป็นวัยรุ่นใจร้อนน่ะ (ถ้าอีอายุเท่าที่อีโพสต์ไว้จริง - อั๊วสงสัยเลยขอเข้าไปดูข้อมูลมาเลี้ยว) ถ้าลื้อจะเกณฑ์ให้อีเป็งผู้ใหญ่ ก็ต้องรออีกพักแหละกว่าอีจะ mature ถึงโตงนั้ง ถ้าอีจาเป็งผู้ใหญ่มีวุฒิภาวะ อีก็คงเป็งเอง ถ้าอีจะไม่เป็งผู้ใหญ่ อีก็ไม่เป็งอยู่ลีน่ะแหละน้อ ใคก็ซ่วยม่ายล่ายน่อ

เอางี้ดีกว่าตี๋ CH โอ๋ย เฮียชวนตี๋ทำวี่จัยเรื่อง ตูดหมึก ลีก่า - -

ถ้าหากลักษณะตูดหมึกในเด็กนี้เป็นลักษณะของฮั่นแท้ คือชนชาติจีน ก็แปลกว่าทำไมฝรั่งรายนั้นฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียดได้ว่าเป็นลักษณะของคนไทยกับคนมองโกลไปเสียนี่ แล้วถ้าเป็นลักษณะของทารกจีน ทารกไทย ทารกมองโกล ก็แปลว่าไม่เป็นเอกลักษณ์สิครับ เผลอๆ เป็นลักษณะร่วมของพวกมงโกลอยด์จริงอย่างว่า

ต้องการหลักฐานเชิงประจักษ์แล้วครับ คุณ CH เคยเห็นก้นอาหมวยที่ไหนมีลักษณะ - ง่า .. เป็นหมึกยังงี้บ้าง เด็กเล็กๆ ที่มีเชื้อจีนมีเป็นงี้ไหม? ผมน่ะไม่เคยได้สังเกตก้นเด็กทารกเลยแหละไม่ว่าจะชาติไหน เลยไม่ทราบจริงๆ ส่วนก้นผู้ใหญ่นั้นอยู่นอกประเด็นพิจารณาในที่นี้

บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1856



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 02 ต.ค. 07, 14:54

อ่า... เห็งล่วยกะอาเฮีย คุยกับอีอั้วเท้าเถี่ย เพลียหัวจาย คุยเรื่องตูกหมึกยังมังกั่วเป็งหนายๆ

ง่า... ขาดประสบการณ์ตรงเรื่องดูตูดเด็กครับ  ยิงฟันยิ้ม
แต่เท่าที่ฟังจากผู้ใหญ่ในเครือญาติ ทุกคนยืนยันเป็นเสียงเดียวว่า ลูกหลานล้วนแล้วแต่ตูดหมึกทั้งสิ้น โตขึ้นจะจางหายไปเอง ไม่เหลือร่องรอยให้พิสูจน์

ผมสงสัยอยู่ว่าลูกจีนส่วนมากจะขาว (ที่คล้ำหน่อยเกิดใหม่ก็จะขาว ที่ขาวจัดตอนเกิดจะผิวเป็นสีชมพู) นอนกดทับนานๆก้นมันช้ำแล้วสังเกตเห็นง่ายหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
agree
ชมพูพาน
***
ตอบ: 114


แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 02 ต.ค. 07, 14:57

ขุ่นมัวเรื่องอะไรไม่ทราบครับ?

ผมคิดว่ามีคนรอฟังคำขอโทษของคุณอยู่นะครับ

ผมก็ต้องขอโทษแล้วกันครับที่ทำกิริยาวาจาไม่ดี  รูดซิบปาก
บันทึกการเข้า

Some dream of worthy accomplishments, while others stay awake and do them.
บางคนฝันที่จะประสบความสำเร็จอย่างสวยหรู ในขณะที่บางคนกำลังลงมือกระทำ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 02 ต.ค. 07, 15:00

ตอนไปเยี่ยมหลานสาว ลูกของคุณจ้อ คุณนกข.ก็ไม่ทันนึกว่าจะขอดูเสียด้วยซีคะ
มาถึงตอนนี้ คุณพ่อจะหวงลูกสาวจนยอมให้ดูหรือเปล่าก็ไม่รู้    สงสัยคุณนกข.จะช้าไปแล้ว ยิงฟันยิ้ม

เท่าที่เคยเห็น ก้นเด็กเกิดใหม่เป็นสีเขียวคล้ำคล้ายๆปานค่ะ     ไม่ใช่รอยกดทับ    แต่พอโตขึ้นหน่อยก็หายไป
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1856



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 02 ต.ค. 07, 15:15

อธิบายให้คุณ Agree ฟังอีกครั้งนะครับ

คคห.ที่ ๑ อาจารย์พิพัฒน์สอนคุณแบบสอนให้คุณคิดเอง ไม่ได้กลั่นแกล้งอะไรคุณ ดังนั้นไม่มีเหตุที่คุณควรขุ่นมัวหรือจะเคืองใครได้เลย ผมอธิบายไปรอบหนึ่งแล้วในคคห.ข้างต้น อยากให้คุณค่อยๆอ่านคคห.ต่างๆที่ผ่านมา หวังว่าจะเป็นประโยฃน์กับคุณนะครับ

ขอจบเรื่องชี้แจงกับคุณ Agree เท่านี้ จากนี้ไปคุยในหัวข้อกระทู้ต่อไปแล้วกันครับ


อาจารย์พูดเหมือนคุณแม่ผมตอนที่ผมตั้งข้อสังเกตอย่างนี้เหมือนกันครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 02 ต.ค. 07, 15:23

อ้างถึง
อาจารย์พูดเหมือนคุณแม่ผมตอนที่ผมตั้งข้อสังเกตอย่างนี้เหมือนกันครับ

คนอ่านกระทู้นี้ ถ้าไม่รู้มาก่อนก็จะรู้หมด ว่า หนุ่มคนไหนยังไม่เคยมีลูก   ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง