เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 11
  พิมพ์  
อ่าน: 39027 !! พ่อขุนรามคำแหงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อคนไทยสมัยสุโขทัย ในด้านใดบ้าง ??
วรณัย
อสุรผัด
*
ตอบ: 84


คนธรรมดาที่แสนธรรมดา


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 11 ก.ย. 07, 08:32

ขอบคุณครับที่กรุณา

1.ไม่ได้บอกครับ ว่าชาดก 500 พระชาติ เป็นของมหายาน ตรงนี้ไม่เคยเขียน เป็นการตีความของผู้อ่านนะครับ
2. พระเจ้ากนิษกะ OK เป็นองค์อุปถัมภก มหายานในยุคแรก
3. ก่อนสมัยอโศก ไม่มีมหายาน แต่ศานาพุทธในเวลานั้นก็ใช่ยังไม่มีหินยานครับ ราวพุทศตวรรษที่ 1 แยกนิกายกันแล้ว ทั้งที่เรีกกว่า " สถีวีรวาทิน" และ " มหาสังฆิกะ"
4. สถีรวาทิน เป็นต้นน้ำของหินยาน ในขณะที่ มหาสังฆิกะเป็นต้นน้ำของมหายาน5. หินยานเป็นต้นน้ำของเถรวาท
6. ผมเขียน" ผิด" จริง ๆ ตรงที่จำสลับกันระหว่าง สถีรวาทิน กับ มหาสังฆิกะ ครับ7. ชาดก เป็นกลบทของฝ่ายสถีรวาทิน ที่ใช้เรื่องราวของพุทธประวัติและชาดก 10 พระชาติ 500 พระชาติ เป็นแนวทางในการเผยแพร่ครับ
8. ส่วนฝ่ายมหาสังฆิกะ ซึ่งมีนิกายย่อยอีกมาก ไม่ได้เน้นไปที่องค์พระพุทธเจ้าแต่เน้นการหลุดพ้นโดยการปฏิบัติ นิกายนี้ไปโตได้เพราะมีพระเจ้ากนิษกะ ที่เมืองมถุรา และเป็นผู้ให้กำเนิดเรื่องราวของ"พระโพธิสัตว์" ขึ้น โดยรับมาจากอิทธิพลของ"เทพเจ้าของฮินดู
9. ในขณะที่สถีรวาทินยึดพระพุทธเจ้าในรูปของมนุษย์ แตกนิกายมาเป็นนิกายมูลสรรวาสติวาท ในราวพุทธศตวรษที่ 3 นิกายนี้ปฏิเสธการแสดงอิทธิฤทธิ์ ปฏิหาริย์ของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์
10. เวลาที่นี้ "เถรวาท"ยังไม่เกิด สองลัทธิใหญ่แตกต่างกันทางความคิด เป็นเหตุให้เกิดการแยกนิกายไปกว่า 18 นิกายในสมัยพระเจ้าอโศก
11. ที่สำคัญ ต้นกำเนิดก่อนมาเป็นนิกายเถรวาท ปฏิเสธเรื่องราวของพระโพธิสัตว์ในต่างนิกาย
12. ตรงนี้ยอมรับครับว่าเขียนผิด มหาสังฆิกะเป็นต้นน้ำของ "มหายาน" ที่เพิ่งเกิดในพุทธศตวรรษที่ 7
13. เวลาที่เกิดมหายานในพุทธศตวรรษที่ 7 "เถรวาท" ยังไม่เกิดนะครับ แยกเวลาด้วย แล้วจะบอกว่า"ยืมพระโพธิสัตว์"อย่างไร
14. อ่านใหม่นะครับ ไม่ได้บอกว่า "ยืมชาดก" อย่าจำไขว้เขว่ เดียวจะพาผิดประเด็นครับ
15. ชาดก หรือพุทธประวัติ เป็นสิ่งที่มาตั้งแต่ต้นพุทธกาล ลัทธิหรือนิกายไหนนำไปใช้ก็ไม่ผิดอะไรครับ แต่นิกายเถรวาทที่เข้ามาที่ทวารวดีและนำมาสร้างที่สถูปจุลประโทน นำพระโพธิสัตว์แบบดั่งเดิมล้วน ? หรือพระโพธิสัตว์แบบ"มหายาน" มาใช้ ตรงนี้ต่างหากที่ผมพูดถึงครับ

บันทึกการเข้า

นักวิชาเกินในบอร์ดวิชาการ
วรณัย
อสุรผัด
*
ตอบ: 84


คนธรรมดาที่แสนธรรมดา


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 11 ก.ย. 07, 09:16

-นิกายเถรวาท เป็นนิกายใหม่ที่เพิ่งเกิดในราวพุทธศตวรรษที่ 11 - 12 โดยถือว่า เป็นนิกายเดียวกับ "สถีรวาทิน"
-นิกายเถรวาท เกิดที่ลังกา
-นิกายเถรวาทเป็นสมัยแรกที่มีการบันทึกพระไตรปิฎกเป็นภาษาบาลี สมัยก่อนหน้าสืบทอดโดย มุขปาฐะ
-พระไตรปิฎกที่ลังกามีอิทธิพลต่อศาสนาพุทธในสุวรรณภูมิและย้อนกลับไปมีอิทธิพลในอินเดีย หลังจากที่พุทธศาสนาถูกทำลายไปแล้ว จนเรียกว่า พุทธศาสนาในอินเดียฟื้นฟูมาได้จากพระไตรปิฎกของเถรวาทลังกานี่เอง
-ในขณะที่นิกายเถรวาทเริ่มนิยมในลังกา อินดียเหนือเป็นมาหยานและตันตระไปเกือบหมดแล้ว
- เถรวาทรับเอาคติปรัชญาหลายส่วนของมหายานเข้ามาใช้โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อต้องขึ้นจาริกแสวงบุญที่พุทธสถาน ถึงแม้จะนำพระไตรปิฎกที่ตนเชื่อว่าบริสุทธิ์กลับไป ก็ไม่ใช่ว่ามหายานและตันตระที่ครองพุทธสถานของพระพุทธเจ้าอยู่จะยอมรับ
- ผมจึงเขียน ว่า "รับเอาพระโพธิสัตว์มหายาน" เพราะเถรวาทเอาคติพระโพธิสัตว์มาใช้ในปรัชญามาประกอบอยู่ในพุทธประวัติและชาดกของตนด้วย
- เถรวาทเป็นผู้นำเรื่องพระพุทธเจ้า 5 พระองค์มาใช้ในการเผยแพร่ศาสนา ซึ่งในยุคก่อนหน้าไม่มี เพราะพระพุทธเจ้าเป็นมนุษย์ธรรมดา แต่มหายานพระพุทธเจ้ามีฐานะกึ่งเทพ
- เถรวาทใช้ชาดกและพุทธประวัติเช่นเดียวกับ"สถีรวาทิน" แต่รับเอาปฏิหาริย์ของมหายานมาใช้ด้วย โดยไม่ปฏิเสธ
- ชาดก 500 พระชาติที่นิยมในสุวรรภูมิก็มีต้นกำเนิดมาจากเถรวาทที่ลังกาผ่านมาทางพม่า ยิ่งผสมผสานกับมหายานได้ง่ายขึ้น
- พระโพธิสัตว์ จึงเข้ามาเป็นองค์ประกอบในนิกายเถรวาท ที่ทวารวดีและสืบต่อในยุคต่อมา


ย้อนกลับไปอ่าน นึกว่าจะอธิบาย นั่นมีแถมอีก

เขาพูดเรื่องพระโพธิสัตว์
ก็ไปพูดเรื่องชาดก

ขนาดอ่านยังมี"อคติ" ตีความไปซะอย่างนั้น
ตัวเองจะได้ดูดี ดู"ถูก" ดู"รู้เรื่อง"อยู่คนเดียวหรืออย่างไร

ประโยคสุดท้าย ไม่เอามาใช้ "การมีพระโพธิสัตว์ก็แปลกดีครับ ผสมผสานกันอย่างไรไม่รู้"
นอกจากดื้อแล้วยังพาลเปลี่ยนประเด็นคนเอื่นเขา

เราขุดพบพระโพธิสัตว์ในสถูปแบบทวารวดี ทุกที่ ทั้ง ๆ ที่ ศาสนาความเชื่อของทวารวดีเป็น"เถรวาท" แล้วมันผสมผสานกันที่"สุวรรณภูมิ" นี่แหละ ไม่ได้กลับไปที่อินเดียสมัยพุทธกาลอะไรที่อ้าง วิกิพีเดีย เรื่อง
ชาดก อะไร มั่ว ๆ กลัวคนอื่นเขาไม่รู้

ที่ถามว่าเคยขุดสถูปไหม ก็เพราะเหตุนี้แหละ
เถรวาทที่ลังกาเป็นอย่างไร
เถรวาทที่สุวรรณภูมิ อาจจะไม่ต้องเหมือนเปี๊ยบกับที่ลังกาหรือในอินเดียก็ได้

ที่ย้ำถามก็เพราะ มันมีรูปพระโพธิสัตว์ประดับ"สถูป"ทวารวดีอยู่
และมีอิทธิพลของชาดก 10 550  ประกบอยู่ในสถูปเดียวกัน

ไม่เคยขุดก็ยังไปแขวะชาวบ้านเขาอีก

อธิบายเรื่องชาดกทำไม จับผิดเป็นประโยคเลยนะอย่างนี้
อ่านทั้งหมด อ่าน"บริบท"ด้วย จะได้ไม่แสดงการ"อ่านไม่ขาด" "ตีความตามใจ"

ออกมาโชว์เก๋า เก๋า

อายชาวโลกเขาเปล่า ๆ






บันทึกการเข้า

นักวิชาเกินในบอร์ดวิชาการ
วรณัย
อสุรผัด
*
ตอบ: 84


คนธรรมดาที่แสนธรรมดา


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 11 ก.ย. 07, 09:26

อันนี้ก็ขอท้วงบ้าง จะได้สมน้ำสมเนื้อครับ
เรื่องศาลตาผาแดง ผมอยากให้รู้ ปรางค์เขาปู่จา พุทธศตวรรษที่ 16 ที่สร้างอยู่บนยอดเขา จุดสูงสุดของวัฒนธรรมเขมรโบราณ ในภาคเหนือ
ส่วน"ศาลเทพารักษ์" อยู่ในพุทธศตวรรษที่ 17 ตอนปลาย เพราะเครื่องแต่งกายของเทวรูปที่พบ มีลักษณะที่ล้าหลังจากสมัยนครวัดมาแล้ว

ส่วนเมืองเก่าที่สุดของสุโขทัย อยู่ที่วัดพระพายหลวง ในราวต้นพุทธศตวรรษที่ รูปแบบคูน้ำรูปสี่เหลี่ยมและศาสนาสถานตั้งอยู่ตรงกลาง เป็นผังเดียวกับนครวัด ส่วนตัวปราสาท ถูกดัดแปลงหลายครั้ง
จนกลายมาเป็นปรางค์สามองค์ในคติ"วัชรยานตันตระ" ที่ปรางค์วัดพระพายหลวงเราขุดพบพระไภษัชยไวฑูรยประภาในซุ่มเรือนแก้ว อันแสดงถึงศาสนาสุคตาลัยแห่งอโรคยศาลารูปแบบเดียวกัน ก็พบที่วัดมหาธาตุพิษณุโลก


บันทึกการเข้า

นักวิชาเกินในบอร์ดวิชาการ
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 11 ก.ย. 07, 09:28

ไม่ได้บอกครับ ว่าชาดก 500 พระชาติ เป็นของมหายาน ตรงนี้ไม่เคยเขียน เป็นการตีความของผู้อ่านนะครับ
ส่วนการที่เถรวาทจะไปยืมพระโพธิสัตว์ มหายานมาใช้ในชาดก 500 พระชาติก็ไม่แปลกอะไร

นี่ไงครับ หลุมพรางที่ว่า สรุปว่า คุยกันคนละภาษา
ท่านใช้คำว่าพระโพธิสัตว์โดยเจาะจงว่าเป็นรูปเคารพแบบมหายาน
ส่วนผมใช้แบบเถรวาท ที่เรียกอดีตชาติของพระพุทธองค์ ไม่ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตแบบใดว่า
พระโพธิสัตว์

แต่ที่ท่านยืนยันมานั้น ก็ยังขัดแย้งกับข้อเท็จจริงอยู่ดีแหละครับ
ท่านบอกว่า เถรวาทยืมพระโพธิสัตว์มหายานมาใช้ในชาดก 500 พระชาติ
ตรงนี้ แปลว่า มีคติพระโพธิสัตว์มหายานอยู่ก่อนแล้ว เถรวาทค่อยมายืมไป
ก็ชาดก 500 พระชาตินั้น มีอยู่แล้วในพระไตรปิฎก เอาล่ะ อาจจะไม่ใช่พระไตรปิฎกส่วนที่เก่าที่สุด
ผมจึงต้องไปขอยืมรูปจำหลักที่สาญจีมาแสดงไงครับ
หรือจะบอกอีกว่าศิลปะที่สาญจี ซึ่งประมาณกันว่าเก่าแก่ถึงพระเจ้าอโศก
เป็นมหายาน......

เอาอย่างนี้นะครับ ขอให้ไปอ่านพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 5 ที่ราชบัณฑิตสภาเชิญลงพิมพ์เป็นบทนำของหนังสือชุดนิบาตชาดก
อาจจะหาอ่านยากหน่อย แต่ในห้องสมุดมาตรฐานควรจะมี
ทรงเล่าถึงความพ้องกันระหว่าคติระลึกชาติ อันเป็นที่มาของนิบาตชาดก ว่า เป็นความเชื่อทั่วไปของมนุษย์
และทรงยกตัวอย่างจากอารยธรรมกรีกโบราณประกอบพระราชนิพนธ์ด้วย
นักวิชาการรุ่นหลังทั้งโลก ก็เห็นพ้องว่าต้นธารแห่งชาดกนั้น
เป็นของเก่าแก่เนิ่นนาน จนไม่มีใครอ้างเป็นเจ้าของได้
มีแต่คุณวรนัยเท่านั้น ที่บอกว่าชาดก 500 พระชาติ มาจากคติพระโพธิสัตว์ของมหายาน

สำหรับน้องๆ ที่อ่านถึงความเห็นเรื่องนิกายนั้น ขอแจ้งความเห็นส่วนตัวของผมสักเล็กน้อยว่า
เราไม่ควรใช้คำด่า มาเรียกนิกายที่เรานับถือ คำว่าหีน แปลว่า แคบ ต่ำต้อย เป็นคำไม่ดี
เป็นคำเหยียดที่ฝ่ายหนึ่ง ขนานนามให้แก่พระพุทธศาสนาแบบที่เราใช้อยู่ในประเทศไทย
สาธุชนพึงเรียกพระศาสนาของเราด้วยคำที่เป็นกลาง ตรง ไม่บิดเบือน และมีความเหมาะสมว่า
เถรวาท
บันทึกการเข้า
วรณัย
อสุรผัด
*
ตอบ: 84


คนธรรมดาที่แสนธรรมดา


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 11 ก.ย. 07, 09:32

ปรางค์วัดเจ้าจันทร์ รัชกาลที่หก ไปพบเศียรพระอิศวรแบบเขมร ในกองปรักหักพัง
วัดศรีสวาย พบทับหลังพุทธศตวรรษที่ 16 และรูปพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
วัดพระพายหลวง เพึ่งแปลงจากพุทธศาสนานิกาย"วัชรยาน"แบบเขมรมาเป็นศาสนสถานแบบ"เถรวาทลังกาวงศ์"ในสมัยต่อมา





บันทึกการเข้า

นักวิชาเกินในบอร์ดวิชาการ
วรณัย
อสุรผัด
*
ตอบ: 84


คนธรรมดาที่แสนธรรมดา


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 11 ก.ย. 07, 09:46

มีแต่คุณวรนัยเท่านั้น ที่บอกว่าชาดก 500 พระชาติ มาจากคติพระโพธิสัตว์ของมหายาน

อีกแล้ว ผมไม่ได้เขียนบอกอย่างนั้น
ฟังดี ๆ นะครับ ผมหมายถึง " นิกายเถรวาท เพิ่งเอาเรื่องราวของพระโพธิสัตว์ ในศาสนายุคก่อนหน้า จะเป็นมหายาน จะเป็น สถีรวาทิน หรือจะเป็นมหาสังฆิกะ มาใช้แบบมีอิทธิฤทธิ์ มีปฏิหารย์ มาประกอบอยู่ในชาดก ซึ่ง"มหายาน" เขาใช้มาก่อน แต่เถรวาทนำมาผสมผสาน ทั้งที่ในลังกา และนำมาผสมผสานที่"ทวารวดี" ผ่านการสร้างเรื่องราวชาดก 500 พระชาติขึ้นมาใหม่ในลังกาแล้วมาขยายเป็นเครื่องมือในการสื่อสารและเผยแพร่พระพุทธศาสนาของลัทธิเถรวาท"
พระโพธิสัตว์ที่เคยโลดแล่นอยู่ในเฉพาะมหายาน จึงเข้ามาอยู่ในส่วนของ"พุทธประวัติและชาดก"ของเถรวาท ที่ยึดถือตามแนวปฏิบัติเดิมของปรัชญาพุทธสายสถีรวาทิน


และที่ทวารวดี เราพบพระโพธิสัตว์ร่วมกับชาดก ประดับสถูปสถาน จะว่าเป็นศาสนามหายาน ก็ช่ จะว่าเป็นเถรวาท ก็ไม่ผิด เพราะมัน"แปลกดียังไงไม่รู้" ที่ทั้งสองนิกายมาบรรจบในสัดส่วนที่พอเหมาะสม
พระพุทธเจ้าเคยมีหนึ่งเดียว ก็เลยมี 5 พระชาติจากเถรวาทที่รับมาจากมหายานอีกที



ก็ยังจะให้ผม บอกว่าชาดกมาจากมหายาน อยู่นั่นแหละ
บอกว่ายืมพระโพธิสัตว์มาใส่ไว้ในชาดก ครับ

บันทึกการเข้า

นักวิชาเกินในบอร์ดวิชาการ
วรณัย
อสุรผัด
*
ตอบ: 84


คนธรรมดาที่แสนธรรมดา


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 11 ก.ย. 07, 10:41

"กลางเมืองสุโขทัยนี้มีพิหารมีพระพุทธรูปทอง มีพระอัฐฐารสมีพระพุทธรูป มีพระพุทธรูปอนนใหญ่ มีพระพุทธรูปอนนราม มีพิหารอนนใหญ่ มีพิหารอนนราม"จารึกหลัก 1 ไม่ได้กล่าวถึงเรื่อง"ลังกาวงศ์" และ"การรับศาสนา" มีกล่าวในจารึกป่ามะม่วงหลัก 2 เท่านั้น
เจดีย์ประธานทรงกลมก็ไม่เคยถูกกล่าวในหลัก 1 ครับ
"1209 ศกปีกุน ให้ขุดหาพระธาตุออกทั้งหลายเห็นกระทำบูชาบำรุงแก่พระธาตุได้เดือนหกวัน จึงเอาลงฝังในกลางเมืองศรีสัชนาลัยก่อพระเจดีย์เหนือหกจึงแล้วตั้งงวยงมาล้อมพระมหาธาตุสามเข้าจึ่งแล้ว"

พระสถูปตามคติความเชื่อ เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และเครื่องสืบพระศาสนา เพราะหากสิ้นกัลป์พระสมณโคดมเมื่อไหร่ ก็จะถึงแก่กาลกลียุค ผู้คนในยุคหน้าจะได้มาพบพระสถูปเพื่อนำพระศาสนาให้สืบต่อไป"
นิกายเถรวาท มีคติการสร้างสถูปเพื่อบรรจุพระพุทธรูปและพระเครื่องจำนานมาก เพื่อเตือนใจเรื่องพระอนาคตพุทธะ ศีอาริยเมตตไตรยจะออกมาจากพระเจดีย์ในกัลป์หน้า และให้ผู้คนนำเครื่องเตือนใจเหล่านั้นไปใช้เพื่อสืบพระศาสนา นอกเหนือจากการบรรจุพระบรมธาตุ


พระปรางค์ เป็นคติของปราสาทแบบจักรวาล
พุทธศาสนาวัชรยานตันตระนำมาแปลงใช้เป็นปราสาทแห่งพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ ตั้งแต่ก่อนเกิดสุโขทัย
เถรวาทมารับเอาก็เปลี่ยนอีกที เอาพระโพธิสัตว์ใหญ่ ๆ ออกหมด
"แปลง" ปราสาทให้มาเป็น"พระมหาธาตุ" ของวัด
และยืมศิลปะแบบวัชรยานที่รับมาจากฮินดูตันตระ มาใช้สืบเนื่องต่อมาทั้งในสุโขทัย เพชรบุรี สรรคบุรี พิษณุโลก ราชบุรี ฯลฯ ไม่ใช่มีที่สุโขทัยเพียงที่เดียว
แต่อิทธิพลของวัชรยาน ก็สุดที่สุดโขทัย จึงไม่เคยพบปรางค์ในพุทธศตวรรษที่ 20 ในเขตเหนือสุโขทัยขึ้นไป

ปรางค์คือปราสาทแห่งพระอมิตาภะ ซ้ายเป็นพระโพธิสัตว์อวโลกิดตศวร ขวาเป็นพระนางปรัชญาปารมิตา ซึ่งเป็นคติของ"มหายาน"
ปรางค์สามองค์แทนพระพุทธเจ้าไภษชยคุรุ ซ้ายขวาป็นสูรยประภา และจันทประภา
หรือพระพุทธเจ้าในนามของ"พรศรีอาริยเมตไตรย"จะขนาบซ้ายขวาด้วยนางตาราภฤกุฎีและนางตารากุรุกาลา อันเป็นศักติของพระองค์ ในคติแบบตันตระ
ซึ่งอยู่ที่ผู้สถาปนาปราสาทจะกำหนดไว้ว่าสร้างใน"มันดาราอะไร เพราะแต่ละผู้สร้างจะมีพระโพธิสัตว์คนละองค์เป็นพลัง
พระเจ้ชัยวรมันที่ 7 มีพระมหาไวโรจนะ หรือ ชินพุทธะองค์ที่ 6 หรือ พระวัชรสัตวพุทธะ เป็นพระประจำพระองค์ จึงสร้างปรางค์ในคติ"เทพโพธิสัตว์ประจำตัว"ของพระองค์

อิทธิพลของศาสนาพุทธแบบวัชรยานตันตระ ของเขมรบายนปรากฏที่สุโขทัย ก่อนการเกิดของ"สุโขทัยของคนไทย " มานานกว่า 300 ปี

เรื่องอิทธิพลของเขมรโบราณก่อนกำเนิดสุโขทัย ผมเขียนไว้ที่นี่ครับ ใครสนใจก็เชิญได้ครับ
 http://www.oknation.net/blog/voranai/2007/06/20/entry-2


บันทึกการเข้า

นักวิชาเกินในบอร์ดวิชาการ
วรณัย
อสุรผัด
*
ตอบ: 84


คนธรรมดาที่แสนธรรมดา


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 11 ก.ย. 07, 11:53

การกำเนิดของลัทธิมหายานในราวพุทธศตวรรษที่ 7 ปรัชญาความเชื่อและคำสอนที่รับมาจาก"มหาสังฆิกะ" ที่ว่าพระพุทธเจ้าอยู่เหนือโลก และไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา และนิกาย"สรรวาสิติวาท"ที่เน้นการบำเพ็ญบารมี 6 ประการของพระโพธิสัตว์ ( และพัฒนามาเป็น 10 ประการในยุคต่อมา) อันจะนำไปสู่การบรรลุสู่นิพพานได้โดยทุกคนที่ปฏิบัตามแบบแผนนี้ ก็จะสามารถทบรรลุได้ทันที

พระโพธิสัตว์ของมหายาน ไม่เคยถูกใช้โดยหินยานก่อนเกิดนิกายเถรวาท
เพราะมหายานเชื่อแตกต่างไปจากหินยาน อันเป็นคำเรียก กับกลุ่มนิกายต่างๆ ที่ต่อมากลายมาเป็นเถรวาท
หินยานแปลว่า"ยานเล็ก" มีจุดมุ่งหมายเฉพาะพระอรหันต์ หรือบุคคลที่เข้าไปอยู่ในการปฏิบัติ ถึงจะบรรลุ
มหายานถือตนว่าเป็น "ยานใหญ่" เพราะเป้าหมายใหญ่กว่า ทุกคนสามารถบรรลุได้  โดยปฏิบัติตามพระโพธิสัตว์ ผู้ที่สละทางโลก แต่ไม่สละความช่วยเหลือทางโลก

พระโพธิสัตว์หมายถึง สัตว์โลกผู้แสวงหาโพธิญาณเช่นพระพุทธองค์ และอุทิศส่วนบุญกุศลที่สะสมไว้ให้แก่ผู้อื่น
ซึ่งนิกายต้นกำเนิดของเถรวาท ไม่มีความเชื่อเรื่องการแบ่งบุญ อยากได้ต้องทำเอง

เถรวาทลังกาจึงนำคติการอุทิศส่วนกุศลผลบุญ ไปให้คนนั้นคนนี้ ให้กับบรรพบุรุษ การสะสมบุญ ที่ได้จากมหายานมาใช้ จนคนในปัจจุบันคิดว่า ...สัพเพสัตตา เป็นของต้นกำเนิดสายสถีรวาทิน ซึ่งไม่ใช่เลยครับ

พระโพธิสัตว์คือ "ผู้กระทำการยากให้สำเร็จ เป็นมนุษยพุทธะผู้ยิ่งใหญ่ ที่ปฏิบัติด้วยความเพียรเพื่อบรรลุนิพพาน แต่ไม่ประสงค์จะได้นิพพานเพื่อส่วนตัวคนเดียว แต่เพื่อชาวโลกทั้งมวลได้หลุดพ้นไปด้วย"

ซึ่งจนถึงวันนี้ เถรวาทก็ยังคงเชื่อว่า พระพุทธบรรลุนิพพานเพียงพระองค์เดียวและนักบวชในศาสนาก็มีโอกาสบรรลุ

หินยาน คือทางหลุดพ้นของคนหมู่น้อย นักบวช
มหายาน คือทางหลุดพ้นของมนุษย์ทั้งมวลที่บำเพ็ญบารมี 10 ประการแห่งพระโพธิสัตว์ "ศีล วิริยะ ขันติ ญาณ ปัญญา อุปายะ ปณิธาน พละ ชญาณ"ซึ่งมันยาก วิธีการเข้าถึงมันก็เลยเปลี่ยนแปลงให้ง่ายเข้า กลายมาเป็นวัชรยาน ที่เอารูปเคารพแบบตันตระเข้ามาแทนที่บารมีทั้ง 10 และผสมผสานไปตามเป้าหมายของผู้บำเพ็ฐเพียร

เช่นพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงต้องการความยิ่งใหญ่ ก็ทรงบรรลุด้วยการบูชาพระมหาไวโรจนชอนพุทธะพระองค์ที่ 6 ที่สร้างขึ้นเอง ให้เหนือเหล่าพระโพธิสัตว์ มนุษย์พุทธะทั้งปวง เพราะพระองค์ต้องการครองอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่

ผมสัมฤทธิ์ทางโลก จึงเปนเรงผลักดันให้วัชรยานตันตระ กลายมาเป็นเครื่องมือทางจิตใจ ในการควบคุมคนในแผ่นดิน
จนกลายมาเป็นมนตร์ดำทางไสยศาสตร์ และการสาปแช่ง ซึ่งปรากฏในจารึกของฮินดูและวัชรยานหลายหลัก

และปรากฏมาถึงปัจจุบัน คือคุณไสยแบบเขมรที่หลงเหลืออยู่จาก"ศาสนาพุทธสายวัชรยานตันตระโบราณ"

   


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า

นักวิชาเกินในบอร์ดวิชาการ
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 11 ก.ย. 07, 12:09

เฮ้อ เฮ้อ เฮ้อ.....
ใจเย็นๆ ค่อยๆ พิมพ์ ค่อยๆ อธิบายก็ได้ครับ พืดผิดพืดถึก เดี๋ยวก็ต้องมาแก้คำผิดกันอีก วุ่นวายเป่าๆ

เวลาที่เราประเมินความสำคัญของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในระดับผังเมืองนั้น
เราต้องใช้ภูมิสถานและสิ่งแวดล้อมทางสถาปัตยกรรมมาประกอบอย่างรอบคอบ
เราไม่ไปเน้นว่า สิ่งนี้เก่ากว่า จึงสำคัญกว่า แต่เรามองว่า ใน built environment หนึ่งๆ
(ขออำไพที่ต้องใช้ศัพท์ต่างด้าว) อะไรคือประธานแห่งอาณาบริเวณ สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมอย่างไร
การพบปราสาทเก่าแก่บนภูเขาอันลี้ลับ ที่เมืองลูกหลวงห่างออกไป
กับการพบปราสาทที่อ่อนกว่า(นิดหน่อย) แต่ครอบครองพื้นที่กลางผืนดินอันกว้างใหญ่
ที่จะกลายมาเป็นเมืองราชธานีนั้น ศักดิ์ทางประวัติศาสตร์ต่างกันมาก

เมื่อเราเห็นชัดว่า สิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุด ในเมืองสุโขทัย คือศาลตาผาแดง
(ซึ่งยังไม่มีผู้ใดสามารถระบุชัดว่า เป็นศาสนสถานเพื่อกิจการใด มีแต่คุณวรณัย-อีกเระ ที่รู้ว่าเป็นศาลเทพารักษ์)
เราก็ต้องมองให้ทะลุว่า สถาปัตยกรรมในอารยธรรมเขมร มาทำอะไรกลางเมืองหลวงของพ่อขุนราม
แถมอยู่มาก่อนท่านตั้งสองร้อยปี แล้วท่านก็ไม่รื้ออีกด้วย
บอกว่าเป็นศาลเทพารักษ์ น้องๆ ก็อาจจะงงว่า ก็ใหนในจารึกของพระองค์ กล่าวถึงพระขพุงผีบนเขา ที่เจ้าเมืองต้องไหว้ดีพลีถูก
แล้วเทวดาระดับเทพารักษ์มาเปิดออฟฟิสใหญ่โตกลางเมืองได้อย่างไร
น้องงงฮ่ะ งง

ก็ต้องบอกน้องว่า ล้วนแต่เดาทั้งนั้น เกิดทันเสียเมื่อไร
แต่เราเดากันไปตามฐานความรู้ที่แต่ละคนสะสมมา
ถ้าน้องรู้ว่า ศาลตาผาแดงนั้นใหญ่โตเพียงใหน แล้วรูปเทพนั้นมีหลายองค์และงดงามเพียงใด
น้องก็คงทราบเองแหละ ว่าควรจะแบ่งน้ำหนักไปยังปราสาทบนภูเขาอันไกลโพ้น สักเท่าไรดี
และต้องจินตนาการต่อว่า ราชวงศ์สุโขทัย ต้องทำอะไรมากแค่ใหน กว่าจะสร้างวงศ์ขึ้นในดงอารยธรรมแบบเขมร

มาพูดถึงผังเมืองอีกหน่อย
เมืองสุโขทัยนั้น ไม่ใช่ของเล่นๆ เป็นหนึ่งในงานผังเมืองระดับเอกอุ
คนที่จะสร้างขึ้นได้ ต้องใช้หลายอย่าง ที่เมืองเล็กเมืองน้อย ไม่มี หรือไม่อาจเอาชนะได้
จะบอกว่า มันเป็นระบบสติปัญญาที่ต้องสั่งสมน่ะครับ
ทีนี้ ท่านไปเห็นคูน้ำล้อมรอบศาสนสถาน ท่านก็ฟันธงเปรี้ยงเลยว่ายุคใหนยุคใหน
น้องๆ ยั้งไว้ก่อนนะครับ เดียวธงกระเด็น

ศาสนสถานที่วัดพระพายหลวงนั้น จะลากไปถึงนครวัดแล้วบอกว่าเป็นผังเดียวกัน
ก็เหมือนบอกว่างูดินเป็นเช่นเดียวกับพญาจงอาง เพราะเดินทางด้วยท้องที่ติดดินอย่างเดียวกัน
ประมาณนั้นแหละครับ
ผังของอังกอร์ ไม่มีอะไรที่ส่งมาถึงพระพายหลวงเลย ไม่มีแม้เงา
เอาง่ายข้อเดียวพอ อังกอร์เป็นภูเขาจักรวาลที่ลดรูปลงอย่างสมบูรณ์แบบ(ที่สุด เท่าที่มนุษย์กระทำได้)
เป็นจักรวาลแห่งเดชานุภาพของพระวิษณุ เป็นฮินดูไวษณพนิกาย
แต่พระพายหลวงเป็นหมู่ปราสาทบนพื้นราบ ดูเหมือนจะแปลงจากคติมหายานอีกต่อหนึ่ง
เอาไปผสมกัน หรืออ้างที่มาว่าต่อเนื่องกัน คนเขาจะปรามาสว่า เพิ่งเริ่มเรียนหรือไงจ๊ะ

แล้วน้องต้องรู้ด้วยนะครับ ว่าคูน้ำอะไรที่เห็นอยู่ทุกวันนี้น่ะ เป็นนวัตกรรมจากรถแทร๊คเตอร์
โดยฝีมือบงการของมนุษย์ที่น่ารังเกียจมากที่สุดคนหนึ่งในทางโบราณคดี ไถที่สร้างภูมิทัศน์ตอแหลขึ้นมาดื้อๆ
จากพื้นที่เดิม อันมีผู้คนอาศัยต่อเนื่องมาเจ็ดร้อยปี
ท่านอาศัยอำนาจอธรรม ไถประวัติศาสตร์เจ็ดร้อยปีนั้นทิ้ง สร้างสนามกอล์ฟหรืออะไรที่อุบาทว์คล้ายกันขึ้นมา
แล้วปักป้ายว่าอุทยานประวัติสาดเสียเทเสีย

ตรงกลางที่เป็นปราสาทสามหลังนั้น น้องก็อย่าด่วนสรุปว่าเป็นวัชรยาน เป็นตันตระ เป็นอโรคยาศาล
เพียงเพราะอยากใช้ศัพท์เท่ๆ แบบนี้รัชกาลที่ 4 ทรงเรียกว่า ยกศัพท์อวดตุ๊กแก
คำพวกนี้ จะใช้ ต้องถ่องแท้หน่อยนะครับ อย่างเช่น ศาสนสถานที่เป็นอโรคยาศาล มันมีรูปแบบจำเพาะ
อย่าบุ่มบ่ามชี้ปรางค์สามองค์เป็นอโคยาศาล
และอย่าบุ่มบ่ามเจอปรางค์สามองค์เข้าเมื่อไร เป็นบอกว่าคือวัชรยาน

เรื่องพวกนี้มันยาวออกนอกสุโขทัยไปมาก น้องๆ อาจจะสับสนได้
พี่เองมีความรู้น้อย ก็จะกล่าวถึงแต่พ่อขุนรามตามหัวข้อกระทู้ก่อนเห็นจะพอเหมาะ
เดี๋ยวจะมาอธิบายเรื่องเจดีย์กลมไม่กลมต่อ
บันทึกการเข้า
วรณัย
อสุรผัด
*
ตอบ: 84


คนธรรมดาที่แสนธรรมดา


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 11 ก.ย. 07, 12:50

รัชกาลที่ 6 บอกครับ เป็นศาลเทพารักษ์เมืองสุโขทัย ไม่ใช่ผม หลุดอีกแล้ว

อันต่อมา ชุมชนแม่น้ำรำพัน ก่อนเกิดสุโขทัย ก็ขุดค้นทั้งทางวิชาการและลักลอบขุด พบชุมชนหนาแน่น ก่อนไปตั้งสุโขทัย ตรงนี้คือบริบททางสิ่งแวดล้อมที่ไม่เคยกล่าวถึง

จะเอาประเด็นแต่ศาลตากผ้าแดง ตามที่ชาวบ้านเขาเรียก และกรมศิลป์มาจัดให้เพราะพริ้งมาว่ากัน

จับผิดเก่งจังนะ ท่าทางจะไม่เคยมองใคร"ถูกต้อง"ไปกว่าตัวเองเลยสิท่า

ก่อนเกิดสุโขทัย มันมี"พัฒนาการ"ครับ
ปรางค์เขาปู่จา อยู่ใกล้สุโขทัยแล้วจะโยนไปให้เป็นของล้านนาก็คงแปลก

หลักฐานในเมืองที่"ซ้อนทับ" ก็ควรแยกด้วย ไม่ใช่เหมาโหล ขนมส่งก่อนกับของส่งหลัง อร่อยต่างกัน

สมัยหนึ่งเขาปู่จา "อาจจะ" เป็นอาณานิคมแรกของเขมร ก่อนย้ายไปที่วัดพระพายหลวง และมาสร้างปราสาท สุรุกแบบศาลเดี่ยวบูชาบรรพบุรุษ ซึ่งไม่มีสำคัญเลย ในเวลาที่สุโขทัยยังไม่เกิดเป็นเมือง
แล้วมาบอกว่าให้ดู built environment นี่ไครับดูแล้ว

ไม่ใช่มาดูของ"คนละสมัยกัน"ในสุโขทัยแล้วเอามาเทียบกันในระนาบเวลาเดียวกัน ตรงนี้ตลก กำแพงเมืองสุโขทัยสร้างหลังศษลตาผาแดงหรือ"ศาลเทพารักษ์"ที่รัชกาลที่ 6 เรียก ถ้าไม่รู้อายเขาแย่เลย

สุโขทัยไม่ได้เนรมิตรได้ในรัชกาลเดียวครับ

ก่อนหน้าและหลัง"สุโขทัย"ในอุดมคติ มีอะไรบ้าง ไม่ใช้เห็นวันนี้อย่างไร ก็เชื่อว่าสุโขทัยเกิดขึ้นมาเลยทันที
มันมีผู้คนเปลี่ยนแปลง ย้ายถิ่นเข้าออก ต่างความเชื่ศาสนา ล้วนสร้าง ซ่อม เปลี่ยนแปลง บูรณะไปตามความเชื่อของแต่ละยุค ไม่ใช่ตายตัว อย่างหนังสือให้ท่องจำอยู่ร่ำไป จากสุโขทัยจึงมาเป็นอยุธยา แล้วคนสุโขทัยตายหมดหรือไครับ

ศาลผาแดงไม่ได้สร้างกลางเมืองสุโขทัยนะครับ
มองอีกมมุม สุโขทัยต่างหากที่ย้ายเขามาสร้าง"รอบ"ศาลตาผาแดง

เรื่องศาลเทพารักษ์ ก็ไปประชดประชัน ร.6 เอานะครับ

ส่วนเรื่องเกลียดขอม หรือเขมร นั่นมันประวัติศาสตร์ที่ชอบท่องกัน ก็ตามจะเชื่ออันนี้ก็เชื่อ เพราะเหมือนได้อ่านนิทานตอนเด็ก ๆ
ในมุมผม พ่อขุนรามก็เป็นเชื้อสายขอมลูกผสมตระกูลไท เพราะตอนนั้นจอมพลป.ยังไม่เกิดเลยยังไม่มีคน"ไทย" ส่วนมุมใครมุมมัน

ถามจริง ๆ เหอะ เคยเห็นปราสาทบนพื้นราบที่เขาสร้างในลัทธิไวษณพนิกายบ้างไหมครับ
มันไม่มีภูเขา ก็สร้างได้ครับ ภูเขานั่นมันของไศวะเขาเป็นส่วนใหญ่

แล้วไอ้ผังแบบนี้ เคยเห็นหรือเปล่า มั่วอ้างไปงู ๆ ปลา ๆ เขามีความเชื่อ คติชนวิทยามากำกับวิถีชีวิตผู้คน ไม่ใช่กษัตริย์จะทำอะไรก็ทำ นั่นมันลิเกครับ
ผมโยงให้เห็นภาพชุมชนก่อนเกิดสุโขทัยนะครับ ว่า ชุมชนแบบนครวัดมาตั้งอยู่ที่นี่ ทางเหนือเมืองสุโขทัย
สระน้ำขุดไปตามคติ"จักรวาล" แทนมหาสมุทรสี่ทิศ หันหน้าไปทางทิศตะวันออกตรง ๆ  ถ้าเกิดหันไปทางเฉียง ๆ ก็ไม่กล้าอ้างหรอกครับเรื่อง"ลัทธิจักรวาล"เนี่ย

กลัวจะไปรักชาติ รักคนไทย ที่ไม่เคยปรากฏชื่อในจารึก มาอธิบายสุโขทัยอันยิ่งใหญ่ ก่อนหน้านี้เป็นเขมรหน้าเกลียด คนไทยประกาศเอกราช แล้วแยกแผ่นดินโดยการสร้างทุกอย่างให้แตกต่างไปจากเดิม ลิเกมาก ๆ ครับเอาไปเล่นตอนงานกรมศิลป์เรื่อง"พระร่วงส่วยน้ำ" เอาล่ะกัน

เอาหลักฐานทางโบราณคดีมาคุยกันดีกว่า

เรื่องรถแรกเตอร์ไถขุดคู "มั่วมาก"ไปแล้วครับ ใครก็พูดได้ ผมใช้แผนที่ทางอากาศเก่ากับแผนที่กรมศิลป์ปี 2510 และเอาภาพของ Google มาเทียบให้ดูครับ ว่าปราสาทตั้งอยู่ตรง"กลาง" ไหม
ส่วนคุณใช้อะไรหรือครับ หรือสั่งให้เขาขุดเอง ขุดเก่งนะครับ ไม่มีรายงานการขุดค้น หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเดะ เด๊ะ 

เรื่องป้าย เรื่องสนามกอล์ฟ ออกทะเลไปแล้วครับ กลับมาก่อนครับ

เรื่องอโรคยศาลา
รู้จัก"วัรชยาน"ไหมครับเนี่ย ไม่รู้ก็อย่ามาแสดงความไม่รู้ มันน่าเกลียด เหมือนเถียงจะเอาชนะ
รูปแบบมัน"จำเพาะ"อย่างไรครับ โชว์กึ๋นหน่อยสิ
สุคตาลัย ประจำอโคยศาลามีรูปแบบแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นครับ ไม่มีสถาปนิกไปคุมทุกที่หรอกครับ
ศึกษาบ้างหรือเปล่าครับ หรือ "อคติ" เพียงสุโขทัยต้องเป็นของคนไทย คนไทยน่าสงสารถูกกดขี่ ต้องสานตะลอมส่งน้ำไปเขมร
เลยจะมีเขมรมากกว่านี้ไม่ได้ในสุโขทัย

อ้างคำรัชกาลที่ 4 ดูเท่ห์ไหมครับ แหมเล่นเน็ตแบบเอาเจ้ามาสวมหัวเล่นเองเลย เป็นญาติฝ่ายไหนครับเนี่ย

ก็มันพบหลักฐานพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา อยู่ในปราสาทวัดพระพายหลวง
"อย่าเพิ่งตีความเป็นอโรคยศาลา" มันสิทธิของผม พระไภษัชยคุรุแบบสุโขทัย ก็เป็นแบบสุโขทัย คุณ"ไม่รู้" ก็ไม่ต้องมาค้าน
คนอื่นเขาจะเชื่อไม่เชื่อก็เรื่องของเขา

โชว์เก๋า แต่ไม่ใช่มาโชว์"ความไม่รู้"

หลักฐานมีมากมายครับ ที่มีพวกพยายามทำตัวเช่นนี้ปกปิด สมัยก่อนหนักหน่อย แอบไปทุบทำลายของเขมรในสุโขทัย เพราะเดี๋ยวพ่อขุนรามจะไม่ได้เป็นมหาราชเพราะไปลอกตัวหนังสือขอมมา

ยัง"ท่องจำ"หนังสือเก่า ๆ ก็เชิญท่องต่อไปครับ
รักษาไว้นะครับเดี๋ยวธงเก่า มันจะขาดมันจะผุ

ลูกหลานจะไม่มีธงโบราณไว้กราบไหว้บูชา




อีกรูป"วัชรยาน"ที่ซ่อนอยู่ในสุโขทัยครับ


   







บันทึกการเข้า

นักวิชาเกินในบอร์ดวิชาการ
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1882



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 11 ก.ย. 07, 13:04

ว่ากันในเนื้อหา ตอนนี้ก็กำลังมันครับ

แต่ถ้าลดดีดรีความร้อนแรงได้อีกสักนี้ดดดดดดดดดดดนึง ภารโรงอย่างผมคงไม่ต้องใจหายใจคว่ำมากนักครับ

ขอบคุณครับ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
วรณัย
อสุรผัด
*
ตอบ: 84


คนธรรมดาที่แสนธรรมดา


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 11 ก.ย. 07, 13:55

วัพระพายหลวง ปรางค์สามองค์ในคติวัชรยานตันตระ พุทธศตวรรษที่ 18

ศาลตาผาแดง ปราสาทประจำชุมชน ตามคติฮินดู ปลายพุทธศตวรรษที่ 17

บรรณาลัย ประจำปราสาทสรุก ปรากฏอยู่ทั้งสองด้านของอาคารหลัก ตามแบบผัง"ปราสาท"ตามคติฮินดู แต่อยู่ในใจกลางวัดมหาธาตุสุโขทัย ?






บันทึกการเข้า

นักวิชาเกินในบอร์ดวิชาการ
วรณัย
อสุรผัด
*
ตอบ: 84


คนธรรมดาที่แสนธรรมดา


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 11 ก.ย. 07, 14:03

พระวัชรสัตวพุทธะ ศาสนาพุทธนิกายวัชรยานแบบเขมร ที่ส่งศิลปะมายังสุโขทัยในยุคก่อนการรับ"เถรวาทลังกาวงศ์" ในสมัยพญาลิไท
พระโพธิสัตว์มหาไวโรจนะ/ชินพุทธะ? ของนิกายวัชรยานในเมืองเชลียง สวรรคโลก



บันทึกการเข้า

นักวิชาเกินในบอร์ดวิชาการ
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 11 ก.ย. 07, 14:08

เฮ้อ....เฮ้อ....เห้อออออ......อันนี้ถอนใจให้ตัวเอง
วันที่รถแทร๊คเตอร์เริ่มไถดะ สร้างคูน้ำผ่าเนินสูงๆ ต่ำๆ ที่ชาวบ้านอาศัยกันมาบนทรากโบราณสถาน ไม่รู้กี่ร้อยปีนั้นน่ะ
คุณอยู่ที่ใหน

แต่วิธีพิสูจน์นี่สิ ขำกลิ้งเลย โท่เพ่ ...เพ่เอารูปถ่ายเมื่อไม่กี่วันมานี่ มาอ้างอิง เพื่อบอกว่าปราสาทตั้งอยู่กลางสระ
มันจะไม่กลางได้ไงล่ะ ก็เขาทำรังวัด หามุมส่องกล้องจนพึงพอใจ แล้วเขาก็ลุยดะ
ทำได้ลงคอ เอางานรับเหมา มาเป็นหลักฐานเรื่องผังเมืองโบราณ.....กร๊ากกกกๆๆๆๆๆๆ
เศร้าอะ

แล้วแท่นที่คุณดีใจว่าเป็นวัชรยานที่ซ่อนอยู่ ได้ไปถามเจ้าหน้าที่หรือยัง ว่ามาวางไว้เมื่อไหร่
ขอแนะนำให้ไปถามพี่มะลิ โคกสันเทียะ ถ้าคุณจะตามท่านพบ

ที่ตาหลกที่สุดก็คือคุณเองเรียกศาลตาผาแดงว่าศาลเทพารักษ์
แต่บอกว่า เปล่า ร. 6 ทรงเรียก
นักวิชาการนะครับ ถ้าจะต้องอ้าง ควรอ้างให้ครบ เช่นที่ผมบอกว่ายกศัพท์อวดตุ๊กแก เป็นศัพท์รัชกาลที่ 4
แต่เมื่อคุณบอกออกจากปากเอง ว่าเป็นศาลเทพารักษ์ แล้วไม่บอกว่ามาจากใหน มันก็ต้องมาจากคุณ
แต่ที่สำคัญ คุณเชื่อความเห็นนั้นหรือไม่ คุณก็ต้องบอกให้ชัด

ผมเองน่ะนะ แทบจะไม่ได้ยึดถือพระราชนิพนธ์เที่ยวเมืองพระร่วงเป็นหลักฐานเลย
ไม่ใช่ว่าผมจะมาอวดว่า"เกลียดเจ้า" เพื่อความสมใจนึกอะไรสักอย่าง
แต่เพราะเหตุว่า ทรงค้นคว้าแบบที่ปัจจุบันเราไม่เชื่อถือกันแล้ว เว้นแต่จะเป็นข้อมูลทางกายภาพ
นั่นเป็นอีกประเด็นไม่เกี่ยวกับวินิจฉัย
แม้กระนั้นก็ยังทรงสงสัยอย่างเดียวกับที่ผมทักเรื่องพระขพุงผี

ทีนี้ ตกลง คุณจะยึดพระราชนิพนธ์ขนาดใหนกันแน่
ทางหนึ่งคุณประชดประชันอะไรก็ไม่รู้เรื่องคลั่งชาติ เรื่องสร้างนิยายพระร่วง
แต่ทางหนึ่งคุณอ้างพระวินิจฉัย โดยไม่บอกที่มา พอถูกทัก คุณบอกว่า ผมเปล่า ชี้ไปอีกทางเฉยเลย
เอาให้มันมีมาตรฐานหน่อยนะครับ ใจเย็นๆ ค่อยๆเรียบเรียงความคิด จะทำหกเสียเปล่าๆ

ตอนพิมพ์ก็ไม่มีใครแย่งแป้นพิมพ์มิใช่หรือ
บันทึกการเข้า
วรณัย
อสุรผัด
*
ตอบ: 84


คนธรรมดาที่แสนธรรมดา


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 11 ก.ย. 07, 14:43

ขำพวกอ้างไปเรื่อย ไหนล่ะรายงานการขุดสระ บอกเล่มบอกปีมาสิ
อย่างนี้ใครก็พูดได้ ไปจำขี้ปากใครมาพูดก็ได้
ภาพถ่ายทางอากาศเก่าไม่เอามาให้ดูแล้ว เดี๋ยวจะว่าพ่อขุนรามเปิดซอง"จัดซื้อจัดจ้าง"เองอีก
ขำกลิ้ง ออกข้างคู  ๆ
หรือถ้ามันจะเกิดขึ้นในปัจจุบัน มารังวัดแล้วขุดใหม่เป็นสระ 4 เหลี่ยมตามทิศตะวันออก ก็เท่ากับกรมศิลปากรเขาทำลายหลักฐานทางโบราณคดี หรือสร้างใหม่ ไปว่าเขาส่งเดชได้อย่างไร
มีหลักฐานมาพูดหน่อย ไม่ใช่อ้างเลื่อนลอย

แล้ววัชรยานคืออะไรรู้หรือเปล่า หรือต้องให้ไปถามพี่มะลิอีก
ใครจะย้ายอะไรก็เรื่องของเขา แต่เขาจะย้ายมาจากเชียงใหม่หรือลพบุรี คงไม่ได้ เพราะมันต้องตั้งอยู่ในเมือง ส่วนจะตั้งตรงไหนมาก่อน ไม่สำคัญสำคัญว่า"มันคืออะไร" เถรวาทมีหรือเปล่า
รู้จริงหรือเปล่าเนี่ย ?

ไม่ถอนหายใจครับ เพราะสนุกกับการเห็นคน"มั่วนิ่ม"

จับคำผิดอีกแล้ว จะเรียกว่าอะไร ก็คือศาลตาผาแดง คนไม่รู้จริง ไม่อ่านงานเก่าของเจ้า แต่ทำเป็น"เสมือน"เจ้าเสียเอง แล้วไง มาบอก"มีแต่คุณวรณัย-อีกเระ ที่รู้ว่าเป็นศาลเทพารักษ์"ก็ต้องอธิบาย ไม่ใช่นักวิชาการใจแคบ ต้องอ้างคำเจ้ามา"กล่าวว่า"คนอื่น ไม่รู้ก็คือไม่รู้ อย่างมีแถออกนอกทางครับ คุณเปิดเรื่องนี้ไว้เอง

สุดท้าย ก็ผมบบอกแล้วไงครับจะศึกษาสุโขทัย ควรอ่านทั้งสองด้าน ด้านที่เจ้านายพระราชนิพนธ์และเขียนต่อกันมาเป็นกระแสหลักก็ต้องอ่าน ต้องค้นคว้าเพื่อจดจำวิธีคิด
ในขรเดียวกับ เหรียญมีสองด้าน ผมก็แนะนำให้ทุกคนที่สนใจในประวัติศาสตร์ที่มีความขัดแย้งสูง ให้อ่านงานของอีกผ่านหนึ่งด้วย เพื่อจะได้คิดเองและตัดสินใจเองได้ว่า อะไรควรเป็นอย่างไร เพราะคุณคนจะคิดไม่เหมือนกัน บนเงื่อนไขและปัจจัยพื้นฐาน

หลายคนอ่านทั้งสองงาน แล้วก็เป็นกลาง
แต่หลายคนสงสัย ว่าทะเลาะกันทำไม หลักศิลาจารรึกหลัก 1 ไม่ได้น่าสนใจ รวมทั้งผมด้วย
ก็เลยพาลสนใจไปถึงหลักฐานทางโบราณคดี  คติชนวิทยา ความเชื่อและศาสนา ซึ่งมันไม่เคยถูกนำใช้ในงานศึกษารุ่นก่อน ๆ

วิทยาการมันก้าวหน้าไปแล้ว

ใครจะรู้ว่ามีคนรุ่นใหม่ มาแอบขุดสระรูปจักรวาลขนาดใหญ่ที่สุโขทัยไว้ ซึ่งผมก็ต้องไปดูรูปเก่าก่อนปี 2510 ก็ชัดเจนดี คูน้ำไม่เป็นรูปสี่เหลี่ยมแต่ มีน้ำอยู่รอบเป็นโครงสี่เหลี่ยม เพราะตื้นเขินจากตะกอนและระดับน้ำไม่มาก การขุดลอกกระทำจริง แต่ก็เป็นไปตามร่องรอยเดิมของสระน้ำที่เคยมีอยู่ ไม่ใช่ขุดตามอำเภอใจอย่างที่คุณว่า

ผมใช้"ข้อมูล"ได้ทั้งสองทาง เพราะเลือกที่จะใช้ ไม่ใช่ติดยึดแล้ว"ข้ามาคนเดียว ข้าถูกคนเดียว"

และมาเล่นคำจับผิดคำ จับผิดแม้กระทั่งแป้นพิมพ์ !!!

ขำกลิ้ง

ถามอีกครั้งรู้จัก"ศาสนาพุทธลัทธิวัชรยานตันตระ" ที่สุโขทัยไหมครับ
ถ้าไม่รู้ก็ไม่ว่านะครับ จะได้เชื่อต่อไปว่า พ่อขุนรามคำแหงเอาลังกาวงศ์มาพิชิตฮินดูที่สุโขทัย ประกาศเอกราชทั้ง"ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์" เลยทีเดียว


บันทึกการเข้า

นักวิชาเกินในบอร์ดวิชาการ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 11
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.046 วินาที กับ 19 คำสั่ง