เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 8 9 [10] 11 12
  พิมพ์  
อ่าน: 43233 สุนทรภู่ไม่ใช่ผู้แต่งนิราศพระบาท
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 135  เมื่อ 30 ส.ค. 07, 21:10

เอกสารรัชกาลที่ 4 นั้น ผ่านตาผมไม่น้อย
ยังไม่เคยเห็นตรงใหนที่ระบุว่ารัชกาลที่ 5 บรรพชาสามเณร 2 ครั้งเลยนะครับ
อยากเห็นจริงๆ

ส่วนคูณบานาก็ อย่าไปดุแกเลยครับ แกเป็นยามรอบดึก งานอย่างนี้หาคนทำยาก....55555
พระราชพงศาวดารรัชกาลที่ 5 มีฉบับเดียว ขอเวลาไปอ่านสามเที่ยว แล้วจะมารายงานครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30437

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 136  เมื่อ 30 ส.ค. 07, 21:14


ปล. ขอโทษเถอะนะ คุณ Bana....ชื่อของคุณเทาชมพู ใช้พยัญชนะ "พ"
ไม่ทราบว่าทำไมคุณจึงเรียกคุณเทาชมพู ด้วยพยัญชนะ "ภ" "เทาชมภู"
สงสัยเหลือกำลัง

คุณหนอนบุ้งถามขึ้นมาก่อน    ดิฉันก็สงสัยเหมือนกันละค่ะว่าทำไมคุณBana ถึงสะกดนามแฝงดิฉันว่า เทาชมภู  นอกจากนี้   ก็ยังมีสมาชิกอื่นบางคนสะกดเหมือนกันเปี๊ยบ
เคยเห็นหนังสือเก่าๆสมัยรัชกาลที่ ๗  สะกด บางลำภู   สีชมภู     ไม่อยากคิดว่าคุณ Bana เป็นคนยุคนั้น
หรือหนุ่มฮิปฮอปเขาสะกดกันว่า ชมภู   เหมือนคุณทวด  เรามันตกยุคไปเอง

ชนกลางอากาศกับคุณพิพัฒน์  เลยมาพิมพ์เพิ่มเติม
อยากถามเหมือนกันว่า เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์บรรพชา ๒ หน  เพราะอะไร  คุณหนอนบุ้งระบุได้มั่นใจขนาดมีพ.ศ. กำกับมาด้วย แสดงว่าข้อมูลเรื่องนี้มีมูล
บันทึกการเข้า
หนอนบุ้ง
อสุรผัด
*
ตอบ: 113


ความคิดเห็นที่ 137  เมื่อ 30 ส.ค. 07, 22:08

ส่วนคูณบานาก็ อย่าไปดุแกเลยครับ แกเป็นยามรอบดึก งานอย่างนี้หาคนทำยาก....55555

คุณพี่พิพัฒน์ พูดแบบนี้ลำเอียงจัง   ลังเล

หนูอุตส่าห์หลังขดหลังแข็งพิมพ์มาให้ได้สนทนากัน

ถึงความรู้จะไม่แน่นเหมือนพี่ๆ หลายคน แต่หนูก็ตั้งใจนะค่ะ

แหม โดนจับผิด ทั้งไม่ผิดแบบนี้ หนูเสียกำลังใจจัง  ลังเล  ร้องไห้   ร้องไห้  ร้องไห้
บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 138  เมื่อ 30 ส.ค. 07, 22:14

1.ต้องขออภัยพี่หนอนบุ้ง  เพราะได้มีการบอกว่าอย่าพยายามยึดพระวินิจฉัยของสมเด็จฯท่าน  เลยอาจกล่าวล่วงไปหน่อย  อีกอย่างอาจดึกอย่างท่านพิพัฒน์ว่าแต่ไม่มีเจตนาจะทำให้โกรธหรือสงสัยจริงๆ
2.ต้องขออภัยท่านอาจารย์เทาชมพูเป็นอย่างสูง  ด้วยความสัตย์  ไม่มีเจตนานำชื่อของท่านมาล้อเล่นหรือล้อเลียนอะไร  และไม่มีเจตนาจะเขียนให้ผิดอย่างนั้น  และสัญญาว่าจะไม่ทำอีกเลย
บันทึกการเข้า
หนอนบุ้ง
อสุรผัด
*
ตอบ: 113


ความคิดเห็นที่ 139  เมื่อ 30 ส.ค. 07, 22:54

ลายทองที่ผนัง ไม่ใช่ว่า นึกอยากมีก็มีได้ เป็นของสูงและแพงจ้ะ
แพงทั้งทอง แพงทั้งรัก และแพงทั้งช่าง

๑. หนูว่าทองสมัยก่อนนั้นเมืองไทยเราล่อนเองในห้วย ก็พอได้ทองค่ะ
แล้วแต่ก่อน สำเภาต่างชาติมาซื้อข้าวจากไทย ก็เอาทองมาแลก
อัตราแลกเปลี่ยน ก็กำหนดกันเอง

ดังนั้นทองพอมี ไม่น่าแพงเกินเอื้อม
ทองบาทหนึ่ง ตีเปลวแล้วได้ตั้งแยะ ถ้าแปะผนังมณฑป จะใช้กี่บาทกันเชี้ยว?

ต้นรักขึ้นในป่า สมัยก่อนเดินหลีกแทบไม่พ้น กลัวคันง่ะ
น้ำยางดำเหนียว ไม่ต้องซื้อต้องหาที่ไหน หวดด้วยพร้าหรืออีโต้จึกเดียวก็ได้แล้ว
ช่างปิดทองที่รอดตายตอนกรุงแตก ถึงสมัย ๒๓๓๐ ก็อาจอายุ ๕๐++

โดยสรุป หนูคิดว่า ถูกทั้งทอง ถูกทั้งรัก และถูกทั้งช่าง
(อีกอย่างเจ้าภาษี นายอากร ที่รวยๆ คราบ้านเมืองมีงาน อย่าคิดว่าจะไม่โดนลงขันนะคะ)

๒. ถ้ากวีไปพระบาทในสมัย ร ๓ จริง
มีหรือจะไม่บรรยายเจดีย์คล้ายพระธาตุพนม?

บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 140  เมื่อ 30 ส.ค. 07, 22:59

คุณหนอนพิมพ์ยาว แต่คุณบา สรุปสั้น(ไปหน่อย) ถือว่าต่างก็พยายามแสวงหาความรู้
อย่าเคืองกันเลยนะครับ
กระทู้สุนทรภู่ ยิ่งมีสมาชิกน้อยๆ อยู่ หายไปละเหงาแย่
 ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 141  เมื่อ 30 ส.ค. 07, 23:07

เรื่องปิดทอง ขออธิบายอย่างนี้
ศิลปะในรัชกาลที่ 1 ไม่ใคร่มีทอง ท่านอาจจะไม่ทันสังเกต
ผมเคยบอกแล้วว่า แม้แต่ผนังพระอุโบสถพระแก้วมรกต ยังเป็นลายเขียนชาด
(จากสังคีติยวงศ์)
นั่นคืออาคารสูงศักดิ์ที่สุดในพระราชอาณาจักรแล้วนะครับ ยังมีทองไม่พอปิดเลย
ต้องรอถึงรัชกาลที่สาม ท่านจึงทำเสียหรูสุดๆ

การใช้สามัญสำนึก ต้องระวังว่าไม่มีข้อมูลแวดล้อมที่คัดค้าน
ไม่งั้นก็สันนิษฐานฟรี
เหนื่อยกว่าพิมพ์ดีดยาวๆ อีกนะนั่น....555555
บันทึกการเข้า
หนอนบุ้ง
อสุรผัด
*
ตอบ: 113


ความคิดเห็นที่ 142  เมื่อ 30 ส.ค. 07, 23:36

คุณพี่จ๋า
วัดพระเเก้ว ใหญ่ยาว 19 โยชน์
รายละเอียดไรต่อมิไรแยะไปหมด
ขนาดสัตว์ในป่าหิมพานต์ยังขนมาจนหมดป่า

ส่วนพระบาทนั้น เนื้อที่เท่าเเมวดิ้นตาย
จะทำดีนิดหน่อยปะไรมี

**ไหนๆ ก็คุยกันถึงช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น
ใครทราบบ้างคะว่า น้องสาวบุษบาท่าเรือจ้างเป็นใคร
หนูพึ่งอ่านเจอ แปลกใจ... ใยเธอมั่งมีถึงขนาดรับจำนำ
คาดบั้นพระเอว (เข็มขัด) เพชรของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ ได้
กว่าจะไถ่ ก็ตอนทรงเถลิงเเล้ว

ใครว่าหนูมั่วอีก จะค้อนให้ตาคว่ำเลยค่ะ ฮี่ๆๆๆ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 143  เมื่อ 31 ส.ค. 07, 00:01

น้องเอ๋ย
วัดพระแก้วเมื่อแรกสร้าง ไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่เห็นปัจจุบันนะครับ
มีพระอุโบสถหนึ่งหลัง ตั้งในวงล้อมพระระเบียง มีหอระฆังอยู่ข้างๆ
นอกพระระเบียงออกไป ขุดสระ ปลูกหอไตรกลางน้ำ ที่ด้านหน้า ริมสระ ก่อเจดีย์ทองสององค์
ถัดออกมามีหอพระมณเฑียรธรรม
เดากันว่า อาจจะมีหอพระเล็กๆ อีกหนึ่งหลัง อยู่ไกล็ๆหอพระมณเฑียรธรรม
(อ่านจากพระราชพงศาวดาร สังคีคิยวงศ์ และจดหมายเหตุพระศรีภูริปรีชา....)

ทั้งหมด มีแค่นี้เอง
ยกเว้นวัดโพธาราม ที่ทำอย่างใหญ่โตมโหฬารแล้ว วัดอื่นก็ขนาดกระทัดรัดครับ
มาจนปลายรัชกาลนั่นแหละ ที่เริ่มสร้างของใหญ่ อย่างวัดมหาสุทธาวาส วัดสระแก เป็นอาทิ

แม้แต่วัดพระแก้ว ถ้าไม่ใช่เพราะไฟไหม้หอไตร ท่านก็คงไม่สร้างพระมณฑปดอก

เชิญคุณบานามาค้าน
อยากเห็นตัวหนอน "ค้อนให้ตาคว่ำเลยค่ะ ฮี่ๆๆๆ"
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30437

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 144  เมื่อ 31 ส.ค. 07, 10:34

ฮี่ๆๆๆ หนูไม่ได้มั่วค่ะคุณพี่พิพัฒน์
หนูอ่านพบ 2 ครั้ง แล้วที่ว่า ร. 5 ทรงผนวชเป็นเณร 2 ครั้งแล้ว ก่อนเสด็จเถลิงราชสมบัติ
เจ้ากรรมที่พระราชพงศาวดาร ร. 5 ของคุณแม่ ขาดไปครึ่งเล่มแรก ยังไม่มีกะตังซื้อใหม่ค่ะ
เสียใจที่ไม่ได้เช็คด้วยมือตัวเอง แต่ดูรายละเอียดอย่างอื่นก็ตรงหมดค่ะ
ดูที่นี่ไปพลางๆ ก่อนดีมั้ยค่ะ
http://www.tv5.co.th/service/mod/heritage/nation/pastevent/past_ram42.htm
ข้อความจากเว็บที่ยกมา
๑๙ กรกฎาคม ๒๔๐๔
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ ครั้งยังไม่ขึ้นครองราชย์ ทรงบรรพชาเป็นสามเณร


ถ้าเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์บรรพชาเป็นสามเณร จริง เมื่อ ๑๙ กรกฎาคม ๒๔๐๔ เหมือนหลักฐานในเว็บ
ปีนั้นเป็นปีสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเทพศิรินทรฯ   พอดี
เป็นไปได้ไหมว่าเป็นการบวชเณรหน้าไฟ ระยะสั้นๆ  แล้วมาบรรพชาเป็นสามเณรอีกครั้งเมื่อโสกันต์แล้ว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30437

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 145  เมื่อ 31 ส.ค. 07, 20:42

ระหว่างรอคำตอบจากคุณพิพัฒน์เรื่องบรรพชา ๒ ครั้ง   ขอเปลี่ยนฉากมาอีกมุมหนึ่ง 

กรุณาอย่าลืมว่าเรามีเจ้านายผนวชอยู่วัดระฆังอีกองค์ ในนิราศพระบาท
เป็น" พระหน่อสุริยวงศ์ "ซึ่งมีคำขยายว่า "พระหน่อสุริยวงศ์ พระวังหลัง"  เป็นผู้ปฏิสังขรณ์วัดธารมา(ใหม่)   วัดนี้ก็อยู่ระหว่างบางปะอินกับอยุธยา
ไปค้นในเน็ต เจอสั้นๆว่า
วัดธารมา ปัจจุบันชื่อวัดธรรมาราม สร้างมาไม่น้อยกว่า414ปี พม่าเคยมาตั้งค่ายที่วัดนี้ และปรากฏบุคลสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับวัดธารมาคือพระอุบาลีมหาเถระ และพระอริยะมุนี้มหาเถระได้เผยแพร่พระพุทธศาสนาที่ศรีลังกา
                  - วัดธารมาตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา
http://www.school.net.th/library/webcontest2003/100team/dlbs089/summary.htm
ในนิราศพระบาทบอกไว้ว่า

เห็นวัดวาอารามตามตลิ่ง    ออกแจ้งจริงเหลือจะจำในคำเขียน
พระเจดีย์ดูกลาดดาษเดียร   การเปรียญโบสถ์กุฏิ์ชำรุดพัง
ถึงวัดธารมาใหม่ใจระย่อ      ของพระหน่อสุริย์วงศ์พระวังหลัง
อุตส่าห์ทรงศรัทธามาประทัง อารามรั้งหรือมางามอร่ามทอง


วัดธารมาเป็นวัดเก่าแก่  แต่ว่ามาปฏิสังขรณ์ใหม่ปิดทองงดงามด้วยเจ้านายวังหลัง   ถ้าหากว่ารู้ประวัติวัดว่าเจ้านายวังหลังองค์ไหนที่บูรณะปฏิสังขรณ์  เราก็น่าจะอนุมานได้ถึงยุคของนิราศพระบาท
คุณอาชาผยองไม่เชื่อว่าพระหน่อสุริยวงศ์ที่เป็นเจ้านายของกวี จะเป็นองค์เดียวกับพระวังหลังที่ซ่อมแซมวัดธารมา หรือตามที่กวีเรียกว่าวัดธารมา(ใหม่)
แต่ดิฉันว่าองค์เดียวกัน   คำว่าพระวังหลังเป็นคำขยายเท่านั้นเอง
เจ้านายวังหลังรุ่งเรืองอยู่แค่ ๒ ชั่วคน คือกรมพระราชวังหลัง และพระโอรส    พอถึงชั้นพระนัดดา ก็เงียบๆกันลงไปแล้ว     พระยศก็เป็นเพียงพระอนุวงศ์เท่านั้น
คำว่าวังหลังดูจะมีความหมายกับกวีที่แต่งนิราศพระบาทและนิราศเมืองเพชรยิ่งกว่าวังอื่น   เรายังคงจำหม่อมบุนนาควังหลังได้
ส่วนวังอื่นๆ ไม่ปรากฏชัดเจนว่าวังไหน     ในนิราศเมืองแกลงก็ไม่ระบุพระนามเจ้านาย    ในนิราศภูเขาทอง  เอ่ยถึงพระเจ้าแผ่นดินโดยตรงเลยทีเดียว
 
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 146  เมื่อ 31 ส.ค. 07, 21:22

รอเอกสารคุณบุ้ง เรื่องนี้ไม่เคยทราบว่ามี
ส่วนเรื่องวังหลังนั้น
อ่านหลายหนแล้ว ยังไม่เห็นว่ากวีจะมีความผูกพันธ์อะไรกับวังหลัง
ตัวแกเป็นข้าเจ้านายชั้นสูงอยู่แล้ว อ่านที่แกขี่ช้างก็น่าจะเดาได้ว่าเป็นกองคเชนทร์
ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีฐานะอันสูง สูงกว่าเป็นข้าวังหลัง

ที่อ้างถึงพระหน่อสุริยวงศ์ ก็เป็นคำตามแบบแผน ไม่กล่าวลงลึกเข้าไป
เดาว่าเหมือนเราเห็นวัดลิงขบก็คงเล่าแบบที่กวีเล่าไว้
แต่ตัวเราเป็นตำรวจจราจรก็คงเล่าเรื่องกองกำลัง การจัดเวร ตำแหน่งหน้าที่ มากหน่อย

กวีของเราท่านก็เล่าเรื่องขบวนเรือ เรื่องการเดินทางเป็นหลัก
เรื่องอื่น เป็นของแถมกระมังครับ

ร่องรอยไม่ชัดเจนจริงๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30437

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 147  เมื่อ 31 ส.ค. 07, 21:39

งั้นเอาใหม่
กลับไปอ่านอีกครั้ง    ดิฉันลองตีความใหม่ ที่ไม่เคยคิดมาก่อน
สมมุติว่าพระหน่อสุริยวงศ์ มีความหมายกว้างๆ ถึงเจ้านายชั้นพระราชโอรส หรือพระโอรส  จะเป็นไปได้ไหม

จนพระหน่อสุริย์วงศ์ทรงพระนาม     จากอารามแรมร้างทางกันดาร
ด้วยเรียมรองมุลิกาเป็นข้าบาท        จำนิราศร้างนุชสุดสงสาร
ตามเสด็จเสร็จโดยแดนกันดาร         นมัสการรอยบาทพระศาสดาฯ
   
ถึงวัดธารมาใหม่ใจระย่อ                 ของพระหน่อสุริย์วงศ์พระวังหลัง
อุตส่าห์ทรงศรัทธามาประทัง            อารามรั้งหรือมางามอร่ามทอง
ตรงนี้ แปลตามใจคุณพพ.และคุณอาชาผยองว่า  พระโอรสของกรมพระราชวังหลังมาปฏิสังขรณ์   แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นพระหน่อสุริยวงศ์องค์เดียวกับที่เป็นเจ้านายของกวี

ย้อนกลับมาถึงพระหน่อองค์ที่ไปพระพุทธบาท  รู้แน่ว่ากำลังบวชอยู่ แต่เป็นพระหรือเป็นเณร ไม่แน่เสียแล้ว
ฝ่ายพระหน่อสุริย์วงศ์ทรงสิกขา        ขึ้นศาลาโสรจสรงวารีศรี
ข้างพวกเราเฮฮาลงวารี                  แต่โดยดีใจตนด้วยพ้นพาย

คำว่า "พระหน่อสุริยวงศ์" เป็นคำมีความหมายเดียวกับ "พงศ์นารายณ์นรินทร์วงศ์" และ "พระจอมพงศ์อิศยม" ขอให้สังเกตคำว่า "พงศ์" ซึ่งมีความหมายเดียวกับ "หน่อ"

ถ้าเป็นยังงั้น เจ้านายที่ว่ามี ๒ พระองค์ ก็อาจจะเหลือพระองค์เดียว   เป็นพระราชโอรสพระเจ้าแผ่นดินที่เสด็จไปนมัสการพระพุทธบาท ขณะบรรพชาเป็นสามเณร ประทับอยู่ที่วัดระฆัง

ส่วนท่านกวีของเรานั้นแม้จะพายเรือ แต่ก็ไม่ใช่ไพร่ฝีพาย   บอกเอาไว้ชัดเจนว่าเป็น
อันพวกเราเหล่าเสวกามาตย์               เหนื่อยอนาถนิทราดังอาสัญ
แสนวิตกอกพี่นี้ผูกพัน                                 ให้หวั่นหวั่นเวทนาด้วยอาวรณ์
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30437

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 148  เมื่อ 31 ส.ค. 07, 21:56

ทีนี้  ถ้าจะมองให้ได้ว่าเจ้านายที่เสด็จไป  มีแค่พระองค์เดียวไม่ใช่สองพระองค์  ก็มองได้แบบนี้
๑) ตามเส้นทางเดินทาง   ท่านกวีบรรยายถึงเจ้านายที่ตัวท่านเป็นข้าบาทเสียละเอียดลออ  ขนาดจะแวะพักเสวยที่ไหนก็บอก
ถึงวังตำหนักพักพลพอเสวย          แล้วก็เลยตามแควกระแสไหล
ทั้งน้ำลงน่าสลดระทดใจ              โอ้น้ำไหลเจียวยังมีเวลาลง

๒)  ทรงพักค้างแรมกลางทาง ก็บอกไว้ละเอียดว่าเจ้านายบรรทมในเรือ  ส่วนผู้ตามเสด็จไปนอนบนหาด
ทั้งไพร่นายนอนกลาดบนหาดทราย    พงศ์นารายณ์นรินทร์วงศ์ที่ทรงญาณ
บรรทมเรือพระที่นั่งบังวิสูตร              เขารวบรูดรอบดีทั้งสี่ด้าน
ครั้นรุ่งเช้าราวโมงหนึ่งนานนาน จั        ดแจงม่านให้เคลื่อนนาวาคลาฯ
๓) พอถึงปลายทาง สุดทางเรือ  เจ้านายสรงน้ำ ก็บอกไว้
ฝ่ายพระหน่อสุริย์วงศ์ทรงสิกขา           ขึ้นศาลาโสรจสรงวารีศรี
ข้างพวกเราเฮฮาลงวารี                    แต่โดยดีใจตนด้วยพ้นพาย
๔) จากนั้นเดินทางบก ก็บอกอีกนั่นแหละ ว่าทรงช้างต่อไปตามทุ่ง ต้องค้างคืนกลางทาง จัดล้อมวง  รักษาความปลอดภัยขณะบรรทม
กองคเชนทร์เกณฑ์ช้างยี่สิบเชือก        มาจัดเลือกกองหมอขึ้นคอไส
ที่เดินดีขี่กูบไม่แกว่งไกว                     วิสูตรใส่สองข้างเป็นช้างทรง
แล้วผ่อนเกณฑ์กองช้างไว้กลางทุ่ง         เวลารุ่งจะเสด็จขึ้นไพรระหง
ที่สี่เวรเกณฑ์กันไว้ล้อมวง                   พระจอมพงศ์อิศยมบรรทมพลันฯ
๕) เมื่อมาถึงพระพุทธบาท    เจ้านายของท่านกวีนั้นบรรยายว่าเสด็จไปถึง  หลังจากนั้นก็ไม่เอ่ยถึงอีกเลยว่าทรงไปทำอะไรประทับตรงไหน บรรทมตรงไหน
เหมือนหมดหน้าที่ของท่านกวีเพียงแค่นั้น
แต่บรรยายถึงเจ้าเณรที่กางพระกลดหักทองขวาง แทน
๖) ในตอนจบ  ใช้คำเอ่ยถึงเจ้านายว่า
จอมนรินทร์เทวราชประภาษสั่ง               จะกลับยังอาวาสเกษมสันต์
วันรุ่งแรมสามค่ำเป็นสำคัญ                    อภิวันท์ลาบาทพระชินวร
ขนาด" จอมนรินทร์เทวราช" เห็นทีจะไม่ใช่" หน่อสุริยวงศ์" เท่านั้นละมัง  สุ้มเสียงฟังยิ่งใหญ่กว่ากันเยอะ
คำนี้ถ้าใช้ในที่อื่น จะนึกถึงอย่างอื่นไม่ได้นอกจากพระเจ้าแผ่นดิน
ถามว่า ถ้ามีเจ้านายองค์เดียวเท่านั้นคือเจ้าฟ้าเณรพระองค์น้อย  จะเป็นไปได้ไหมคะ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 149  เมื่อ 31 ส.ค. 07, 23:10

เณรน้อยน่ารัก คงไม่เป็นผู้ประภาษสั่ง คงมีพระอภิบาลซึ่งสูงศักดิ์กว่าพระองค์
ระดับกองคเชนทร์ ยี่สิบเชือก เห็นว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดินเท่านั้น ลดลงมาก็เป็นเจ้าฟ้าน้อย
 ถ้าเณรน้อยเสด็จพระองค์เดียว ขนนางในไปทำไมมากมาย

ผมเดาว่าน่าจะเป็นกระบวนหลวง เต็มพระเกียรติยศครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 8 9 [10] 11 12
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง