เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 11 12 [13] 14
  พิมพ์  
อ่าน: 52460 นิราศสุพรรณ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 180  เมื่อ 14 ก.ย. 07, 20:56

เล่าต่อค่ะ
คณะท่านกวีรพินทร์ย้อนกลับมาที่เจดีย์อีกในตอนเย็นย่ำค่ำ   โขลงช้างไปกันหมดแล้ว  กลับมาพบว่าถ้ำนั้นมีน้ำพุสาดกระเซ็นปิดทางเอาไว้หมด  (คงเพราะช้างละมั้ง)   ลุยน้ำเข้าไปหนาวเย็นจับใจ ผ้าผ่อนเปียกหมด ต้องมาผิงไฟให้แห้ง
จากนั้นตั้งพิธีเอาดอกไม้ดอกไร่ไหว้ปู่เจ้าอีกครั้ง    ลองเปิดประตูเจดีย์เข้าไป  พบว่าเขยื้อนเปิดแค่สองนิ้ว    ข้างในห้องนั้นมีกลิ่นหอมระรวยอบอวลอยู่ 
แต่พอหนุ่มๆผลักให้เปิดกว้างออก  ก็กลายเป็นว่าประตูกลับปิดเข้าที่แน่นสนิทติดผนัง  ผลักเท่าไรก็ไม่เขยื้อน    เลยรู้ว่าปู่เจ้าไม่ให้เข้าไปอีก  เทียนก็ไม่เหลือแล้ว เหลือแต่ไต้ จุดขึ้นมา มองไปที่ถ้ำก็เห็นว่ากลายเป็นป่าทึบไปเสียแล้ว
คณะนักหาเหล็กไหลพยายามกระแทกประตูเปิด  กระแทกเท่าไรก็ไม่เปิด คนกลับกระเด็นกระดอนออกมา   จนอ่อนอกอ่อนใจ   ล่าถอยกลับมา
ในที่สุด  ไม่รู้จะทำยังไงก็พากันนอนหลับไป  ฝันว่าได้ยินเสียงซอ  แล้วต่อจากนั้นก็ถึงฉากฝันค่ะ

แต่ไม่ได้ฝันเห็นนางฟ้าเทพธิดาอย่างในรำพันพิลาป    ฝันเห็นเพิงผา สว่างวาบขึ้นมาดูเหมือนท้องพระโรง  เห็นท้าวพญาที่เคยครองอาณาจักรในดินแดนนี้มาก่อน  พร้อมด้วยนางงามอีกสี่คนเคียงอยู่ และมีเด็กหัวจุกลักษณะเป็นลูกเจ้า  ผิวพรรณผ่องใส 

ถึงตอนนี้ไม่ควรจะพิมพ์ตอนดึกๆอีกแล้ว  หยุดก่อนดีกว่า
บันทึกการเข้า
หนอนบุ้ง
อสุรผัด
*
ตอบ: 113


ความคิดเห็นที่ 181  เมื่อ 14 ก.ย. 07, 22:23

ช้างป่าสมัยนิราศสุพรรณ จะเหมือนในรูปไหมคะเนี่ย?


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 182  เมื่อ 16 ก.ย. 07, 21:14

จะพยายามจบกระทู้นี้เสียที ยาวมากแล้ว

ภาพฝันของท่านกวีนิราศสุพรรณน่าดูมาก   เป็นภาพงดงามไม่แพ้ความฝันของกวีในรำพันพิลาป   ชัดเจนเสียจนรู้สึกว่าท่านต้องความจำดีมากๆทีเดียว  ถ่ายทอดภาพที่เห็นได้ราวกับภาพวิดีโอ   
ขอลอกมาให้อ่าน ๒ บท   สะกดใหม่ตามพจนานุกรม และ แก้เอกโทษโทโทษหมดแล้วเพื่อให้อ่านง่ายค่ะ

    เสียวซาบวาบสว่างเวิ้ง           เพิงผา
เพียงพระโรงโถงฝา                  เฝ้าท้าว
สี่นางข้างเคียงพญา                  ยอดยิ่ง หญิงเอย
ไว้จุกลูกเล็กจ้าว                      แจ่มหน้าสง่างาม
    ท้าทับจับปี่จ้อง                    ลองซอ
พร้อมพรั่งนั่งเรียงรอ                  เรียบร้อย
กษัตริย์หัตถ์จบซอ                    คำขับ สดับแฮ
ยินชื่อลือเลื่องถ้อย                    เทพท้าวกล่าวยอ

กวีของเราฝันเห็นท้าวพญาพร้อมด้วยพระมเหสีสี่องค์  และยังพระโอรสเด็กๆยังไว้จุกอีกคน   นั่งเล่นดนตรีกันอยู่  ท้าวพญาองค์นี้เล่นซอเก่ง    มิหนำซ้ำพอเอ่ยทักกวี  ก็ยังชมเสียอีกว่า...ได้ยินชื่อเสียงเจ้ามาก่อนแล้วนะ
แบบนี้จะแปลเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากบอกว่ากวีนิราศสุพรรณหาใช่กวีโนเนมไม่  ต้องเป็นคนที่ขึ้นชื่อลือเลื่องในพระนคร  ไม่งั้นไม่กล้าแต่งประกาศตัวเองขนาดนี้

ในฝัน  กษัตริย์โบราณองค์นั้นเล่าว่าเคยครองดินแดนแถบนี้อยู่ในสมัยโบราณ  แต่ว่าเมืองสูญสิ้นไปเพราะโรคระบาด  (นึกถึงตำนานพระเจ้าอู่ทอง)  เมืองก็เลยกลายเป็นป่าไปในที่สุด  สมบัติที่ยังหลงเหลืออยู่ มีโขลงช้างมาคอยเฝ้ารักษาไว้ให้


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 183  เมื่อ 16 ก.ย. 07, 21:58

พญาเจ้าเมืองผู้ไม่ระบุชื่อเสียงเรียงนามเอาไว้ ยังชี้แจงอีกว่า เจดีย์ที่เห็นนั้นเป็นของลูก    ใส่ปรอทเอาไว้  ไม่มียาอายุวัฒนะอย่างที่มาแสวงหา   ให้กลับไปเสียดีกว่า
ส่วนพระโอรสไว้จุก อยากฟังเรื่องรามเกียรติ์ตอนท้าวลัสเตียน  ก็ขอให้เล่าให้ฟัง
เรื่องช้าง  ละว้าไปทำร้ายช้างตอนมาล้อม  ทำให้ผีป่าโกรธแค้นจึงส่งช้างมารุมทำร้าย
พอตื่น คณะนี้ก็เดินทางกลับ  ระหว่างทางก็เจอฝูงช้างเข้ามาล้อมอีก   กะเหรี่ยงฝ่าไปทั้งเป่าหลอดทั้งแกว่งไต้จุดไฟให้ช้างแหวกทางให้ ก็ไม่สำเร็จ    ถึงขั้นเป่าลูกดอกอาบยางน่องใส่ช้าง  ก็ยังฝ่าไปไม่ได้
ศึกกับช้าง ดุเดือดตื่นเต้นไม่แพ้เพชรพระอุมา  กะเหรี่ยงชื่อสังบุเรถึงกับถูกผีเข้า  วุ่นวายอลหม่านกันไปพักใหญ่ทั้งกลุ่ม
ในที่สุด กวีท่านขับเพลงยอพระเกียรติพญาเจ้าเมือง พระมเหสีและพระโอรส   กะเหรี่ยงจึงเห็นภาพคล้ายเด็กหัวจุกมานำทาง ออกจากป่ากลับมาถึงเส้นทางเดิมที่ไปหมู่บ้านได้
ขากลับ  คุณหนูหนุ่มๆเดินไม่ไหวแล้ว   ก็น่าเห็นใจ หนุ่มเมืองหลวงทนสมบุกสมบันไม่ค่อยได้      กะเหรี่ยงละว้าต้องแบกบ่าไป
เดินทางวันครึ่งจึงถึงหมู่บ้านกะเหรี่ยง   หลังจากนั้นก็กล่าวคำอำลา จากกันไป
คณะนี้ก็เดินทางกลับพระนคร    กวีท่านกำชับเอาไว้ตอนท้าย ว่าเขียนไว้ให้ลูกหลานรู้ว่ายาอายุวัฒนะนั้นไม่มีจริง  ปรอทถึงมีก็อย่าไปเอา
ขากลับพระนคร ท่านคงเซ็งหรือไงไม่ทราบ  แต่ไม่บรรยายอะไรเลย  ตอนขากลับ  แวะที่ไหนเจอใครก็ไม่บอก     ปรู๊ดเดียวกลับกรุงเทพ จบนิราศ

ส่วนที่น่าทึ่งคือการบรรยายการผจญภัยในป่า   อย่างละเอียด เป็นโคลงยี่สิบสามสิบบท    เห็นได้ชัดว่าผู้แต่งต้องการจะบันทึกเอาไว้เป็นเหตุการณ์สำคัญให้ลูกหลานอ่านกัน 
แต่ก็น่าเสียดายที่บรรดาสุนทรภู่แฟนคลับทั้งหลายไม่ค่อยจะเขียนถึงเรื่องนี้มากนัก    ผิดกับกลอนนิราศเรื่องอื่นๆ   อาจจะเป็นเพราะโคลงที่เต็มด้วยสัมผัส และเอกโทษโทโทษ อ่านยากกว่ากลอน
ทั้งๆเรื่องที่เล่า  สีสันไม่แพ้รำพันพิลาป    ต่างกันแต่เป็นการบรรยายข้อเท็จจริง ไม่ใช่จินตนาการ

จบเสียที ค่ะ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 184  เมื่อ 16 ก.ย. 07, 22:20

ขอบคุณคร๊าบบบ......
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 185  เมื่อ 16 ก.ย. 07, 22:41

ข้อสะดุดใจที่เกริ่นไว้ในค.ห.ก่อนนี้  ก็คือเรื่องกะเหรี่ยงกับละว้าที่กวีไปเจอ

ในนิราศ    กวีท่านน่าจะรู้จักธรรมเนียมกะเหรี่ยงอยู่บ้าง เพราะเดินทางคราวนี้ เตรียมลูกปัดไปเป็นของกำนัลเพื่อจ้างกะเหรี่ยงนำทาง    นอกจากนี้เส้นทางไปหมู่บ้านกะเหรี่ยง ก็ดูเหมือนจะรู้แม่นยำพอสมควร  ไม่หลงทางสะเปะสะปะอย่างกวีเจ้าของนิราศเมืองแกลง  รายนั้นไม่รู้จักเส้นทางเอาเลย

หมู่บ้านกะเหรี่ยงและละว้า  มีอยู่ในเสภา "ขุนช้างขุนแผน" ตอนขุนแผนพานางวันทองหนี
สมเด็จกรมพระยาดำรงฯ สันนิษฐานจากฝีมือแต่งกลอนว่าเป็นพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ   ถ้าพระนั่งเกล้าฯทรงนิพนธ์จริง ก็ต้องเป็นสมัยที่ยังเป็นพระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์   ในรัชกาลที่ ๒   พอขึ้นครองราชย์แล้วไม่โปรดการบันเทิงพวกนี้อีก

กวีที่แต่งขุนช้างขุนแผนในตอนขุนแผนพานางวันทองหนี กับกวีที่แต่งนิราศสุพรรณ รู้จักกะเหรี่ยงและละว้ากันทั้งคู่ ว่าเป็นชาวป่าอาศัยในเขตสุพรรณบุรี
รายละเอียดบางอย่างต่างกันเล็กน้อย   แต่มีหลายอย่างที่แสดงว่า รู้จักในแบบเดียวกัน
๑ รู้ว่าถ้าไปหาพวกนี้ ต้องเอาลูกปัดไปให้ พวกเขาจะชอบใจมากกว่าให้อะไรอย่างอื่น
๒ รู้ว่าสาวๆละว้า หน้าตาสะสวย ผิวพรรณดี
 
อยากถามคุณพพ.
ถ้าขุนช้างขุนแผนตอนขุนแผนพานางวันทองหนี  เป็นพระนิพนธ์กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์  ท่านทรงทราบเรื่องกะเหรี่ยงและละว้าจากไหน    เคยเสด็จเส้นทางสุพรรณหรือไม่ในรัชกาลที่ ๒
ถ้าเคยเสด็จ ในรัชกาลที่ ๒ กวีนิราศสุพรรณของเราตามเสด็จไปด้วยหรือเปล่า ถึงรู้เส้นทางไปหมู่บ้านกะเหรี่ยง  รู้ด้วยว่าจะจ้างวาน หรือให้ของกำนัลต้องให้ลูกปัด  พวกนี้จะยินดี
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 186  เมื่อ 20 ก.ย. 07, 10:58

จะเข้ามาขยายรายละเอียดตามที่คุณ Sila ปรารภไว้ว่าสั้นไป
แต่พอกลับเข้ามาอ่านแล้วไม่รู้จะขยายรายละเอียดตอนไหน   ถ้าเล่าอีกก็จะซ้ำไปซ้ำมา    เห็นจะต้องจบไว้เท่าเดิม

อ่านแล้วก็ได้ข้อสังเกตอีกอย่างว่า   กวีที่แต่งนิราศสุพรรณ เห็นทีจะเป็นคนชอบท่องเที่ยว บุกป่าฝ่าดง ไม่อี๊อ๊ากลัวลำบากอย่างกวีนิราศเมืองแกลง    ถ้าเป็นคนเดียวกันก็แสดงว่าเมื่ออายุมากขึ้น คงจะชินกับการผจญภัยพอสมควร
เรื่องเดียวที่ไม่หายขาด คือเห็นอาหารป่าแล้วบึ้ง อึ่ง แย้ แล้วกินไม่ลง
แต่เรื่องนอนในถ้ำ ตามป่าเขา กลางทุ่งโล่งหรือดงดิบ พักนอนสบาย ไม่เดือดร้อน    ไม่บ่นเรื่องลำบากสักคำ  ผิดกับนิราศภูเขาทอง    ท่านเจอยุงเข้าก็บ่นแล้ว
เจอสัตว์ร้ายท่านก็ไม่กลัวเท่าไร   ยังบรรยายได้เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นระทึกใจ เสียอีก

ส่วนลูกชายที่ไปด้วย เป็นหนุ่มผิวบาง   รูปหล่อ  สาวๆเห็นแล้วทอดสะพานให้     ลำบากตรากตรำไม่ไหว
คงเป็นหนุ่มชาวกรุงที่ยังไม่ค่อยชินกับความลำบาก ค่ะ
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 187  เมื่อ 20 ก.ย. 07, 12:04

     อาจารย์เล่าเรื่องไพรพิสดารสนุกสนานมากครับ จนคนฟังรู้สึกว่ายังไม่อยากให้จบ,ยังอยากฟังอีก
ขอบคุณอาจารย์ที่กรุณาเล่าให้ฟังครับ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 188  เมื่อ 20 ก.ย. 07, 14:34

เห็นด้วยกับหลายๆท่าน ว่าอาจารย์ถอดความได้เยี่ยม
จนกลายเป็นเครื่องเสริมส่งให้อ่านตัวบทสนุกขึ้นอีกหลายส่วน
บวกกับที่คุณเครชี่เธอชอบจับเกล็ด กัลเม็ดการแต่ง รวมถึงอธิบายภูมิศาตร์อีก
ทั้งสองท่าน ทำให้วรรณดคีมีชีวิต สนุกกว่าอ่านนิยายสามัญเสียอีก

ถ้าจะเริ่มตั้งแต่ต้น จับความตั้งแต่กวีออกจากที่หนึ่งที่ใดแถวคลองมหานาค
จะกลายเป็นคู่มือนิราศสุพรรณที่หาใดเปรียบยาก

เด็กนักเรียนทั้งหมดจะเป็นหนี้บุญคุณ รวมถึงผมด้วยครับ

ขอบคุณๆๆๆๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 189  เมื่อ 20 ก.ย. 07, 17:51

นิราศสุพรรณ มีรายละเอียดตอนผจญภัยอีกนิดหน่อย ที่ไม่ได้เล่าไว้ค่ะ  แล้วก็มีตอนเล่าถึงสมุนไพรต่างๆด้วย
รู้สึกผิดที่เล่าข้ามๆไป   เลยขอรับคำชมครึ่งเดียวก็แล้วกัน
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1866



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 190  เมื่อ 20 ก.ย. 07, 21:06

ขี่ดาวเทียมมองลงมาจากอวกาศก็พอจะได้เห็นภาพมุมกว้างที่ไม่เคยเห็นครับ

ผจญภัยแบบนี้ก็ตื่นเต้นดีที่ได้มองเห็นการภาพความเป็นอยู่ของคนเมื่อสองร้อยปีที่แล้ว และยังได้เห็นภาพการขยายตัวของกรุงเทพยุคต้นรัตนโกสินทร์

แต่ที่ขาดไปคือรายละเอียด ซึ่งจะต้องมาจากคนที่ได้เห็นของจริง ที่มีชีวิตชีวา ต้องพึ่งพาประสบการณ์ผู้ที่ศึกษาของจริงมานาน

ด้วยความขอบคุณเช่นเดียวกันครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 191  เมื่อ 21 ก.ย. 07, 00:53

ตอบอาจารย์เรื่องกระเหรี่ยงและละว้า
เรารู้จักสองชาตินี้อย่างดี เอกสารอาจจะกล่าวถึงน้อย
แต่ถ้ารูปภาพต่างๆละก้อ เพียบครับ
รูปจากหอไตรวัดบ้านกลิ้ง ที่ได้มาปลูกที่วังสวนผักกาด นั่นก็เขียนไว้มาก

แนรัชกาลที่สาม มีการรวบรวมโคลภาพต่างภาษา ก็มีกล่าวถึงอีก
ราชสำนักต้องพึ่งพาพวกนี้มากเวลาเดินทัพ และสินค้าป่ามาแต่ใหนแต่ไร
ดังนั้น ความรู้เกี่ยวกับชาวบ้านป่า จึงไม่แปลก และไม่ต้องเป็นเจ้านายก็รู้จักกันครับ

ไม่รู้ว่าตอบหรือเปล่า....แหะๆๆๆ
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1866



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 192  เมื่อ 10 ส.ค. 09, 17:33

เชิญอ่านนิราศสุพรรณฉบับเต็ม ๔๖๑ บทได้ ที่นี่ ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 ส.ค. 09, 10:10 โดย admin » บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
ratinath
อสุรผัด
*
ตอบ: 3


ความคิดเห็นที่ 193  เมื่อ 17 ส.ค. 09, 22:00

เชิญอ่านนิราศสุพรรณฉบับเต็ม ๔๖๑ บทได้ ที่นี่ ครับ
กำลังโหยหาอยู่เลยค่ะ ที่หาได้ก็ไม่ครบสักที ขอบคุณมากค่ะ
 ยิงฟันยิ้ม ตอนนี้กำลังบ้าเรื่องโคลงกลอนอยู่ค่ะ

ฝากกลอนวันแม่มาให้อ่านด้วยนะคะเพื่อเป็นการขอบคุณ

http://www.oknation.net/blog/mettapc/2009/08/11/entry-2
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1866



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 194  เมื่อ 18 ส.ค. 09, 00:04

เพิ่งจะเห็นว่าทำลิงก์ไว้ผิด  อันนั้นเป็นนิราศสุพรรณของนายมีครับ

โคลงนิราศสุพรรณของสุนทรภู่ ต้อง ที่นี่ ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 ส.ค. 09, 10:11 โดย admin » บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
หน้า: 1 ... 11 12 [13] 14
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.04 วินาที กับ 19 คำสั่ง