เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 11
  พิมพ์  
อ่าน: 44554 นิราศเมืองเพชร
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 105  เมื่อ 16 ก.ค. 07, 16:10

นิราศพระแท่นดงรัง เชื่อว่าเป็นฝีปากสุนทรภู่ จำแลงเป็นเณรกลั่น เหมือนนิราศวัดเจ้าฟ้า จำแลงเป็นหนูพัด หรือเปล่าคะ
คิดว่าในบ้านมีนิราศพระแท่นดงรัง แต่ยังหาไม่เจอ   ค้นตามเว็บก็หาไม่เจอ  ต้นฉบับน่าจะหายาก
ถ้าจะอนุเคราะห์เป็นรายที่สองต่อจากคุณอาชาจะขอบคุณมาก

หากจะตกลงเชื่อว่านิราศเมืองเพชรแต่งโดยกวีนิรนาม ไม่ใช่สุนทรภู่  ต้องเคลียร์ให้หายข้องใจได้ก่อน 
ว่าทำไมแกผู้มีวัยไล่เลี่ยกับสุนทรภู่ เป็นขุนนางเหมือนกันด้วย  แต่งนิราศเหมือนกันด้วย (เป็นอาลักษณ์เหมือนกันด้วย?)  ถึงตั้งชื่อลูกชายว่าพัด เรียกว่าหนูพัด เหมือนสุนทรภู่เสียด้วย
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 106  เมื่อ 17 ก.ค. 07, 10:33

การจะทำให้อาจารย์หายข้องใจนั้น ทำได้ยากกว่าการพิสูจน์ว่าผมเป็นผมเองเสียอีก
ข้อที่ยกมา คือเป็นขุนนาง วัยไล่เลี่ยกัน แต่งนิราศเก่งด้วย เป็นคุณสมบัติทั่วไป เป็นได้ทุกคนไม่ใช่เครื่องบ่งชี้
แต่อาจารย์แถมว่าเป็นอาลักษณ์อีก ข้อนี้ไม่มีระบุในกลอนขอรับ ขอไม่พิสูจน์

ข้อสุดท้ายจึงมีนัยยะสำคัญ
เรื่องหนูพัด กลับไปอ่านแบบหาเรื่องแล้วก็สะดุดใจประเด็นหนึ่ง อยู่ตรงท้ายนิราศว่า
     ๏ แล้วลัดออกนอกลำเนาภูเขาหลวง ดูเด่นดวงเดือนสว่างกลางเวหา
     โอ้เย็นฉ่ำน้ำค้างที่กลางนา เสียงปักษาเพรียกพลอดบนยอดตาล
     มาตามทางหว่างโตนดลิงโลดจิต แต่พวกศิษย์แสนสุขสนุกสนาน
ในนิราศ เอ่ยถึงแค่หนูพัดหนูนิลซึ่งเราคิดกันว่าเป็นลูก ถ้างั้นไปอ้าง"พวกศิษย์"ทำไม
หรือว่าอันที่จริงสองหน่อนั่นแหละเป็นลูกศิษย์ ไม่ใช่ลูก

ที่เราเชื่อว่าเป็นลูก เพราะอ่านตรงนี้
     นึกเสียดายหมายมั่นใคร่พันผูก ไว้เป็นลูกสะใภ้ให้เจ้าหนู
     พอนึกหยุดบุตรเราก็เจ้าชู้ อุตส่าห์รู้ร้องต่อจะขอชิม
ผมอ่านกลอนไม่แตก จึงต้องขอพึ่งวิจารณญานของอาจารย์ว่า ใครที่ "อุตส่าห์รู้ร้องต่อจะขอชิม"
กวี หรือเจ้าหนูที่ไปด้วยครับ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 107  เมื่อ 17 ก.ค. 07, 11:02

ส่วนการจะพิสูจน์ว่ากวีท่านนี้ใช่สุนทรภู่หรือไม่ ต้องให้สุนทรภู่เป็นผู้พิสูจน์
1 ระหว่าง 2372-2374 สุนทรภู่เป็นครูสอนเจ้าฟ้ากลางและเจ้าฟ้าปิ๋ว(ตามเพลงยาวถวายโอวาท)
2 ดังนั้น ท่านจึงเป็นข้าวังถนนหน้าพระลาน ที่เจ้าฟ้าอาภรณ์ออกจากวังหลวงไปครอง

สองข้อข้างบน ทำให้กวีพริบพรีจะเป็นสุนทรภู่มิได้
เพราะเจ้านายกวี เป็นเพียง "เสด็จ" (อนาถหนาวคราวอาสาเสด็จ) "ช่วยชุบเลี้ยงเพียงชนกที่ปกเกศ ถึงต่างเขตของประสงค์คงอาสา"
อันว่าเสด็จนี้ เราใช้เรียกเจ้านายที่ทรงกรมแล้วมิใช่หรือ ถ้าเป็นพระองค์เจ้า(ลักขณา) เราเรียกอีกแบบนี่นา เช่นเรียกพระองค์จุลฯ เป็นต้น
อันนี้ตามความเข้าใจคนไม่รู้ราชาศัพท์นะครับ อาจจะผิด

เว้นแต่กวีท่านไปเมืองเพชรก่อนปีสอนเจ้าฟ้า(ซึ่งเป็นไปไม่ได้ สุนทรภู่ยังบวชอยู่)
หรือ ไปหลังจากสอนหนังสือเสร็จ ตั้งแต่ 2374 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ โดยไม่เชื่อนิราศเณรกลั่นที่ระบุว่า 2376 (เดือนสี่ปีมเสงเพงวันอังคาร ขออนุญาตแก้ปีให้ถูกต้องครับ)
คุณพ่อ(เลี้ยง) เป็นมหาเถรอยู่
แต่ก็ต้องไปเถียงกับรำพันพิลาป ที่อ่านยังไงก็ได้ความว่า ตั้งแต่ปีวอกออกขาดราชกิจมาจนถึงปีขาลสงสารวัด
ท่านสุนทรเป็นภิกษุ

เว้นแต่(อีกที) เราตีความว่า ปีวอกไม่ใช่ 2367 แต่เป็นอีกสิบสองปีต่อมา คือ 2379 ก็จะมีช่องให้นิราศเมืองเพชรแปะเข้าได้
แต่....อีกและ คำกลอนบอกเราว่า นิราศนี้ แต่งไม่ไกลห่างจากวันไปเยือนศพขุนแพ่ง
ซึ่งน่าจะอยู่ราวๆ 2470 บวกลบปีสองปีเท่านั้น มิเช่นนั้น ความในกลอนจะพิลึกหนักหนา
ผมพยายามบวกเกินมากๆ ก็ยังตกช่วงที่ท่านภู่อยู่ในผ้าเหลือง ดิ้นไม่หลุด

จึงต้องลงนอนพังพาบ(เพราะเหนื่อย....แล่ว) ว่า นิราศเมืองเพชร ไม่ใช่ของสุนทรภู่ครับ
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1856



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 108  เมื่อ 17 ก.ค. 07, 11:26

อาจารย์เทาชมพูยังไม่มา ผมขออนุญาตแซงคิดก่อนนะครับ
ผมอ่านแล้วเป็นเจ้าหนูนี่แหละครับที่จะขอชิมทับทิมที่สาวเจ้าเอามาขายครับ

มีประเด็นหนึ่งที่ผมอ่านแล้วไม่เข้าใจธรรมเนียม
การที่สุนทรภู่ไปเป็นครูสอนเจ้าฟ้ากลางและเจ้าฟ้าปิ๋ว แปลว่าเป็นข้าวังหน้าพระลาน ในเพลงยาวถวายโอวาทมีตอนที่ว่า "ฟ้าอาภรณ์แปลกพักตร์อาลักษณ์เดิม" ความตรงนี้ผมอ่านแล้วแปลกใจ เพราะเพลงยาวนี้เขียนให้เจ้าฟ้าทั้งสองพระองค์ ตัดพ้อท่านเจ้าวังเสียเช่นนี้แล้ว ดูยังไงๆชอบกลครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 109  เมื่อ 17 ก.ค. 07, 12:51

สำนวนนี้ป้ายรอยด่างใส่ชีวิตท่านสุนทรมาเป็นร้อยปี
แปลกพักตร์ มิใช่แปรพักตร์ จะเอามาใช้แทนกันมิได้
ท่านแต่ก่อนตีความว่า ฟ้าอาภรณ์เกรงภัยจากพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 จึงทำเป็นไม่รู้จัก
หรือหมางเมินครูเก่า
ผมไม่คิดเช่นนั้น

กลอนตรงนี้ความเต็มๆ อ่านได้ว่า ท่านสุนทรอ้างความหลังว่าเคยสอนพี่ชาย แล้วได้มาสอนน้อง
เพลงยาวบทนี้สำแดงความรักความผูกพันธ์ต่อเจ้านายอย่างยากจะหาใดมาเทียบเทียม
แต่ดูจะรักใคร่เจ้าฟ้ากลางและปิ๋วมากกว่าฟ้าอาภรณ์ ซึ่งเอ่ยเพียง
     แผ่นดินหลังครั้งพระโกศก็โปรดเกศ ฝากพระเชษฐานั้นให้ฉันสอน
     สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญของสุนทร ฟ้าอาภรณ์แปลกพักตร์อาลักษณ์เดิม
จะเข้าใจความตรงนี้ ต้องรู้อายุฟ้าอาภรณ์ ทรงประสูติ 2359 เมื่อสิ้นแผ่นดินพระชนม์เพียง 8 ปี
วัยเพียงนั้น อาจจะเพิ่งเริ่มเรียนหนังสือที่เรียกว่าขึ้นสมุด

ตามราชประเพณี เจ้าฟ้าจะได้รับถวายอักษรเป็นขั้นเป็นตอน ราวๆ 5 ขวบก็เริ่มหัดอ่านหัดเขียน
ครูก็เป็นผู้หญิงฝ่ายใน หลังจากนั้นจึงเริ่มอ่านหนังสือเล่ม ช่วงนี้ จะต้องเป็นครูที่ทรงคุณวุฒิ
(ประวัติของครูเหล่านี้ มีให้อ่านได้ทั่วไป ว่าท่านถวายพระอักษรเจ้าฟ้าแต่เมื่อไร)
กรณีสุนทรภู่ เหตุที่จะได้เป็นครู น่าจะเป็นเพราะท่านเป็นกวี คือได้สอนอักษรศาสตร์ขั้นสูงขึ้นมา
จึงต้องรอจนเจ้าฟ้าท่านแก่กล้าในหนังสือ
จึงคิดว่า ท่าน"อาจจะ" เพิ่งเริ่มถวายพระอักษร ก็พอดีสิ้นแผ่นดิน ต้องหยุดสอน

มาถึงปี 2372 ห่างมา 5 ปี ฟ้าอาภรณ์พระชนม์ 13 เต็ม โสกันตร์แล้วก็ต้องออกวัง
ได้รับพระราชทานวังถนนหน้าพระลาน พระมารดาย่อมจะต้องออกมาดูแล และคงยกออกมาทั้งหมด
สุนทรภู่จึงได้รับเลือกเป็นครูอีกครั้ง วันนั้น ฟ้ากลางพระชนม์ 10 พรรษา เห็นชัดว่าแม้แต่น้องยังมาเรียนเมื่อสูงวัย
ฟ้าอาภรณ์เรียนเมื่อ 8 ขวบ จึงนับว่าเร็วพอดู

5 ปีผ่านไป ถามว่า เด็กที่เคยเห็นครู(กี่ครั้งก็ยังไม่รู้) ตอน 8 ขวบ จะจำครูได้ใหม และกลับกัน
ครูภู่ จะจำศิษย์เมื่อ 5 ปีได้หรือ คำว่าแปลกพักตร์ จึงเป็นคำบอกเล่าธรรมดา
แต่มีคนเอาไปยัดไส้ให้เป็นการเมืองเสียงั้น เพื่อรักษาเรื่องสุนทรภู่แหนงพระนั่งเกล้า

ผมไม่เชื่อเลยทั้งเรื่องฟ้าอาภรณ์และเรื่องพระนั่งเกล้า
การได้สอนหนังสือเจ้าฟ้า ต้องเป็นโดยพระบรมราชานุญาต คิดได้ยังไงว่าจะมีการแอบมาเรียนหนังสือกับคนที่ถูกกริ้ว
นั่นมันนิยายครับ
แล้วท่านแต่ก่อนก็ไม่ยอมบวกเลข อธิบายกันยังกับฟ้าอาภรณ์เป็นหนุ่มพอจะแข็งข้อต่อกรใครได้
คิดดูนะครับ ว่าในปี 2372 มีคุณแม่ยังสาววัยต้นสามสิบ หอบลูกสี่คนหาบ้านใหม่
ได้บ้านแล้วก็หาครูให้ลูก นึกถึงครูเก่าที่บวชเป็นพระอยู่ จึงพาลูกไปฝาก
เนื้อหาของเพลงยาวถวายโอวาท สะท้อนสิ่งนี้ออกมาได้อย่างลึกซึ้ง

........เอ หรือว่าผมคิดเองเออเองไปคนเดียวนะเนี่ย
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 110  เมื่อ 17 ก.ค. 07, 14:32

๏ จนตกทางบางสะใภ้ครรไลล่อง มีบ้านช่องซ้ายขวาเขาค้าขาย
ปลูกทับทิมริมทางสองข้างราย ไม่เปล่าดายดกระย้าทั้งตาปี
บ้างดิบห่ามงามงอมจนค้อมกิ่ง เป็นดอกติ่งแตกประดับสลับสี
บ้างแตกร้าวพราวเม็ดเพชรโนรี เขาขายดีเก็บได้ใส่กระเชอ
มาตั้งขายฝ่ายเจ้าของไม่ต้องถือ เห็นเรือล่องร้องว่าซื้อทับทิมเหนอ
จะพูดจาคารวะทั้งคะเออ เสียงเหน่อเหน่อหน้าตาน่าเอ็นดู
นึกเสียดายหมายมั่นใคร่พันผูก ไว้เป็นลูกสะใภ้ให้เจ้าหนู
พอนึกหยุดบุตรเราก็เจ้าชู้ อุตส่าห์รู้ร้องต่อจะขอชิม
เขาอายเอียงเมียงเมินทำเดินเฉย ไม่เกินเลยลวนลามงามหงิมหงิม
ได้ตอบต่อล้อเหล่าเจ้าทับทิม พอแย้มยิ้มเฮฮาประสาชาย

---------------------------------------
ยกมาทั้งประโยค ให้เห็นกันจะจะ
ผมมองไม่เห็นใครอื่นนอกจากกวีกับแม่ค้า สี่บันทัดแรกพรรณาสิ่งแวดล้อม
มากล่าวถึงแม่ค้าก็ที่คำว่า"ซื้อทับทิมเหนอ" แล้วชมการพูดจาและเสียงเหน่อ จนอยากได้เป็นสะไภ้
ต่อด้วยคำว่า"พอนึกหยุดบุตรเราก็เจ้าชู้" นี่ละครับ ต้องตีความ
คุณอาชาอ่านว่า เจ้าหนูคงนั่งข้างๆ พ่อ แล้วร้องต่อจะขอชิม

ผมอ่านแล้ว ไม่เห็นวี่แววใครเลย ท่านกวีว่าเองหมดทั้งท่อน รวมทั้งร้องต่อขอชิมนั้นด้วย
คำว่าบุตรเรา จึงน่าจะเป็นบุตรที่มิได้มาด้วยแล้วละครับ
ไอ้ที่มาด้วยน่ะลูกศิษย์ ดังที่ท่านสรุปไว้ในท่อนท้ายของนิราศ ที่ผมอ้างไว้แล้วข้างบน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 111  เมื่อ 17 ก.ค. 07, 16:49

จนตกทางบางสะใภ้ครรไลล่อง          มีบ้านช่องซ้ายขวาเขาค้าขาย
ปลูกทับทิมริมทางสองข้างราย          ไม่เปล่าดายดกระย้าทั้งตาปี
บ้างดิบห่ามงามงอมจนค้อมกิ่ง           เป็นดอกติ่งแตกประดับสลับสี
บ้างแตกร้าวพราวเม็ดเพชรโนรี          เขาขายดีเก็บได้ใส่กระเชอ
มาตั้งขายฝ่ายเจ้าของไม่ต้องถือ         เห็นเรือล่องร้องว่าซื้อทับทิมเหนอ
จะพูดจาคารวะทั้งคะเออ                   เสียงเหน่อเหน่อหน้าตาน่าเอ็นดู
นึกเสียดายหมายมั่นใคร่พันผูก           ไว้เป็นลูกสะใภ้ให้เจ้าหนู
พอนึกหยุดบุตรเราก็เจ้าชู้                   อุตส่าห์รู้ร้องต่อจะขอชิม
เขาอายเอียงเมียงเมินทำเดินเฉย        ไม่เกินเลยลวนลามงามหงิมหงิม
ได้ตอบต่อล้อเหล่าเจ้าทับทิม              พอแย้มยิ้มเฮฮาประสาชาย


ฉากนี้ขออธิบายเป็นฉากละครหลังข่าว  อาจจะพอเห็นภาพ

เรือแล่นเข้าคลองบางสะใภ้ ริมคลองมีต้นทับทิมขึ้นเรียงราย ออกลูกดกจนกิ่งค้อม  พ่อค้าแม่ขายชาวบ้านก็ปลิดใส่กระเชอมาตั้งขายสองข้างทาง   ไม่ต้องถือใส่มือ  พอเรือจากเมืองหลวงมีผู้ชายนั่งเต็มเรือผ่านมา ก็ร้องชวนเชิญให้ซื้อทับทิม สำเนียงเหน่ออย่างชาวเมืองเพชร
แม่ค้าทับทิมกำลังสาวรุ่น  หน้าตาน่ารัก  พูดจาอ่อนน้อมรู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่  อ่อนหวานคะขา   แม้สำเนียงเหน่อก็มีเสน่ห์
ตัวท่านขุนนางกวี( สมมุติว่าเป็นนก ฉัตรชัย) วัยกลางคนแล้วแต่ยังกระชุ่มกระชวย  ฝีปากยังคมคาย  เห็นเข้าก็นึกเอ็นดู 
(แต่นึกเขินว่าอายุห่างไกลกันมาก จะขอให้ตัวเองก็จะเป็นเฒ่าหัวงูไป ) จึงเลี่ยงว่าอยากขอมาเป็นลูกสะใภ้   จะเหมาะกว่า
พอนึกมาถึงตรงนี้  เจ้าลูกชายวัยหนุ่ม(เอาหนุ่มคนไหนก็ได้ในกลุ่ม AF ปีนี้  แล้วแต่จะเชียร์ใคร) ซึ่งเชื้อไม่ทิ้งแถว เจ้าชู้ไม่แพ้พ่อ ก็ไม่ต้องรอพ่อออกโรง   
ตัวลูกชายส่งเสียงร้องขอต่อราคา แล้วยังขอชิมทับทิม(ซึ่งมีนัยว่าขอชิมแม่ค้าด้วย )  ทำเอาแม่ค้าสาวเอียงอายเดินหนีไปเลย   แต่เจ้าหนุ่มก็ไม่ลวนลามต่อ  แค่ขอต่อปากต่อคำนิดๆหน่อยๆ ให้เฮฮากันไปทั้งลำเรือ พอสนุกตามประสาชาย

กวีเอาลูกชายวัยหนุ่มมาด้วยค่ะ ไม่ใช่ลูกศิษย์  ข้อความตอนนี้บอกชัดว่าฉากที่คลองบางสะใภ้เป็นยังไง
ตัวละครในฉากมีเป็นโขยง     เรือสี่แจว มีดารานำนั่งมาอย่างน้อย ๓ คนคือกวีหนุ่มใหญ่(ฉัตรชัย ) เจ้าหนุ่มน้อยลูกชายที่อายุพอมีเมียได้แล้วแต่ยังไม่มี (AF)  และน้องชายตัวเล็กน่าจะยังไว้จุกอยู่
นอกจากนี้อาจจะมีคนติดตามมาอีกบ้างนอกจากฝีพาย
ส่วนบนบก  มีแม่ค้าสาว (ขวัญ อุษามณี ) ขายทับทิม ถูกเกี้ยวจากหนุ่มน้อยเมืองกรุง ก็เขินอายเดินไม่รู้ไม่ชี้ จนเรือแล่นผ่านไป

ถ้าหนูพัดเป็นลูกของสุนทรภู่   ผู้ประกาศตนเองว่า "สุนทราอาลํกษณ์เจ้าจักรพาฬ...เขมรลาวลือเลื่องถึงเมืองนคร"   เรื่องที่ท่านจะยอมให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเป็นตัวเอกในนิราศตั้งหลายเรื่องมาฝากตัวเป็นศิษย์กวีโนเนมขุนนางสังกัดพระองค์เจ้า  แต่งนิราศก็จืดชืด(ในสายตาคุณพิพัฒน์)   ดิฉันว่าไม่มีทาง!

บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1856



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 112  เมื่อ 17 ก.ค. 07, 16:58

มีอยู่ 4-5 คำกลอนที่เพิ่มเข้ามาในฉบับที่อ.ล้อมชำระไว้ เป็นเรื่องหนุ่มๆแซวสาวเรื่องงวงตาล ติดเรตเล็กน้อยพอประมาณ บรรยากาศคล้ายๆท่อนขอชิมทับทิมนี่แหละครับ

คืนนี้ผมจะพิมพ์ให้อ่านกันสนุกๆครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 113  เมื่อ 17 ก.ค. 07, 17:00

**อันว่าเสด็จนี้ เราใช้เรียกเจ้านายที่ทรงกรมแล้วมิใช่หรือ ถ้าเป็นพระองค์เจ้า(ลักขณา) เราเรียกอีกแบบนี่นา เช่นเรียกพระองค์จุลฯ เป็นต้น
อันนี้ตามความเข้าใจคนไม่รู้ราชาศัพท์นะครับ อาจจะผิด**

เสด็จ เป็น"ลูกเธอ" ปกติหมายถึงพระราชโอรสหรือพระราชธิดาของพระมหากษัตริย์ ที่ประสูติจากเจ้าจอม   ดำรงพระยศเป็นพระบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้า
เสด็จที่นักอ่านนิยายและนักดูละครย้อนยุคน่าจะคุ้นเคยมากที่สุด คือ"เสด็จ"  เจ้านายของแม่พลอย ใน"สี่แผ่นดิน"  
เสด็จพระองค์นั้นเป็นสตรี  เท่าที่อ่านก็ไม่คิดว่าจะทรงกรม   เป็นเพียงพระองค์เจ้าเฉยๆ
ถ้าทรงกรม โดยมากเป็นชาย   เรียกว่า "เสด็จในกรม"

พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ไม่อยู่ในเกณฑ์นี้ เพราะมิได้เป็นพระบรมวงศ์แต่กำเนิด  ไม่ใช่"ลูกเธอ" เป็น" หลานเธอ"
พระองค์ชายทั้งสามแห่งราชสกุลยุคล ที่มาเรียกกันภายหลังว่าเสด็จพระองค์ชายใหญ่-กลาง-และเล็ก   แต่เดิมก็เรียกกันว่าพระองค์ชาย เท่านั้น  ไม่มีเสด็จนำหน้า
คำว่า"เสด็จ" ที่เว้นจากพระองค์เจ้าก็มีบ้างค่ะ ในรัชกาลที่ ๖ ลงมา   แต่น้อยพระองค์ ไม่ต้องอธิบายก็ได้  
เห็นทีจะไม่ใช่" เสด็จ" ของกวีนิราศเมืองเพชรแน่ๆ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 114  เมื่อ 17 ก.ค. 07, 17:17

ปกติอ่านที่อาจารย์เทาชมพูถอดกลอนทีไร ยอมเห็นพ้องคล้อยตามหมด
ยกเว้นครั้งนี้
จะขอให้ตัวเองก็จะเป็นเฒ่าหัวงูไป จึงเลี่ยงว่าอยากขอมาเป็นลูกสะใภ้  จะเหมาะกว่า
ไม่มีตรงใหนในกลอนท่อนนี้ ที่ส่อว่ากวีจะเกาะแกะสาวแม่ค้าทับทิม
ความจริงอาจจะแปลต่อก็ได้ว่า กวีฉุกคิดว่าลูกเรามันเจ้าชู้ ดังนั้นอย่าเอาเคราะห์กรรมมาใส่แม่ค้าเลย
จึงเพียงแต่เย้าด้วยเอ็นดูประสาชาย แล้วก็ผ่านไป

ผมยังไม่เห็นช่องที่หนูพัดหนูนิลจะออกบทบาทได้เลย และที่สำคัญเราไม่รู้อายุสองหนู
แต่อาจารย์ได้สรุปไปแล้วว่า ใครก็ตามที่ชื่อพัด เป็นต้องลูกสุนทรถู่ทั้งนั้น
แล้วเหตุใดไม่ใส่หนูนิล กับหนูน้อบ(ซึ่งไม่รู้มีตัวตนหรือไม่) เข้าสัมมะโนครัวอีกล่ะครับ...ฮิฮิ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 115  เมื่อ 17 ก.ค. 07, 17:26

แผ่นดินหลังครั้งพระโกศก็โปรดเกศ        ฝากพระเชษฐานั้นให้ฉันสอน
สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญของสุนทร                  ฟ้าอาภรณ์แปลกพักตร์อาลักษณ์เดิม


น้ำเสียงของสองวรรคหลัง มีทำนองน้อยเนื้อต่ำใจแฝงอยู่  
พอสิ้นแผ่นดิน สิ้นเจ้านาย ที่เคยโปรดปราน  ก็สิ้นบุญของอาลักษณ์เก่าแก่ที่ถวายพระอักษรมา คงจะต้องเป็นข้าเก่า คุ้นเคยกับเจ้าฟ้าอาภรณ์มาก่อน  ไม่งั้นไม่เรียกว่า อาลักษณ์เดิม  
คำว่า เดิม ที่ประกอบท้าย อย่างข้าหลวงเดิม ก็หมายความว่าเคยรับใช้ใกล้ชิดกับเจ้านายมานานพอสมควร  อย่างน้อยเป็นปี   ไปถวายงานรับใช้ ๓ ครั้ง ๕ ครั้ง เรียกว่าข้าหลวงเดิมไม่ได้
เป็นอาลักษณ์เดิมก็ต้องถวายพระอักษรเป็นประจำและยาวนาน เปรียบได้กับครูประจำชั้นป. ๓   พอเด็กอายุ ๑๓ ขึ้นมัธยมต้นแล้ว  จะจำครูประถมคนเดิมไม่ได้เชียวหรือ
แน่นอนว่าจำได้ แต่เมินเฉย
สาเหตุก็น่าจะคิดได้ง่ายๆ  เจ้าฟ้าอาภรณ์ไม่ได้เรียนกับครูเดิมหลายปี  มาเจอกัน  ก็อาจจะไม่กระตือรือร้น หรือเอาพระทัยใส่ครูอีก
ตามประสาเด็กโตอายุ ๑๓ ย่างเข้าวัยรุ่น  ซึ่งน่าจะหันไปสนใจเรื่องอะไรอย่างอื่นอีกสารพัดชนิด  ไม่สนใจอะไรที่เคยสนใจเมื่อ ๘ ขวบอีกแล้ว  
ฝ่ายครูเป็นคนขี้ใจน้อย อ่อนไหวตามประสาศิลปิน   ซ้ำสงสารตัวเองว่าไม่รุ่งโรจน์เหมือนเดิม ก็เลยพลอยน้อยใจเจ้านายน้อยๆของตัวเองไปด้วย  

แต่จะว่าครูตกต่ำหรือพระนั่งเกล้าทรงรังเกียจ เห็นจะไม่ใช่แน่   เพราะตัวเองก็ยังได้มาสอนเจ้าฟ้าพระอนุชาเล็กๆสองพระองค์   ถ้าเป็นที่รังคัดรังแคของพระเจ้าแผ่นดิน  เจ้าฟ้ากุณฑลน่ะหรือจะรับมาเป็นพระอาจารย์ให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท
สรุปว่าสุนทรภู่ท่านเหมาะจะเป็นครูสอนเจ้าฟ้าเล็กๆค่ะ  ไม่ใช่เจ้าฟ้าวัยรุ่น  ก็เท่านั้นแหละ

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 116  เมื่อ 17 ก.ค. 07, 17:41

ตอบคุณพิพัฒน์
ถ้าเป็นบทละครทีวี   ถือเป็นการตีความจากเรื่องเดิมที่เจ้าของเรื่องเว้นไว้ ไม่ได้บอกให้ละเอียด    เพราะฉะนั้นคุณพพ.จะตีความแตกต่างกันไปก็ไม่ถือว่าผิด
ดิฉันตีความแบบนี้ค่ะ

ท่านขุนนางกวีที่"เฮฮาประสาชาย" ไปกับบุตรชายและชายอื่นๆในเรือ  แสดงว่าอายุท่านเป็นแต่เพียงตัวเลขเท่านั้น    ตัวเองไม่ได้นึกหรอกว่าเรามันแก่แล้วนะ
ดูทั้งนิราศสิคะ มีตอนไหนนึกว่าตัวเองแก่บ้าง  ทั้งที่ลูกชายโตเป็นหนุ่ม หาสะใภ้ได้แล้ว   พ่อยังไม่เคยปลงเลยว่าตัวเองแก่   รำพึงถึงสาวๆมาตั้งแต่ออกเรือ
-ไปห่มผ้าถวายพระพุทธรูป ยังอธิษฐานขอมีแฟนใหม่งามพริ้งห่มสีทับทิมขลิบทอง ก็แสดงว่าหวังได้สาวสำรวยสวยเป็นนางงาม สูงศักดิ์อีกด้วย 
-ไม่ไปเยี่ยมสาว  ยังออกตัวว่ากลัวผัวหึง   ก็แสดงว่ายังมองตัวเองว่าหนุ่มพอที่เจ้าผัวจะระแวง    ทั้งที่ในความเป็นจริง ผัวอาจจะนึกก็ได้ว่า..โธ่เอ๊ย  แก่ปูนนี้แล้วเชิญคุยกันไปเหอะ   ใครมันจะบ้าไปหึงได้ลงคอ   
เพราะงั้นเรื่องจะสงสารว่าแม่ค้ามีกรรม  คงไม่ใช่  เพราะผู้ชายแบบนี้อีโก้สูง  แต่คิดเล่นฉาบฉวยเพราะเห็นแม่ค้าหน้าตาสวย ละก็เป็นได้
พ่อขนาดนี้  ลูกจะจืดอยู่ได้ยังไง    ก็ปากคอเราะรายเกี้ยวแม่ค้าต่อไปอีกสองสามวรรค  คุณอาชาจะเอามาให้ดูกันว่าปากคอแสบแค่ไหน

อ่านนิราศเมืองเพชรแล้ว ดิฉันคิดว่ากวีไปกับสองหนูเท่านั้นคือหนูพัดกับหนูนิล   หนูนิลบางครั้งถูกเรียกว่าหนูน้อย   เพราะยังเด็ก   
ไม่มีหนูน้อยเป็นหนูที่สาม
เพราะตอนขึ้นไปนมัสการพระพุทธรูป   กล่าวแค่สองคนว่าเข้าไปไหว้   ถ้าไปกัน ๓ คน หนูน้อยคงไม่ตกหล่นอยู่ข้างนอกบทกลอน

หนูนิลเป็นลูกหรือเปล่าไม่รู้เพราะไม่ปรากฏในนิราศเรื่องอื่น   อาจจะเป็นหลานก็ได้ หลักฐานอื่นไม่มีเลยไม่ใส่ไว้ในสำมะโนครัว     แต่หนูพัด เป็นตัวเอกอยู่ในนิราศอื่นๆด้วยนี่คะ   ก็ชัวร์ว่าลูกสุนทรภู่ชื่อพัดแน่นอน
แล้วยังกล่าวกันมาในชั้นหลังด้วย ตามที่ศ.คุณหญิงผะอบ โปษะกฤษณะเคยบันทึกไว้ว่าเหลนโหลนสุนทรภู่เคยพักอยู่ในบ้านคุณพ่อ   ท่านเคยไปคุยด้วยตอนท่านเด็กๆ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 117  เมื่อ 17 ก.ค. 07, 18:17

ท่านสุนทรนี่จะทำผมถูกครูตีตายแน่ๆ

ผมอาจจะมองประเด็นต่างจากที่อาจารย์หรือนักกลอนทำ คือผมจะไม่เติมความ
อย่างอาจารย์สรุปว่าพ่อเจ้าชู้ ลูกหรือจะไม่เจ้าชู้ อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัว กลอนไม่ได้บอก
อาจารย์ยังเดานิสัยกวีอีกว่าเจ้าชู้กับสาวแม่ค้าเลยเถิด กลอนก็ไม่ได้บอกเหมือน
กลอนบอกเพียง พอนึก(เอ็นดูอยากได้สะไภ้อย่างนี้ ก็)หยุด (ความคิดนั้น เพราะนึกออกว่า) บุตรเราก็เจ้าชู้
(แต่ยังอดมิได้) อุตส่าห์รู้ ร้องต่อจะขอชิม (ก็แม่ค้าน่าเอ็นดูออกอย่างนั้น)....พอแย้มยิ้มเฮฮาประสาชาย

การตีความเกินข้อมูลนั้น เป็นเรื่องกระทำมิได้ในทางกำหนดอายุ เพราะยิ่งใส่สาระเข้าไปมาก
ความเที่ยงของสมัยกาล จะยิ่งเขว เช่น
เป็นอาลักษณ์เดิมก็ต้องถวายพระอักษรเป็นประจำและยาวนานเปรียบได้กับครูประจำชั้นป. ๓

ผมเห็นว่า จะตีความอาลักษณ์เดิม เป็นครูเดิมมิได้
ตัวอักษรบอกเพียงว่า ท่านสุนทรเป็นข้าราชการในกรมพระอาลักษณ์ การเป็นครูเป็นหน้าที่พิเศษ
แต่ก็ขอยกหัวแม่โป้งให้อาจารย์อีกครั้งว่า ได้ชี้คำวิกฤตออกมาอีกคำ คือ "อาลักษณเดิม"
ซึ่งหลบลี้ซุกซ่อนอย่างเปิดเผยมาตั้งแต่เมื่อ 178 ปีมาแล้ว แต่ไม่มีใครเห็น ว่า
สุนทรภู่อาจจะเป็นคนไกล้ชิดรัชกาลที่สองมาตั้งแต่ก่อนครองราชย์ คือเป็นอาลักษณ์มาแต่ครั้งทรงเป็นวังหน้า
จึงกล้าเรียกตัวเองว่าอาลักษณ์เดิม

ถ้าเป็นดั่งนี้ ประวัติกวีจะยิ่งถูกรื้อเละเทะยิ่งกว่าที่ผมทำไม่รู้เท่าไร
นิราศเมืองเพชร จึงมิอาจแต่งโดยอาลักษณ์เดิมได้เป็นอันขาด
"เสด็จ"องค์ใหนครับ กล้า"ชุบเลี้ยงเพียงชนกที่ปกเกศ" บุคคลที่เป็นอาลักษณ์เดิม

ตอนนี้ต้องคลุมโปงยันแล้วครับ ว่า

นิราศเมืองเพชร ไม่ใช่ของสุนทรภู่ แน่ๆๆๆๆๆๆๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 118  เมื่อ 17 ก.ค. 07, 18:37

ก็ที่ทำกันอยู่มาจนค.ห. เกินร้อย  ก็เติมความ(ภาษาคุณพพ. )หรือตีความ(ภาษาของดิฉัน)กันมาไม่รู้ว่าเท่าไรแล้วค่ะ

อาลักษณ์เดิม ถ้าหมายถึงเป็นอาลักษณ์รัชกาลที่ ๒ มาตั้งแต่ยังทรงเป็นเจ้าฟ้าชาย  ก็หมายความว่าสุนทรภู่รับราชการมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๑
เกิดตั้งแต่ต้นรัชกาลเป็นอย่างช้า 
ถ้างั้นมีชีวิตมาจนถึงรัชกาลที่ ๔  ทันเห็นหัดทหารแบบฝรั่ง    อายุเท่าไรกันล่ะเนี่ย

ดิฉันก็เลยตีความว่าเป็นอาลักษณ์เก่าของเจ้าฟ้าอาภรณ์เท่านั้น
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 119  เมื่อ 17 ก.ค. 07, 18:46

พอนึกหยุดบุตรเราก็เจ้าชู้                   อุตส่าห์รู้ร้องต่อจะขอชิม
เขาอายเอียงเมียงเมินทำเดินเฉย        ไม่เกินเลยลวนลามงามหงิมหงิม
ได้ตอบต่อล้อเหล่าเจ้าทับทิม              พอแย้มยิ้มเฮฮาประสาชาย

บุตรเจ้าชู้ต่างหากล่ะคะ เป็นประธานของกริยา อุตส่าห์รู้ + ร้องต่อจะขอชิม
ไม่ใช่ตัวขุนนางกวีเอง
ถ้าพ่อมัวแต่พูดกับสาวๆ ขอชิมนั่นชิมนี่   ลูกชายไปในเรือเอาแต่นิ่งไม่พูดจาปล่อยให้พ่อพูด  ก็ผิดวิสัยหนุ่มเจ้าชู้น่ะซี
ในเมื่อเจ้าหนุ่มร้องขอชิมทับทิมแม่ค้า   แม่ค้าก็เอียงอายเป็นของธรรมดา
ถ้าตัวพ่อร้องขอชิม สาวจะอายทำไม  เห็นเป็นผู้ใหญ่แล้ว คงจะกุลีกุจอส่งทับทิมให้เสียอีก
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 11
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.071 วินาที กับ 19 คำสั่ง