เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 6864 อยากรู้ว่ามีเหตการณ์อะไรในจึนน่ะทำให้อาก๋งดิฉันต้องมาเมืองไทย
B
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 16 ธ.ค. 00, 04:24

My paper in Comparative Politics class I finished last week was about the authoritarian regime type of government in Malaysia ka. I found that it realated to ethnic conflict between Malays and Chinese. Therefore, I claimed very proundly that we do not have this problem in our country since we are assimilable ka.
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 16 ธ.ค. 00, 08:35

ลำดับสายเลือดขึ้นไปสักสี่ห้าชั่วคน  ยังไม่เคยเจอเพื่อนคนไทยที่บอกได้ว่าไทยแท้มาแต่สุโขทัยหรืออยุธยา
โดยมากจะปนๆกันมาจากจีน  มอญ  แขก  ลาวค่ะ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ลองลำดับดูบ้างนะ  ปู่ย่าเชื้อสายจีนแต่มาถือธรรมเนียมไทย  แต่งงานกันเองในสกุลเดียวกัน (ตรงข้ามกับธรรมเนียมจีนโดยสิ้นเชิง)  คุณพ่อก็เป็นสายคุณปู่โจวสายเดียว
ทางแม่ ยายเป็นลูกสาวจีน มาแต่งกับคุณตาเป็นไทยมีเชื้อสายแขกอิหร่านอยู่นิดหน่อย
แม่เลยกินบะหมี่ได้อร่อยพอๆกับกินข้าวหมกไก่ ลุดตี่  มะตะบะ
สรุปว่าอิฉัน  นับแซ่แล้วอาจจะเป็นญาติห่างๆกับโจว เหวิน ฟะ เจ้าค่ะ
บันทึกการเข้า
บัว
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 16 ธ.ค. 00, 09:52

ก๋งของสามีอิฉันเป็นฮกเกี้ยน โล้สำเภาจากเมืองจีนมาได้สัมปทานเกาะทางใต้เหมือนคุณเทาเลยค่ะ แต่ไม่มีรังนก มีแต่หาดทราย หาดหิน ป่าไผ่ ต้นมะพร้าว ไม่งั้นป่านนี้เป็นลูกสะใภ้เศรษฐีไปแล้ว  แต่ก็ดีที่ว่าทุกวันนี้เหมือนมีเกาะส่วนตัว แม้จะรกร้าง  เพราะอยู่ครอบครัวเดียวมาตลอด ระยะหลังต้องจ้างคนเฝ้าแทน เพราะลูกหลานเข้ามาเรียนในเมืองกันหมด นาน ๆ ก็กลับไปลงขันช่วยซ่อมแซมบ้านที่ผุพังกัน เก็บไว้เป็นสิ่งมีค่าทางใจ ว่ามีบรรพบุรุษเกิดที่นี่  เกาะนี้เนื้อที่ 400 กว่าไร่ เคยมีคนมาขอซื้อ แต่ยังไม่คิดจะขาย (บังเอิ๊ญ.. ว่าเป็นของทางซะมี ไม่งั้นรู้ดีรู้ชั่วไปแล้ว)
เมื่อปีที่แล้ว มีนักธุรกิจจีนสิงคโปร์ติดต่อมา ถามหาอาก๋ง ไล่เลียงได้ว่าเป็นลูกหลานญาติก๋งที่ออกจากเมืองจีนมาด้วยกัน แต่ของเค้าไปขึ้นฝั่งทางสิงคโปร์  fax เอกสารหลักฐานอ้างอิงกันหลายรอบ แล้วก็เลยนัดพบกัน  เห็นว่าปีใหม่นี้เค้าจะพาอาม้ามาหาที่เมืองไทย ต้องจัดงานวันพบญาติกันซะหน่อย
คุณเทาเชื่อไหมคะ เชื้อจีนนี่แรงจริง ๆ สามีเป็นจีน แต่ดิฉันเป็นมอญปากลัด ลูกออกมาตี๋สนิทเลยค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 16 ธ.ค. 00, 10:30

เท่จังค่ะ มีเกาะส่วนตัว ยังกะอดีตมหาเศรษฐีโอนาสซิสแน่ะ
เหมาะจะเป็นแม่ยกพันล้านของลิเกวิชาการ (แฮ่ะ ประจบค่ะ)

เชื้อจีนบางสายก็แรงบางสายก็ไม่แรง  คุณพ่อดิฉันนี่ไปเล่นหนังเป็นชาวบ้านบางระจันได้สบายค่ะ
แต่ทางคุณแม่แรงมาก
ลูกสาวหมวยสนิทเหมือนกันค่ะ
บันทึกการเข้า
พัดโบก
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 16 ธ.ค. 00, 15:22

ผมมีเพื่อนชาวมาเลย์อยู่คนนึง เป็น chinese-malay ก็เล่าเหมือน ที่คุณ B ว่ามาครับ
คือมีปัญหาเรื่องความขัดแย้งของชนชาติค่อนข้างเยอะทีเดียวในมาเลเซีย
คนมาเลย์ใหญ่ๆมีสามกลุ่มคือ มาเลย์แท้ จีน อินเดีย
เค้าว่า ถ้าลูกคนจีนบ้านไหนไปแต่งกับพวกมาเลย์แท้นี่แทบจะถูกตัดญาติเอาเลยทีเดียว
สิทธิต่างๆ คนที่ไม่ใช่มาเลย์แท้ก็แตกต่างจาก มาเลย์แท้มากเหมือนกัน
ส่วนตัวเค้าเอง เค้าบอกเค้าไม่รักประเทศเค้าเลยแม้แต่น้อย


คงไม่มีที่ไหนที่จะกลืนกันได้มากเหมือนเมืองไทยแล้วล่ะครับ
น่าดีใจครับ ที่ได้เกิดเป็นคนไทย..
บันทึกการเข้า
แม่แก้ว
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 16 ธ.ค. 00, 17:21

แวะผ่านเข้ามาในwebนี้ เอ๊ะ! เห็นท้าวความถึงเรื่องคนจีนอพยพมาเมืองไทย เราก็เป็นหนึ่งในลูกฟลานจีน จึงขอกระโดดเข้าร่วมวงด้วยคน
ดัวอิฉันเป็นลูกครึ่ง 50 : 50 ค่ะ คือครึ่งแคะกับครึ่งไหหลำ คุณปู่คุณย่าคุณตาและคุณยายอพยพมาจากเมืองจีน ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ายุคไหนพ.ศ.ไหน  ทราบแต่ว่าคุณปู่ซึ่งเป็นนักศึกษาจีนได้กลับไปเมืองจีนอีกครั้ง คิดว่าเป็นช่วงที่คุณนกขเล่าแหละค่ะแล้วคุณปู่ก็เสียชีวิตในสงครามครั้งนั้นนั่นเอง  ส่วนครอบครัวทางฝ่ายคุณพ่อและคุณแม่อิฉันก็อยู่เมืองไทยจนชีวิตความเป็นอยู่และประเพณีกลืนไปกับคนไทยแล้วค่ะ (ถึงแม้หน้าตาจะบ่งเชื้อสายอย่างเห็นได้ชัด)  ก็ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดีนะคะ เพราะขนาดวันไหว้เจ้า ครอบครัวเรายังทำสังฆทานแทนเลยค่ะ เนื่องจากคุณแม่ก็อายุมากแล้ว ไม่สามารถลุกขึ้นมาแต่มืดมาต้มไก่เอง ส่วนลูกสาวทุกคนก็ขาดความเป็นแม่ศรีเรือนจนคุณแม่ระอา เลยสั่งเปลี่ยนแปลงการทำบุญไหว้เจ้าเป็นอย่างที่เล่าแหละค่ะ
บันทึกการเข้า
Linmou
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 16 ธ.ค. 00, 19:56

ผู้น้อยก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่เป็นลูกจีน ๑๐๐%
ด้วยว่า พ่อและบรรดาลุงๆอี ๔ คน อพยพมาจากซัวเถาตอนยังหนุ่ม(ประมาณ ๕๐ ปีมาแล้ว)พูดแต้จิ๋ว ตายาย อพยพมาจากกวางโจว เป็นพูดกวางตุ้ง
ทางพ่อนี่ เรียกได้ว่าชาวนา ๑๐๐% เช่นกัน เพราะพ่อเคยบ่นให้ฟัง(เพราะเห็นหลานกินทิ้งกินขว้าง)ว่าตอนเด็กๆ พ่อต้องออกไปเลี้ยงวัว(cow boy ขนานแท้)และไม่มีข้าวจะกิน ต้องขุดเผือกขุดมันกินเอา มาเมืองไทยนี่ ช่วงแรกๆก็รับจ้างเป็นจับกัง แบกกระสอบข้าวสาร
รู้สึกนับถือพ่อมาก ที่เลี้ยงลูก ๑๓ คนมาได้จนโต
บันทึกการเข้า
ส้มหวาน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 16 ธ.ค. 00, 23:00

ขอบตุณมากๆค่ะที่ช่วยตอบให้กระจ่าง อากํงดิฉันพูดภาษาแคะส่วนอาม่าพูดแต้จื๋ว สงสัยจังคัว่าที่เมืองจีนเป็นเหมือนเมีองไทยหรือเปล่าคะ คือ คนใต้ก็พูดภาษาใต้ คนอีสานก็พูดอีสาน ก็ภาษาใดก๊ท้องถิ่นนั้น หริอว่าในท้องถ่นหนี่งมีหลายภาษา กำลังงงๆอยู่ว่าอาก๋งกับอาม่าเจอกันได้อย่างไงแล้วคุยกันยังไงนี่ แต่ที่สังเกต คนแต้จิ๋วที่ไทยบาวคนก็พูดจีนแคะได้
บันทึกการเข้า
Linmou
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 17 ธ.ค. 00, 08:10

จากที่สังเกต คนจีนในถิ่นไหนก็พูดภาษาถิ่นนั้นจริงๆค่ะ แต่คนจีนในถิ่นอื่นก็ยังสามารถถูๆไถฟังและพูดภาษาจีนของถิ่นอื่นได้ อย่างที่เพื่อนชาวไต้หวันจะพูดและฟังภาษากวางตุ้งได้นิดหน่อย แม่ดิฉันก็พูดแต้จิ๋วได้ดี ในขณะที่พ่อเองก็พูดกวางตุ้งได้บ้าง
แต่ตัวดิฉันเองนั้น แต้จิ๋วไม่ได้เรื่อง กวางตุ้งไม่ได้เลย แหะ แหะ
บันทึกการเข้า
คุณพระนาย
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 17 ธ.ค. 00, 08:54

ผมเองก็มีเชื้อสายจีนเหมือนกัน (จริง ๆ ) ถึงจะใช้ชื่อไทย ๆ อย่างนี้ก็เหอะครับ ตะก่อนจะชอบมากตรุษจีน หรือ วันสารท วันไหว้พระจันทร์ เพราะหลังจากเจ้าเจียะเสร็จ
ผมก้สบายทันที แต่หลัง ๆ ตรุษจีน เริ่มไม่โสภาสำหรับผม เนื่องจาก แปรสภาพ จากหลานที่คอยรับอั่งเปา เป็น อาเจ๊ก ที่ต้องคอยแจกอั่งเปาคืนซะแล้วนี่ล่ะครับ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 17 ธ.ค. 00, 18:11

เท่าที่ทราบ เผอิญที่บ้านไม่ได้พูดจีนนะครับ แต่เท่าที่ถามๆ เพื่อนๆ ศึกษาจากเหล่าซือ และอ่านหนังสือรวมทั้งอ่านจากในเน็ตนี้ด้วย ภาษาจีนแต้จิ๋วกับฮกเกี้ยนค่อนข้างคล้ายกันครับ พอฟังกันได้บ้าง เห็นใครบอกว่าภาษาจีนกลางไปคล้ายกับภาษาจีนแคะ จะแคะลึกแคะตื้นก็ไม่ทราบ โดยมีคำอธิบายว่า พวกจีนทางฝั่งทะเลทางใต้ที่อยู่มาแต่เดิมมีกวางตุ้ง แต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน และอื่นๆ อีกมาก (ในกลุ่มภาษาสำเนียงท้องถิ่นต่างๆ นี้ก็ยังมีแยกย่อยลงไปอีกไม่เหมือนกัน) แต่พวกจีนแคะนั้นอพยพเข้ามาอยู่แถบนี้ทีหลัง นัยว่า บรรพชนแคะเดิมอยู่ทางจีนเหนือ จึงเคยพูดภาษาที่คล้ายๆ ภาษาจีนทางเหนือซึ่งได้พัฒนามาเป็นจีนกลางปัจจุบัน ยังสังเกตได้ว่าออกเสียงใกล้กับจีนกลางที่สุดในบรรดาภาษาถิ่นคนแถวนี้ และยังมีร่องรอยอยู่ในชื่อที่จีนกลุ่มอื่นเรียกจีนกลุ่มนี้ ว่า แคะ ซึ่งแปลว่าอาคันตุกะ แขก ผู้มาเยือน (จากที่อื่น)
ผมเอง รู้สึกว่าภาษากวางตุ้งจะไม่ค่อยเหมือนแต้จิ๋วฮกเกี้ยน ไพล่ไปเหมือนภาษาไทยบางคำที่ฟังแล้วสะดุ้ง ไปฮ่องกงหรือกวางโจว (โดยที่ผมไม่รู้ภาษากวางตุ้ง) ก็สะดุ้งบ้างขำบ้างทุกที เช่นว่า กินอาหารไม่หมดจะให้ร้านเขาห่อให้ ทางปักกิ่งจะขอให้เขา ต่าเปา (หนาโจ่ว) ทางกวางตุ้งใช้ จี๋หับ (!)
ตึกใหญ่ ทางจีนกลางเรียก ต้าซ่า กวางตุ้งเรียก ไต่ห่า (!) สถานกงสุลไทยที่ฮ่องกงอยู่ที่ตึกชื่อนี้ๆ ต่ายห่า สถานกงสุลอเมริกันอยู่ที่ตึกชื่อนั้นๆ ต่ายห่า.. เฮ้อ -
คนฮ่องกงฝั่งเกาลูนต้องข้ามทะเลไปทำงานทุกวัน ข้ามทะเลภาษาจีนกลางเรียก กั้วไห่ กวางตุ้งเรียก เกาหอย (!) วันละสองครั้งเช้าเย็น ...
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 18 ธ.ค. 00, 12:02

แถมคุณ นกข. อีกนิด กั้วไห่ แต้จิ๋วว่า กวยไฮ่(!) หวาดเสียวไม่น้อยเหมือนกัน!
มาเลเซียมีนโยบาย ภูมิปุตรา ครับ ถ้าแบ่งแยกอย่างนี้ ก็จะเป็นภูเขาไฟใต้น้ำรอวันประทุครับ
คุณปู่ผมเป็นจีนแคะครับ เกิดในมาเลเซีย โตในไทย โอนสัญชาติเป็นไทยเมื่อไม่ถึง 20 ปีนี่เองครับ คุณย่าเป็นจีนแต้จิ๋วเกิดเมืองไทย แวบไปเที่ยวเมืองจีน 2-3 ปี กลับมาไหงกลายเป็นต่างด้าวมิรู้ได้ เพิ่งจะโอนสัญชาติพร้อมคุณปู่
คุณตามีพ่อเป็นจีนแต้จิ๋ว แม่คุณตามีพ่อเป็นไทย 100 ปูเซ็ง แม่เป็นลูกครึ่งจีนแคะกับมอญปากเกร็ด คุณตาเกิดเมืองไทย ไปเรียนหนังสือเมืองจีน กลับมาเป็นคนต่างด้าวจนถึงปัจจุบันนี้ ทั้งๆที่เกิดบนเกาะเกร็ด โตมาบนเกาะเกร็ดนั่นเอง คุณยายเป็นจีนแต้จิ๋วเหมือนกัน คุณปู่ของคุณยายเป็นขุนนางจีนเล็กๆในรัชกาลซูสีไทเฮา ได้ยินว่า สอบได้เป็นซิวไจ๊(ซิ่วจ๋าย)ครับ สรุปแล้วไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับว่าผมมีเชื้อไทยกับมอญจากคุณตาที่เป็นคนต่างด้าวครับ ยิ้ม
ผมเองใช้ภาษาจีนน้อย แต้จิ๋วพอพูดฟังได้ แคะฟังได้น้อย จีนกลางนิดหน่อย ฮุ่ยทิงปุ๊ฮุ่ยเจี่ยง แต่คุณปู่เก่งมากเรียนหนังสือจบแค่ป.4 พูดไทยได้ดี แต่ไม่ชัดนักประมาณ 75% พูดแต้จิ๋ว แคะ กวางตุ้ง ภาษากลางเป็นไฟ อ่านเขียนไทยจีนอังกฤษ ได้ดี ลายมือสวยขนาดทั้งสามภาษา
จีนแคะจะมีสองพวกคือ แคะลึก กับ แคะตื้น จริงๆ! แคะลึกคือชิมแขะ(เสียงแต้จิ๋ว) หรือชิมขัก(เสียงแคะตื้น) แปลตรงตัวว่าแคะลึก แคะตื้นคือปัวซัวแขะ(เสียงแต้จิ๋ว) หรือ ปั้นซันขัก(เสียงแคะตื้น) แปลว่าแคะครึ่งภูเขา ภาษาแคะเองจะคล้ายกับภาษากลาง โดยเสียงแคะตื้นจะใกล้กับภาษากลางมากกว่า บังเอิญผมเป็นปัวซัวแขะ ก็เลยรู้เสียงของ ชิมแขะน้อย สำหรับคนไทยอาจจะเคยได้ยินพวกแคะในชื่อ ฮากกา ครับ
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 18 ธ.ค. 00, 12:05

ขอโทษครับ แคะลึกภาษาจะใกล้ภาษาจีนกลางมากกว่าครับ พิมพ์เบลอไปหน่อย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 19 ธ.ค. 00, 22:03

ขอเล่าอีกรูปแบบของคนจีนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในไทย โดยไม่ใช่อพยพมาตายดาบหน้า  หนีภัยการเมือง ค้าขายสำเภาฯลฯ อย่างที่เรารู้จักกันเป็นส่วนใหญ่
เป็นกรณีที่ออกจะหายาก ก็เลยเก็บความมา เป็นเกร็ดความรู้ค่ะ  เผื่อใครจะช่วยขยายความหรือออกความเห็นเพิ่มเติมก็ขอเชิญ
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
เมื่อปลายกรุงศรีอยุธยา ตรงกับสมัยราชวงศ์ชิง  มีชายจีนคนหนึ่งชื่อ ตั้งเต็กงึ้น  มีตำแหน่งเป็นซุ่ยอ่าง( สมุหเทศาภิบาล)
เขาได้เดินทางมาเจริญสัมพันธไมตรีทางการค้ากับไทย  แต่ไม่ได้กลับเมืองจีน
กษัตริย์อยุธยาองค์ไหนไม่ทราบ ไม่พระเจ้าบรมโกศก็พระเจ้าเอกทัศ  ชักชวนให้อยู่รับราชการ  ก็ตกลงอยู่ที่นี่  จนได้เป็นพระยาศรีราชอากร  ฟังชื่อแล้วก็คงเกี่ยวกับการเก็บภาษีเข้าหลวง
บุตรชายของเขาอยู่ในเมืองจีน  รับราชการเป็นอ่วงง้วน(ข้าหลวงต่างพระองค์) เดินทางมาไทยอีก  ก็ไม่ได้กลับอีก  แต่มารับราชการในไทย  ได้เป็นพระยาสมบัติวานิช
พอถึงลูกชายพระยาสมบัติฯ ทีนี้ไม่กลับเมืองจีนแล้ว อยู่ในไทยมาตลอด  มีลูกหลานเป็นไทย
ลูกสาวคนหนึ่งชื่อปราง แต่งงานกับพระยาพิศลสมบัติบริบูรณ์
มีบุตรีชื่ออ่วม
ต่อมาคือเจ้าจอมมารดาอ่วมในรัชกาลที่ ๕  เป็นเจ้าจอมมารดาของกรมพระจันทบุรีนฤนาท  ต้นราชสกุลกิติยากร
หมายเหตุ : เชื้อสายตั้งแต่คุณหญิงปราง มาจากความจำ   ไม่ทราบว่าถูกต้องหรือเปล่า
ดิฉันยังหาหนังสือเกี่ยวกับขรัวตาและขรัวยาย ในกรมพระจันทร์ ไม่พบ เคยมีแต่ไม่รู้ไปวางไว้ไหนแล้ว
ใครมีข้อมูล  ถ้าสนใจก็ช่วยเช็คอีกทีด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
นางประแดะ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 01 ม.ค. 01, 04:53

นึกสงสัยจริงๆมีใครนับเชื้อสายแล้วเป้นไทยแท้ๆบ้าง
ทางพ่อดิฉันเป็นอังกฤษผสมกับไทย  แต่ทางแม่เวียดนามผสมไทย   ทั้งสองตระกูลเข้ามารับราชการที่ไทย  และได้รับนามสกุลไทย
แต่ลูกหลาน บางครอบครัวตาสีฟ้าผมทอง  บางครอบครัวตี๋หมวย   เชื้อยังเหลือบ้าง
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.035 วินาที กับ 19 คำสั่ง