เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 4 5 [6]
  พิมพ์  
อ่าน: 30473 บทกลอนแห่งความรัก
ดอกไม้ไฟ
อสุรผัด
*
ตอบ: 3


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 75  เมื่อ 11 ธ.ค. 06, 05:01

   รวมกลอนรัก  (เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์)

หัวใจรักเจ้าเอยช่างเอ่ยเอื้อน..........                       แว่วแว่วเหมือนมาตามมาถามข่าว
มีน้ำอย่างหยาดแก้วกลบแววดาว๑...............              เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ้ง๒
อารมณ์รักมักให้เห็นเป็นกวี..............                      ถ้อยคำรักคือวลีที่เริงรุ่ง
ถึงไม่จำแต่ไม่ลืมยังปลื้มปรุง...........                       หอมแห่งทุ่งดอกไม้รักรายรอง
อ้อมกอดพี่จะสงวนไม่ด่วนเสนอ.............                อ้อมตักเธอจงถนอมก่อนยอมสนอง๓
ทั้งคมคำคมความให้ตามตรอง...........                     กระเทือนห้องหัวใจกันหลายชั้น
ดอกรักบานในใจใครทั้งโลก.............                     แต่ดอกโศกบานอยู่ในหัวใจฉัน๔
คนเคยรักเคยร้างเคยห่างกัน............                      ยังหวั่นหวั่นหวามหวามอยู่รำไร
โอ้นกเขาเจ้าขันกระชั้นแจ้ว.............                     เราโตแล้วหาตักอุ่นหนุนไม่ได้๕
ถ้าไม่ไปหาเขาเราเสียใจ............                        แต่ถ้าไปหาเขาเราเสียตัว๖
ทั้งเสียวสะแสบไส้กระไรเลย...........                       อุแม่เอ๋ยเอาหัวใจออกไขทั่ว
กล้าก็กล้าใจหนอกลัวก็กลัว............                       เหมือนมายั่วมาย้ำมานำชัก
ขณะที่ปากมีไว้เพื่อให้พูด.............                       เธอก็ใช้ลิ้นการฑูตพูดเสียหนัก
ส่วนหัวใจมีไว้เพื่อให้รัก...........                         เธอไม่ยักใช้มัน...ฉันเสียดาย๗
เหมือนระย้าผกาแก้วแววระยับ...............                 กระทั่งกับภูผาน่าใจหาย๘
คือดวงแก้วแห่งรักมักวับวาย..........                      มีแต่จะตกกระจายไม่วายเว้น
หนึ่งจะมีรักใหม่อย่าให้รู้...........                        สองจะอยู่กับใครอย่าให้เห็น
ให้ฉันเถิดขอร้องสองประเด็น.............                  แล้วจะเป็นผู้แพ้ที่แท้จริง๙
สารพันสารพัดจะสัตย์ซื่อ.........                          ความรักคือความทุกข์ถูกทุกสิ่ง
ประเดี๋ยวสุขสมหมายก็พรายพริ้ง.............                 ประเดี๋ยวยิ่งปวดร้าวก็เศร้าทรุด
ถ้ารักใครไม่ได้ก็ไม่รัก............                           แต่กุจักชักดาบเข้าฉาบฉุด
ดั่งโคถึกคึกคะนองลำพองรุด.............                   ใครจะยื้อใครจะยุดจะฉุดใจ๑๐
เมื่อรักกันไม่ได้ก็ไม่รัก............                          ไม่เห็นจักเกรงการสถานไหน
ไม่รักกุกุก็จักไม่รักใคร..........                           เอ๊ะ  น้ำตากุไหลทำไมฤๅ๑๑
ข้อยฉวยช้อนกลอนรักมาถักร้อย...........                  เป็นสายสร้อยดอกไม้สร้อยลายสือ
มอบไว้เป็นของขวัญมั่นกับมือ.............                     เสมอสื่อสารรู้...ใจสู่ใจ

๑  ตุลย์เทพ     สุวรรณจินดา
๒  อังคาร     กัลยาณพงศ์    
๓  สวัสดิ์     ธงศรีเจริญ
๔  เฉลิมศักดิ์     ศิลาพร
๕ นิภา     บางยี่ขัน
๖  กรรณิการ์     เฮงรัศมี
๗  รังษี     บางยี่ขัน
๘  อุชเชนี
๙  สนธิกาญจน์     กาญจนาสน์
๑๐  ขรรค์ชัย     บุญปาน
๑๑  สุจิตต์     วงษ์เทศ
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 ธ.ค. 06, 05:07 โดย ดอกไม้ไฟ » บันทึกการเข้า
Gotz21
อสุรผัด
*
ตอบ: 17

SaWasSdEe


ความคิดเห็นที่ 76  เมื่อ 13 ธ.ค. 06, 00:56

 "อิเหนา" - พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

"โอ้ว่าอนิจจาความรัก
พึงประจักษ์ดังสายน้ำไหล
มีแต่จะเชี่ยวเป็นเกลียวไป
ไหนเลยจะไหลกลับมา"

อาจเคยฟังกันบ่อยๆ แต่ฟังทีไรก็ยังเป็นบทที่สะเทือนใจผมทุกที ...
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30829

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 77  เมื่อ 31 ธ.ค. 15, 14:48

ดึงกระทู้เก่าขึ้นมาเพราะไปเจอกลอนของดวงใจ รวิปรีชา หนึ่งในสี่มือทองวรรณศิลป์ของธรรมศาสตร์เมื่อห้าสิบปีก่อน   บัดนี้ดวงวิญญาณของเธอขึ้นไปสู่สวรรค์ชั้นกวี ร่วมวงกับเพื่อนๆหลายคน
อาจารย์ประยอม ซองทอง  ศิลปินแห่งชาติ นำกลอนของเธอมาลงไว้ใน facebook    กลอนของเธอยังเต็มเปี่ยมด้วยพลังยากจะหาผู้เสมอเหมือน

คำตัดพ้อของดอกไม้โรย

คือนิยายน้ำเน่าของสาวใหญ่
มีเปลวไฟความรักคอยหักโหม
มีดวงตาว่างเปล่าเศร้าและโทรม
ความเหงาโน้มเน้นใจให้เป็นทุกข์

ถูกร้างรามาตลอดพร้อมทอดทิ้ง
ชีวิตจริงไม่รู้จักรักและสุข
พรางด้วยยิ้มซ่อนเหงาที่เร้ารุก
แล้วหัวเราะราวสนุกไม่ทุกข์ร้อน

นั่นมิใช่ตัวจริงของฉัน
ความสุขสันต์คือคราบของภาพหลอน
ความทุกข์คือความจริงอันนิรันดร
เป็นเงาซ้อนซ่อนในตัวชั่วชีวี

เหมือนดอกไม้ได้บานเมื่อวันก่อน
ถูกน้ำร้อนก็โรยสิ้นกลีบกลิ่นสี
เหลือเพียงความทรงจำย้ำฤดี
ถึงผู้ที่เคยช้อนชมดมผกา

ถ้าชีวิตเป็นเชือกเลือกตัดได้
จะตัดให้ขาดลงที่ตรงหน้า
ไม่ต้องแอบอ้างว้างอยู่ค้างคา
ทรมาเพราะพิษผิดหวังตรม

เธอก็รู้เรื่องดีฉะนี้แล้ว
ฉันใช่แก้วหากคือกรวดอวดขื่นขม
เธอก็คงคล้ายน้ำค้างที่พร่างพรม
เกลือกกลีบชมผกาชื่นชั่วคืนเดียว

ปิ่นฤทัย รวิปรีชา
(ดวงใจ รวิปรีชา)
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.051 วินาที กับ 19 คำสั่ง