เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 3075 พระราชปรารภในพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ว่าด้วยเหตุความตายในท่ามกลางอายุ
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


 เมื่อ 23 ก.ย. 06, 11:06

 พระพุทธเจ้าหลวง
ทรงมีพระราชปรารภถึงเหตุแห่งความตายตอนหนึ่งว่า
“ชีวิตมนุษย์นี้ ถ้ารักษาดี ๆ แล้ว คงจะอยู่ไปได้จนแก่หงำแล้วจึงตาย…
แต่เหตุที่จะรักษาไม่ได้นั้น นึกนับดูเดี๋ยวนี้ เห็นมี ๔ อย่าง...”
มีรายละเอียดอยู่ในพระราชปรารภเรื่องนี้

พระราชปรารภในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ว่าด้วยเหตุแห่งความตายในท่ามกลางอายุ


ทรงพระราชนิพนธ์พระราชทานให้พิมพ์ในหนังสือวชิรญาณวิเศษ
เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๑
    ท่านกรรมสัมปาทิกหอพระสมุดวชิรญาณขอให้ข้าพเจ้าเขียนเรื่องอะไร ๆ ลงในหนังสือวชิรญาณในคราวซึ่งเป็นพนักงานของท่านพวกนี้สักเรื่องหนึ่ง เวลานี้ว่างจึงเขียนให้ตามที่นึกได้ง่าย ๆ
    เมื่อพูดกันถึงเรื่องตาย ๆ กรมหลวงเทวะวงศ์ฯ ได้ว่าแก่ข้าพเจ้าบ่อย ๆ ว่าชีวิตมนุษย์นี้ ถ้ารักษาดี ๆ แล้วคงจะอยู่ไปได้จนแก่หงำแล้วจึงจะตายเป็นธรรมดา ข้าพเจ้าได้ยอมรับคำนี้ว่าเป็นจริงมานานแล้ว เพราะได้พิเคราะห์ดูในอาการกิริยาของตัวเองที่ประพฤติมาเสมอ ๆ ก็เห็นว่าถ้ารักษาดีจริงคงจะอยู่ได้ แต่เหตุที่จะรักษาไม่ได้นั้น นึกนับดูเดี๋ยวนี้เห็นมีอยู่ ๔ อย่าง
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 23 ก.ย. 06, 11:09

 อย่างหนึ่ง ตั้งแต่เกิดมาก็มีโรคภัยพิการในเครื่องจักรของร่างกาย ที่จะแก้ไขให้หายเป็นปกติไม่ได้เหมือนกับเครื่องจักรนาฬิกาหรือเครื่องจักรเรือกลไฟที่ทำจากร้านไม่ดี ฝีมือเลวมาแต่ต้น ถึงจะแก้ไขประคับประคองรักษาสักเท่าใดก็ไม่พ้นเสียเร็วได้
อีกอย่างหนึ่งนั้น เพราะไม่สามารถจะรู้ได้ว่าการประพฤติอย่างนี้ ทำสิ่งนี้จะเป็นอันตรายแก่ชีวิต การประพฤติสิ่งนี้ ทำสิ่งนี้ จะเป็นเครื่องเกื้อกูลให้ชีวิตยืนยาวไปได้
อีกอย่างหนึ่งนั้น รู้แล้วว่าสิ่งนี้ไม่สู้ดี เป็นทางมาของความตาย แต่เพราะความอยาก จะเว้นอดกลั้นไม่ได้ จำต้องทำ เพื่อความสุขในปัจจุบันทันใดนั้น หรือเพราะรู้แล้วแต่เผลอ ๆ ไป บางทีตั้งใจว่าจะไม่ประพฤติ แต่มันเลยเป็นไปฝืนไม่ไหว รู้แล้วว่าทางนี้จะเป็นเครื่องเกื้อกูลแก่การอายุยืน รู้แล้วว่าจะทำ แต่มามีอย่างอื่นชักแชเชือนไป หรือไม่ข่มขี่ใจที่จะทำให้แรงกล้าไปได้ สักแต่ว่าทำหรือเป็นแต่จะทำแล้วเรื่อย ๆ ไป
อีกอย่างหนึ่ง รู้แล้วว่าสิ่งนี้เป็นเครื่องที่จะพาไปถึงความอายุสั้นตายเร็วแต่จำเป็นต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ ถึงทำแล้วถ้าตายก็เป็นตายดี หรือไม่เป็นตายดีแต่จำเป็นจำต้องทำ จนตายด้วยความรู้ว่าทางนี้เป็นทางจะตาย
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
tuka007
พาลี
****
ตอบ: 291


คนจับจอบจับเสียม


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 23 ก.ย. 06, 15:28

 แวะลงชื่อไว้ก่อนค่ะ
บันทึกการเข้า

จงยิ้มให้โลก...แล้วโลกจะยิ้มให้เรา
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 29 ก.ย. 06, 15:04

 สวัสดีครับ  


ในหนทางที่เป็นทางมาของความตายทั้ง ๔ อย่างนี้ ถ้าผู้ใดละหลีกหนีให้พ้นไปทีเดียวได้ ผู้นั้นจะมีอายุยืนยาวเป็นแน่แท้ เว้นไว้เสียแต่จะมีโรคปัจจุบันที่คนตายมาก ๆ จะหนีไปไม่ได้ แต่อย่างไร ๆ คงจะดีกว่าที่ไม่ได้ประพฤติได้ แต่การที่จะประพฤติหลีกหนีทางที่มาของความตายทั้ง ๔ อย่างนี้ เกือบจะว่าไม่มีใครประพฤติได้ หรือประพฤติเข้าแล้วจะเป็นการดีแก่ตัวฝ่ายเดียวนั้นว่าไม่ได้เลย


บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 29 ก.ย. 06, 15:31

 ข้างบนนี้ ต่อจากความเห็นที่ 1 ครับ
ส่วนข้อความนี้ ต่อเนื่องจากความเห็นที่ 3 ครับ

คือข้อ ๑ ซึ่งว่าด้วยร่างกายไม่บริบูรณ์มาแต่เดิมจะรักษาชีวิตไปไม่ได้เองนั้น จะยกตัวอย่างให้เห็นได้ คือ ศรีพัฒนา (๑) ตั้งแต่ออกมาก็เกือบจะว่าได้ว่ามีแต่กระดูกที่หนังหุ้มอยู่ ตั้งแต่เล็กมาจนโตไม่เห็นมีเวลาที่มีผิวแดงเลย สีซีด ๆ นิ้วมือนิ้วตีนเขียว ๆ ตามเล็บเหมือนกับถูกกระทบอะไรช้ำเป็นสีน้ำเงินทั้งสิบนิ้ว ตั้งแต่เกิดมาหมอไม่ได้ขาดขึ้นเรือนจนสักวันหนึ่ง เจ็บจนไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเจ็บอะไร เขียวเย็นชืดไปทั้งตัวบ้าง จะพรรณนาไปไม่มีที่สุด จนเป็นสาวอายุสิบห้าสิบหกปี ก็ไม่มีผู้ใดเห็นว่าเป็นสาว อายุมากเข้าจนถึงสิบแปดสิบเก้า กลับเห็นเป็นคนแก่ แต่รักษาชีวิตดีอย่างยิ่งที่ผู้ใดจะรักษาได้ อยู่มาได้ถึงอายุยี่สิบปีจึงได้ตาย ถ้าจะไปหาผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งไม่รู้จักชื่อเสียงเรื่องราวเลยมาดูศพแล้วให้ทายว่าอายุ ๗๐ ขึ้นไปหา ๘๐ ปี ท้าววรคณานันท์(๒)เดี๋ยวนี้ดูยังมีเนื้อมีหนังมากกว่า นี่เป็ฯอย่างเอกในการโรคภัยที่มีมาแต่กำเนิดเหลือที่จะป้องกัน ถึงจะรักษาชีวิตดีสักเท่าใด ก็รักษาได้เพียงเท่านั้นเอง ไม่มีอายุและร่างกายที่จะอยู่ต่อไปอีกได้


________
เชิงอรรถ
(๑) พระเจ้าน้องนางเธอพระองค์ ๑ ประสูติเมื่อปีฉลู พ.ศ. ๒๓๙๖
สิ้นพระชนม์เมื่อปีระกา พ.ศ. ๒๔๑๖
(๒) ท้าววรคณานันท์ ชื่อ มาลัย
กรมศิลปากร จัดทำเชิงอรรถ
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 29 ก.ย. 06, 15:46

 

อย่างที่ ๒ ซึ่งว่าตายด้วยความไม่รู้จะตายเหมือนหนึ่งคนเดินไปดี ๆ ไม่มีฝนตก ฟ้าร้อง  แต่เมื่อเดินไปถึงกลางทาง ฝนตกลงมาฟ้าคะนอง จะกลับมาสู่ที่เก่าก็ไกล จะไปจนถึงที่ข้างหน้าก็ไกล จะหาที่อาศัยกลางทางก็ไม่มี ตก ฟ้าผ่า ลงมาถูกผู้นั้นตาย ผู้นั้นตายด้วยไม่รู้ว่าอันตรายจะมี ฤาลงไปในเรือที่มั่นคงแข็งแรงดี เชื่อว่าจะไม่มีอันตราย แต่มีเรืออื่นมาโดนเรือล่มต้องจมน้ำตายเช่นนี้ เป็นตายด้วยไม่รู้สาเหตุว่าจะตาย เป็นเครื่องตัดไม่ให้อยู่อายุยืนไปได้เป็นที่ ๒

บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 29 ก.ย. 06, 16:31

 ขออนุญาตแก้ไขความเห็นที่ 5 ที่ว่า
...ตก ฟ้าผ่า ลงมาถูกผู้นั้นตาย...

แก้ไขเป็น
ฟ้าผ่าลงมาถูกผู้นั้นตาย
ครับ
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 30 ก.ย. 06, 10:03

 

อย่างที่ ๓ ซึ่งว่ารู้แล้วว่าเป็นทางมาของความตายแต่เว้นไม่ได้ จำต้องทำเพราะเหตุหลายประการนั้น มีตัวอย่างกว้างขวางมากเกือบจะไม่ต้องยกขึ้นพรรณนา จะว่าแต่ย่อ ๆ อย่างต่ำที่สุดแต่เพียงรู้ว่าถ้าตื่นเช้า นอนหัวค่ำจะทำให้มีกำลังวังชาดีกว่านอนดึกตื่นสายจนได้ลองแล้วนึกว่าจะทำก็ทำไปไม่ได้ เพราะอะไร ๆ จิปาถะร้อยอย่างสำหรับที่จะชักลงไปหาทางที่จะระวังอยู่แล้วว่าถ้าขืนอย่างนี้คงจะตาย แต่มิใช่มีอะไรบังคับว่าถ้าไม่ทำเช่นนั้นไม่ได้ เป็นเพราะความสุขในการประพฤติเช่นนั้นเล็กน้อยในปัจจุบัน ทำให้เผลอไม่กลัวความตายได้โดยความประมาท คือยังเช่นอ่านหนังสือค้างอยู่อีกนิดเถอะ อีกนิดเถอะ  เมื่ออีกนิดหนึ่งอ่านหนังสือไปได้เท่าใด ก็ให้ความสบายทุกอีกนิดหนึ่ง แต่ใกล้เข้าไปข้างความตายทุกอีกนิดหนึ่งเหมือนกัน แต่ความตายอยู่ทางไกล ความสุขอยู่ทางใกล้ ทำให้เผลอหลงไปตามความสุขนั้น จนเป็นเครื่องร่อยหรอแก่อายุได้ นี่เป็นตัวอย่างที่ไม่อยากจะพูดถึงเหตุการณ์อันร้ายกาจที่ไม่น่าจะเอาไปไว้ในหนังสือเช่นนี้ เช่นกับปีนกำแพงวัง เป็นผู้ร้ายปล้นสูบฝิ่นกินเหล้าเมาเหลือเกิน และอะไร ๆ ต่าง ๆ นับไม่ถ้วน ล้วนแต่รู้แล้ว และยังไม่ได้มีเครื่องสำหรับล่อให้ไปตามใกล้เข้าข้างความตายทั้งสิ้น นี่เป็นเครื่องที่จะทำให้รักษาชีวิตยืนยาวไปไม่ได้เป็นที่ ๓

อย่างที่ ๔ ซึ่งรู้แล้วว่าเป็นทางของความตายแต่จำต้องทำนั้น เหมือนอย่างกับทหารที่จะต้องเข้าสู้ศึกสงคราม เมื่อมีพวกหนึ่งถืออาวุธมาคอยจะยิงจะแทงฟันตัวอยู่ รู้แล้วว่าเป็นเครื่องสำหรับทำให้ตายแต่ต้องฝ่าฝืนเข้าไปเพื่อจะเอาชัยชนะเพราะเป็นการฉลองพระเดชพระคุณเจ้านาย และเป็นการรักษาบ้านเมืองรักษาความสุขของเพื่อนมนุษยชาติเดียวกัน ฤๅตัวเจ็บไข้อยู่  แต่มีราชการหลวง ฤๅบิดามารดาบุตรภรรยาป่วยไข้ ฤๅต้องอันตรายอันใดจำต้องไปรับราชการและป้องกันรักษา เพื่อจะให้เจ้านายและบิดามารดาบุตรภรรยาพ้นจากอันตราย ฤๅเห็นคนทั้งปวงนั้นติดกับเป็นโรคปัจจุบัน ที่รู้ว่าไข้เช่นนั้นรักษาได้แต่เห็นว่าไม่มีผู้ใดดูแลรักษาคนไข้นั้นได้ทุกขเวทนาเข้าไปช่วยรักษา คลุกคลีอยู่ใกล้คนไข้ อย่างนี้ก็ต้องเป็นการจำเป็นที่จะต้องเข้าไปใกล้ความตาย นับเป็นอย่างที่ ๔

เพราะฉะนั้น การที่จะรักษาชีวิตตามที่ว่า ถ้ามนุษย์รักษาชีวิตดี ๆ อยู่แล้ว จะอยู่จนแก่หงำได้เป็นธรรมดานั้น มีเครื่องกีดกั้นอยู่มากเช่นว่ามาแล้วจึงรักษาชีวิตไปจนแก่หงำไม่ได้โดยมาก ต้องอาศัยความเผอิญช่วยการป้องกันรักษาด้วย จึงได้รอดอยู่ได้จนแก่หงำบ้าง น้อยกว่าผู้ที่ตายเสียแต่หนุ่มแต่สาว แต่ถ้าจะว่าถึงความดีความชั่วในการรักษาชีวิตแล้ว อย่างที่ ๑ ที่ ๒ นั้น เป็นธรรมดาอยู่เอง แต่อย่างที่ ๓ เป็นการที่ควรรักษาตามทางซึ่งเห็นเครื่องจะให้อายุยืน หลีกละทางให้เต็มกำลังโดยความตั้งใจที่จะทำได้ แต่ในที่ ๔ นั้นเป็นการจำเป็นที่จะต้องทำถึงจะเป็นทางมาของการที่อายุสั้นก็ยอมให้สั้นดีกว่ายาว เพราะคนเกิดมาจะว่าอายุเป็นสำคัญกว่าการที่จะทำว่าไม่ได้ ผู้ที่มีอายุอยู่จนแก่ชราถึง ๙๐ ฤๅ ๑๐๐ เมื่อตายแล้วสูญชื่อในทันทีมีโดยมาก แต่ผู้ซึ่งมีอายุเพียง ๒๐ เศษ ๓๐ ปี มีชื่อเสียงที่ชนภายหลังรู้จักไปอีกหลาย ๆ หลายพันปี มีอยู่แต่น้อย ควรจะนับว่าผู้ที่มีอายุสั้นแต่มีชื่อเสียงอยู่นานนั้นมีอายุยืนหลายพันปี ดีกว่าผู้ที่มีอายุ ๑๐๐ ด้วยประการฉะนี้แลฯ

บางปะอิน วันจันทร์ เดือนหก ขึ้นหกค่ำ
ปีชวดสัมฤทธิศก ศักราช ๑๒๕๐


ที่มา:ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๐ หน้า ๑๔-๑๖

บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
tuka007
พาลี
****
ตอบ: 291


คนจับจอบจับเสียม


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 02 ต.ค. 06, 19:31

 ค่ะ ... หมั่นสร้าง  สะสม  ความดีกันไว้ดีกว่า    เมื่อหาชีวิตไม่แล้วผู้คนกล่าวขวัญถึงอย่างยกย่องสรรเสริญ ย่อมดีกว่าเสียงสาปแช่งส่งท้าย..มิใช่ ฤ
บันทึกการเข้า

จงยิ้มให้โลก...แล้วโลกจะยิ้มให้เรา
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.034 วินาที กับ 19 คำสั่ง