เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
อ่าน: 10234 หน่อไม้ไผ่สด
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 09 ธ.ค. 00, 08:14

จริงเหรอคะเนี่ยะ คุณโรสา  ยังไม่รู้จักด้วยซำ้เลยค่ะ  ว่าปลาชะโดนี่หน้าตาเป็นอย่างไร

มาอ่านแล้วก็นำ้ลายยืดค่ะ  อ้อ ได้ไปเจอที่ร้านอาหารที่ไทยทาวน์แห่งนึงง เค้ามีเมนูข้าวต้มกุ๊ยหลังสี่ทุ่ม  มีของแปลกๆไม่เคยเห็นอยู่อย่างหนึ่งคือ  ไข่เยี่ยวม้าผัดกะเพราะ  เลยลองสั่งมาทานดู  ทานกับข้าวต้มนี่อร่อยไม่น้อยเลยค่ะ  ไข่เยี่ยวม้านี่  อยู่เมืองไทยก็ยังไม่ยอมทานเลยนะคะ  เพราะกลัวว่ามันจะเป็นไปตามชื่อจริงๆ  แต่เค้ารับรองว่า  ไม่ได้เอาผลิตผลอะไรจากม้ามาเป็นส่วนในกระบวนการทำเลย  ถึงได้ยอมลองทานดูน่ะค่ะ  ชักติดใจแล้วแฮะ  แฮ่ๆ

คุณโบว์สีชมพูคะ  ดิฉันทำกับข้าวไม่เก่งหรอกค่ะ  อยู่เมืองไทยก็ทำเป็นแต่มาม่ากับอาศัยฝากท้องกับร้านข้าวแกงประจำ  มาอยู่เมืองนอกใหม่ๆทนอยากอาหารไทยไม่ไหว  เลยต้องลองทำดู  เพราะไปทานที่ร้านอาหารที่นี่แล้วไม่ถูกปาก(สมัยก่อนนะคะ)  และก็ไม่ถูกกับกระเป๋าเท่าไหร่  ไม่เหมือนเมืองไทยก็ตรงที่ไปทานข้าวนอกบ้านบ่อยๆละก็  ได้ไปนอนกลางถนนแน่  เพราะคงหมดตัวไปเลยน่ะค่ะ  เลยต้องหัดทำเพราะความจำเป็น  แต่ถ้าหาอะไรแทนได้ละก็  ไม่เคยรีรอเลยค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 09 ธ.ค. 00, 09:11

คุณโบว์ชมพูคะ
ขับรถเลี้ยวเข้าถนนเลียบชายทะเลที่ชะอำ  เลี้ยวไปทางซ้ายนะคะ  แล้วขับไปจนสุดทางเลย  เป็นร้านเล็กๆ กึ่งบ้าน   ดูธรรมดาๆ
ถ้าหลงทางก็ถามชาวบ้านดูว่าอยู่ตรงไหน
ดิฉันไปคราวก่อนถนนหน้าร้านยังทำอยู่ค่ะเข้าไม่ได้  อาศัยเจ้าถิ่นพาลัดเลาะเข้าไปทางหลังร้าน  ป่านนี้อาจเสร็จแล้ว
ร้านนี้ไม่ตกแต่งหรูหรา   แต่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติ   แถมยังเขียนบอกไว้ด้วยว่า ถ้าไม่แน่ใจ ให้สอบถามราคาก่อน
เพราะราคาเขาอาจทำให้ลูกค้าใหม่ สะดุ้งพรวดหัวชนเพดานได้
สอบถามก่อนว่าเขามีห่อหมกไหม   เพราะบางวันเขาก็ทำ บางวันอาจไม่ทำ
ดิฉันโชคดีไปกับเพื่อนที่รู้จักกันดีกับเจ้าของร้าน  เขาเลยยกห่อหมกรองใบชะครามมาให้กินแถมมายืนบริการให้ด้วย  แจ็กพ็อตยิ่งกว่าถูกรางวัล
อาหารจานเด็ดก็พวกกุ้ง ปู  พวกอาหารทะเลนี่ละค่ะ ต้มยำเขาก็แซบ อร่อยเด็ดขาดจริงๆ
บันทึกการเข้า
โบว์สีชมพู
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 09 ธ.ค. 00, 16:30

ขอบคุณค่ะ คุณเทาชมพู โอกาสหน้าจะแวะไปชิมค่ะ
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 10 ธ.ค. 00, 05:14

มัวแต่คุยเรื่องกินแล้วลืมเลย  กะว่าจะมาคุยกันเรื่อง ต้นไผ่ กับสังคมไทย น่ะค่ะ

ต้นไผ่(หรือกอไผ่) นี่คงมีอยู่ทั่วระแหงในภูมิภาคแถบนี้  เพราะเห็นมีอยู่ในอาหารการกินทั้งของคนไทย พม่า มอญ ลาว เขมร และเวียตนาม  
ส่วนที่กินหรือ หน่อไม้ไผ่ นี่  ต้องขุดเอาก่อนที่มันจะโผล่ยอดแทงดินออกมา  จึงจะอ่อนพอทานได้  ไม้ไผ่มีหลายชนิดหลายขนาด  
คนไทยและคนเอเซียเอามาปรุงอาหาร ใช้งาน กันมานานแล้ว  ที่เห็นขายกันอยู่ในตลาด  จะเป็นขนาดใหญ่ตัน ที่เรียกว่า ไผ่ตง  
และขนาดเล็กประมาณหนึ่งนิ้ว  อย่างพวกไผ่รวก  แต่จริงๆแล้วหน่อไม้ไผ่อะไรก็ทานได้  ถ้าไปขุดก่อนที่เส้นไยมันจะแข็งเกินไป  
เรื่องจะเอามาทำอาหารจานอะไรบ้างนี่คงทราบกันดีแล้ว

แต่ไม้ไผ่ยังเอามาทำประโยชน์ได้มาก  เช่นจักสาน  ที่ผานเอาส่วนผิวที่เหนียวมากมาสานเป็นภาชนะต่างๆ หรือเสื่อสาด  ตอกก็เอามามัดต่างเชือก  
แล้วยังเอาทั้งต้นมาทำบ้านทำแคร่ได้  โดยตัดให้ยาวพอประมาณที่ใช้  แล้วสับข้อไปรอบๆ  แล้วตัดตามยาวให้เปิดแผ่ออก  
จากนั้นจึงเราะด้านในข้อตอออกให้เรียบ  ทำเป็นฝาเรือน  หรือปูแผ่เป็นพื้นเรือน หรือจะทำแคร่ก็ได้  ส่วนต้นทั้งลำก็เอามาเป็นเสา  
เอาส่วนที่แผ่เป็นเสื่อมาเป็นผนัง  ประกบด้วยไผ่ซีก  แล้วใช้ตอกมัดเอา  เท่านี้ก็ได้เรือนพอคุ้มหัวอยู่ได้หลายๆเดือนแล้ว  

สมัยโบราณ หรือแม้แต่ปัจจุบันก็ยังมีใช้อยู่บ้าง  เราเอาไผ่ปล้องใหญ่ๆ  มาตัดเป็นลำละปล้อง  ใช้ต้มนำ้ต้มข้าวได้  โดยตั้งเสาข้างกองไฟ  
ต่อหัวเสาด้วยไม้เป็นหลัก  เอาไผ่ใส่ข้าวใส่นำ้ที่จะต้มมาวางพาดคานบนหัวเสา  ไฟที่เผาไหม้ส่วนล่างของปล้องไผ่ก็ทำให้ข้าวหนือน้ำสุก  
ปล้องไผ่ที่ใช้เป็นไผ่สด  และนำ้ที่เราใส่ไปต้มภายใน  จะนำพาระบายความร้อนออกจากผิวไผ่  ทำให้ปล้องไผ่ไม่ไหม้  แม้จะถูกไฟรุมอยู่อย่างนั้น  
ถ้าเป็นข้าว  พอข้าวสุกนำ้เหือดหมดแล้ว  เปลือกไผ่จะเริ่มไหม้  แสดงว่าต้องรีบเอาออก   วิธีหุงข้าวแบบนี้  
แต่แรกเริ่มคงเป็นวิธีหุงข้าวยามคนเดินทางออกป่าล่าสัตว์ หรือเก็บผักหาสมุนไพร  จะได้ไม่ต้องพกหม้อพกไหให้ยุ่งยาก  
มีมีดขัดหลังไปเล่มเดียวก็ไปหาไผ่หาไม้เอาข้างหน้า  เพราะป่าของเราสมบูรณ์  ต่อมาภายหลัง  ไปเขอไผ่บางชนิดที่มีเยื่อหนาเป็นพิเศษ  
ทำให้ได้ข้าวเหนียวที่หุงออกมาอร่อยมาก  จนไปคิดเติมกะทิ นำ้ตาล ถั่วดำ กลายเป็นมาทำข้าวหลามหนองมนอย่างที่เรารู้จักกันดี (ชวนหิวอีกแล้วซี)

นอกจากนี้แล้ว  ชาวบ้านก็ยังรู้จักเอาไผ่มาสานข้องที่ดักปลา  หรือเป็นเครื่องดักสัตว์ต่างๆ  ช่วยให้อาหารการกินของเราอุดมสมบูรณ์ขึ้น
บันทึกการเข้า
อักกา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 10 ธ.ค. 00, 11:45

เยื่อไผ่ที่คนจีนเชื่อว่ากินแล้วช่วยฟอกปอด ใช่เป็นส่วนเดียวกับที่หุ้มข้าวหลามเวลาปอกแล้วรึเปล่าครับ
บันทึกการเข้า
:)
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 10 ธ.ค. 00, 13:51

ไม่เหมือนค่ะ เยื่อไผของคนจีนนั้นคือเห็ดค่ะ
บันทึกการเข้า
Tethys
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 11 ธ.ค. 00, 07:53

หิวจนได้....
หมอบางคนเขาว่าหน่อไม้ไม่ค่อยมีประโยชน์นัก
แต่มันอร่อยน้าาาาาา
ไม่ว่าจิ้มน้ำพริก ผัดเครื่องแกง ใส่ในแกงคั่ว
หรือแม้แต่หน่อไม้สดต้มกับกระดูกหมูอ่อนๆ

หิวจริงๆ ....
บันทึกการเข้า
Tethys
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 11 ธ.ค. 00, 08:17

ฝากถึงคุณครูพวงร้อยของหนู
ขออภัยไม่ได้เห็นมีโน๊ตถามถึงผัดกระเพราน่ะ
ขอตอบตรงนี้จะเห็นมั้ยเนี่ยะ

ผัดกระเพราไม่แห้งตอนคั่วเนื้อใส่น้ำซุปกระดูกไปด้วยนะคะ ตามความต้องการ
หนูน่ะชอบน้ำซกๆ ขลุกขลิกราดข้าว ราดบะหมี่แล้วอร่อย

ส่วนจับฉ่าย huhoo กำลังอยากหม่ำอยู่พอดี  แต่ขี้เกียจทำ เจอข้างทางตรงไหน สักเป็นชามโคมทุกที ถือว่าดีต่อสุขภาพ ขอแต่อย่ามันมากเท่านั้น
มีอีกสูตรที่เข้าท่าตอนก่อนเอาผักไปตุ๋นน่ะ
ลองผัดผักกับกระเทียมเจียวให้หอมแต่อย่าใส่
น้ำมันเยอะน่ะคะ แค่รวนผักให้หอมเสียหน่อยก่อนต้มน่ะค่ะ
เคยแผลงผัดผักกับเบคอนสับกับกระเทียมด้วย
โหยยยยยยยยย เวลาต้มผัก แล้วน้ำแกงหอมจริงๆ ค่ะ

หิว หิว หิว หิว
ขอไปหม่ำข้าวร้อนๆ กับหมูหวานที่หอม
รากผักชี กับพริกไทย
อิอิ เปล่าทำ ซื้อมาจากหน้าขนส่งเอกมัย
รสชาติเข้มช้ม เสียดายหมูมันเหลือเกิน
ถ้าว่างงงงงงงงงงงงงงงงงง ซึ่งหายาก
จะลองทำดูสักที
คนพิเศษหนูขอมาหลายทีแย้ว
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 11 ธ.ค. 00, 08:33

ขอบคุณมากค่ะ คุณ Tethys ได้เคล็ดละทีนี้  วันหลังต้องลองทำกะเพรานำ้ขลุกขลิกบ้าง  ต้มจับฉ่าย นี่ต้องช้อนมันออกทุกทีค่ะ  ไม่งั้นทานไม่ไหว  
ฟังแล้วหิวเลยค่ะ
บันทึกการเข้า
การะเกด
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 11 ธ.ค. 00, 21:17

สมัยดิฉันเรียน U แถว ๆ ลองบีช  เป็นมือหนึ่งในการทำต้มจับฉ่ายค่ะ ปาร์ตี้ทีไรทั้งฝรั่งและไทยเรียกหากันตึม ที่ตลกมากมีครั้งหนึ่ง  ตาหรั่งข้างบ้านแกติดใจรสมือขนาดหนัก มาขอจดสูตรต้มจับฉ่ายละเอียดยิบ จะเอากลับไปทำให้เมียกินบ้าง หลังจากนั้นไม่นาน แกเวียนมากินอีกรอบ คราวนี้โวยใหญ่เลย ว่าทำไมสูตรมันไม่เหมือนที่ you เคยทำครั้งทีแล้ว อิอิ  อธิบายตั้งนานว่า จับฉ่ายคนไทยมันไม่มีสูตรตายตัว มั่วไปเรื่อย มีอะไรก็ใส่อย่างนั้น ไม่เหมือนฝรั่งบ้าสูตรจดใส่กันเป็นวรรคเป็นเวรค่ะ
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 11 ธ.ค. 00, 22:30

สวัสดีค่ะ คุณการะเกด

แล้วไม่เอาสูตรมาแบ่งกันมั่งเหรอคะ  อิอิ  ว่าของคุณเหมือนกับของคุณ Tethys หรือเปล่า  ดิฉันอยากปรับปรุงสูตรของตัวเองบ้างค่ะ  ที่ทำมาก็งั้นๆ  
วันก่อนทำไปเอาผักดองมาใส่  ไม่ได้ดูว่ารสของเค้ามาอย่างไร  เค็มปี๋จนต้องเททิ้งทานไม่ได้เลยค่ะ ฮือๆ
บันทึกการเข้า
ชานเรือน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 11 ธ.ค. 00, 23:33

ขอสูตรจับฉ่ายบ้างได้ไหมคะ อยากทำเองบ้างค่ะ ขอแบบตั้งแต่ต้นเลยนะคะ  ( แค่ผัดผักกับกระเทียมแล้วไปต้ม ) ยังนึกไม่ออกค่ะว่าจะปรุงอย่างไรต่อ  เครื่องปรุงคล้ายพะโล้ไหมคะ
บันทึกการเข้า
อักกา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 12 ธ.ค. 00, 03:10

ผัดคะน้ากับกระเทียม เต้าเจี้ยว เติมนำ้ต้มกระดูก กระดูกข้อ ซี่โครง หรือ ก้อนสำเร็จก็ได้ เติมผักอื่นๆตามที่ต้องการ ถึงสิบหรือเกินก็ได้ ปิดฝาจนเดือด เติมซีอิ๊วดำหวาน ซีอิ๊วเค็มหรือขาว แต่งรส ปิดฝาเคี่ยวไฟอ่อนจนผักเปื่อย
นำ้กระดูกที่ผมชอบใช้ทำมาจากกระดูกของไก่อบหรือไก่ย่าง จะใส่ผงพะโล้ในกระดูกหรือตอนผักหน่อยก็ได้
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 12 ธ.ค. 00, 14:30

ขอบคุณมากค่ะคุณอักกา  สูตรน่าอร่อยจังเลย  ดิฉันขอแจงรายละเอียดการทำนำ้ซุปแล้วกันนะคะ  จะทำนำ้ซุปให้อร่อยต้องใจเย็นๆค่ะ  ถ้าจะให้ดี  
ใช้กระดูกใหญ่  เช่นกระดูกขา กระดูกคอ กระดูกสันหลัง ติดเนื้อเยอะๆก็ดีค่ะ   สมัยก่อนพ่อจะเอาขาหมูทั้งขาแบบสดๆจากโรงฆ่าหมูเลยค่ะ  
เอามาเผาไฟแล้วขูดขนออก  แล้วย่างให้หนังเกรียม  สับเป็นท่อนๆแล้ว ต้มนำ้  ดิฉันไปอ่านตำราทำซุปเค้าบอกเคล็ดว่า  ใช้กระดูกใส่หม้อ
เติมนำ้เย็นแล้วแช่นำ้เย็นไว้สักสองชั่วโมง  พวกนำ้ในเนื้อจะออกมาได้รสดีขึ้น  ถ้าเอากระดูกไปใส่ตอนนำ้เดือดจัดๆ  
จะทำให้พวกเลือดและนำ้ในเซลล์กระดูกข้างในสุกแข็งตัว  แล้วจะคาอยู่ในกระดูกไม่ออกมา  ทำให้ได้นำ้กระดูกไม่มากเท่าที่ควร  
ดิฉันลองดูก็จริงด้วยค่ะ  นำ้ซุปจะรส "ถึง" กว่ามากเลยค่ะ  ตามตลาดฝรั่งถ้าหาไม่ได้  ไปถามบุทเช่อร์หลังร้านได้เลยค่ะ  ว่ามีซุปโบนมั้ย  
บางทีเค้าก็ไม่เอามาวางขายค่ะ  บางที่ก็ทิ้งไปซะด้วย  อาจจะได้ฟรีด้วยนะคะ

พอแช่นำ้เย็นครบแล้ว  ก็เริ่มเปิดไฟอ่อนๆให้ร้อนขึ้นทีละนิด  แล้วเร่งไฟแรงขึ้นทีละน้อย  พอเดือด  ก็ช้อนฟองทิ้ง  ราไฟอ่อน  
แล้วใส่รากผักชีสักสิบราก  หารากไม่ได้ใช้ส่วนก้านก็พอไหวค่ะ สักกำมือเล็กๆ  ขิงสดหั่นเป็นแว่นหนาสัก หนึ่งส่วนสี่นิ้ว สักเจ็ดแปดชิ้น  ทุบพอแตก
เม็ดพริกไทยสักหนึ่งช้อนโต๊ะ บุบพอแตก  ใส่ลงเคี่ยวไฟอ่อนๆต่ออีกสักสิบห้านาที  แล้วใส่นำ้ตาลกรวดสักนิด  ประมาณก้อนเท่าปลายนิ้วหัวแม่มือ  
ซีอิ๊วขาว  ชิมดูรสอย่าให้เค็มมาก  จะช้อนนำ้มันทิ้งด้วยก็ดีค่ะ  จะได้ซดคล่องคอหน่อย  

ถ้าจะใส่ผักดองอีกละก็อย่าเพิ่งใส่ซีอิ๊วนะคะ(เทมาหม้อนึงแล้วค่ะ)  ผักดองต้องล้าง หั่นแช่นำ้  ขยะนำ้ออกสักสองสามนำ้ แล้วค่อยใช้  
จากนั้นก็เตรียมผักอย่างที่หลายๆท่านว่ามา  เร่งไฟให้เดือด  ใส่ผักที่รวนนำ้มันกระเทียมเจียว  ผักที่หาเอาเมืองนอกแล้วใช้ได้ดี ก็มี collard
green(อันนี้ต้องเคี่ยวนานกว่าจะนิ่ม  ต้องใส่ก่อนอย่างอื่นค่ะ),  carrot, turnips, ยอดใบของหัวบีท(หัวไม่เอานะคะ  เอาไปนึ่งจิ้มนำ้พริกก็หวานดีค่ะ),
leeks, celery(อันนี้กลิ่นเหมือนคื่นไช่  หั่นทั้งก้านทั้งใบใส่เลยนะคะ), brussel sprouts, cabbage, หัวหอมฝรั่ง , ดอกกำหล่ำ ฮืม  นึกไม่ออกแล้วค่ะ  
ถ้าหาร้านคนเอเชียได้ก็สวยเลยค่ะ  ใส่ได้ทั้ง คะน้า ผักดอง หน่อไม้ คื่นไช่  อีกสารพัดเลยค่ะ  ดิฉันยังไม่เคยลองเอามาผัดก่อน  
คิดว่าจะอร่อยมากเลยค่ะ  ทำจับฉ่ายนี่มั่วสนุกดีค่ะ
บันทึกการเข้า
การะเกด
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 12 ธ.ค. 00, 17:28

สูตรของดิฉัน มีอยู่ว่า น้ำซุปนั้น  ถ้าใช้โครงไก่แล้วน้ำจะใสกว่าใช้กระดูกหมูค่ะ เพราะกระดูกหมูทำให้น้ำขุ่น   น้ำตาลทรายก็ทำให้น้ำขุ่น ต้องใช้น้ำตาลกรวดเสมอ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.135 วินาที กับ 19 คำสั่ง