เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 13 14 [15] 16 17 ... 22
  พิมพ์  
อ่าน: 70310 สัมผัสจินต์ สัมผัสใจ
ติหลาอรสา
มัจฉานุ
**
ตอบ: 60

เป็นนักเขียน นักแปล นักอ่าน นักนอนและนักกิน


ความคิดเห็นที่ 210  เมื่อ 09 ต.ค. 06, 18:17

 กลับมาหัวเราะอีกที เคี้ยกเคี้ยก แบบนางมาร
เพราะทำส่วนง่ายไปแล้ว
เหลือส่วนที่ยากให้คนอื่นทำต่อ
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 211  เมื่อ 09 ต.ค. 06, 20:53

แปลเพลงมาส่งการบ้านคุณติหลาฯ ก่อนคุณOBORO จะส่งเสียก่อนดีกว่า
เพราะทราบแก่ใจตัวว่าถ้าเอาไอ้ที่แปลมานี่ส่งทีหลังคุณ Oboro โคลงสี่ฯ ของผมจะกลายเป็นของน่าหัวเราะไป
เพราะแปลเองเจ้าตัวยังอ่านเองยังหาเค้าเดิมไม่เจอเลยครับ เอื้อก.........



..........ภาพอดีตนานเก่าครั้ง................ยังตรึง
ซ่อนซุกหทัยรึง.................................เช่นรู้
ประกายเจิดจรัสซึ้ง.............................งามยิ่ง
ซบซุกสบชื่นชู้..................................อดีตให้หวนหา

..........เสี้ยวเวลาหนึ่งน้อย...................เคยครอง
สองสุขสมตระกอง.............................ก่อนร้าง
แย้มยิ้มจับจิตปอง..............................พริ้มรส.....กำซดทราบ
แต่แล้วกลับมล้าง...............................ยิ่งให้ใจหวาม

..........ความรักแม้สุขแม้น..................ดั่งเคย
ชูคู่ชู้ชูเชย........................................เยี่ยงแล้ว
ฤๅกาลเปลี่ยนพาเฉย..........................จืดรส.....รตีตรม
หวังคืนสุขสบแก้ว..............................อีกครั้งสองเรา

..........ภาพอดีตปราศซึ่งเศร้า..............เสมองาม
ลบโศกสิ้นทุกยาม.............................สร่างเศร้า
หวังเพียงจักลืมความ..........................จิตเจ็บ
ยิ่งเทวษยิ่งเยาะเย้า............................เหยียดเย้ยหยามฤทัย

..........มโนใดจักลบล้าง   .....................สิ้นสูญ.....ได้ฤๅ
ยามคิดยิ่งอาดูร.................................ร่ำไห้
ครั้งสุขสบทวีคูณ...............................พิศวาส
พิษสวาทยิ่งเซาะซ้ำ............................เก็บกล้ำอดีตตรึง





ปล. รอคุณOBORO มาหัวเราะเยาะอยู่ครับ แหะๆ


ปล.2 หลายวันก่อนผมพยายามแปลเพลง Send in the clown ให้เป็นโคลงสีสุภาพอยู่ แต่ตอนนี้ติดแหงกอยู่ที่บทที่ 3 มา 2 วันแล้วครับ
สงสัยอาจจะกลายเป็น unfinished ของผมไปเสียแล้ว (ตกที่นั่งเดียวกันกับกระทู้อยุธยาล่ะสิเนี่ยะ เหอๆ)
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 212  เมื่อ 09 ต.ค. 06, 21:08

 ที่จรงแล้ว มีเพลงอยู่บทหนึ่งที่ผมอยากอ่านเนื้อเพลงแปลเป็นภาษาไทยเหลือเกิน แต่หมดความสามารถจะเรียบเรียงคำพูดเองเสียแล้ว

ถ้าอาจารย์ติหลาอรสาตรวจการบ้านชุ่ยๆของผมเรียบร้อยแล้ว จะกรุณาแปลให้ศิษย์ไม่เอาถ่านคนนี้ฟังเป็นวิทยาทานจะได้ไหมขอรับ





ปล. ชื่อเพลงคือ Something's coming ครับ จากละครเพลงเรื่อง The west side story ครับผม
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1856



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 213  เมื่อ 09 ต.ค. 06, 21:28



 
ภาพจาก http://www.astro.su.se/~magnusg/large/Tree1.jpg



Memory

Barbra Streisand



Midnight , Not a sound from the pavement

Has the moon lost her memory

She is smiling alone

In the lamplight

The withered leaves collect at my feet

And the wind begins to moan

Memory, all alone in the moonlight

I can dream of the old days

Life was beautiful then

I remember the time I knew what happiness was

Let the memory live again

Every street lamp seems to beat

A fatalistic warning

Someone mutters and the street lamp sputters

and Soon it will be morning

Daylight

I must wait for the sunrise

I must think of a new life and I mustn't give in

When the dawn comes Tonight will be a memory too

And a new day will begin



Burnt out ends of smoky days

The stale court smell of morning

A street lamp dies Another night is over

Another day is dawning

Touch me,

It is so easy to leave me

All alone with the memory

Of my days in the sun

If you'll touch me,

You'll understand what happiness is

Look, a new day has begun...





ดึกดื่นในคืนเงียบงัน

จันทร์เจ้ายิ้มเหงาเดียวดาย

ใบไม้ร่วงโรยโปรยปราย

สายลมหวิวแว่วแผ่วบาง



เดียวดายอยู่ใต้แสงจันทร์

ภาพฝันวันเก่ากระจ่าง

งามชื่นใจอยู่มิจาง

ดังความทรงจำกลับฟื้น



ไฟถนนเริ่มหรี่แล้ว

แว่วเสียงผู้คนเริ่มตื่น

ย้ำเตือนว่าความหวานชื่น

แห่งค่ำคืนนี้กำลังจะผ่านไป



ฉันต้องมองไปข้างหน้า

เพราะเมื่อทิวามาเยือนไซร้

ค่ำคืนนี้จะเป็นเพียงความทรงจำในใจ

และวันใหม่กำลังจะมา



วันซึ่งแห้งแล้งเหี่ยวเฉา

ยามเช้าอันง่วงเหงาเย็นชา

ไฟถนนดับ, ราตรีอำลา

คือสัญญาของเช้าวันใหม่



คงไม่ยากหากจะทิ้งฉันไว้

ให้ฉันนั้นไซร้

เดียวดายใต้แสงตะวันจ้า

แต่หากสัมผัสใจฉันสักครา

เธอจะรู้ว่า

ความสุขนั้นเป็นฉันใด



และนั่น..วันใหม่เริ่มต้นแล้ว



ขออภัยครับ ช่วงนี้ยุ่งๆ หายหน้าไปหลายวัน แปลเสร็จขอไปกินน้ำใบบัวบกก่อน ขออภัยอีกครั้ง หากมันจะหลอนไปสักหน่อย  
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
OBORO
ชมพูพาน
***
ตอบ: 158

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมเจอร์ฟิสิกส์


ความคิดเห็นที่ 214  เมื่อ 09 ต.ค. 06, 21:48

 โถ่ คุณติบออย่าพูดอย่างนั้นสิครับ ไม่จริงเลย เดี๋ยวของผมนั่นแหละจะเป็นที่น่าหัวเราะ (คริกๆออกตัวไว้ก่อนพอเอามาลงจะได้ไม่โดน)

เห็นโคลงที่คุณติบอเอามาลงแล้วผมฝ่อเลยครับ ผมกะว่าจะลงเป็นกลอน

คุณอาชาผยองถอดความเพราะดีออกครับ ส่วนตัวผมคิดว่าไม่หลอนครับ  (ว่าแต่ ทำไมคนชอบกินน้ำใบบัวบกจัง ผมไม่ชอบอ่า มันเหม็นเขียว ไว้รออกหักจะกินแก้ช้ำในละกัน ถ้าจำเป็น)
บันทึกการเข้า
ติหลาอรสา
มัจฉานุ
**
ตอบ: 60

เป็นนักเขียน นักแปล นักอ่าน นักนอนและนักกิน


ความคิดเห็นที่ 215  เมื่อ 10 ต.ค. 06, 02:54

 แหะแหะ  คุณติบอกรุณาอย่าเรียกว่า  อาจารย์
หามีคุณสมบัติอันใดที่จะเป็นเช่นนั้นได้ไม่
แล้วที่คุณติบอแปลมานี่ ก็ดีกว่าที่เราแปลตั้งแยะ
จริงนะ ภาษาก็สวยกว่า
โคลงสี่สุภาพแต่งก็ยากกว่ากลอนแปด
แต่จะพยายามแปลออกมาดูนะคะ ต้องไปหาเพลงมาฟังก่อน

แต่ช้าก่อน
ต้องทวงคุณ OBORO อยู่ดี
เอามาแปะเถอะ
อยากอ่าน
ต้องดีแน่เลย
คราวที่แล้วยังดี
คราวนี้จะไม่ดีได้ไง
ได้ไง?
บันทึกการเข้า
ติหลาอรสา
มัจฉานุ
**
ตอบ: 60

เป็นนักเขียน นักแปล นักอ่าน นักนอนและนักกิน


ความคิดเห็นที่ 216  เมื่อ 10 ต.ค. 06, 04:03

 ไปเปิดเจอที่เคยแปลเอาไว้แต่ก่อนเก่า


O so vast, O so mighty,
ชลใหญ่ไหลครืนกระแทกกระทั้น
The Great River rolls to sea,
ม้วนพลันลับไปในชะเลกว้าง
Flowers do waves thrash,
บุปผาประชันช่ออวดรางชาง
Heroes do sands smash,
วีรชนสร้างตำนานสะท้านแผ่นดิน
When all the dreams drain,
ยุคสมัยผ่าน ดั่งฝันพลันจางหาย
Same are loss and gain.
เคยเรืองโรจน์มลายสลายสิ้น
Green mountains remain,
เหลือเพียงภูเขียวตระหง่านเหนือพื้นดิน
Under pink sunsets,
อาทิตย์รินแสงรอนชมพูแร

Hoary fishers and woodcutters,
สองเฒ่าสามัญตัดฟืนและหาปลา
Along the banks, find calm water,
เลาะตลิ่งหาน้ำนิ่งนอกกระแส
In autumn moon
นี่ จันทร์ชิวเทียน ฤา จึงสว่างสุดตาแล
or in spring wind,
หรือลมชุนเทียนกันแน่ที่โลมใจ
By the wine jars, fill porcelain.
สุราระอุในไหเทใส่จอก
Discuss talk and tale,
ผลัดกันบอกเล่าสารพันขานไข
ทั้งตำนานผู้กล้าอันก่อนไกล
Only laugh and gale.
ที่ทิ้งไว้ก็เพียง......เสียงหัวเราะในสายลม.....

*****เป็นกลอนบทนำก่อนเปิดเรื่องสามก๊ก
แปลไว้ในห้องรวมพลนักแปล พันทิป
แต่มิได้จดว่าภาษาอังกฤษเป็นผู้ใดแปลมา
และต้นฉบับภาษาจีนนั้นผู้ใดเขียน
ใครทราบกรุณาบอกด้วยนะคะ

(ภาพจาก http://www.angishearstone.com/view.html)  
บันทึกการเข้า
ติหลาอรสา
มัจฉานุ
**
ตอบ: 60

เป็นนักเขียน นักแปล นักอ่าน นักนอนและนักกิน


ความคิดเห็นที่ 217  เมื่อ 10 ต.ค. 06, 04:06

 อ้าวรูปใหญ่เกิน 50 kb ไม่มาอีก
เฮ้อ หน้าแตกตามเคย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 218  เมื่อ 10 ต.ค. 06, 09:55

 วันนี้ไม่มีกลอนประตูหน้าต่างค่ะ   ขอพักฟื้น ๑ วัน  
มาหาเรื่องคุยไปพลางๆ

คุณดาหา ลองใช้โปรแกรม Adobe Photoshop ไหมคะ เปิดรูปที่ต้องการขึ้นมา แล้ว  save for web  
ขนาดรูปเท่าเดิมแต่จำนวน bytes มันลดลงค่ะ ทำให้โพสต์ภาพใหญ่ได้ง่ายขึ้น

กลอนสามก๊กที่แปลมา ชอบมาก   ที่จริงชอบตั้งแต่ดูไตเติ้ลสามก๊กชุดนี้แล้วค่ะ
ผู้เฒ่านั่งตกปลาริมลำธาร   ประวัติวีรบุรุษผู้กล้าหล่นลอยหายไปในกระแสธารแห่งเวลา
อดคิดเรื่อยเปื่อยต่อไปไม่ได้ว่า ในเมื่อทัศนะตะวันออกเป็นยังงี้   ปลงอนิจจังกันมาก  ก็เลยทำให้เราไม่ค่อยจะยึดถืออะไรรวมทั้งเรื่องราวในอดีต
ทำให้ไม่เห็นความสำคัญของข้อมูลหลักฐาน ว่าเป็นสิ่งควรเก็บรักษาไว้อย่างยิ่ง
ระบบข้อมูลก็เลยขาดๆหายๆไปไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน   ทำให้ยากต่อการค้นคว้า    ส่วนใหญ่ก็ได้แต่ตีความกันไป เถียงกันมา
เหมือนในหลายๆกระทู้นี้

พ่อหมูน้อย    ถ้าจะปั่นเรตติ้งให้ได้ 400 ก็เชิญเข้ามาร่วมยุทธภพด้วยสิจ๊ะ     รูปคุณก็มีเยอะ  โคลงกลอนก็มีเพียบ
ถ้าให้คนอื่นมัวปั่นกระทู้แทน    เรื่องศึกสองนางพญา(เรื่องฝรั่งแต่ชื่อเหมือนหนังจีน) ก็ไม่เป็นอันคืบหน้า
เอางี้ กระทู้นี้ครบ 400 เมื่อไร จะได้อ่านศึกสองนางพญา  ดีไหมคะ

คุณอาฯ คุณ O คุณติบอ  กรุณาอย่าได้เว้นว่างเชียวนะคะ  ส่วนคุณดาหานั้นดิฉันรอปั่นหุ้นซับนรกอยู่แล้ว
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1856



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 219  เมื่อ 10 ต.ค. 06, 10:54

 เรื่องการย่อขนาดภาพ หากใช้ Windows XP อยู่ จะใช้ตัวนี้ก็ไม่เลวครับ เพราะเป็นส่วนเพิ่มของ Windows XP เอง

 http://download.microsoft.com/download/whistler/Install/2/WXP/EN-US/ImageResizerPowertoySetup.exe

install เสร็จแล้ว click ขวาที่ชื่อไฟล์ที่ต้องการลดขนาด แล้วมองหา "Resize Pictures"

สามารถปรับขนาดได้อัตโนมัติครั้งละหลายๆรูปพร้อมๆกัน เร็วและมีประสิทธิภาพดีพอควรครับ

รูปทั่วๆไปเลือก advance:custom 500x500 เพื่อคุมไม่ให้ด้านกว้างและยาวไม่เกินนี้ จะได้ไม่ต้องห่วงว่าเป็น portrait หรือ landscape โดยมากจะได้ขนาดไม่เกิน 50kb ครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
ติหลาอรสา
มัจฉานุ
**
ตอบ: 60

เป็นนักเขียน นักแปล นักอ่าน นักนอนและนักกิน


ความคิดเห็นที่ 220  เมื่อ 10 ต.ค. 06, 12:47

 มาคุยด้วย  ต่อทัศนะของคุณเทาชมพู

นอกจากเห็นว่าโลกนี้อนิจจังแล้วแนวคิดของสังคมตะวันออก โดยเฉพาะบ้านเรายังเห็นว่าการอยู่กันอย่างไร้ความขัดแย้ง  และสุขสงบสันติเป็นสังคมอุดมคติอันสูงสุด  ซึ่งดูคล้ายว่าจะดี

แต่เมื่อมองกลับไป ในอีกด้านหนึ่ง ความต้องการอยู่ในสังคมอุดมคติแบบนี้ ทำให้คนไทยไม่มีขันติต่อความขัดแย้งที่เกิดขึ้นหรือเปล่า โดยเฉพาะความขัดแย้งทางการเมือง    

ประสบการณ์ที่ผ่านมา การกระโดดโลดเต้นแสดงความปรีดาต้อนรับ "อำนาจนอกประชาธิปไตย" (อย่างใครคนหนึ่งเคยเขียนจดหมายไปฟ้องชาวโลก) ทำให้เห็นได้ชัดว่าสังคมไทยไม่มีความสามารถทนต่อความขัดแย้งได้เลย  ชิงชังรังเกียจ  เห็นว่าความขัดแย้งทางการเมืองเป็นสภาพอปกติ เข้าขั้นกลียุค  

ถ้าเป็นทางธรรมก็เรียกว่า ไร้ขันติต่อความแตกแยกทางความคิดโดยสิ้นเชิง  ต้องการพ้นสภาพนี้โดยเร็วที่สุด โดยวิธีใด ๆก็ได้    

แต่จริงหรือ ที่สภาพความขัดแย้งเป็นสภาพอปกติ หรือมันเป็นสภาพปกติที่เราพยายามกลบเกลื่อน ยอมรับมันไม่ได้  ทุกครั้งที่เกิดความขัดแย้งทางความคิดอันแหลมคมขึ้น  เราจะหยุดยั้งมันด้วยความรุนแรง กระทันหัน

ขันติแบบนี้เราคิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องการมากในการปกครองแบบประชาธิปไตย  ทุกคนได้สามารถเลือกเชื่อ เลือกพูดและเลือกปฏิบัติในสิ่งที่เชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง(หรือต่อชนชั้นของตัวเอง)

สังคมไทยไม่สามารถทนต่อความขัดแย้ง การเผชิญหน้าในระบอบประชาธิปไตยมากเสียจนเกิดความยินดีปรีดาที่ใครสักคนเอาปากกระบอกปืนมาจ่อที่หน้า แล้วตะโกนว่าเฮ้ย  หยุดได้แล้ว....

มันก็แค่กวาดปัญหาไปไว้ใต้ที่นอน  รอจนมันเน่าเฟะออกมาอาละวาดอีกครั้ง จากนั้นก็ใช้วิธีเดิม ๆอีกเป็นวัฏจักรกันไป

ย้อนกลับมาที่คุณเทาชมพูปรารภว่าไม่มีการเก็บหลักฐานกันจริงจัง  เราก็เลยขอเสริมว่านอกจากไม่เก็บหลักฐาน ปลงอนิจจังแล้วยังไม่เคยเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเลยด้วย  

ขออภัยที่เลยไปไกลจากหัวข้อกระทู้นี้
หากเห็นว่าเลยเถิด และอาจก่อปัญหา
เว็บมาสเตอร์สามารถลบได้นะ
ไม่ว่ากันหรอก
บันทึกการเข้า
OBORO
ชมพูพาน
***
ตอบ: 158

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมเจอร์ฟิสิกส์


ความคิดเห็นที่ 221  เมื่อ 10 ต.ค. 06, 13:00


Memries,
Like the corners of my mind
Misty water-colored memories
Of the way we were
Scattered pictures,
Of the smiles we left behind
Smiles we gave to one another
For the way we were
Can it be that it was all so simple then?
Or has time re-written every line?
If we had the chance to do it all again
Tell me, would we? could we?
Memries, may be beautiful and yet
Whats too painful to remember
We simply choose to forget
So its the laughter
We will remember
Whenever we remember...
The way we were...
The way we were...
(Barbra Streisand )

ดุจมุมหนึ่งในใจที่ไหวอ่อน
ยังเว้าวอนฝันถึงคะนึงหา
ภาพลางเลือนแต้มสีน้ำพร่างพรายตา
ผันผ่านมาเธอและฉันเนิ่นนานวัน

ภาพรอยยิ้มพิมพ์ใจในวันก่อน
ฉันยังย้อนนึกเสมอเธอกับฉัน
ยิ้มที่ถูกทิ้งไปไม่ไยมัน
ยิ้มที่เคยมอบให้กันในวันวาน

มันใช่ไหมที่ชีวิตเคยเรียบง่าย
เวลามลายเปลี่ยนแปลงให้ไม่เคลิ้มหวาน
ถ้าเรามีโอกาสแก้อดีตกาล
ช่วยบอกผ่านควรทำไหมหรือไม่ควร

ความทรงจำอาจงดงามวาบหวามนัก
หากประจักษ์อาจชอกช้ำรำลึกหวน
สิ่งใดๆที่เจ็บปวดเกินใคร่ครวญ
เราจึงชวนทำแชเชือนลบเลือนไป

ด้วยเหตุนี้มันจึงน่าขันกว่า
ที่จะมาย้อนนึกตรึกเรื่องไหน
น่าหัวเราะน่าขันทุกคราไป
คิดทำไมในสิ่งที่เคยเป็น

....ในวันวานเธอกับฉันเคยรักกัน
รักนิรันดร์ที่ผ่านผันฉันรักเธอ......  
บันทึกการเข้า
OBORO
ชมพูพาน
***
ตอบ: 158

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมเจอร์ฟิสิกส์


ความคิดเห็นที่ 222  เมื่อ 10 ต.ค. 06, 13:08

 กรรมจริงผมนี่แย่จัง ลืมโพสต์ที่มาของภาพ  ขออภัยครับ
จากใน คห.228 จาก www.fotki.com

อิอิ ตอนนี้ผมวาดภาพ คนที่มาอ่านอย่างเช่นคุณดาหาว่ากำลังดมยาดมอยู่  คุณเทาชมพูอาจจะเริ่มเวียนหัวเริ่มหลอนกับกลอนที่ผมแปลมา ส่วนคนอื่นกำลังหลับตานิ่งๆขับไล่ความหลอนออกจากตัว

คริกๆกลอนนี่นั่งทำทั้งคืนเลยครับ ทำแล้วมันติดจะต้องทำให้เสร็จ (ถึงแม้จะออกมาแม่งๆแบบนี้ก็ตาม)ไม่เสร็จแล้วมันค้างคาใจชอบกล เมื่อคืนไม่ได้นอนเลย

มาตื่นเอาตอนเที่ยงนี่ล่ะครับ

บอกแล้วผมเห็นของคุณติบอ ผมฝ่อตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ

ส่งงานให้คุณติหลาแล้วครับ ตรวจงานหลอนๆที
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 223  เมื่อ 10 ต.ค. 06, 13:13

 ระหว่างนั่งพักริมทางเดิน   รอกลอนบทใหม่ผ่านหน้ามา  
ก็ขอคุยนอกรอบไปก่อน
ดิฉันมองยังงี้มากกว่าค่ะ  คุณดาหา
****************************
นอกจากเห็นว่าโลกนี้อนิจจังแล้วแนวคิดของสังคมตะวันออก โดยเฉพาะบ้านเรายังเห็นว่าการอยู่กันอย่างไร้ความขัดแย้ง และสุขสงบสันติเป็นสังคมที่ดี

เมื่อมองกลับไป  ความต้องการอยู่ในสังคมอุดมคติแบบนี้ ทำให้คนไทยพยายามจะระงับการขัดแย้งด้วยสันติวิธีก่อน    โดยเฉพาะความขัดแย้งทางการเมือง
เห็นได้จากการเดินขบวน การต่อต้านอย่างสงบ ไม่มีการใช้กำลังความรุนแรง  ซึ่งดำเนินมาหลายเดือนแล้ว
แต่ก็ตกลงกันไม่ได้    เพราะอีกฝ่ายไม่ตกลงด้วย และไม่เปลี่ยนแปลงวิธีดำเนินงาน  ทำเหมือนจะเปลี่ยนแต่ก็ไม่เปลี่ยน

เพราะฉะนั้นเมื่อเงื่อนปมปัญหาเขม็งเกลียว เป็นปมใหญ่เข้ายุ่งหนักเข้า  จนค่อยๆบรรจงแก้ด้วยมือเปล่าอย่างที่ทำกันมาไม่ได้
ใครสักคนตัดสินใจฟันปมขาดสะบั้นลงไป  แบบพระเจ้าอเลกซานเดอร์ทำกับปม(ชื่ออะไรลืมไปแล้ว)  จึงมีการกระโดดโลดเต้นแสดงความปรีดา ด้วยความโล่งใจ
ว่าอย่างน้อยก็เห็นเชือกเส้นนั้นคลี่ยาวออกมาได้ไม่ผูกเป็นปมนุงนังสุมอยู่บนหัว   แกะไม่ออกอีก

ถ้าเป็นทางธรรมก็เรียกว่า เป็นผลจากเหตุที่เกิดขึ้น

สภาพความขัดแย้งไม่ว่าจะเป็นในสังคมไหน  ไม่ทำให้สังคมอยู่ได้เป็นสุข  หากความขัดแย้งยังดำรงอยู่แบบแก้ไขไม่ถูก แก้ไขไม่ได้
และไม่ใช่ความขัดแย้งเล็กๆน้อยๆ แต่เป็นระดับสภาพอปกติ
ส่วนบางคน ซึ่งได้ผลดีจากความขัดแย้งนั้น หรือไม่มีผลเสียในชีวิต จากความขัดแย้งนั้น อาจทำใจได้ว่าเป็นสภาพปกติ

ทุกครั้งที่เกิดความขัดแย้ง ที่มากกว่าทางความคิดอันแหลมคม
แต่เป็นความขัดแย้งแบบจะต้องหันหน้าเข้าฆ่ากันเองในวันใดวันหนึ่ง  เราจะต้องหยุดยั้งมันก่อนจะถึงวันนั้น
ไม่ใช่ท้าให้ถึงวันนั้นเสียก่อน แล้วค่อยดูกัน  เพราะความเสียหายมันเกินกว่าจะประเมินได้ด้วยคำพูดว่า "เออ ถูกของคุณ"

ระบบอะไรก็ตามที่เข้ามาวางแปะอยู่บนยอดของสังคม  โดยที่ฐานของสังคมไม่ได้กลมกลืนกันมาเลยทั้งอดีตและปัจจุบัน
มันก็ต้องเกิดความสวมกันไม่ลงเกลียวแบบนี้แหละโยมจ๋า
เป็นวัฏจักรกันไปอย่างที่ว่า
บันทึกการเข้า
OBORO
ชมพูพาน
***
ตอบ: 158

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมเจอร์ฟิสิกส์


ความคิดเห็นที่ 224  เมื่อ 10 ต.ค. 06, 13:14

 อ้าวผมพิมพ์ชื่อ ผิด ไม่ใช่คุณดาหาครับ ขออภัย แต่เป็นคุณครูติหลาต่างหาก อิอิ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 13 14 [15] 16 17 ... 22
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 19 คำสั่ง