เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
อ่าน: 16264 ตลาด 100 ปี สามชุก
กุรุกุลา
พาลี
****
ตอบ: 235


ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 19 ส.ค. 06, 09:38

 ขอบพระคุณอาจารย์เทาชมพูมากครับที่พาไปชม กระทู้รวมคนสุพรรณจริงๆ อ้อ แวะมาสวัสดีคุณนิกด้วยครับ ถ้าวันหลังผมไปเยี่ยมสุพรรณบุรีอยากให้ช่วยเป็นไกด์ให้จัง




อาทิตย์หน้าจะแวะไปเยี่ยมเมืองสุพรรณแล้ว แต่ก็ไม่ทราบว่าจะได้ไปชมตลาดสามชุกหรือเปล่า ตลาดโบราณอย่างนี้ไม่ค่อยจะมีเหลือแล้ว อย่างปีก่อนก็มีข่าวไฟไหม้ตลาด 100 ปีที่อุทัยธานีฟังแล้วก็ใจหายเหมือนกัน หวังว่าที่นี่คงจะอยู่ให้ลูกหลานได้ดูไปนานๆนะครับ
บันทึกการเข้า
NickyNick
พาลี
****
ตอบ: 290

ทำงานแล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 19 ส.ค. 06, 10:11

 อาจารย์เทาฯ นำเที่ยว  เหมือนไม่อยากให้เราก็อปภาพเก็บไว้  เอาแต่ภาพเบลอๆ มาโชว์  ลืมบอกไปครับว่าแม้กาแฟเจ๊ม่วยเล็กอร่อยก็อย่าดื่มมาก  ไม่ได้ทานขนมไข่เจ๊เข่งตาม  มือจะสั่นได้ง่ายๆ  ใครไปเที่ยวครั้งต่อไปก็ต้องทำตามสูตรครับ


สำหรับพระยาเฉลิมอากาศ (สุณี สุวรรณประทีป)  ท่านมีกำเนิดที่อำเภอศรีประจันต์ครับ  มีอายุช่วงปี ๒๔๓๐-๒๔๙๘  ท่านเป็นเจ้าของนามสกุลนี้เลยครับ   พ่อของท่านชื่อหลวงอนุกูลราชกิจ (ทอง) แม่ชื่อหรุ่น  ปู่ชื่อ เทียน  นำเอา ทอง+เทียน  จึงกลายเป็นสุวรรณประทีป  นามสกุลนี้ปรากฏเต็มท้องที่อำเภอศรีประจันต์เลยครับ  แล้วก็มีความสำคัญในประวัติศาสตร์อำเภอแต่แรกตั้งด้วยครับ

ท่านมีความสำคัญในเรื่องการบินของประเทศ  รู้สึกว่าจะเป็นคนไทยคนแรกที่ขับเครื่องบินด้วยครับ  และอีกอย่าง  เหมือนได้รับการยกย่องว่าเป็นบูรพาจารย์และบิดาแห่งกองทัพอากาศไทยด้วยครับ  ตรงไม่แน่ใจเต็มร้อยครับเพราะไม่มีตำราอยู่กับมือ  ลองเช็คดูอีกทีครับ


กุรุกุลา  ไกด์คนนี้โก่งค่าตัวหน่อยนะ  ไม่รักไม่ชอบกันจริงไม่มีทางได้พบหน้าค่าตากันดอก  แล้วก็

ชอบอยู่คนเดียวโดดๆ  ไม่โลดไม่โผน  ไม่เดือดไม่ร้อน  เรื่อยๆ เอื่อยๆ  อยู่คนเดียวให้เข็ด .........
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 19 ส.ค. 06, 10:27

 ถ้ามีเวลาไปเที่ยวตลาดสามชุกได้ก็จะดีค่ะ    

ที่ประทับใจอีกอย่างคือชาวตลาดที่นี่ อัธยาศัยดีมาก  
ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส  ยินดีคุยด้วย ยินดีให้ข้อมูล  
แวะเข้าไปเฉยๆไม่ซื้อของก็ไม่ว่าอะไร  เต็มอกเต็มใจต้อนรับกันทุกร้าน  
ดิฉันไปยืนอยู่หน้าร้านเสริมสวย  เพื่อจะถ่ายรูปร้านตรงข้าม   เจ้าของร้านเสริมสวยยังมีน้ำใจชี้มุมโน้นมุมนี้ให้ถ่ายอีกแน่ะ
ไม่ได้รู้สึกเลยว่าเราไปยืนเกะกะอยู่หน้าร้านเขา
ทำให้รู้สึกว่า เสน่ห์ของบรรยากาศเก่าเป็นอย่างนี้เอง   มันไม่ใช่ตึกคอนกรีตที่ต่างคนต่างอยู่  คนซื้อคนขายถ้าหากว่าไม่ซื้อของกันแล้วก็แทบไม่มองหน้ากันด้วยซ้ำ

เรียกตลาดเก่าสามชุก เล่นๆว่าตลาดสามเสน่ห์

ตัวตลาดเก่าที่บูรณะดีแล้วเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง    ยิ้มสยามและคำทักทายของชาวตลาดก็เป็นเสน่ห์อย่างที่สอง
ของอร่อยที่นี่มีหลายอย่างมาก   เรียกว่าแวะกินกันอิ่ม แทบจะจุกกลับไปทีเดียว เป็นเสน่ห์อย่างที่สาม

เข้าไปในร้านก๋วยเตี๋ยวใส่เกี๊ยว   สั่งบะหมี่เกี๊ยวมากิน  เส้นบะหมี่เล็กนิดเหมือนเส้นหมี่  รสชาติแบบเก่า   แต่ละชามใส่มาให้จนอิ่ม ไม่หวงทั้งเส้น เกี๊ยว ผัก และถั่วงอก   ทั้งอิ่มและอร่อยมาก

ดิฉันไปถ่ายรูปโบราณไว้ อีก 3 สัปดาห์จะกลับไปเอา   ชวนเพื่อนฝูงไว้แล้ว  
คราวนี้หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องเอาขนมไข่กลับมาบ้านให้ได้
บันทึกการเข้า
NickyNick
พาลี
****
ตอบ: 290

ทำงานแล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 19 ส.ค. 06, 11:19

 ร้านถ่ายรูปโบราณดังที่สุดที่อาจารย์เทาฯ นำเสนอนั้นอยู่ซอย๓ ครับ   คนมาเยี่ยมควรลองดูสักครั้งในชีวิต   แล้วก็  เพื่อให้ถึงสามชุกด้วยอีกประการหนึ่ง  อาจารย์ถึงสามชุกรอบสองแล้ว  ผมก็อุ่นใจอีกครั้งครับ

ซอย๔  มีร้านขายเสื้อผ้าเยอะแยะ  อาจารย์คงมีรูปมาให้ชม

ซอยท่าถ่าน  ซึ่งก็คือซอยลำดับที่ ๕ นั่นแหละครับ  แต่ชาวบ้านเขาไม่เรียกกัน  อยู่ติดตลาดแผงลอยเก่า
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 19 ส.ค. 06, 11:35

 ซอยนี้คือซอย 4 ใช่ไหมคะ  
นึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าที่ไปถ่ายกระทะบนเตาที่เห็นนั่น  เขาขายอะไรถึงได้ไปเก็บรูปมา
คุณนิคช่วยมองข้ามๆไปดีกว่า  ดูแต่บรรยากาศของซอย

ผ่านร้านขายเสื้อ ตาไวเห็นเสื้อถักลายตาข่าย ก็เลยถามราคา พบว่าตัวละ 150 บาท  เสื้อแบบเดียวกันนี้ที่ห้างสรรพสินค้าในโคโลราโดขาย $ 40 กว่า
เลยได้ติดมือกลับมาบ้าน  คนรับฝากใส่ไปทำงานเรียบร้อยแล้ว
บันทึกการเข้า
NickyNick
พาลี
****
ตอบ: 290

ทำงานแล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 19 ส.ค. 06, 18:46

 สมัยก่อนพอท่านกวีไปเที่ยวไหนแต่ละที  จะแต่งนิราศรำพึงรำพันถึงความหลัง  ให้เข้ากับเหตุการณ์ที่เจอขณะนั้น

ขอเอามั่ง  แต่คงไม่ถึงกับเรียกนิราศสามชุกหรอก  แต่งเยอะไม่ไหว  เดี๋ยวแมวมองมาเจอแล้วจะลำบากใจ  ไม่รู้จะเอาดีทางอาชีพไหนดี

ขอแวะเวียนมาต่อกลอนจาก คหพต.๒๕ กับ ๒๘ ครับ  จะได้จบสิ้นกันซะที

ขอตั้งชื่อกลอนตลาดรวม ๔ บทนี้ว่า  จำฝังใจ  นะขอรับ  ตามเพลงของพี่หนุ่ยไม่โคร  ที่เป็นต้นแบบ

อยากจากลา  จากห่าง  ช่างแสนง่าย
พี่เดียวดาย  ไม่มาแล  แม้สงสาร
คงเพียงแค่  ผิวเผิน  เกินผูกพัน
ไยทำกัน   ช่าง "รุน   แรงเหลือเกิน"

หากมีคน  ดลใจเป็น  เช่นดังเก่า
จะเพียรเฝ้า  นับวัน  สรรเสริญ
สายสัมพันธ์  แนบสนิท  ชิดเพลิดเพลิน
อยากดำเนิน  เหมือนดังเก่า  เราสองคน
บันทึกการเข้า
หมูน้อยในกะลา
พาลี
****
ตอบ: 392

อะแฮ่ม!!


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 21 ส.ค. 06, 21:13

 นังฟังเรื่องเล่าของแต่ละท่านแล้วทำให้รู้สึกว่าน่าจะลองไปดูสักครั้งครับ

( ไม่อยากให้กระทู้ตกไว ขอมาดันกระทู้ด้วยคนครับ )
บันทึกการเข้า
NickyNick
พาลี
****
ตอบ: 290

ทำงานแล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 22 ส.ค. 06, 08:47

 ร่วมด้วยช่วยกัน  ดัน
จะแต่งโคลงกลอนร่วมดันที่นี่  ไม่ได้แล้วล่ะ
แวะไปเยี่ยมกระทู้คำประพันธ์ของพี่หมูน้อยแล้ว  ติดใจ

หากแต่งโชว์ในนี้มากๆ  เดี๋ยวคนจะเข้าใจผิดว่ามีความหลังอะไรกับป้าลั้งลูกสาวท่านขุนจำนงฯ  ไม่ได้การละ  ต้องรีบกลบข่าว
บันทึกการเข้า
guru
อสุรผัด
*
ตอบ: 9

Adkinson Securities Public Company Limited 132 Sindthorn Bld.1, 2nd Fl., Wireless Rd., Lumpinee,Patumwan,Bangkok10330


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 22 ส.ค. 06, 17:18

 คุณนิคกี้ยังพาชิมไม่หมดเลย งั้นผมไปต่อเลยนะครับ

ขอเสริมคุณนิคกี้นิดหนึ่งเกี่ยวกับร้านกาแฟเจ๊ม่วยเล็ก คือว่าคนชงกาแฟร้านนี้วันหนึ่งจะมี 2-3 ผลัด ในตอนเช้าเจ๊ชั่งซึ่งเป็นพี่สาวจะเป็นคนชงซึ่งผมจะชอบรสชาดนี้มากกว่า อีกคนหนึ่งเป็นผู้ชายมีอยู่ 2 คนและทั้งคู่ก็จะช่วยกันคั่วกาแฟเองด้วย คั่วตรงท่าน้ำที่ตรงกับซอย 2 พอดีครับ

หน้าร้านกาแฟตรงหัวมุมมี"เป็ดย่างจ่าเฉิด"สูตรดั้งเดิม เจ้าของสูตรและเป็นคนขายคือเมียจ่าเฉิดเองแหละครับ
ติดกันก็ ซี่โครงหมูอบ และ หมูกรอบ
ติดหมูกรอบ คือขนมหวาน มีอยู่ 10 กว่าหม้อ

ตรงข้ามร้านกาแฟเป็น  น้ำพริกแม่กิมลั้ง (ผมไม่ชินปากแม่กิมลั้ง แต่จะติดปากว่าเจ๊เหวียงซึ่งเป็นลูกสาวครับ)
มีน้ำพริกหลายอย่าง และ ขนมกงด้วย

เดินขึ้นเหนือไปอีกหน่อยก่อนถึงซอย 2 ขวามือเป็นร้าน "บะหมี่เจ๊กอ้าว"มีทั้งบะหมี่ เกี๊ยวหมู หมูแดง เขาจะทำเส้นเอง (คงจะเป็นร้านที่คุณเทาชมพูไปอิ่มอร่อยมาแล้ว)ผมกินตั้งแต่สมัยเจ๊กอ้าวทำนู่นแน่ะ

ลืมไป จากร้านกาแฟเดินไปทางตีนสะพานพรประชาตรงมุมริมน้ำมี "ข้าวห่อใบบัว พี่หรั่ง" และก๋วยเตี๋ยวยำบกรสเด็ด (ร้านตรงนี้เมื่อก่อนเป็นร้านกาแฟอีกร้านหนึ่งคือเจ๊ฮวยและลูกสาวตอนหลังเลิกไป)

วกกลับมา อัอ แถวๆร้านน้ำพริกแม่กิมลั้งมี ปลาสลิดแดดเดียว ของพี่จิต น่ากิน

ส่วนร้านขนมไข่ตรงซอย 2 ที่คุณเทาชมพูชิมแล้วอดซื้อกลับไปฝากคนที่บ้านนั้น เป็นของลูกสาวเจ๊มาลีหลานยายเตียบครับ

ส่วนขนมไข่ดั้งเดิมของเจ๊เข่งอยู่ตรงเยื้องกับศาลเจ้าพอหลักเมืองที่คุณนิคกี้ได้พาชิมไปแล้วนั่นแหละครับ

เมื่อก่อนตรงข้ามกับขนมไข่เจ๊เข่งจะเป็นร้านผัดไทยเจ๊ย้ง เป็นเส้นจันทร์ อร่อยมาก ปัจจุบันย้ายไปอยู่ตรงข้ามธนาคารออมสิน ตรงทางเข้าหลังอำเภอ รู้สึกว่าเจ๊ย้งจะไม่ได้ผัดแล้ว

สำหรับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสามชุกนั้น ชาวสามชุกให้ความเคารพนับถือมากๆในความเฮี้ยนหรือความศักดิ์สิทธิ์ ขององค์ท่าน ก็อย่างที่คุณนิคกี้ได้กล่าวนั่นแหละครับ
มีประวัติเล่าไว้ว่า ศาลเดิมอยู่ตรงข้ามวัดสามชุก สร้างเมื่อ พ.ศ. 2370 ต่อมาได้สร้างขึ้นใหม่ที่ตลาดสามชุก ดำเนินการสร้างด้วยวิธีโบราณแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2467 หน้าศาลเจ้ามีโคมไฟประจำศาลเจ้าเยกว่า "ที้ ตี่ เต็ง" ในศาลมีกระบอกให้เสี่ยงเซียมซี และ "ป่วย" คือโยนไม้สองอันประกบคู่กัน ถ้าดี อันหนึ่งจะคว่ำ อันหนึ่งจะหงาย เรียกว่าสำเร็จตามที่ขอ

ก่อนกลับอย่าลืมแวะกินข้าวเย็นร้าน "เจ๊เน้ยกุ้งเป็น" อยู่ริมถนนสาย 340 ที่มาจากสุพรรณฯ ร้านจะอยู่ซ้ายมือก่อนถึงสามชุก ตรงหลัก กม. 128 (สามชุก กม. 130)
มีทั้งกุ้งทอดเกลือ แกงป่ากุ้ง ต้มยำปลาม้า และอื่นๆอีกมากมาย

หวังว่าคงจะอิ่มหมีพลีมันกันถ้วนทั่วทุกตัวคนนะครับ

ขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพแล้วกลับมาเยือนสามชุกอีกนะครับ
บันทึกการเข้า
tuka007
พาลี
****
ตอบ: 291


คนจับจอบจับเสียม


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 22 ส.ค. 06, 19:09


หยู ..... ออกพรรษาเมื่อไหร่ต้องไป สามชุกให้ได้...ของน่าอร่อยทั้งนั้นเลยค่ะ  

สงสัยก่อนไปต้องปริ้นกระทู้นี้ไปด้วยไม่งั้น ไปไม่ครบแน่ๆ
บันทึกการเข้า

จงยิ้มให้โลก...แล้วโลกจะยิ้มให้เรา
NickyNick
พาลี
****
ตอบ: 290

ทำงานแล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 23 ส.ค. 06, 08:25

 ของแท้เข้ามาแล้ว  ของปลอมต้องถอย
นึกว่าหายไปไหน  ไปเตรียมงานอยู่นะเอง

ก็ผมเคยบอกแล้วไงครับ  ว่าคนภายในที่รู้จักอะไรดี  ไม่ค่อยได้เขียนเรื่องราวให้ทราบเท่าไร  เพราะเห็นแต่ของดีๆ ทั้งนั้น  บรรยายไม่ถูก  เราคนนอก  รู้นิดรู้หน่อยก็เขียนเป็นตุเป็นตะ

ขออ้างถึงหน่อยนะครับ  กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร  พระองค์รักสมเด็จกรมพระยานริศฯ มาก  พระองค์เคยประทานสัมภาษณ์กับบุคคลท่านหนึ่งว่า  ยิ่งรักมาก  ยิ่งสรรเสริญกันได้ยาก  เหตุเพราะตอนมีงานสรรเสริญพระเกียรติคุณสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศฯ ครบร้อยปี  พระองค์ไม่รับแสดงปาฐกถาอีก  ทั้งๆ ที่เมื่อปีก่อนได้รับเป็นองค์ปาฐกของสมเด็จพระองค์หนึ่งไปได้อย่างดีแล้ว  เป็นเพราะเหตุทำนองนี้





แต่ยังไงผมก็ยินดีที่คุณ guru มาเปิดเผยข้อเท็จจริง  และรายละเอียดเป็นอย่างดี

พาชมเสร็จแล้วจะรีบไล่กลับบ้านเลยเหรอ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 23 ส.ค. 06, 10:55

 ร้านหมูกรอบนี่ละค่ะ คุณ guru ที่คุณพงษ์วินอุตส่าห์พาไปซื้อ ปรากฏว่า...หมด   เลยอดอีกเหมือนกัน
ต้องรอเที่ยวหน้า

ชุมชนที่นี่เข้มแข็งมากในการอนุรักษ์สมบัติของท้องถิ่นไว้ แล้วยังรู้จักทำให้เกิดผลงอกเงยขึ้นมาด้วย
ผู้คนหลั่งไหลกันไปแน่นเชียวในวันนั้น   ที่จอดรถตรงอำเภอ สะดวกมากค่ะ มีตำรวจมาช่วยจัดจราจรให้แข็งขัน   ทีมงานที่นี่ประสานกันดี
อยากเห็นกันหลายๆจังหวัด  ที่รู้จักเอาของดีในท้องถิ่นมาสร้างสรรค์
บันทึกการเข้า
NickyNick
พาลี
****
ตอบ: 290

ทำงานแล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 24 ส.ค. 06, 10:09


นี่เป็นความยิ่งใหญ่ของอำเภอสามชุกครับ
เหนือเส้นตรงที่ลากแบ่งจังหวัดสุพรรณบุรี  ส่วนครึ่งบนคืออำเภอสามชุกในอดีต  ครั้งชื่อว่า  อำเภอนางบวช

เป็นความยิ่งใหญ่ก่อนปี พ.ศ.๒๔๕๔ ครับ

ครั้งนั้น  อำเภอสามชุก (อำเภอนางบวช ในอดีต ได้รับการก่อตั้งเมื่อปี ๒๔๓๗)  ยังกินพื้นที่ในเขต ๕ อำเภอของจังหวัดสุพรรณบุรีในปัจจุบัน  คือ

๑. อำเภอสามชุก (เปลี่ยนชื่อจากอำเภอนางบวชเมื่อปี ๒๔๘๒)

๒. อำเภอศรีประจันต์ (แบ่งจาก ๒ อำเภอคือ อำเภอท่าพี่เลี้ยงหรืออำเภอเมืองปัจจุบัน กับอำเภอนางบวช เมื่อ ๒๔๔๔)

๓. อำเภอดอนเจดีย์ (แยกจากอำเภอศรีประจันต์เมื่อปี ๒๕๐๕, ๒๕๐๘

๔. อำเภอเดิมบางนางบวช (แยกจากอำเภอนางบวชเมื่อปี ๒๔๕๔ เรียกอำเภอเดิมบาง  ปี ๒๔๘๒ เรียกอำเภอเดิมบางนางบวช)

๕. อำเภอด่านช้าง (แยกจากอำเภอเดิมบางนางบวชเมื่อปี ๒๕๑๗, ๒๕๒๔)

๖. อำเภอหนองหญ้าไซ (แยกจากอำเภอสามชุกเมื่อปี ๒๕๒๖, ๒๕๓๓)

ปล. ที่เขียนแยกอำเภอเป็น ๒ ปีพ.ศ.  คือตอนแรกเป็นกิ่ง  แล้วอันหลังเมื่อยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอครับ
ส่วนครั้งเก่าแก่เมื่อสมัย ร.๕  เขายกเป็นอำเภอทันทีเลยครับ  
บันทึกการเข้า
NickyNick
พาลี
****
ตอบ: 290

ทำงานแล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 29 ส.ค. 06, 11:14

 จากพื้นที่อันยิ่งใหญ่ของอำเภอนางบวชหรืออำเภอสามชุกในอดีต  แล้วถูกแบ่งซอยกลายเป็น ๖ อำเภอทางตอนเหนือของเมืองสุพรรณในปัจจุบัน

สามชุกกลับมามีมนต์เสน่ห์ดึงดูดใจผู้คนได้เพิ่มขึ้นอีกแล้ว  อย่างน้อยก็เพิ่มเติมพวกเราในเวปวิชาการที่เข้ามาแวะเวียนอ่าน  โดยการปลุกปล้ำอีกครั้งของอาจารย์เทาฯ ครับ

แล้วหวังสักวันหนึ่งว่า  เมื่ออาจารย์ได้กลับไปรับรูปถ่ายเมื่อครบ ๓ สัปดาห์อย่างตั้งใจไว้ที่ร้าน "ศิลป์ธรรมชาติ" ซึ่งถ่ายรูปโบราณที่โด่งดังที่สุดของตลาดร้อยปีสามชุกแล้ว  พวกเราคงได้มีโอกาสชื่นชมความงดงามของภาพนั้นไปพร้อมๆ กันด้วยครับ
บันทึกการเข้า
NickyNick
พาลี
****
ตอบ: 290

ทำงานแล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 29 ส.ค. 06, 15:51

 แล้วก็  หากจะกรุณาถ่ายรูปองค์เจ้าพ่อหลักเมืองสามชุกกลางตลาดมาลงไว้ด้วย  จะเป็นพระคุณยิ่งครับ  เพราะเป็นสิ่งสักการะยิ่งของชาวสามชุก

รวมทั้งจะได้มาร่วมประกอบกับกระทู้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณของผมให้เกิดความสมบูรณ์ขึ้นด้วยครับ  เพราะเป็นองค์พระนารายณ์สี่กรเหมือนกัน
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.055 วินาที กับ 19 คำสั่ง