เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
อ่าน: 16232 ตลาด 100 ปี สามชุก
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 16 ส.ค. 06, 17:20

 ไปเที่ยวตลาดสามชุก สุพรรณบุรีมาค่ะ  
เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ชาวสามชุกช่วยกันอนุรักษ์ไว้อย่างเข้มแข็งเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
ผู้คนหลั่งไหลไปกันแน่นโดยเฉพาะวันหยุด  ทำให้ตลาดเก่าแห่งนี้มีชีวิตชีวาทันตาเห็น

ตลาดนี้เคยคึกคักมาตั้งแต่สมัยปลายรัชกาลที่ 5  เป็นเรือนไม้ริมแม่น้ำท่าจีน  สมัยก่อนการเดินทางก็คงรู้กันแล้วว่าต้องอาศัยทางน้ำเป็นหลัก
สามชุกเป็นจุดแวะ  พักแรมค้างคืน ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า  ฯลฯ

ต่อมาเมื่อการคมนาคมเปลี่ยนเป็นทางรถ  ตลาดริมน้ำก็โรยรา ตลาดริมถนนเฟื่องฟูขึ้นมาแทน
เรือนไม้เก่าแก่ของสามชุกเกือบจะถูกรื้อกลายเป็นตึกแถวคอนกรีต เหมือนที่เห็นกันทั่วไป
ถ้าไม่ใช่เพราะ คณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุก เชิงอนุรักษ์  ยื่นมือเข้ามา ด้วยการสนับสนุนขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น  มูลนิธิชุมชนไท และองค์กรระหว่างประเทศอีกหลายองค์กร
สามชุกก็เลยยืนหยัดสภาพเรือนไม้ที่ยังเหลืออยู่ไว้ได้  ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นกันในวันนี้
.
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 16 ส.ค. 06, 17:23


.
นี่คือโรงแรมเก่าแก่ชื่ออุดมโชค    เป็นที่พักแรมของคนที่เดินทางจากกรุงเทพ จะแวะค้างคืนหนึ่งก่อนเลยต่อไป
บรรยากาศเหมือนในนิยายเสือดำเสือใบของป.อินทรปาลิต
วันนี้ ชั้นล่างเปิดเป็นคาเฟ่ไทยเดิม  เก๋เชียว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 16 ส.ค. 06, 17:27


.
ส่วนร้านนี้ ทำสีสดใสน่ารักมาก  ชื่อร้านบ้านโค้ก  ใครสะสมอะไรเกี่ยวกับโค้ก น่าแวะไปดู
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 16 ส.ค. 06, 17:30

 ย้อนกลับมาที่โรงแรมอุดมโชค
(อย่าถือสาไกด์มือใหม่ที่พาเดินย้อนไปมา)
จับภาพมุมหนึ่งมาให้ดูค่ะ
.
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 16 ส.ค. 06, 17:33


เขามีนิยายให้อ่านด้วยนะคะ เข้ากับบรรยากาศ    
เปิดดูแต่ละเล่ม  อาวุโสกว่าสมาชิกเรือนไทยเกือบร้อยทั้งร้อย
.
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 16 ส.ค. 06, 17:36

 คุณลุงคนนี้ขายขนมหลายอย่าง  อุดหนุนขนมพร้อมกับพาคุณลุงมาโชว์ตัวที่เรือนไทยด้วยค่ะ
.
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 17 ส.ค. 06, 10:40

 ซอยหนึ่งของตลาดเก่า
ถนนหนทางและหน้าร้าน จัดไว้เรียบร้อย  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 17 ส.ค. 06, 11:29


.
เสน่ห์ของเรือนไม้รุ่นร้อยปีก่อน ส่วนหนึ่ง อยู่ที่ลายฉลุแบบขนมปังขิงตรงชายคา และลายลูกกรงระเบียง
มองเห็นได้หลายแห่งในตลาดร้อยปี
ลูกกรงแบบนี้เรียกว่าอะไรไม่ทราบ เท่าที่ดูจากถนนข้างล่าง ไม่ได้ไปยืนบนระเบียงดูใกล้ๆ
ไม้ลูกกรงนั้นไม่ใช่ท่อนไม้สั้นๆเอามาต่อกัน แต่เป็นไม้ชิ้นเดียวกันค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 17 ส.ค. 06, 11:34


.
นางงามรุ่นเก่าเช่นเดียวกับภาพข้างบน แต่ว่าเธอถูกจับแต่งตัว ผัดแป้งแต่งหน้าเสียใหม่
ให้กลมกลืนกับสายตาของคนยุคนี้
บันทึกการเข้า
guru
อสุรผัด
*
ตอบ: 9

Adkinson Securities Public Company Limited 132 Sindthorn Bld.1, 2nd Fl., Wireless Rd., Lumpinee,Patumwan,Bangkok10330


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 17 ส.ค. 06, 12:04

 ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีกับสมาชิกทุกๆท่านเพราะเป็นสมาชิกใหม่ครับ และต้องบอกว่าดีใจจริงๆที่เปิดเข้ามาอ่านกระทู้นี้พอดีเพราะตลาด100ปี สามชุก คือบ้านเกิดผมเองครับ ต้องขอบคุณ คุณเทาชมพู มากๆครับ ที่ไปเที่ยวแล้วยังถ่ายรูปมาเผื่อแผ่ให้กับสมาชิกได้ดูด้วย ถือว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ให้กับชาวตลาดสามชุกด้วย ผมเองนั้นตั้งแต่มีการปรับปรุงเป็นตลาด100ปี เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว ผมยังไม่มีโอกาสได้ไปเดินชมตลาดเลยครับแย่จริงๆ อ้อ! บ้านผมอยู่ตรงซอย 1 นั่นแหละครับ เป็นร้านขายรถจักรยานชื่อ วิจิตรจักรยานครับ ต้องขอบคุณ คุณเทาชมพู อีกครั้งนะครับ (เป็นครั้งแรกที่ได้แสดงความเห็นผ่านทาง
email นะครับ).
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 17 ส.ค. 06, 14:07

 จากนิราศสุพรรณ ครับ

         นึกนามสามชุกถ้า    ป่าดง
เกรี่ยงไร่ได้ฟ่ายลง          แลกล้ำ
เรือค้าท่านั้นคง               คอยเกรี่ยง เรียงเอย
รายจอดทอดท่าน้ำ          นับฝ้ายขายของฯ

หมายเหตุ -     บางคำบางแห่งถี้(ที่)    ต่างกัน :-    

        นึกนาม - ถึงนาม     ได้ฟ่ายลง - ได้ฝ้ายลง
บันทึกการเข้า
ทามะ
อสุรผัด
*
ตอบ: 23

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 17 ส.ค. 06, 15:25

 แม่ผมคนสุพรรณนะคับเคยไปเหมือนกันคับแต่ตั้งแต่สมัยเด็กๆตอนนั้นนั่งเรือเขียวไปจำได้ว่าสมัยก่อนจะไปสุพรรณนั่งเรืออย่างเดียวชอบไปเพราะชอบไปเที่ยวสุพรรณเวลามีงานผ้าป่าและกฐินและที่ชอบมากเวลาไปสุพรรณต้องกินตลอดคือก๋วยเตี๋ยวเรือของสุพรรณอร่อยมากปัจจุบันก็ยังกินอยู่คับเรือนไม้ที่สามชุกนี่ผมชอบนะคับเพราะบ้านพี่ผมที่สุพรรณก็บ้านไม้คับไม่ยอมให้เปลี่ยนเด็ดขาดคับคราวหน้าไปผมต้องไปถ่ายรูปมาอวดอาจารย์บ้างและคับ
บันทึกการเข้า
violoncello
อสุรผัด
*
ตอบ: 17


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 17 ส.ค. 06, 16:14

 ยังไม่เคยไปเลยครับ แต่เท่าที่อ่านดูแล้วน่าไปมากๆเลยครับ แล้วยิ่งมีรูปอีกยิ่งทำให้อยากไปเห็นซักครั้งในชีวิต
บันทึกการเข้า
NickyNick
พาลี
****
ตอบ: 290

ทำงานแล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 18 ส.ค. 06, 08:36

 สวัสดีภาคเช้าครับทุกท่าน  ตื่นก่อนใครเลย

ตลาดแห่งนี้ที่มีการพัฒนาขึ้นมามีชื่อเสียงในปัจจุบัน   นับว่าเป็นความร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชนโดยแท้  หากนับอายุแล้วก็มีการริเริ่มได้ราว ๖-๗ ปีมานี้เองครับ

ผมขอเดินตามหลังอาจารย์เทาฯ เที่ยวด้วยซักคน  แต่จะเงียบเฉยก็กระไร  เพราะอยู่ในจังหวัดบ้านเกิดของตัวเองแท้ๆ  ขอเชียร์ที่นี่ให้ดังๆ อีกซักทีจะเป็นไร  หากมีเวลา  และความสนใจเรื่องตลาดร้อยปีเริ่มซาลงเมื่อใด  ผมจะเล่าเกร็ดสำคัญของอำเภอสามชุกให้ฟังด้วยครับ  นำก่อนสักนิดเพื่อเรียกน้ำย่อย  แต่เดิมอำเภอนี้ชื่อว่า "อำเภอนางบวช" ครับ  เป็นชื่อเรียกแต่โบราณนานเน

ผมเป็นคนนอกสามชุกครับ  ที่จริงคุณ guru ซึ่งเป็นคนในอาจไม่รู้จะพูดอะไรเพราะเห็นมาตั้งแต่เกิด  ทุกอย่างดูมีความสำคัญไปหมด  ไม่รู้จะเน้นอะไรให้เป็นสิ่งสำคัญ  ส่วนผมเป็นคนนอกสามชุกครับ  รู้งูๆ ปลาๆ  เลยอาจพูดได้สะดวกปากหน่อย  จึงขอจับจุดบางอย่างแบบสายตาคนนอกมาเล่าให้ฟังครับ

ตลาดแห่งนี้ถ้าเอารถยนต์เข้าไปจะยากสักหน่อย  หากมาจากกรุงเทพทางถนนใหญ่สุดๆ ระดับประเทศของเมืองสุพรรณที่ใครๆ ต่างอิจฉา  ก็ต้องเลี้ยวซ้ายข้ามสะพานใหญ่แม่น้ำท่าจีนใต้ตัวตลาดสามชุกไปทางฟากตะวันตก  นิดหนึ่ง  แล้วเลี้ยวขวามาตามคลองชลประทานขึ้นไปทางเหนือ  อีกนิดหนึ่ง  แล้วก็เลี้ยว แล้วก็เลี้ยว  ไม่ต้องกลัวหลงครับ ถึงแม้จะไม่มีป้ายบอกทางทุกที่  แต่ท่านก็ต้องเข้าถูกแน่นอน  แต่ตรงทางเข้าที่จอดรถจะแคบซักหน่อยครับ

นี่เป็นแนวถนนที่ผมเคยกินนอนสร้างวีรกรรมที่นั่นแทบทุกคืนเมื่อราวปี ๓๕-๓๖ นะครับ  ตอนนี้คิดว่าก็คงไม่ต่างกันเท่าใดนัก

ตอนนั้นรถวนเข้าไปจอดหน้าอำเภอได้  ตอนนี้ยังจอดได้หรือเปล่าครับ อ.เทาชมพู

ตัวที่ว่าการอำเภอหันหน้าออกแม่น้ำ  ตอนนั้นเป็นอาคารไม้  ตอนหลังรื้อออก  ข่าวว่าขายไปราวสองแสนบาท  จริงหรือเท็จไม่รู้  เสียดายเหมือนกัน  สร้างใหม่เป็นคอนกรีตหลังปี ๓๗-๓๘ นะครับ

แนวเดียวกัน  แต่ใต้ลงไป  เป็นสถานีตำรวจ  เมื่อก่อนพอผมสร้างวีรกรรมวีรเวรอะไร  ทั้งหนักทั้งเบา  ก็ต้องไปแวะเวียนที่นี่เป็นประจำ   แต่ตอนหลังสถานีตำรวจย้ายออกไปอยู่ข้างนอก  ตรงถนนใหญ่กรุงเทพ-ชัยนาท (๓๔๐)  ฟากตะวันออกของแม่น้ำ  แล้วก็ตะวันออกของถนนด้วยครับ  ใต้ที่ปัจจุบันไปประมาณ ๓ กม.ได้  ตรงนั้นเดิมเป็นบึงละหารน้อย (ส่วนบึงละหารใหญ่อยู่เหนือขึ้นมาอีกหน่อย  แนวเส้นรุ้งเดียวกันกับที่ว่าการอำเภอแหละครับ)

อาคารสถานีตำรวจเดิม  รื้อออกไปแล้ว  กลายเป็นถนนหนทางแทนที่

หน้าสถานีตำรวจ  คือทางตะวันออก ติดริมแม่น้ำ  เป็นสำนักงานที่ดินสามชุก  ตอนนี้กลายเป็นสำนักงานเทศบาลตำบลสามชุกแทนครับ

อ้อ  เขตหน่วยราชการเหล่านี้มีเนื้อที่ติดริมแม่น้ำสุพรรณเลยครับ  จึงไม่มีซอยย่อยริมแม่น้ำนับจากอำเภอลงไปทางใต้เลยครับ  มีแต่ซอยย่อยไปทางเหนือ  ซึ่งตรงนั้นถือเป็นจุดศูนย์กลางของตลาดร้อยปี

หลังสถานีตำรวจ  คือไปทางตะวันตก  เป็นสโมสรอำเภอ  ก็ที่แทงสนุ๊กนั่นแหละ   รื้อออกหมดเหมือนกัน  แล้วก็ทำเป็นสวนหย่อมกับถนนหนทาง

ผมเว่าซื่อๆ อย่างนี้  ถูกไหมครับคุณ guru
บันทึกการเข้า
guru
อสุรผัด
*
ตอบ: 9

Adkinson Securities Public Company Limited 132 Sindthorn Bld.1, 2nd Fl., Wireless Rd., Lumpinee,Patumwan,Bangkok10330


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 18 ส.ค. 06, 15:14

 สวัสดีทุกท่านครับ  ต้องขอบคุณ คุณNickyNickมากครับ คุณรู้จริงเหมือนคนในเลยครับ(อาจมากกว่า)
ผมจะลองทบทวนความจำสมัยเด็กดูนะครับ
เมี่อขับรถมาและเลี้ยวช้ายขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนแล้ว(สมัยก่อนยังไม่มีสะพานใหญ่นี้ ต้องขับเลยไปอีกประมาณ 5 กม.เพื่อข้ามสะพานตรงประตูน้ำแล้วย้อนกลับมา) ให้เลี้ยวขวาตรงแยกเล็กๆแยกแรกเลย จะผ่านที่ทำการไปรษณีย์ชื่งอยู่ด้านช้ายมือ แล้วไปเลี้ยวขวาหลังที่ว่าการอำเภอ(เมื่อก่อนตรงจุดที่จะเลี้ยวนั้นทางด้านขวาจะเป็นห้องสมุดประชาชน,เกษตรอำเภอ,ดับเพลิง ส่วนด้านซ้ายจะเป็นที่โล่งๆเรียกว่า"เด่น" ซื่งเป็นที่วิ่งเล่น เตะฟุตบอล ออกกำลังกาย ตอนเย็นๆคนจะเยอะมาก และมีบ้านแขกขายเนื้ออยู่ทางด้านติดกับถนนเลียบคลองชลประทาน ซึ่งเขาจะเลี้ยงวัว ควาย แพะ เป็นจำนวนมาก) เมื่อเลี้ยวขวาที่จะไปอำเภอแล้วจะผ่านสวนหย่อมด้านขวามือซึ่งเมื่อก่อนบริเวณนี้จะเป็นบ้านพักนายอำเภอมีสนามแบดมินตันและสนามเด็กเล่น สามารถเข้าไปเล่นได้ท่านนายอำเภอไม่หวง ส่วนทางด้านหลังบ้านพักนายอำเภอก็จะเป็นบ้านพักข้าราชการ
ถัดจากบ้านพักนายอำเภอ(เวลาพูดเร็วๆก็จะกลายเป็นแนมเภอเลยเรียกแนมเภอจนติดปาก)ก็จะเป็นหอประชุมอำเภอซึ่งทุกสิ้นเดือนพวกข้าราชการครู กำนันผู้ใหญ่บ้านจะต้องมาประชุมและรับเงินเดือนที่นี่  ติดกับหอประชุมก็คือสโมสรที่คุณNickyNick ว่านั่นแหละครับ
เมื่อขับรถถึงอำเภอแล้วสามารถจอดรถได้หมดนะครับทั้งด้านหน้าด้านหลัง พูดถึงอำเภอแล้วผมก็เสียดายเหมือนกันนะครับและก็ได้ข่าวเหมือนคุณNickyNick นั่นแหละ ยังอยากให้เขาไปซื้อกลับคืนมาเลย
ตัวอำเภอเมื่อก่อนเป็นเรือนไม้สองชั้น(ผมและเพื่อนๆขึ้นไปวิ่งเล่นบ่อยๆ) มีหน้ามุข ปลูกกระดังงาหรือจำปีด้วยถ้าจำไม่ผิด
ตัวเรือนจะสร้างติดกับอนามัย ถัดไปก็จะเป็นโรงพัก(สถานีตำรวจ)
ด้านหน้าอำเภอติดกับแม่น้ำท่าจีน ด้านขวาจะมีท่าเรือดับเพลิง
ด้านซ้ายเป็นสะพานข้ามแม่น้ำซึ่งเมื่อก่อนเป็นสะพานไม้เล็กๆ สร้างเมื่อปี พ.ศ.2508 ในสมัยนายสมพร กลิ่นพงษา เป็นนายอำเภอ จึงให้ชื่อว่าสะพานพรประชา เนื่องจากสะพานไม้มันผุพัง จึงได้มีการบูรณะปรับปรุงและขยายให้ใหญ่ขึ้นเปลี่ยนเป็นคอนกรีต
ในสมัยนายอำเภอสมพรได้ชื่อว่าเป็นนายอำเภอมือปราบ ประชาชนให้ความรัก เคารพนับถือท่านมาก ท่านมักออกไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปนอนกับชาวบ้านเป็นประจำเพื่อไปจับเสือ(โจร) สมัยก่อนเสือฝ้าย เสือมเหศวร ดังมาก มีข่าวว่าเมื่อฆ่าเสือได้ บางครั้งก็ควักหัวใจออกมาย่างกินด้วย จริงเท็จประการใดต้องไปถามท่านเองนะครับ (ปัจจุบันท่านปลดเกษียณไปหลายปีแล้วในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และไปเป็นกรรมการกฤษฎีกา)
ในตลาดสามชุกจะแบ่งออกเป็นซอยๆ ตั้งแต่ ซอย1, ซอย2, ซอย3, ซอย4 และถัดไปเรียกท่าถ่านหรือท่านายเจริญเพราะเป็นของนายเจริญ สถาปิตานนท์ (ไม่ทราบเป็นอะไรกับดร.ประสม สถาปิตานนท์) และถัดไปอีกซอยหนึ่งจะเป็นโรงหนังวัฒนไกร ปิดวิกเก็บตังค์ จึงพูดว่าไปดูหนังที่วิก เป็นอันรู้กัน
ตรงมุมซอยนี้จะเป็นโรงตีเหล็ก มีชายกำยำ 3 คน ช่วยกันตีสลับกันคนละโป๊ก โป๊ก โป๊ก
ปัจจุบันที่เป็นตลาด100ปีนี้ เรียกว่าหน้าตลาดหรือหัวตลาดเพราะมีอีกตลาดหนึ่งอยู่ทางด้านท้ายติดกับถนนเลียบคลองชลประทาน เรียกว่าท้ายตลาดหรือตลาดยายจูเพราะเป็นของยายจู
และเป็นท่ารถด้วย
ถ้าจะจ่ายตลาดเช้าต้องไปท้ายตลาด ถ้าเป็นตอนเย็นต้องไปหน้าตลาด
ส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์ตลาด 100 ปีจะอยู่ในซอย 2 ทางด้านหัวตลาดซึ่งเป็นบ้านของขุนจำนงค์จีนารักษ์ (เป็นนายอากรเก็บภาษีคนแรก) เป็นบ้าน 3 ชั้น ทายาทได้ยกให้เป็นพิพิธภัณฑ์ของตลาดสามชุกชื่อ "พิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงจีนารักษ์" ดำเนินการโดยคณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุก ซึ่งใช้เป็นสถานที่เก็บของโบราณ
ชั้นที่ 1 แสดงข้อมูลความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสามชุก
ชั้นที่ 2 แสดงเรื่องราวของครอบครัวขุนจำนงจีนารักษ์
ชั้นที่ 3 จัดเป็นที่ประชุมสัมนา จัดนิทรรศการ
เท่านี้ก่อนนะครับ.
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 19 คำสั่ง