เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4
  พิมพ์  
อ่าน: 21313 วัฒนธรรมหมาก
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31152

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 23 ส.ค. 06, 09:08

 ขอบคุณคุณตูก้าและป้าผู้ใจดีค่ะ  รูปถ่ายออกมาสวยจริงๆ  เว็บต้นไม้หรือเว็บเกษตรน่าจะมาขอสองรูปนี้ไปประกอบเรื่องหมาก

ทบทวนจากวรรณกรรมสมัยรัชกาลที่ ๗ ว่าเรื่องไหนตัวละครกินหมากกันบ้าง
นึกถึงงานของ"ดอกไม้สด" ในเรื่องสั้นยุคแรกๆของเธอ   มีพระเอกคนหนึ่งกินหมากปากแดง
แต่พอล่วงมาถึงงานยุค ๒๔๗๐- ๗๕   พระเอกนางเอกที่เป็นหนุ่มสาวทันสมัยไฮโซ  ไม่มีใครกินหมากกันสักคน
เลยไม่มีบทอ้อนอย่างคุณเปรมอ้อนแม่พลอยให้เจียนหมากให้กิน
ตัวละครที่กินหมาก เหลือรุ่นพ่อแม่    อย่างใน "หนึ่งในร้อย" แม่พระเอกกินหมาก   แต่พระเอกนางเอกขับรถ  ไปกินเลี้ยงที่ราชวงศ์ จัดงานเต้นรำที่บ้าน ฯลฯ  กิจกรรมเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับบุคลิกภาพคนกินหมาก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31152

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 23 ส.ค. 06, 09:28

 วัฒนธรรมหมากต้องถดถอยหลีกทางให้วัฒนธรรมตะวันตกที่ไหลบ่าเข้ามาตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ ๕ จนรัชกาลที่ ๗  
แต่ก็เป็นผลที่เห็นในบรรดาคนชั้นสูง มากกว่าชั้นกลางหรือระดับล่าง
พูดอีกทีว่าชาวบ้านร้านถิ่นยังกินหมากกันอยู่ทั่วไป มาจนกระทั่งรัชกาลที่ ๘
ก็เกิดการ "ปฏิวัติล้มล้างหมาก" ขึ้นมาในพ.ศ. ๒๔๘๒

ขอเชิญอ่านบทความ "ยุคไม่ขำ" ด้วยค่ะ
 http://vcharkarn.com/reurnthai/no_joking.php

รัฐได้ประกาศตนเป็นฝ่ายตรงข้ามกับวัฒนธรรมการกินหมาก   เริ่มด้วยการชักชวนให้ทหารเลิกกินหมาก  เป็นกลุ่มแรก  ขอลอกมาให้อ่านกันนะคะ

เรื่อง  ชักชวนให้เลิกการรับประทานหมาก

ด้วยกระทรวงกลาโหมได้พิจารณาเห็นว่า การรับประทานหมากนั้น  นอกจากไม่มีประโยชน์ในทางอนามัยแล้วยังทำความเปื้อนเปรอะสกปรกตามสถานที่โดยไม่สมควร  
และยิ่งในสมัยนี้ด้วยแล้ว  ชนชาติไทยสมควรจะทำตนให้เป็นประชาชาติที่ถึงแล้วซึ่งวัฒนธรรมเท่าเทียมกับอริยชนชาติที่เจริญแล้ว  
จึงเป็นการสมควรที่จะเลิกรับประทานหมาก   โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับข้าราชการกลาโหม   ควรจะเลิกอย่างเด็ดขาดเพื่อเป็นตัวอย่างอันดีแก่ประชาชนทั่วไป
เพราะฉะนั้น  จึงขอชักชวนให้บรรดาข้าราชการกลาโหมทั้งหลายงดเว้นการรับประทานหมากเสียตั้งแต่บัดนี้

(ลงนาม) พิบูลสงคราม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ศาลาว่าการกลาโหม พระนคร
๓๑ ส.ค. ๘๒

การที่รัฐบาลเลือกกลาโหมเป็นแกนนำในการเลิกกินหมาก ก็เห็นเหตุผลชัดๆ  คือทหารมีระเบียบวินัยมากกว่าพลเรือน  คำสั่งแบบนี้ทำให้ผู้บังคับบัญชาสั่งการได้ทันที  
พอคำสั่งออกมา   หมากก็ย่อมหายวับไปจากปากทหารทุกระดับ

ถึงแม้ใช้คำว่า "ชักชวน" ก็เป็นเพียงเปล่งเสียงอย่างนิ่มนวลเท่านั้นเองละค่ะ    เพราะมีคำว่า "ควรจะเลิกอย่างเด็ดขาด" กำกับอยู่แล้ว ให้รู้ว่านี่คือคำสั่ง

หมากพ่ายแพ้ยับเยินในสมรภูมิแรก- กระทรวงกลาโหม ในปี ๒๔๘๒
บันทึกการเข้า
tuka007
พาลี
****
ตอบ: 291


คนจับจอบจับเสียม


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 24 ส.ค. 06, 12:51

 ตูก้า คิดว่า ในสมัยนั้นตอนแรกๆ หลังจากที่มีคำสั่ง พอบรรดานายทหารกลับไปถึงบ้าน  อย่างแรกที่ทำคือต้องร้องเรียกหา เชี่ยนหมากก่อน อย่างอื่นแน่ๆเลยค่ะ
บันทึกการเข้า

จงยิ้มให้โลก...แล้วโลกจะยิ้มให้เรา
NickyNick
พาลี
****
ตอบ: 290

ทำงานแล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 24 ส.ค. 06, 14:16

 ท่านสั่งแล้วไม่สั่งเปล่านะครับ

เจ้าหน้าที่ต้องไปตัดต้นหมากต้นพลูกันจนหมดเกลี้ยง  บ้านเรือนถึงแม้จะอยู่กลางทุ่งกลางป่าไกลๆ ก็ไม่รอดหูรอดตา  เพราะเป็นคำสั่งของท่านผู้นำดั่งท่านอาจารย์แนบไว้ครับ

เป็นตำนานที่คนกินหมากยุคนั้นจำได้ไม่ลืมเลือน




แล้วจะขอเล่าอะไรให้ฟังอีกสักเรื่องหนึ่ง
เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจค้นต้นหมากต้นพลู  ท่านก็ได้เจออะไรอีกเป็นผลพลอยได้ด้วยหลายอย่าง  มีอย่างหนึ่งที่ได้เห็นแล้วสะกิดใจท่านก็คือ

มีชายสูงอายุท่านหนึ่งในหมู่บ้าน  ท่านเกิดปี ๒๔๓๒  ขณะนั้นที่ไปสำรวจท่านจะอายุเท่าไรไม่รู้  แต่รู้ว่าแก่แล้ว  ท่านมีความผิดปกติอย่างหนึ่งคือตัวเตี้ย  เรียกง่ายๆ ว่าคนแคระ  เหมือนกับตัวตลกชื่อดังผัวเมียที่เป็นข่าวนั่นแหละครับ  เจ้าหน้าที่ก็มีความหวังดีต่อชาติบ้านเมือง  บอกว่าเอาไว้ไม่ได้แล้ว  จะเสียพันธุ์  ก็เอาท่านมาออกยืนกลางลานหน้าบ้านคนเดียว  และจะเป่าด้วยลูกปืน  ก็ต้องขอร้องกันยกใหญ่  ให้มีความเมตตา  ก็ถือว่าโชคดีที่การห้ามปรามเป็นผลสำเร็จ

ตอนนั้นท่านมีลูกแล้ว ๓ คน  ได้รับยีนเด่นจากท่านด้วยกันทุกคน  บรรดาลูกทั้งหมดได้วิ่งซอยเท้าหลบหนีหน้าท่านข้าราชการผู้รักชาติบ้านเมืองกลุ่มนั้นอย่างไม่คิดชีวิต
บันทึกการเข้า
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 24 ส.ค. 06, 18:01

 เรียน ทุก ๆ ท่าน ที่เคารพครับ
ผมจำได้ว่า สมัยก่อนบ้านเราเคยเป็นเมืองที่ปลูกหมากพลูได้มาก ๆ แห่งหนึ่ง
แต่ด้วยเหตุการณ์ที่ อ.เทาชมพูและคุณนิคได้เล่ามา หมากพลูก็เลยเป็นอย่างที่เห็นครับ

ข้อที่น่าคิด (นอกจากเจ้าหน้าที่ท่านจะตัดหมากพลูจริง ๆ แล้ว) คือ
1. บรรดาผู้ติดหมากจะทำอย่างไร? เคี้ยวเมี่ยง? หมากฝรั่ง?
2. แม้เจ้าหน้าที่จะตัดจริง แต่ด้วยความที่หมากยังมีอยู่ น่าสงสัยเหมือนกันว่ารอดหูรอดตาไปได้อย่างไรครับ
3. เรื่องขัดฟัน น่าคิดครับว่าสมัยนั้นมีผงขัดฟันหรือไม่ หรือใช้ไม้ขัดฟัน? ใบข่อย? ครับ

สุดท้ายนี้ ขอขอบพระคุณในคำชมเชยของ อ.เทาชมพู,รูปหมากแห้ง-สด-ผ่าซีก ของคุณตูก้า และความรู้เสริมของสมาชิกท่านต่าง ๆ นะครับ
ป.ล. ลูกของชายแคระน่าจะได้ยีนเด่นจากแม่มากกว่าครับ ตัวจึงไม่ได้แคระตามชายแคระผู้นี้ครับ
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
NickyNick
พาลี
****
ตอบ: 290

ทำงานแล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 25 ส.ค. 06, 08:28

 ปล.ของคุณศรีปิงเวียง
ยีนเด่นที่ได้รับ  คือยีนที่ส่งเสริมความเตี้ยของเขาครับ
ความเตี้ยก็ถือว่าเป็นเรื่องเด่นได้เหมือนกัน  ทำให้เด่นดังไง
ผมจึงใช้ว่าวิ่งซอยเท้าหนีกันยิกๆ


เห็นรูปหมากที่คุณตูก้านำมาแสดง  ก็นึกขึ้นมาได้อีกอย่าง
คนเรานะ  ความหลังเยอะ  ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก็มาก  ประสบการณ์ยิ่งเยอะธรรมดา

ผู้สูงอายุบ้านใกล้เรือนเคียงที่ผมพอรู้จัก  มีสองคนครับที่ชื่อว่า "หมากดิบ"
ก็งงเหมือนกันว่าเก๋กันยังไงถึงได้ใช้ชื่อนี้
เพิ่งมารู้แจ้งเมื่อเห็นภาพของคุณตูก้า
เพราะ "หมากดิบ" มีความงามอย่างนี้นี่เอง
ยิ่งเมื่อนำมาถ่ายเปรียบเทียบกับ "หมากแห้ง" แล้ว  ความงามยิ่งเหินห่างกันอย่างชัดเจน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31152

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 25 ส.ค. 06, 09:50

 เมื่อชนะศึกครั้งแรกที่กระทรวงกลาโหมแล้ว  รัฐบาลก็รุกคืบต่อไปถึงกระทรวงอื่นๆ   "ชักชวนผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาให้เลิกรับประทานหมาก จง ทั่วกัน"

หลักฐานเห็นได้จากหนังสือราชการฉบับนี้ค่ะ

ที่ น. ๑๐๐๔๐/๒๔๘๒
กรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
๒๕ มกราคม ๒๔๘๒

เรื่อง ชักชวนให้เลิกรับประทานหมาก
จาก  เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ถึง    นายกรัฐมนตรี

ด้วยคณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ ๒๔ เดือนนี้ ว่า เนื่องจากมีผู้รับประทานหมาก และบ้วนน้ำหมากลงบนพื้นถนนคอนกรีต  และตามสถานที่ต่างๆ ทำให้เปื้อนเปรอะสกปรก แลดูไม่งดงาม  
โดยเหตุที่สาธารณสถานต่างๆย่อมเป็นที่ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน
จึ่งควรที่ประชาชนทั้งหลาย จักต้องช่วยกันรักษาความสะอาดของสถานที่ดั่งกล่าวไว้เสมอ   ประดุจเป็นของตนเองโดยแท้จริง
และอีกประการหนึ่ง ในสมาคม จะเป็นส่วนตัว หรือราชการก็ตาม   เห็นว่าการรับประทานหมากย่อมเป็นที่น่ารังเกียจอีกด้วย
ฉะนั้นเพื่อความเรียบร้อยและประโยชน์โดยทั่วๆไป   จึงลงมติให้กระทรวงทบวงกรมต่างๆ แนะนำชักชวนผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาให้เลิกรับประทานหมากจงทั่วกัน
จึงเรียนมาเพื่อดำเนินการต่อไป

ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
(ลงนาม) ทวี บุณยเกตุ
ผู้ช่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ลงนามแทน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31152

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 25 ส.ค. 06, 10:03

 คำสั่งห้ามกินหมาก ทำกันแข็งขันมาก  จะเรียกว่ารณรงค์ก็ไม่เชิง เรียกกันตรงๆว่าห้ามนั่นละค่ะ
ทำกันถึงขั้นโค่นต้นหมาก ต้นพลูของราษฎร  หมดไปเยอะแยะ   ที่มีเกร็ดเล่าคือมารดาของจอมพลป. ก็เป็นเจ้าของสวนหมากสวนพลูเหมือนกัน   ลูกชายต้องไปขอให้แม่เลิกขาย
หมากพลูต้องหลบเข้าไปเป็นสินค้าในตลาดมืด    แอบขายกันราวกับขายยาบ้าสมัยนี้    เพราะราษฎรที่ถูกหักดิบกะทันหันไม่ให้กินหมาก ยังทำใจไม่ได้    
เมื่อถูกบังคับไม่ให้กิน   ก็ต้องแอบกิน  หมากพลูกลายเป็นของหายาก ราคาแพง  ต้องส่งซิกกันระหว่างคนขายกับคนซื้อที่รู้แหล่งโดยเฉพาะ
ใครยังกินอยู่ก็ต้องแอบกินอยู่ในบ้าน  ห้ามออกนอกบ้านให้ตำรวจเห็น  มิฉะนั้นอาจจะโดนจับ  ยิ่งบ้วนน้ำหมากยิ่งไม่ได้เลย

ตอบคุณศรีปิงเวียง  ดิฉันได้ยินมาเรื่องขัดฟันว่าเขาขูดคราบหมากที่จับฟันออกก่อนค่ะ
แล้วก็แปรงให้สะอาด เพื่อให้หมดคราบแดงๆตามซอกฟัน
แม่พลอยตอนขัดฟัน  ขัดทั้งวันให้คราบหมากที่จับฟันจนดำสนิทหลุดออกไป  ผลคือขัดได้เฉพาะซี่หน้าเท่านั้น    แสดงว่าจับแน่นจริงๆ
บันทึกการเข้า
ทามะ
อสุรผัด
*
ตอบ: 23

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 25 ส.ค. 06, 21:25

 พูดถึงสีของฟันผู้ที่กินหมากเป็นประจำนั้น   ตูก้า จำได้ว่าทั้งคุณตา และ คุณยาย กินหมากทั้งคู่ ตอนเป็นเด็ก ก็จะชินกับสีฟันที่ดำสนิท ของท่าน และบรรดาเพื่อนๆของท่าน   ดูแล้วไม่รู้สึกแปลกเพราะเห็นมาตั้งแต่จำความได้แต่พอมาในบั้นปรายชีวิตของท่านทั้งสอง  ได้ป่วยเป็นเบาหวาน และความดันโลหิตสูง  โดยเฉพาะคุณยายเข้า ออกโรงพยาบาลอยู่หลายปี ทำให้ต้องอดหมากไปโดยปริยาย  ตอนท่านเสียชีวิตฟันท่านเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีขาวแล้ว มีความรู้สึกว่าท่านป่วยหนักเพราะดูสีหน้าท่านซีดเซียวลงไป  อาจเนื่องจากสีฟันที่เปลี่ยนไปก็ได้ ทำให้ ตูก้า รู้สึกเช่นนั้น
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31152

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 25 ส.ค. 06, 21:35

 ชื่อตูก้า หรือทามะ กันแน่คะ?
เป็นหญิงหรือว่าชายกันแน่?
***********************
หนูคิดว่าหนูเด็กกว่าอาจารย์มากๆแค่เลข4ต้นๆหนูอ่านกระทู้ท่านอาจารย์มากพอสมควรแอบอ่านของแฟนและหนูก็ชอบมากๆเลยสมัครสมาชิกเองสะเลยแต่ใฝ่รู้อ่านและหน้าติดตามมากแต่ชอบเป็นพลังเงียบสะมากกว่าแต่ต่อไปคิดว่าต้องแสดงความคิดเห็นบ้างสะแล้ว แต่ก่อนอื่นขอฝากตัวเป็นศิษย์ด้วยคนนะคับ

โดย: ทามะ  [IP: 124.120.204.44]
บันทึกการเข้า
tuka007
พาลี
****
ตอบ: 291


คนจับจอบจับเสียม


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 25 ส.ค. 06, 21:37


โอย............ กรรมจริงเลย ตูก้า ดันไปพิมความเห็นเพิ่มเติม ในช่องล๊อคอินของ คนที่บ้าน โดยลืมดูชื่อก่อน เพราะเปิดค้างไว้ตอนไปทำกับข้าว  กลับมาก็ก้มหน้าก้มตาพิมพ์ไป ......เฮ้อ....      
บันทึกการเข้า

จงยิ้มให้โลก...แล้วโลกจะยิ้มให้เรา
tuka007
พาลี
****
ตอบ: 291


คนจับจอบจับเสียม


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 25 ส.ค. 06, 21:42

 ตูก้า ชื่อนี้จริงค่ะ รายละเอียดที่กรอกตอนสมัครก็เรื่องจริงค่ะ อาจารย์ ชื่อ ทามะ เป็นของคนที่บ้านค่ะ เพราะตูก้าบอกพี่เขาเองว่า ถ้าอยากแสดงความคิดเห็นต้องสมัครแล้วเข้ามาโดยชื่อของตัวเองค่ะ
บันทึกการเข้า

จงยิ้มให้โลก...แล้วโลกจะยิ้มให้เรา
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 26 ส.ค. 06, 02:21

 สนุกจังค่ะ เรื่องหมากๆ อ่านแล้วคิดถึงบรรพบุรุษ
ตอนเล็กๆ ชอบตำหมากให้คุณยายค่ะ
ดิฉันชอบเลือกพลูใบสวยๆมาทาปูน
หยิบหมากสองสามชิ้นวางแล้วก็ม้วนส่งให้ท่าน
เห็นฟันดำๆ น่ารักดี
ตะบันหมากก็ชอบเอามาเล่น สวยดีค่ะ
ประโยชน์ของหมากนึกไม่ออก
แต่ปูน ไว้ป้ายเวลาถูกยุงกัด
คนชอบหมากสุดท้ายในครอบครัวที่เพิ่งจากไปคือคุณป้า
ที่ยังเคี้ยวหมากอยู่
ดูเหมือนจะเป็นความสุขของคนสูงอายุ
อีกแบบหนึ่งนะคะ..
รูปที่ลง เป็นหมากที่ยังมีขายอยู่ที่ตลาดบางน้ำผึ้งค่ะ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 26 ส.ค. 06, 02:24

 ภาพนี้ค่ะ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 26 ส.ค. 06, 02:25


ขออีกทีค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.041 วินาที กับ 19 คำสั่ง