การกล่าวอาเศียรวาท
เฟื่องแก้ว:
กำลังตกที่นั่งลำบากนิดหน่อยค่ะ จึงบากหน้ามาขอความช่วยเหลือ
วันที่ 12 สิงหานี้ จะมีงานวันแม่ที่วัด
เมื่อสักครู่นี้ เพื่อนร่วมรุ่นที่เป็นมรรคทายกอยู่ที่วัดโทรมาขอความช่วยเหลือ
ให้เฟื่องกล่าวอาเศียรวาทในงานวันอาทิตย์นี้หน่อย
ด้วยความที่เห็นใจเพื่อนจึงได้รับปากนำเรื่องนี้มาเป็นธุระ
แต่ก็ยังมีข้อข้องใจบางข้อค่ะ เป็นประเ็ด็นของความเหมาะสมจะขอเรียนถามดังนี้ค่ะ
1. เฟื่องไม่ขัดข้องที่จะแต่งบทอาเศียรวาทเอง แต่ติดขัดว่า เวลากระชั้นชิดมาก
เกรงว่าจะแต่งออกมาได้ไม่ดี และต้องซ้อมอ่านด้วย
หากเฟื่องจะขอยกบทอาเศียรวาทของผู้อื่นไปอ่าน
(โดยบอกชื่อผู้ประพันธ์ด้วย)
จะเป็นการผิดมารยาทไหมคะ
2. เพื่อนบอกลำดับพิธีการคร่าว ๆ มาดังนี้
-อัครราชทูตจะกล่าวถวายพระพร
-คนไทยร่วมร้องเพลงสดุดีมหาราชา
-การแสดงต่าง ๆ
เฟื่องห่างเหินงานพิํธีการนานมาก จึงขอเรียนถามว่า
ควรอ่านบทอาเศียรวาท ในช่วงไหนคะ
หากอ่านหลังจากจบเพลงสดุดีมหาราชา และก่อนการแสดงจะเหมาะสมหรือไม่
อาจจะเป็นคำถามที่ไม่ค่อยเข้าท่านะคะ แต่ตอนอยู่เมืองไทยมักจะมีผู้ที่ทราบโพรโตคอล เป็นคนคอยช่วยแนะ คอยกำหนด
ตอนนี้ มีแต่พระ กับนักศึกษาที่ช่วยๆ กัน เฟื่องกังวลนิดหน่อยจึงมาเรียนถามผู้ใหญ่ ผู้รู้ทุกท่านค่ะ
หากมีข้อแนะนำอื่นๆ แถมเพื่อความเหมาะสมด้วยจะเป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ
ขอบพระคุณล่วงหน้าไว้ ณ ที่นี้ค่ะ
เทาชมพู:
1. อ่านบทอาเศียรวาทของผู้อื่น
ขึ้นต้นว่า อาเศียรวาท ประพันธ์โดย นาย...(นางสาว...)
แล้วอ่านบทอาเศียรวาทจนจบ
ลงท้ายว่า ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า คนไทยในฝรั่งเศส (สมมุติว่าทำในนามกลุ่มนี้นะคะ)
2. ข้อนี้เป็นค.ห.ส่วนตัว เพราะดิฉันเป็นคนที่มีความจำแย่มากในการลำดับขั้นตอน ไปงานต่างๆทีไรไม่เคยจำพิธีการสักที
ลองลำดับตามนี้
-บทอาเศียรวาท
-อัครราชทูตกล่าวถวายพระพร
-คนไทยร่วมร้องเพลงสดุดีมหาราชา
-การแสดงต่าง ๆ
เพราะนึกเทียบง่ายๆว่าถ้าเป็นงานไหว้ครู อาเศียรวาทคือบทไหว้ครู ต้องเอาขึ้นหน้าก่อน ไม่ใช่เอาไว้ทีหลัง
ดิฉันก็ยังลังเลเหมือนกันว่าควรจะลำดับอัครราชทูตถวายพระพรก่อนดีหรือไม่ แต่มานึกอีกทีว่า บทอาเศียรวาทก็เป็นการถวายพระพรในนามคนไทยทุกคน ไม่ได้แยกท่านทูตออกไปต่างหาก
ก็น่าจะเอาอาเศียรวาทไว้ก่อน
เมื่อท่านถวายพระพร ก็จะได้เชื่อมกับรายการคนไทยร้องเพลงสดุดีมหาราชา ไม่งั้นถ้าท่านถวายพระพรก่อน มีอาเศียรวาทคั่น ก็ไม่ค่อยจะเรียบลื่นเท่าไร
ถ้าคุณนกข.แวะเข้ามา คงจะช่วยชี้ขาดได้ค่ะ
Andreas:
เรียนคุณเฟื่องครับ....
ผมละกลัวตอบผิดจังเลยครับ....จริงๆก็อยากจะช่วยให้คำแนะนำนะครับ.....แต่กลัวหน้าแตกครับ...
ผมค่อนข้างจะมีข้อสงสัยบางประการครับคุณเฟื่อง....
การกล่าวอาเศียรวาทกับการกล่าวถวายพระพร คือลักษณะเดียวกันหรือเปล่าครับ...เพียงแต่ต่างกันเพราะการใช้ร้อยแก้วกับร้อยกรอง....
ส่วนใหญ่ที่ผมเห็นเค้าทำพิธีกันตอนอยู่เมืองไทย ผมก็เห็นเค้าให้ประธานในพิธีกล่าวคำถวายพระพรหรือกล่าวคำอาเศียรวาทหลังจากเปิดกรวยดอกไม้ และถวายความเคารพแก่พระบรมฉายาลักษณ์
หลังจากนั้นขจึงเป็นการแสดง อาจจะเป็นรำถวายพระพร...สุดท้ายคือการร่วมร้องเพลงสดุดีมหาราชินีครับ...
พอคุณเฟื่องบอกมาว่าเพื่อนคุณเฟื่องจะให้คุณเฟื่องอ่านอาเศียรวาท...แต่มีท่านทูตมาร่วมงานด้วย..... ตามหลักอาวุโสแล้วผมเห็นว่า ท่านทูตในฐานะประธานต้องเป็นคนกล่าวถวายพระพรก่อน.....แต่ถ้าพิจารณาตามความสำคัญแล้ว อาเศียรวาทต้องมาก่อนคำถวายพระพร ..... ผมเลยงงไปกับคุณเฟื่องอีกคนเลยครับ....
ถ้าคุณเฟื่องอ่านอาเศียรวาทก่อน แล้วคุณเฟื่องจะลงท้ายว่าอย่างไรล่ะครับ... "ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า .........." ถ้าแทนว่าคณะทูต อันนี้ต้องให้ท่านทูตเป็นคนพูดจะถูกหลักมากกว่ามั้งครับ...
พูดมาก็ยังงงเองเลยครับ..... ทำไมถึงไม่ให้ท่านทูตกล่าวคำถวายพระพรเสียอย่างเดียวเลยละครับ จะได้ไม่ต้องมีคำอาเศียรวาทครับ...
รอคนอื่นมาช่วยดีกว่าครับคุณเฟื่อง...กระผมหมดปัญญาเสียแล้วครับ...
สวัสดีครับ
Andreas
Andreas:
อายจัง......เขียนชื่อเพลงผิดอ่ะครับ.....ต้องเป็นเพลงสดุดีมหาราชาครับ....
หมูน้อยในกะลา:
หากจะยกบทอาเศียรวาทของท่านอื่นมาเป็นตัวอย่าง ผมเห็นว่ามีบทหนึ่งที่ไพเราะไม่แพ้บทไหนๆ เป็นผลงานของอาจารย์ผ่องพรรณ นวลขาว
ตัวอย่างที่ยกมาให้ เป็นบทอาเศียรวาทการครองราชย์ครบ50ปีครับ
อาเศียรวาทราชสดุดี
ปวงข้าเทิดทศนัขประณตนฤบดินทร์
เอกองค์ธานินทร์ ไผท
ปกเกล้าคุ้มศิรมานผสานพลวไกร
นิกรกสานติ์ใส มนัส
ไทยทั่วแคว้นสุขเย็นธเป็นวรกษัตริย์
ฉัตรแก้วอภิรัฐ วิรุฬห์
ห้าสิบล่วงวิสฤตบพิตรบุรณหนุน
รักราษฎร์และการุณ ประจักษ์
นบบัวบาทนฤบาลวิศาลภทรศักดิ์
ด้วยชีพมโนภักดิ์ นิรันดร์
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป