เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 9 10 [11] 12
  พิมพ์  
อ่าน: 39355 ปูนปั้น สกุลช่างเมืองเพชร
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 150  เมื่อ 03 ต.ค. 06, 23:06


.






เอาภาพคุณกุรุฯ มาฝากครับ.....




เฮ่ย เอาภาพมาฝากคุณกุรุฯ ครับ แหะๆ


ปล. ได้ยินมว่าเจ้าตัวแบบนี้สมัย ร.5 เขาเอาบุษบกเพลิงตั้งบนหลังแห่ไปในงานพระเมรุล่ะครับ อิอิ
บันทึกการเข้า
อมตะ
อสุรผัด
*
ตอบ: 2


ความคิดเห็นที่ 151  เมื่อ 04 ต.ค. 06, 10:40

 ขอแสดงความเห็นครับ

คห.137  หน้าบันเป็นเลข ๕ กลับด้าน  เป็นหน้าบันเดียวที่ทำแบบนี้ คิดว่าไม่มีที่ไหนอีกแล้ว
ในขณะที่หน้าบันของระเบียงคตด้านอื่นๆเป็นเลข ๕ ปกติ

ครูบาอาจารย์หลายๆท่านว่า เป็นเพราะระเบียงคตนี้ซ่อมในสมัยร.5 แล้ว ร.5 ยังเคยเสด็จมาและเกี่ยวข้องกับวัดนี้ ช่างจึงทำหน้าบันเป็นเลข ๕

แต่ที่กลับด้าน 1 หน้าบันนั้น อาจเป็นเพราะหมายถึง รัชกาลที่ 5 พระองค์ท่านสิ้นแล้ว แล้วสู่สวรรย์คาลัยแล้ว
บันทึกการเข้า
กุรุกุลา
พาลี
****
ตอบ: 235


ความคิดเห็นที่ 152  เมื่อ 04 ต.ค. 06, 18:33

 ขอบคุณคุณติบอที่เอาภาพน่ารักๆมาฝากครับ แต่เผอิญรูปนี้ผมมีแล้ว ขอคืนให้คุณเหมือนเดิมนะครับ
บันทึกการเข้า
tuka007
พาลี
****
ตอบ: 291


คนจับจอบจับเสียม


ความคิดเห็นที่ 153  เมื่อ 04 ต.ค. 06, 20:42

มีมาให้ดูเหมือนกันค่ะ ทวารบาลที่ตูก้าว่า งามเหลือใจทีเดียวเชียว
บันทึกการเข้า

จงยิ้มให้โลก...แล้วโลกจะยิ้มให้เรา
tuka007
พาลี
****
ตอบ: 291


คนจับจอบจับเสียม


ความคิดเห็นที่ 154  เมื่อ 04 ต.ค. 06, 20:48

พยายามหาภาพที่ชัดมาให้ชมค่ะ

เฮ้อออออ....ถอนหายใจ..งามจริงๆ..

.
บันทึกการเข้า

จงยิ้มให้โลก...แล้วโลกจะยิ้มให้เรา
Malagao
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ความคิดเห็นที่ 155  เมื่อ 09 ต.ค. 06, 09:51

 ศิลปะปูนปั้นเมืองเพชรบุรี

เมื่อวันที่3  กรกฎาคม  2549  ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)  จัดการบรรยายเรื่อง  ศิลปะปูนปั้นเมืองเพชรบุรี โดย คุณขนิษฐา นิลผึ้ง  ซึ่งเป็นผลงานวิจัยในระดับปริญญาโท สาขาสื่อสารมวลชน  คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  

คุณขนิษฐา  กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของงานวิจัยว่า  เพื่อศึกษาบทบาทหน้าที่ของงานปูนปั้นเมืองเพชรที่มีต่อระดับปัจเจกบุคคล  ระดับชุมชน และระดับสังคมทั้งจากทัศนะของ ช่างปูนปั้น (Sender) และ ผู้เสพผลงาน (Receiver) จากการตรวจสอบงานวิจัยที่ผ่านมาพบว่า  งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับศิลปะปูนปั้นเมืองเพชรมีผู้ศึกษาในแง่มุมของ  มานุษยวิทยา และ โบราณคดี ซึ่งเน้นในเรื่องของการสืบเนื่องและการเปลี่ยนแปลง  แต่ยังไม่มีการศึกษาในแง่มุมของการสื่อสารเท่าใดนัก  ซึ่งการศึกษาปูนปั้นในแง่ของการสื่อสารจะทำให้เกิดการมองคนในแง่ของจิตวิญญาณ  
ความคิด  และโลกทัศน์ที่ซ่อนอย่างแยบยลในงานปูนปั้น   อีกทั้งคุณขนิษฐา เป็นคนจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีการซึมซับงานปูนปั้นมาโดยตลอด  โดยคุณขนิษฐามองว่างานปูนปั้นมิใช่เพียงแค่งานศิลปะที่มีค่าแค่ความงดงามเท่านั้น  แต่ตัวงานยังแฝงไปด้วยความหมาย และแนวคิด อีกทั้งกระบวนการผลิตยังต้องอาศัยเวลา  ความชำนาญ  และความตั้งใจในการผลิตผลงานแต่ละชิ้น  ดังนั้นการสื่อสารในงานปูนปั้นจึงไม่ได้มีต่อผู้รับสารผ่านผลงานที่เสร็จสมบูรณ์แล้วเท่านั้น  แต่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานนั้นยังเป็นกระบวนการสื่อสารที่มีคุณค่าต่อผู้สร้างงานด้วย

ทฤษฎีที่ใช้ในงานวิจัย
คุณขนิษฐากล่าวว่าในการวิจัยนี้ได้ใช้ แนวคิดเกี่ยวกับ สื่อพื้นบ้าน  และ ทฤษฎีหน้าที่นิยม (Functionalism)  โดยแนวคิดสื่อพื้นบ้านได้อธิบายว่า  สังคมและวัฒนธรรมนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ดำรงอยู่ล้อมรอบตัวมนุษย์  เป็นสองสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้และมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันอย่างลึกซึ้ง  สิ่งที่แยกสังคมหนึ่งว่าแตกต่างจากอีกสังคมหนึ่งก็คือ วัฒนธรรม  ซึ่งตอบสนองทางด้านสังคมและจิตใจของมนุษย์ด้วย  อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นควบคู่กับวัฒนธรรมก็คือ  การสื่อสาร จึงอาจกล่าวได้ว่าที่ใดมีวัฒนธรรม  ที่นั่นต้องมีการสื่อสารเพราะการถ่ายทอดวัฒนธรรมจะต้องอาศัยการ
สื่อสารเป็นหลัก  งานปูนปั้นนั้นถือเป็นสื่อพื้นบ้านที่ผ่านช่องทางการสื่อสารที่มีความเป็นมาและมีความนิยมในท้องถิ่น  งานปูนปั้นเมืองเพชรจึงมีลักษณะของท้องถิ่น และมีลักษณะเฉพาะตัว  เนื่องจากงานปูนปั้นเป็นงานที่มีการผลิตซ้ำและมีการสืบทอดตลอดมาซึ่งเป็นหลักประกันต่อความต่อเนื่องยืนยาวและการดำรงอยู่ได้ของปูนปั้นนี้เพราะการมีบทบาทและหน้าที่นั่นเอง

สำหรับทฤษฎีหน้าที่นิยมกล่าวว่า ส่วนประกอบย่อยทุกส่วนจะต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อความมีเสถียรภาพของสังคม  การสื่อสารซึ่งถือว่าเป็นกระบวนการหนึ่งในสังคมจึงเข้ามารวมอยู่กันกับมนุษย์ที่รวมอยู่กันเป็นสังคม  ทำให้เกิดการรวมตัวและก่อให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  การที่งานปูนปั้นดำรงอยู่ได้เนื่องจากหน้าที่ที่สืบเนื่องนั่นเอง  โดยแบ่งออกเป็นระดับปัจเจกบุคคล  ระดับชุมชน  และในระดับสังคม

งานปูนปั้นเมืองเพชรบุรี
งานปูนปั้นถือเป็นงานวิจิตรศิลป์ และเป็นสื่อพื้นบ้านประเภทประติมากรรม  ซึ่งจัดทำขึ้นในศาสนสถานเพื่อสื่อถึงโลกทัศน์ทางพุทธศาสนา  ลวดลายบนปูนปั้นจะมีสองลักษณะคือ ลวดลายที่สื่อถึงเรื่องราว  เช่นลายที่สื่อถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า  และลายที่ไม่สื่อเรื่องราว เช่นลายดอกไม้  ลายก้ามปู  เป็นต้น  ลวดลายเหล่านี้เป็นศิลปะที่สืบทอด
กันมาซึ่งส่วนใหญ่ผูกพันอยู่กับวัดจึงทำให้เกิดกลุ่มช่างตามวัดต่างๆในเพชรบุรี  เช่นกลุ่มช่างวัดเกาะ  กลุ่มช่างวัดมหาธาตุ   ซึ่งแต่ละกลุ่มช่างก็จะมีการเน้นเอกลักษณ์ของตนให้เห็นเด่นชัด  และด้วยคุณภาพของปูนทำให้ช่างสามารถปั้นลายปูนปั้นที่ละเอียดและซับซ้อน  อีกทั้งความคงทนของปูนทำให้งานปูนปั้นหลายชิ้นคงสภาพได้นานจึงทำให้การสืบทอดงานปูนปั้นคงอยู่จนถึงปัจจุบัน  ด้วยเหตุนี้งานปูนปั้นเมืองเพชรจึงเป็นงานที่มีความโดดเด่นเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป  คุณขนิษฐากล่าวว่า สามารถจำแนกงานปูนปั้นเมืองเพชรได้เป็นสองลักษณะคือ  งานปูนปั้นในสมัยอยุธยา  และ งานปูนปั้นในสมัยรัตนโกสินทร์

งานปูนปั้นสมัยอยุธยา  ได้รับการยกย่องว่าเป็นงานปูนปั้นฝีมือที่มีลวดลายงดงาม จนอยากที่จะหาผู้ใดสามารถทำตามได้  โดยปูนปั้นในสมัยอยุธยาจะปรากฏในโบราณสถานสี่แห่งคือ   วัดใหญ่สุวรรณราราม   วัดสระบัว  วัดไผ่ล้อม  และวัดเขาบันไดอิฐ   ผลงานปูนปั้นที่ปรากฏตามโบราณสถานเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นผลงานชั้นครูที่เป็นแบบอย่างให้ช่างรุ่นต่อมาได้ศึกษามาจนถึงปัจจุบัน




งานปูนปั้นในสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นงานปูนปั้นที่พัฒนามาจากสมัยอยุธยา  แต่มีการใส่ลวดลายตามความคิดสร้างสรรค์ของช่างลงไปด้วยเช่นงานปูนปั้นหน้าบันพระวิหารหลวง  วัดมหาธาตุวรวิหาร  นอกจากนี้ยังมีปูนปั้นที่เป็นภาพล้อบุคคลด้านการเมืองที่แฝงถึงการเสียดสี และแง่คิดต่างๆไว้  เช่นงานของช่างทองด้วง  เอมโอษฐ  


บทบาทหน้าที่ของปูนปั้นเมืองเพชร
คุณขนิษฐากล่าวว่า  งานปูนปั้นมีการสื่อสารเป็นส่วนผสมอยู่  อีกทั้งเป็นสื่อวัตถุในท้องถิ่นที่มีรากฐานยาวนานทางประวัติศาสตร์  ซึ่งสามารถส่งต่อความคิด  ความเชื่อจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง  ทั้งในแง่ของเนื้อหาที่เป็นศิลปวัฒนธรรมและส่วนที่เป็นชีวิตวัฒนธรรม  ในการวิเคราะห์บทบาทหน้าที่ของปูนปั้นจะเป็นการศึกษาบทบาทหน้าที่ของปูนปั้นที่มีต่อปัจเจกบุคคล  ชุมชน  และสังคม  ดังนี้

   บทบาทของปูนปั้นที่มีต่อปัจเจกบุคคล ในแง่มุมของหน้าที่ที่สืบเนื่องนั้นพบว่าหน้าที่ที่สำคัญคือการสร้างสมาธิซึ่งเป็นบทบาทที่สืบเนื่องยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน  เพราะกระบวนการปั้นปูนเป็นกระบวนการที่ตั้งใจในการถ่ายทอดอารมณ์  ความคิด และความศรัทธาลงในผลงาน  โดยผู้ปั้นต้องประสานความรู้สึก  การมองเห็น  การรับรู้ และการสัมผัสเข้าเป็นหนึ่งเดียวในการถ่ายทอดผลงานให้กลายเป็นงานปูนปั้น  ซึ่งภาวะการทำงานเช่นนี้ทำให้เกิดสมาธิกับตัวผู้ปั้น  นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ใน การพัฒนาตนเอง (Self - Formation) ซึ่งได้มาจากการปั้นปูน  ทำให้เกิดบุคลิกภาพด้านต่างๆ เช่น  ความอดทน  ทักษะการทำงาน  จริยธรรมคุณธรรม  และพัฒนาการทางอารมณ์  และหน้าที่สุดท้ายคือ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และเสริมสร้างจินตนาการ ที่ถึงแม้ว่าการสร้างสรรค์งานของช่างจะเป็นแบบแผนที่สืบทอดกันต่อๆมา  แต่การทำงานของช่างเมืองเพชรไม่ได้จำกัดอยู่ในขนบนิยมที่ครูอาจารย์กำหนดไว้ทั้งหมด  แต่ก็มีการคิดสร้างสรรค์ลวดลายใหม่ๆ เช่นกัน
   บทบาทของปูนปั้นที่มีต่อชุมชน  หน้าที่ประการแรกก็คือหน้าที่ในการอนุรักษ์และสืบสานศิลปะไทยซึ่งเป็นการสืบทอดการปั้น  ค่านิยม  ความคิด  และความเชื่อจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่งที่มีลักษณะเป็นนามธรรมให้เห็นเป็นรูปธรรม  เช่นการปั้นลายที่ฐานพระ ที่เป็นวงกลมจะสื่อความหมายของธรรมจักร  ถ้าเป็นสี่เหลี่ยมจะสื่อความหมายถึงเนื้อนาบุญ  เป็นต้น  หน้าที่ต่อมาคือหน้าที่ในการสืบทอดภูมิปัญญา  เช่นการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาใช้ซึ่งเป็นการแสดงถึงการเรียนรู้ของคนในชุมชน  การแก้ปัญหาพื้นที่ว่างในอาคารศาสนสถาน ซึ่งปูนปั้นใช้เป็นสิ่งตกแต่งที่มีความหมาย และสาระแฝงอยู่ในชิ้นงาน ทำให้ศาสนสถานนั้นมีความสำคัญและสวยงามมากยิ่งขึ้น  และสุดท้ายหน้าที่ในการสะท้อนและสร้างอัตลักษณ์ที่สะท้อนความเป็นตัวตนของคนในท้องถิ่น โดยแบ่งเป็นระดับปัจเจกบุคคล โดยลายแต่ละลายเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของช่างแต่ละคน  และ  อัตลักษณ์ร่วมของชุมชน (collective identity)  เพราะลายปูนปั้นเป็นแหล่งรวมของความรู้สึกนึกคิด  รายละเอียดวัฒนธรรมของท้องถิ่น  โดยคุณขนิษฐากล่าวว่าจากการสัมภาษณ์ช่างได้สรุปสิ่งที่เป็นอัตลักษณ์ร่วมของช่างเมืองเพชรได้คือ ปูนปั้นเมืองเพชรเป็นงานปูนปั้นสดโดยไม่ใช้แบบพิมพ์ใดๆ  การออกแบบลายที่ไม่สมมาตรโดยเฉพาะบริเวณหน้าจั่ว  การบากลาย การปั้นลาย  และการครอบครูที่แสดงถึงแบบแผนและบรรทัดฐานของกลุ่มช่างแต่ละสำนัก  และการเข้าพิธีการครอบครูเป็นการแสดงถึงการยอมรับการฝึกฝนของลูกศิษย์ สู่ครูช่าง  หน้าที่สุดท้ายคือหน้าที่ในการสร้างอาชีพ  ซึ่งอาชีพปั้นปูนเป็นอาชีพที่มีมาช้านาน เป็นหน้าที่ที่สำคัญในเชิงเศรษฐกิจ  เพราะช่างปูนปั้นไม่สามารถอยู่ได้ด้วยแรงศรัทธา หรืออุดมคติเพียงอย่างเดียว  แต่ต้องอยู่ไปพร้อมๆกับระบบเศรษฐกิจด้วย
   บทบาทของปูนปั้นที่มีต่อสังคม  ได้แก่หน้าที่ในการบันทึกประวัติศาสตร์ ปูนปั้นทำหน้าที่บันทึกสารในทางโลกได้แก่เหตุการณ์บ้านเมืองต่างๆ  และบันทึกวิถีชีวิตต่างๆของคนในสังคม  นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ในการวิพากษ์วิจารณ์สังคม  เช่นการปั้นล้อเลียนการเมืองของช่างทองด้วง  เอมโอษฐ  หน้าที่ในการสืบทอดวรรณกรรมที่สำคัญของไทย เช่นเรื่องรามเกียรติ์  และพระอภัยมณี  หน้าที่การเป็นแหล่งข้อมูลสืบค้นด้านอารยธรรม และเป็นพยานหลักฐานทางโบราณคดี  และสุดท้ายหน้าที่ในการโยงใยสมาชิกในสังคมให้เข้าไปผูกพันกับ  ระบบค่านิยมในสังคม (Socialisation)  เนื่องจากปูนปั้นเป็นงานฝีมือที่เกิดจากช่างในท้องถิ่น  ในงานปูนปั้นจึงเป็นที่บรรจุความคิด  ความเชื่อ  ค่านิยม  ผ่านรูปแบบของงานปูนปั้นซึ่งถือเป็นคุณค่าอย่างหนึ่งที่ช่างได้หยิบยื่นให้กับสมาชิกในสังคม  อีกทั้งยังเป็นวิธีในการสอนให้สมาชิกในชุมชนเรียนรู้วัฒนธรรมในทางอ้อมอีกด้วย เช่นความเชื่อถือในระบบพระมหากษัตริย์  ความกตัญญูกตเวที  และการทำความดีละเว้นความชั่ว เป็นต้น






ข้อค้นพบจากการวิจัย
คุณขนิษฐากล่าวว่า  จากการวิจัยสามารถแบ่งประเด็นได้คือ  ปูนปั้นคน   ซึ่งจากที่กล่าวมาว่าการปั้นปูนจะต้องใช้สมาธิ  ความอดทน  การบ่มเพาะคุณธรรมและจริยธรรมนั้น  เป็นหน้าที่สำคัญที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน  จึงกล่าวได้ว่าปูนปั้นไม่ใช่เพียงแค่การปั้นปูนขึ้นมาเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการปั้นคนให้มีลักษณะดังกล่าวขึ้นมาในคราวเดียวกัน  ซึ่งส่งผลให้ช่างปั้นมีการพัฒนาบุคลิกภาพในด้านต่างๆ  ประเด็นถัดมาคือ  ปัจจัยในการธำรงรักษาสื่อปูนปั้นเมืองเพชร  ซึ่งพบว่าถึงแม้ว่าสื่อพื้นบ้านจะทำหน้าที่ได้ดีกว่าสื่อมวลชน แต่สื่อพื้นบ้านบางประเภทก็จะลดบทบาทลงไปเมื่อเวลาผ่านไป  โดยในงานปูนปั้นนั้นจะมีความเชื่อ และวิถีแห่งความศักดิ์สิทธิ์ลงไปในงานปูนปั้นด้วย  กล่าวคือปูนปั้นจะเป็นสื่อที่มีความเชื่อกำกับอยู่เบื้องหลัง  และสุดท้าย คือ การเข้าสู่อุตสาหกรรมวัฒนธรรม
(Cultural Industry)   ของงานปูนปั้น  โดยงานปูนปั้นในปัจจุบันได้เข้าสู่วงโคจรของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมมากขึ้น  โดยดูได้จากการเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและของที่ระลึก  การเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนคตินิยมของงานปูนปั้น  เช่น การดึงความเชื่อออกไปจากงานปูนปั้น  ทำให้งานปูนปั้นเป็นงานที่ขาดความศักดิ์สิทธิ์ เช่นปูนปั้นที่นำไปประดับบ้านเรือนเป็นต้น

สรุป
คุณขนิษฐาสรุปปิดท้ายว่า  การศึกษาในประเด็นกระบวนการสื่อสารในการถ่ายทอดวิชาความรู้การปั้นปูน จะช่วยให้มองเห็นภาพงานปูนปั้นได้ชัดเจนและลึกซึ้งขึ้นว่าทำไมจึงสามารถสืบต่อหน้าที่มาได้จนถึงปัจจุบัน  และปูนปั้นถือเป็นสื่อที่โดดเด่นประจำท้องถิ่นของจังหวัดเพชรบุรี ประกอบด้วยรูปแบบลวดลายที่มีลักษณะเฉพาะที่สะท้อนตัวตนความเป็นคนเพชรบุรีได้ การศึกษาเกี่ยวกับการสร้างอัตลักษณ์ของงานปูนปั้นเมืองเพชรบุรีจึงน่าจะเป็นประเด็นที่ควรศึกษาต่อไป  และ  การศึกษาบทบาทหน้าที่นี้สามารถนำไปปรับใช้ได้กับงานวิจัยสื่อพื้นบ้าน ประเภทสื่อวัตถุ (Material form) เช่น ผ้าทอ งานแทงหยวก เพื่อดูการทำหน้าที่ทั้งในระดับปัจเจกบุคคล ชุมชน และสังคม ต่อไป
บันทึกการเข้า
กุรุกุลา
พาลี
****
ตอบ: 235


ความคิดเห็นที่ 156  เมื่อ 09 ต.ค. 06, 18:01

 คุณตูก้าถ่ายภาพสวยมากครับ อยากถ่ายได้อย่างนี้บ้าง แต่คงต้องซื้อกล้องใหม่ก่อน กล้องกระป๋องตอนนี้มันไม่อำนวยน่ะครับ หุหุ

เข้ามารอชมวัดต่อน่ะครับ อยากไปวัดเกาะแล้วครับ ตอนนี้ ถ้าคุณตูก้าไปรบกวนช่วยดูหน่อยได้ไหมครับ ว่าพระประธานในโบสถ์กับในวิหารหันไปทางเดียวกันหรือไม่
บันทึกการเข้า
อัญมณี
อสุรผัด
*
ตอบ: 1

การเรียนไม่มีที่สิ้นสุด


ความคิดเห็นที่ 157  เมื่อ 12 ต.ค. 06, 14:42

 ปัจจุบันช่างหนุ่มๆเมืองเพชรมีสืบทอดมาบ้างไหมครับ
บันทึกการเข้า
โพธิ์ประทับช้าง
องคต
*****
ตอบ: 399


ความคิดเห็นที่ 158  เมื่อ 13 ต.ค. 06, 17:22

 สวัสดีครับคุณตูก้า และ ทุกๆ ท่าน
สบายดีกันหรือเปล่า ที่เพชรน้ำท่วมมั้ยครับ ?
บันทึกการเข้า
tuka007
พาลี
****
ตอบ: 291


คนจับจอบจับเสียม


ความคิดเห็นที่ 159  เมื่อ 20 ต.ค. 06, 03:20

 ขอบคุณ คุณ Malagao มากนะคะ สำหรับ บทความ ศิลปะปูนปั้นเพชรบุรี ที่นำมาประกอบให้กระทู้นี้ น่าสนใจ ยิ่งขึ้น

ขอบคุณสำหรับคำชมของ คุณ กุรุ นะคะ ไว้โอกาสข้างหน้า ตูก้า จะแวะ ถ่ายภาพที่วัดเกาะมาฝากค่ะ

สวัสดีค่ะคุณ อัญมณี ในปัจจุบันมีช่างหนุ่มๆฝึกฝนงาน ปูนปั้นกับ ช่างทองร่วง อยู่หลายคนค่ะ  เมื่อราว 8 - 9 ปีก่อน วิทยาลัยเทคนิคเพชรบุรีเคย นำวิชาปูนปั้นบรรจุในหลักสูตรให้ นักศึกษา ชั้น ปวช. แผนกวิชาช่างก่อสร้างได้เรียนกัน โดยเชิญช่างทองร่วง และ ศิษย์ มาเป็นอาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิแต่น่าเสียดายที่ สอนอยู่เพียง 2 -3 ปี ก็ล้มเลิก โครงการไปเสีย เพราะถึงแม้ จะเรียนกันไม่ถึงกับเก่ง แต่ก็สามารถรู้วิธีทำ และวิธี ดูแล รักษา มรดกอันล้ำค่า ที่อีกไม่นาน จะผุพังไปตามกาลเวลา

สวัสดีค่ะ คุณโพธิ์ ตอนนี้ตูก้างานเยอะมากเลยค่ะ เพิ่งมีเวลาเข้ามาอ่านกระทู้ค่ะ ตอนต้นเดือนตูก้าไปเข้าโครงการฝึกอบรมวิปัสนาที่วัดอัมพวัน สิงห์บุรี มา 5 วัน กลับมาก็ไปเมืองเพชร เมื่อวันที่ 13 -14 ตุลา ค่ะ น้ำในแม่น้ำเพชรบุรี สูงปริ่มฝั่งแล้วค่ะ แต่ยังไม่ท่วม(ที่เห็น ในเมืองนะคะ ..นอกเมืองไม่เห็นค่ะ)  เดี๋ยวต้นเดือนหน้า วันที่ 7-10  พย. ก็จะไปดูงานพืชสวนโลกที่ เชียงใหม่ อีก 4 วันค่ะ ช่วงนี้ ตูก้า ขอ อภัยนะคะที่ไม่ได้เข้า มาโพส รูปเลย ((เหลือ อยู่ อีก เป็น สิบวัดเลยค่ะ เกือบพันรูป))

มีโอกาสจะรีบกลับมาเจอกับเพื่อนๆในเรือนไทยนะคะ.. คิดถึงทุกๆคนค่ะ


รูปที่นำมาฝากไว้ไม่เกี่ยวกับงานปูนปั้นค่ะ..อิอิ...เป็นรูปตอนไปเข้าโครงการที่วัดอัมพวันค่ะ
     
บันทึกการเข้า

จงยิ้มให้โลก...แล้วโลกจะยิ้มให้เรา
tuka007
พาลี
****
ตอบ: 291


คนจับจอบจับเสียม


ความคิดเห็นที่ 160  เมื่อ 20 ต.ค. 06, 03:23


.

 ทดสอบค่ะ ลองแก้ไข
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 ต.ค. 06, 17:53 โดย tuka007 » บันทึกการเข้า

จงยิ้มให้โลก...แล้วโลกจะยิ้มให้เรา
tuka007
พาลี
****
ตอบ: 291


คนจับจอบจับเสียม


ความคิดเห็นที่ 161  เมื่อ 24 ต.ค. 06, 17:54

   
บันทึกการเข้า

จงยิ้มให้โลก...แล้วโลกจะยิ้มให้เรา
โพธิ์ประทับช้าง
องคต
*****
ตอบ: 399


ความคิดเห็นที่ 162  เมื่อ 24 ต.ค. 06, 19:09

 สักวาดาวจระเข้ก็เหหก
ศีรษะตกหันหางขึ้นกลางหาว
เป็นคืนแรมแจ่มแจ้งด้วยแสงดาว
น้ำค้างพราวโปรยปรายพรายละออง

ดอกเอ๋ย เจ้าดอกมณฑาทอง
เมื่ออาทิตย์เรืองรอง
จะต้องลาน้องไปเอย

สวัสดีครับคุณตูก้า ผมขออนุโมทนา
บุญกุศลด้วยคน วันนี้นำกลอนบทนี้มาฝาก
ได้ยินทีไร คิดถึงคืนวันที่ไปตากน้ำค้าง
ที่ชายหาดเมืองเพชรบุรี

ถ้าครั้งหน้าไปถ่ายรูป และมีโอกาส
คงจะได้ไปเยี่ยมคุณตูก้าที่เพชรบุรีครับ
บันทึกการเข้า
tuka007
พาลี
****
ตอบ: 291


คนจับจอบจับเสียม


ความคิดเห็นที่ 163  เมื่อ 24 พ.ย. 06, 14:59

 ไชโย...เสียงโห่ร้องดังมากๆ ในที่สุดเรือนไทยหลังใหม่ก็สร้างเสร็จแล้ว  ขอบอกเพื่อนๆเลยค่ะ ว่าดีใจมาก..รีบเข้ามาปัดกวาดห้อง รอพบเพื่อนๆเลยค่ะ....

                          ต้อนรับด้วยดอกสาละค่ะ
บันทึกการเข้า

จงยิ้มให้โลก...แล้วโลกจะยิ้มให้เรา
tuka007
พาลี
****
ตอบ: 291


คนจับจอบจับเสียม


ความคิดเห็นที่ 164  เมื่อ 24 พ.ย. 06, 15:03

 ทำไมโพส รูปไม่ได้ง่ะ
บันทึกการเข้า

จงยิ้มให้โลก...แล้วโลกจะยิ้มให้เรา
หน้า: 1 ... 9 10 [11] 12
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.049 วินาที กับ 19 คำสั่ง