เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 17
  พิมพ์  
อ่าน: 38393 สามแผ่นดิน
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 06 ก.ย. 06, 07:38

 ใช่เลยค่ะ คุณpipat
ถ้าให้เลือกนั่งรถเมล์จากต้นสายท่าน้ำพระประแดงไปกรุงเทพ ดิัฉันก็จะนั่งสายใน เพราะไม่ต้องผ่านตึกแถวน่าเกลียดๆเหมือนสายนอก
ขากลับบ้านบางวัน ก็จะรู้สึกผ่อนคลายมาก
เดี๋ยวนี้ถนนราษฎร์บูรณะไม่สวยเท่าเดิม ขยายกว้างขึ้น
และเรือกสวนหายไปหมด
แต่ก็ไม่น่าเกลียดนักค่ะ
วัดแจงร้อนไม่เคยเข้าไปเลยค่ะ มีอะไรดีช่วยบอกหน่อยสิคะ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 06 ก.ย. 06, 09:56

 น. ณปากน้ำเคยรายงานว่าเป็นวัดตั้งแต่อยุธยาตอนต้น
ท่านอาจจะวินิจฉัยผิดไปนิดหน่อย แต่ก็ต้องถือว่าเป็นวัดเก่าแก่มากอยู่ดี

ผมเคยจะเข้าไปหนหนึ่ง โชคไม่ดี เด็กนักเรียนกำลังทำกิจกรรมอะไรก็ไม่รู้ เต็มถนน เลยไม่ได้แวะ
เสียดายมาถึงเดี๋ยวนี้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 06 ก.ย. 06, 10:56

 ติดใจกระเบื้องสีในรูปที่คุณกุ้งแห้งฯเก็บภาพมาให้ดูกัน   สวยสดสะดุดตาจริงๆ

เก็บความมาจากหนังสือเล่มเดิมในค.ห. ๕๗  ค่ะ
ว่า กระเบื้องถ้วยชามที่ประดับวัดนั้นเป็นเนื้อพอร์สเลน  สั่งเข้ามาจากเมืองจีนแน่นอน   น่าสงสัยอยู่ว่าพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ท่านทรงมีพระอัธยาศัยละเอียดลออและมัธยัสถ์ จะทรงสั่งช่างเมืองจีนทำกระเบื้องราคาแพง เพื่อจะเอาเข้ามาทุบเป็นชิ้นๆใช้ประดับเจดีย์ทีเดียวหรือ

สำหรับจานเชิงนั้น ว่าโดยรูปเป็นของไทยแท้  ที่สั่งจีนทำเข้ามาขายเป็นชุด  เพื่อจัดสำรับอาหารอย่างโบราณ
ส่วนมากเราจะเห็นเป็นลายครามอย่างจีนแท้   พอใช้ขาดชุดลงก็เลิกใช้   เก็บไว้ให้ช่าง คิดนำไปติดหน้าบันโบสถ์  หน้ากระดานเจดีย์ได้สบายๆ
ถ้วยชามอย่างดีเนื้อขาวเขียนสีลงยาสีสวยงาม หรือประเภทชามเบญจรงค์   เมื่อแตกลงก็เก็บไว้ให้ช่างไปตัดเอาแต่ดอกดวงสีสวยๆ ฝังปูน(inlay) ประดับเจดีย์ได้อีกโสดหนึ่ง ถึงกระนั้นก็ไม่น่าจะพบเห็นจำนวนมากมายในหลายสิบวัดได้เลย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 06 ก.ย. 06, 11:03

 การผลิตถ้วยชามในเมืองจีนสมัยนั้นน่าจะเป็นการเผาด้วยเตาฟืนล้วนๆ   ฟืนให้ความร้อนไม่สม่ำเสมอตามจังหวะการเผา   ทำให้เกิดของเสียประมาณ ๓๐-๕๐%  
เศษชามกระเบื้องที่เขียนลายงดงามแต่มีตำหนิจากการเผา ร้าวหรือแตกก็จะกองอยู่ข้างเตาพะเนินเทินทึก
เป็นไปได้ไหมว่าสำเภาไทยที่ขนสินค้าไปขาย  ก็เก็บชามกระเบื้องพวกนี้กลับมา ประดับวัดวาอาราม
บันทึกการเข้า
elvisbhu
แขกเรือน
พาลี
****
ตอบ: 215

เป็นคนเขียนรูป


ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 06 ก.ย. 06, 18:26

 ผมจะเริ่มเที่ยววัดแล้วครับ เพราะชอบกระทู้แบบนี้
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 06 ก.ย. 06, 20:47

ขอแนะนำให้เริ่มที่วัดสระเกศนะครับ ถ้าอยู่ในกรุงเทพ
เป็นงานสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่มาก
มากกว่ามากที่ว่ามากๆ
พระนั่งเกล้าท่านคงนึกถึงมหาศาสนสถานในอยุธยา ตอนที่ทรงเริ่มการปฏิสังขรณ์พระอารามแห่งนี้

เราสามารถสัมผ้สกับอาณาสถาปัตย์ที่ใหญ่โตเกินกว่าจินตนาการได้ที่นี่ครับ
อาจจะไม่มีใครสังเกตว่า วัดสระเกศ มีความยาวจากประตูหน้าไปจนสุดท้ายวัด ราว 400 เมตร
ถ้าอยู่ในสภาสมบูรณ์ รวมคลองลัดแลศาลาหน้าวัดกับท้ายวัดที่ติดคลองโอ่งอ่าง ก็จะยาวครึ่งกิโลครับ
มีน้อยมากนะครับ ศาสนสถานขนาดครึ่งกิโลเมตร ในรอบสามร้อยปีมานี้ แม้แต่ที่อยุธยาเอง วัดไชยวัฒนารามก็ไม่ถึงครึ่งของวัดสระเกศ

ใหญ่แล้วดีอย่างไร รออ่านแผ่นดินที่ 2 (คือรัชกาลที่ 3) เมื่อถึงเวลา

ไปวัดไหน กรุณาฉายรูปมาฝากด้วยนะครับ
ตอนนี้ไปชวนชมอารามในสวนกันต่อ
คุณกุ้งแห้งมีรูปอีกไหมครับ อยากเห็นกระเบื้องหน้าบันครับผม
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 07 ก.ย. 06, 00:40


หน้าบันตามขอค่ะ ชิ้นนี้เป็นพระอุโบสถ ชิ้นแรกเป็นวิหาร เขียนผิดไปค่ะ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 07 ก.ย. 06, 00:43


มุมเต็มเพื่อความชัดเจนค่ะ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 07 ก.ย. 06, 00:45


หน้าบันพระอุโบสถวัดโปรดเกศฯใกล้ๆอีกครั้งนะคะ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 07 ก.ย. 06, 00:59


หน้าบันวิหารพระนอนวัดโปรดเกศฯค่ะ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 07 ก.ย. 06, 01:09


ฝากอาจารย์เทาชมพูค่ะ เล็งอยู่นานว่าปูน
หรือฝังกระเบื้องสีกลีบดอกไม้
ที่ขอบหน้าต่างวัดไพชยนต์ฯ  บางกลีบหักไปแล้ว
ไม่ทราบว่า เป็นของต้นฉบับหรือเปล่านะคะ
ขอความกรุณาผู้ตาถึงดูค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 07 ก.ย. 06, 08:36

 ชอบลวดลายหน้าบันวิหารมากค่ะ   ขอบคุณที่ถ่ายรูปมาให้ดู  วัดทั้งสองนี้เหมือนกล่องเพชรเล็กๆ แต่ล้ำค่า  

ลายหน้าบันที่วัดไพชยนต์และวัดโปรดเกศออกลาย  และผูกลายคล้ายอย่างฝรั่ง แต่ประดับกระเบื้องจีน
อีกอย่างที่ออกจีนผสมฝรั่งคือซุ้มประตู และหน้าต่างพระอุโบสถ
บันทึกการเข้า
หมูน้อยในกะลา
พาลี
****
ตอบ: 392

อะแฮ่ม!!


ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 07 ก.ย. 06, 09:35

 ลาดลายหน้าบันสวยมากครับ    
บันทึกการเข้า
กุรุกุลา
พาลี
****
ตอบ: 235


ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 07 ก.ย. 06, 11:10

 คิดถึงท่านสุนทรภู่ขึ้นมาทีเดียว

"วัดโตนดโบสถ์งามมีชามติด"

ตอนนั้นก็คงอยู่ในระยะเวลาไล่เรี่ยกันกับที่ความนิยมนำถ้วยโถโออ่างมาประดับสถาปัตยกรรมพุ่งขึ้นถึงขีดสุด แล้วก็มีการแตกลายออกไปหลากหลายกว่าการประดับสมัยอยุธยา

ทำให้สมัยพระนั่งเกล้าเป็นยุคทองของเครื่องกระเบื้องประดับสถาปัตยกรรมอย่างแท้จริง
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 07 ก.ย. 06, 13:21

 รูปของคุณกุ้งแห้ง ทำให้ผมเข้าใจศิลปะรัตนโกสินทร์ดีขึ้นมาก
ครูผมเคยสอนไว้นานแล้วว่า สมัยร. 2 น่ะ ฝรั่งเข้ามาแล้วนะยะ
ไม่ใช่เพิ่งเข้ามาร. 3 -4 แล้วลายกระเบื้องหน้าบันสมัยร. 3 น่ะ ก็เป็นลายฝรั่ง ได้มาจากไม้กรอบรูป
สมัยผมเรียนหนังสือ เลนส์เทเลฯ อันโตเท่ากระบอกข้าวหลาม ซูมรูปได้กระจี๊ดเดียว ต้องอาศัยฉายสไลด์เอา
แล้วไปยืนดูหน้าจอ เห็นบ้างไม่เห็นบ้าง เพราะฉายดูไปพร้อมกับเด็กนักเรียน

ไม่มีใครฐานะดีพอจะมีเครื่องฉายส่วนตัว ขนาดถาดสไลด์ยังไม่มีปัญญาเลย อันละเป็นพัน สมัยนั้นนั่งรถเมล์แค่ 50-75 สตางค์
ครั้งแรกที่เห็นอาจารย์ญี่ปุ่นมาสอนหนังสือ พวกเราอายหน้าม้านเลยครับ เฮียยุ่นแกแพคสไลด์มาชุดละหนึ่งถาด
เลคเชอร์สิบสองครั้ง แกพกมา สิบสองถาด
คณะของเราเอามารวมกันทุกภาคยังน้อยกว่าเลย....ฮือ ฮือ

ขอใช้รูปคุณกุ้งแห้งหน่อยนะครับ
อยากให้เห็นว่าฝีมืออกแบบหน้าบันที่วัดไพชยนต์นี่ ระดับปรมาจารย์ทีเดียว
วางโครงสร้างลายโอ่อ่า มีใหญ่เล็กตัดกัน เพื่อสู้แสงตะวัน
การจัดน้ำหนักทำได้เด็ดขาดมาก กล้ายิ่งกว่ากล้า
เพราะวางลายบนไว้เป็นฉากหลัง ใหญ่โตเต็มแผง
เว้นที่พอให้ประธานแสดงตัวอยู่ในพื้นที่รูปร่างแปลกตา

ปิดท้ายตอนล่างด้วยเรื่องราวอันมีชีวิตชีวา
ลายอย่างนี้ กลับบ้านแล้ว รสชาติยังตามไปถึงห้องนอนครับ ลืมไม่ลงจริงๆ
สมัยร. 3 ต้องสู้ด้วยของแพง แต่ฝีมือผูกลายกลับด้อยกว่า

เรียกว่าเด่นไปคนละแนว เสียดายจริงๆที่มีตัวอย่างวัดในรัชกาลที่ 2 น้อยเหลือแสน
.
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 17
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.062 วินาที กับ 19 คำสั่ง