เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 17
  พิมพ์  
อ่าน: 38460 สามแผ่นดิน
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 03 ก.ย. 06, 12:18

ไม่ต้องเดาก็น่าจะทราบว่า ท่านใดสร้างนามศาสนสถานได้สุนทรียวิจิตรถึงเพียงนี้

ขอแก้นิดเดียวครับ ว่ากรมศิลปากรชอบเพี้ยนนิดเพี้ยนหน่อยเสมอ ดังที่อาจารย์ไปก๊อบมาว่า เป็นพระราชนิยมรัชกาลที่ 3
ก็ท่านสร้างตั้งแต่รัชกาลที่ 2 ทำไมไปยกความดีความชอบข้ามรัชกาลก็ไม่รู้

ตัวอย่างของสองวัดนี้ จะเห็นข้อมูลด้านศิลปะว่า สมัยรัชกาลที่ 2 เริ่มเล่นกับการวางผังแบบจีนปนไทย คือมีการสร้างที่ว่างทางความรู้สึก ให้เกิดเป็นการทอดอารมณ์
เดิมเราเข้าวัดเพื่อกิจพิธีนะครับ ไม่ใช่เพื่อไปเสพย์สุนทรีย์
อย่างที่วัดโพธิ์นี่ อุดมไปด้วยสัญลักษณ์ทางคติ
ปลอดภัยที่สุดก็คือเดินชมพลางพนมมือพลาง

แต่ที่สองวัดนี้ หลังเสร็จกิจกรรมทางคติแล้ว ก็ยังอ้อยอิ่งดื่มด่ำกับที่ว่างและอาคาร รวมไปถึงแมกไม้สายลมแลแสงแดด
สิ่งนี้ ผมรับประกันว่าคนอยุธยาต้องนึกไม่ถึงแน่ ว่าวัดเป็นที่นั่งเล่นก็ได้แฮะ

นี่อาจจะบ่งยอกถึงความเปลี่ยนแปลงทางสติปัญญาก็ได้
คิดดูว่า กฏมณเฑียรบาล เคยห้ามขุนนางไปหากันถึงเรือน โทษถึงตาย หมายความว่า ชีวิตสังคมเป็นสิ่งต้องห้าม

แต่รัชกาลที่ 2 การยึดถือแบบขี้ระแวงคงคลายไปมากแล้ว เจ้านายและขุนนางจึงสร้างอาราม ที่มีพื้นที่ทางสังคมเข้ามประสมประสาน
อย่างที่ขุนช้างเล่นไม้กระถาง ก็แปลว่ามีการอวดกันเป็นงานสังสันท์แล้วกระมัง

รัชกาลที่ 2 จึงเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมรัตนโกสินทร์ของแท้และแน่นอนครับผม
บันทึกการเข้า
bookaholic
ชมพูพาน
***
ตอบ: 145


ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 03 ก.ย. 06, 15:29

 ขอแย้งด้วยความเคารพครับ  กรมศิลปากรไม่ผิด  เขาใช้คำว่ารูปแบบลักษณะทางศิลปกรรมที่เป็นแบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ 3
<<แบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3>> มันเป็นชื่อแบบศิลปกรรม  มิใช่ว่าเป็นงานในรัชกาลที่ 3 นะครับ   วัดสร้างในรัชกาลที่ 2 หรือ 4 หรือ 5 สมัยไหนก็ตาม ถ้าสร้างแบบนี้ เรียกว่าแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 ได้

กฎมณเฑียรบาลสมัยพระบรมไตรโลกนาถ คงเพลาความเข้มงวดมาตั้งแต่สมัยก่อนพระเจ้าปราสาททองกระมัง    มิฉะนั้น  ครั้งท่านเป็นพระยากลาโหมคงไม่ชุมนุมขุนนางจนทำรัฐประหารขึ้นมาได้ แม้ว่าอ้างเรื่องงานศพแม่  ก็น่าจะมีการชุมนุมกันอีกหลายครั้งก่อนยึดอำนาจ   แบบกษัตริย์เองก็ทำอะไรไม่ได้  
อยุธยามีรัฐประหารบ่อยเหลือเกิน  ขุนนางถ้าไม่ลงมือทำเสียเองก็ร่วมมือกับเจ้านายองค์หนึ่งรัฐประหารเจ้าเหนือหัวเกือบๆจะทุก 15 ปี   กฎข้อนี้คงไม่ขลังนัก  
ผมเคยอ่านพบว่า ตอนปลายอยุธยาเศรษฐีสร้างวัดอวดกันว่าให้ลูกหลานวิ่งเล่น   ใครไม่มีลานวัดส่วนบุคคลออกจะน้อยหน้า   เมื่อลูกหลานวิ่งเล่นได้ ผู้ใหญ่ย่อมเดินเล่นคุยเล่นทอดอารมณ์กันได้  เป็นสโมสรข้าราชการแบบอยุธยากระมังครับ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 03 ก.ย. 06, 17:39

กฏมณเฑียรบาล จะตราแต่สมัยใด แต่ในเมื่อชุบจารขึ้นใหม่ใต้พระบรมราชโองการ และประทับตราสามดวง เป็นอันบังคับใช้ครับ
พูดแล้วก็นึกได้ว่า ท่านมุ้ยมิทำผิดแบบธรรมเนียมอยุธยาหรือ
ให้พงษ์พัฒน์ไปนอนเล่นที่บ้านคุณตั้วเอกเขนก

สำนวนสร้างวัดให้ลูกท่านเล่น ผมไม่ยึดตามตัวอักษรครับ
ผมไม่เห็นหลักฐานชัดเจนว่า มีลูกเจ้าของวัดไปวิ่งเล่นที่ลานวัด
ถ้าหากจะมีก็คงในงานบุญอะไรสักอย่าง
แต่คนไทยโบราณไปวัดด้วยชุดสุดสวย บ้างก็เตรียมผ้าห่มไปนอนค้างกัน ไม่น่าจะเตรียมของเล่นไปด้วยครับ

ศัพท์เรียก "พระราชนิยมรัชกาลที่ 3" คิดโดยมนุษย์เดินดิน
แก้ได้ครับถ้าไม่เห็นด้วย แต่ต้องบอกได้ว่าไม่เห็นด้วยอย่างไร
ใครจะรู้ได้ ว่าพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 2 ทรงมีพระราชนิยมอย่างไรและข้าราชบริพารโดยเสด็จพระราชนิยมนั้นอย่างไร

อ่านพระราชสาส์น (ซึ่งร. 5 ทรงเชื่อว่าเป็นพระราชนิพนธ์) เรื่องสวนขวา
จะเห็นว่า ทุกอย่างที่เรียกกันว่าเป็นพระราชนิยมพระนั่งเกล้า ก็ปรากฏในเอกสารนี้แล้วทั้งสิ้น
มีต่างไปเพียงข้อเดียวครับ คือทรงโอนลักษณะอลังการณ์ทั้งหมดเข้าศาสนจักร และปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับเนื้อหาใหม่ แต่ก็ยังส่งต่อกันมา เป็นต้นว่า เรื่องสามก๊ก ยังตามเข้าไปโดดเด่นในพระอารามหลวง ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเข้าไปทำไม ความนิยมเครื่องถ้วย เราก็คงไม่ลืมว่าเริ่มต้นในรัชกาลที่ 2 ศิลปะฝรั่งที่มากับการค้า ก็เข้ามามากมาย อย่างเช่นที่ระบุในบัญชีเครื่องราชบรรณาการ
"และให้คุมสิ่งของเข้ามาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย  คือ  ฉากเขียนรูปพระเจ้าแผ่นดินโปตุคอลแผ่น ๑  พิณอย่างฝรั่งเครื่องเงินสำรับ ๑  ระย้าแก้ว มีโคมคู่ ๑ กระจกใหญ่รูปกลม  ๒ แผ่น เชิงเทียนแก้วสำหรับ กระจก  ๒  คู่  เชิงเทียนแก้วมีโคมคู่  ๑  กระปี่ฝักกาไหล่ทอง  ๒ เล่ม  สุจหนี่พื้นกำมะหยี่ริมเลี่ยมเงินมีพรมรอง  ๒ ผืน  ตัวอย่างกำปั่น  ๒ ลำ...."
(คัดจากประชุมพงศาวดารภาค 62)

ประเด็นนี้คือเหตุผลให้ผมเปิดหัวข้อว่าสามแผ่นดิน เพื่อเน้นจุดเริ่มต้นของศิลปะรัตนโกสินทร์ ว่าแยกทางจากอยุธยาในรัชกาลที่ 2 ครับ หาไม่เราก็ลืมรัชกาลนี้ไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆที่มีสิ่งแปลกใหม่สำคัญเกิดขึ้นมากมาย

กรุณาแย้งต่อนะครับ จะได้ไปคุ้ยข้อมูลมาถกต่อ
ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
กุรุกุลา
พาลี
****
ตอบ: 235


ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 03 ก.ย. 06, 23:11

 ขอบพระคุณอาจารย์เทาชมพู และคุณ Pipat มากครับ สำหรับข้อมูลดีๆ คิดว่าคุณพิพัฒน์คงอยากจะเล่าตามลำดับอายุของวัดตั้งแต่มากไปหาน้อย ตอนนี้ก็เลยยังไม่เข้ามาในกรุง ผมก็คงจะตามไปชมได้ลำบากหน่อย รอไว้เข้ามาในพระนครเมื่อไหร่จะขอเอารูปห่วยๆมาแจมครับ


เคยสดับตรับฟังมาว่า การวางผังแบบใหม่เช่นนี้คือ การสร้างโบสถ์และวิหารอยู่คู่วางขนานกัน สองถึงสามหลัง อาจรับแบบอย่างมาจากผังวัดในนิกายมหายานของจีน ซึ่งเน้นการรวมเข้าสู่ศูนย์กลาง ดูเป็นกลุ่มก้อนมากกว่า

โดยเฉพาะถ้าเปรียบเทียบกับผังก่อนหน้านี้ หรือย้อนเข้าไปถึงอยุธยาตอนต้น ที่ทำผังวัดวางตัวตามแนวยาว จะเห็นว่าแตกต่างอย่างชัดเจน


มีเจดีย์ประธานตรงกลาง มีวิหารหลวงทางตะวันออก และโบสถ์ทางตะวันตก ซึ่งแบบอย่างมาจากขอม


ตัวอย่างที่สังเกตได้ง่ายๆก็คือวัดสุทัศน์ มีวิหารหลวงหันไปทางตะวันออก และโบสถ์หันไปทางทิศใต้ วางตัวขวางวิหารอย่างเห็นได้ชัด

แต่คติทางศาสนาอันเป็นหลักใหญ่ พระองค์ก็มิได้เปลี่ยนแปลงเลย ถึงแม้ว่าจิตรกรรมและสถาปัตยกรรมจะถูกดัดแปลงไปอย่างไร ประติมากรรมสำคัญคือพระประธาน และพระสาวกต่างๆ กลับไม่มีเค้าของคติจีนเข้ามาปะปน

แสดงถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในพระศาสนาของพระองค์ท่าน มิได้ติดอยู่กับรูปภายนอกเพียงอย่างเดียว
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 04 ก.ย. 06, 22:53

 แวะวัดโปรดเกศฯเมื่อเช้า ถ่ายรูปมาฝากประกอบเรื่องค่ะ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 04 ก.ย. 06, 23:08


มุมที่เห็นตั้งแต่เจดีย์ พระอุโบสถ เจดีย์ริมสระ ไปถึงสะพานใหม่ที่กำลังจะเปิดปีนี้ค่ะ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 05 ก.ย. 06, 00:10


เจดีย์ที่อยู่กลางสระน้ำวัด
จุดหมายปลายทางของขบวนแห่นางสงกรานต์พระประแดง
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 05 ก.ย. 06, 00:12


พระพักตร์งามของพระพุทธไสยาสน์ในวิหาร
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 05 ก.ย. 06, 00:14


ลายที่บานหน้าต่างวัด
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 05 ก.ย. 06, 00:15


หน้าต่างวิหาร
บันทึกการเข้า
กุรุกุลา
พาลี
****
ตอบ: 235


ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 05 ก.ย. 06, 09:41

 ขอบคุณคุณกุ้งแห้งเยอรมันมากครับ สำหรับรูป เพราะผมเองคงไม่มีบุญวาสนาได้ไปชม ท่านสร้างไว้ไกลถึงพระประแดง

เห็นสะพานในรูปแล้วก็ตกใจ ตอนแรกนึกว่าพระรามแปด

อยากเข้าไปชมในอุโบสถจังครับ ซุ้มเรือนแก้วที่อาจารย์เทาชมพูกล่าวไว้คงจะสวยงามมาก อีกอย่างที่อยากรู้ก็คือที่นี่เขียนเครื่องตั้งแบบวัดอื่นๆที่สมเด็จพระนั่งเกล้าทรงสร้างหรือไม่
บันทึกการเข้า
NickyNick
พาลี
****
ตอบ: 290

ทำงานแล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 05 ก.ย. 06, 09:59

 สะพานในรูปไหนครับ คุณกุรุกุลา  ตาไม่ดี  หาไม่เจอ

ใน คห.๕๗ ของอ.เทาชมพู  ลิ้งค์ที่แนบก็ไม่มีรูปสะพาน
ใน คห.๖๖ ของคุณกุ้งแห้งฯ ก็ไม่มีรูปให้ดู
อยากเห็นเหมือนกัน  จะได้ร่วมต๊กกะใจด้วยคน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30933

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 05 ก.ย. 06, 11:37

 แวะเข้ามาเติมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

เวลาเดินเข้าไปในวัดต่างๆ  สร้างสมัยต้นรัตนโกสินทร์  เราคงเห็นสิงโตจีน และตุ๊กตาหินของจีนที่ประดับประดาอยู่ตามลานวัด

ตอนเด็กๆดิฉันเคยไปยืนดูลูกแก้วในปากสิงโต  เป็นลูกหินกลม กลิ้งไปมาได้ในโพรงปาก แต่ว่าล้วงออกมาไม่ได้ เพราะมันใหญ่กว่าปากสิงโต  ถ้าจะเอาออกมาจริงๆ  ก็ต้องทุบปากจนแหว่งถึงเอาออกมาได้

ยังสงสัยว่าช่างเขาล้วงมือเข้าไปสลักหินยังไงให้ลูกแก้วอยู่ในปากสิงโตได้สำเร็จ

มารู้ทีหลังว่า หินอย่างสิงโตและตุ๊กตาจีนพวกนี้ ทำจากหินชนิดหนึ่งเรียกว่าฮ่วยเส่งง้ำ    เดิมตอนมันอยู่ในดินเป็นหินเนื้ออ่อน
ขุดเอาขึ้นมาก็ยังอ่อนตัวอยู่   ช่างสามารถปั้นหรือแกะสลักได้ง่าย  เมื่อทำเสร็จเอามาตั้งโดนแดดลมหลายๆวัน  มันก็แข็งเป็นหินแกร่งอย่างที่เห็น

รูปได้มาจากเว็บนี้ค่ะ
 http://www.himmapan.com/thai/himmapan_lion_singtojean.html  
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 05 ก.ย. 06, 11:54


สะพานใหม่ ใกล้วัดโปรดเกศ ฯ
ส่วนที่เชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงคลองลัดโพธ์ิ พระประแดง
กับฝั่งพระนครค่ะ
ดิฉันผ่านทุกวัน
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 05 ก.ย. 06, 11:57


ด้านนี้ เชื่อมฝั่งปู่เจ้ากับพระประแดงตรงลัดโพธิ์อีกด้านหนึ่งค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 17
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.052 วินาที กับ 19 คำสั่ง