เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 14 15 [16] 17
  พิมพ์  
อ่าน: 38825 สามแผ่นดิน
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 225  เมื่อ 12 ต.ค. 06, 21:50


.
วัดเชิงท่า จากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันนี้เอง
อย่างนี้ไม่เรียกว่าโอ่อ่าอลังการณ์ครับ

ว่ามะเพ่  
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 226  เมื่อ 12 ต.ค. 06, 22:01

 .
















.     ลองจับ
.     เทียบกัน

.     ของผม
.     หลุดแนว
.     ไปสองวัด

.      ครับ  
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 227  เมื่อ 15 ต.ค. 06, 08:29

 ขอความรู้จากอาจารย์เทาฯ ก่อนจะเข้ารกเข้าพงมากกว่านี้
กวีในรัชกาลที่ 2 มีใครบ้างครับ ไม่เอาท่านสุนทรนะครับ
แล้วใครเจ๋งอย่างไรด้วย ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31234

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 228  เมื่อ 15 ต.ค. 06, 09:15

 สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดของวงการกวีสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ในแผ่นดิน ๑ ๒ และ ๓ ก็คือสมัยนั้นไม่มีการบันทึกชื่อกวีผู้ร่วมชุมนุมกันแต่งวรรณคดีใหญ่ๆอย่างรามเกียรติ์  อิเหนา ดาหลังและอุณรุท

มีแต่พวกร้อยแก้วอย่างสามก๊ก ไซ่ฮั่น ที่บอกชื่อคณะผู้ร่วมมือกันแต่งเอาไว้ต้นเรื่อง  แต่พอมาถึงห้องสินในรัชกาลที่ ๒  ต้นฉบับเกิดขาดหายไปในหน้าแรกตรงชื่อกวีพอดี
เราจึงมีกวีนิรนามกันเสีย ๘๐% ในยุคทองของวรรณคดี

แต่เท่าที่เหลือ ๒๐% มีรายชื่อพอนึกออกตามนี้
ในรัชกาลที่ ๒  ไม่รวมสุนทรภู่
๑) พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
๒) กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์( พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ)
๓) นายนรินทรธิเบศร์
๔) พระยาตรัง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31234

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 229  เมื่อ 15 ต.ค. 06, 09:45

 เรื่องกวีที่ถามมา เคยไปตอบไปแล้วเรื่องนายนรินทรธิเบศร์  คงนึกออก   แต่ถ้านึกไม่ออกจะมาเล่าอีกทีก็ได้ค่ะ

ส่วนที่เอาลงในค.ห.นี้ เป็นหน้าตาเมืองกรุงเทพสมัยรัชกาลที่ ๒  ตามที่บรรยายไว้ในพระราชนิพนธ์อิเหนา

ท่ามกลางทางท้องสถลมาศ.......ลำดับดาษอิฐแผ่นแน่นหนา
บ้านช่องสองข้างมรรคา............ล้วนเคหาหน้าถังนั่งร้าน
เหล่าพวกกรมท่าเจ้าภาษี..........มั่งมีสมบัติพัสถาน
เรือนริมรัถยาฝากระดาน............ตึกกว้านบ้านขุนนางนองเนือง
สุเหร่าเรียงเคียงคั่นปั้นหยา........ก่อผนังหลังคามุงกระเบื้อง
ศาลเทพารักษ์หลักเมือง...........นับถือลือเลื่องทั้งกรุงไกร
เสาชิงช้าอาวาสวัดพราหมณ์......ทำตามประเพณีพิธีไสย
หอกลองอยู่กลางเวียงชัย..........แม้เกิดไฟไพรีตีสัญญา
สะพานช้างทางข้ามคชสาร........ก่ออิฐปูกระดานไม้หนา
คลองหลอดแลลิ่วสุดตา............น้ำลงคงคาไม่ขอดเคือง
นาวาค้าขายพายขึ้นล่อง............ตามแม่น้ำลำคลองแน่นเนื่อง
แพจอดตลอดท่าหน้าเมือง.........นองเนืองเป็นขนัดในนที
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 230  เมื่อ 15 ต.ค. 06, 09:56

 จำนายนรินทร์ขึ้นใจเลยครับ ฝีปากโอ่อ่า เด็ดขาดและล้ำลึก
เห็นจะไม่แพ้ใครในอดีตกาล
แล้วท่านเจ้าพระฯ อยู่รัชกาลนี้ด้วยใหมครับ
เคยอ่านประชุมเพลงยาว มีชื่อแปลกๆหลายท่าน พวกนี้ไม่มีผลงานเป็นเล่มสมุดบ้างหรือครับ

แผ่นดินนี้ ใครเป็นกวีก็โปรด
จะมีนับชื่อได้ไม่ครบหนึ่งฝ่ามือ นับว่าเหลือเชื่อ
แล้วงานชั้นสุดยอดในรัชกาลมีใหมขอรับ

ถามแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ คนที่รู้โปรดอย่าหัวร่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31234

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 231  เมื่อ 15 ต.ค. 06, 10:09

ท่านเจ้าพระฯ ไหน ล่ะคะ มาใส่ไปยาลเอาไว้กลางชื่อ ให้เดาที่เหลืออีกครึ่งเหมือนเกมทศกัณฐ์งั้นแหละ
เจ้าพระยาพระคลัง(หน) ถึงแก่อนิจจกรรมไปตั้งแต่ก่อนสามก๊กแปลจบ ก็หมายความว่าในรัชกาลที่ ๑
ประชุมเพลงยาวฯ มีชื่อแปลกๆว่าไงบ้าง  ลอกเอามาลงแล้วจะตอบว่าอยู่ในรัชกาลที่ ๒ ด้วยหรือเปล่า

ในรัชกาลที่ ๒ กวีมีมากมาย แต่มีชื่อให้เห็นเป็นตัวตนชัดเจน พร้อมด้วยผลงานใหญ่ๆ  น้อยมาก
งานสุดยอด ก็พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒  ทั้งละครในละครนอก  รามเกียรติ์มาแต่งใหม่บางตอนเพื่อให้เหมาะกับรำละครโดยเฉพาะ
ขุนช้างขุนแผนเป็นเสภาระดับยักษ์
งานพระยาตรัง น่าจะดังกว่านี้ แต่เผอิญท่านเขียนเป็นโคลงดั้นที่ไม่รื่นหูคนอ่านเท่าโคลงสี่สุภาพ  ค่ะ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 232  เมื่อ 15 ต.ค. 06, 20:53

 เพลงยาวเจ้าพระ เป็นของกรมสมเด็จพระปรมาฯครับ นี่ว่าตามกรมศิลป์
หนังสือนี้หายไปจากตู้นานพอควรแล้ว หาไม่จะคัดมาเรียนถามให้หนำใจ

ประเด็นที่ผมงวยงงก็คือ 15 ปีของรัชกาล ที่กล่าวว่าเป็นยุคทองแห่งวรรณคดี ไม่มีกวีเรืองนามให้อ้างอิง ไม่มีวรรณกรรมเรื่องเอกให้ศึกษา เว้นแต่ที่เป็นพระราชนิพนธ์
ราวกับว่า ทรงเป็นกวีเดียวดาย โดดเดี่ยวในแผ่นดิน

รู้สึกแปลกๆน่ะครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31234

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 233  เมื่อ 15 ต.ค. 06, 21:33

 ดิฉันเรียนพระนิพนธ์กรมพระปรมาฯ ว่าเป็นวรรณคดีสมัยรัชกาลที่ 3 ค่ะ

อ้าว  ใน 15 ปีที่ว่า มีกวีหานามไม่ได้เสีย ๘๐% อีก ๒๐% มีนามให้รู้ว่าเป็นใครไงคะ
เขาดูกันที่ตัวผลงานค่ะ   กวีสมัยนั้นก็ไม่ค่อยบอกชื่อกันเสียด้วยซี
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 234  เมื่อ 22 ต.ค. 06, 21:22

 ขอคั่นรายการด้วยงานชัณสูตรบทความสักชิ้นนะครับ
-------------
มีบทความที่ผมอยากจะใช้ยกเป็นตัวอย่างเรื่องความรู้ความเข้าใจอดีต ของคนปัจจุบัน
พอเหมาะกับเรื่องที่กำลังคุยกันอยู่ในกำลังนี้
เป็นบทความชื่อ THE KINGMAKERS ของธงชัย วินิจจะกูล อยู่ใน กรุงเทพธุรกิจ 18 ตุลาคม 2549
ตัวบทความนั้น ผมสารภาพว่าอ่านไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ว่าท่านจะสื่ออะไร มีที่รู้เรื่องอยู่ตรงหลายบันทัดเริ่มต้น
กับบางเหตุการณ์ที่ท่านอ้างไว้
ดังนี้ (เลขนำหน้า ผมใส่ไว้เอง เพื่อง่ายแก่การอ้างถึง ต้นฉบับไม่มีเลขนะครับ)

1 เมื่อพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่สองใกล้เสด็จสวรรคต กลุ่มเจ้านายและขุนนางในขณะนั้นเห็นว่าราชบัลลังก์สมควรเป็นของกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ พระราชโอรสพระองค์โตผู้มีอิทธิพลและบทบาทในราชสำนักเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่าทรงประสูติจากพระสนม

2 เจ้าฟ้ามงกุฎพระราชโอรสพระองค์แรกในสมเด็จพระบรมราชินีศรีสุริเยนทรามาตย์ทว่าพระชันษาอ่อนกว่าถึง 16 พรรษา จึงเสด็จออกผนวชก่อนพระราชบิดาสวรรคตไม่กี่วัน
และทรงอยู่ในสมณเพศต่อมา 27 ปี

ผมไม่รู้ว่าคุณธงชัยเธอไปได้หลักฐานมาจากที่ใด เกี่ยวกับ
การเปลี่ยนแผ่นดินที่ 2 มาแผ่นดินที่ 3 เท่าที่ผมมีความรู้ ต้นเรื่องมาจากพงศาวดารรัชกาลที่ 2 ของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ แล้วสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ทรงเรียบเรียงใหม่ให้โมเดิ้นยิ่งขึ้น เข้าสมัยแต่งตำราอดีตแบบสากล
และมีคนเอาไปเขียนเป็นบทวิเคราะห์หลายสำนวน
แต่ที่มาดั้งเดิมก็มีอยู่แค่ที่ท้ายเรื่องของท่านขำเท่านั้นแหละครับ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 235  เมื่อ 22 ต.ค. 06, 21:27

 ที่ท่านขำเขียนไว้ ก็ไม่กี่ประโยค แทบจะท่องจำได้

ทีนี้วิธีเขียนของคุณธงชัย ระบุความแน่ชัดบางอย่างที่ผมเพิ่งทราบ เช่น
บอกว่า มีการลงความเห็นกันว่าแผ่นดินควรเป็นของกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์.....อันนี้ก็คงว่าตามพระมติของสมเด็จกรมฯ ดำรง ซึ่งอาจจะจริง หรือไม่จริงก็ได้
เพราะไม่ทรงอยู่ในเหตุการณ์ พระราชนิพนธทั้งรัชกาลที่ 4 และ 5 ก็ไม่มีพาดพิงถึงเหตุการณ์ตอนนี้
แต่ผมจะข้ามประเด็นนี้ไปก่อน เพราะติดใจประเด็นที่ 2 มากๆๆๆๆๆ กว่า

คุณธงชัยบอกเป็นนัยว่า เมื่อตกลงกันดังนั้นว่า กรมเจษฎฯ ควรได้ราชสมบัติ เจ้าฟ้ามงกุฏจึงต้องเสด็จทรงผนวช

ฟังแล้วออกแนวคอนสะไปล์ระสี้ เทียวรี่ชอบกล
(ขอใช้ศัพท์ฝาหรั่งหน่อย เวลาอ่านให้ทำเสียงขึ้นจมูก กลั้วอยู่ในลำคอด้วยนะครับ)
ประเด็นนี้นับว่าอินโนเวย์ถีบน่าดู

เอาหละ ผมจะแต่งเรื่องจากทฤษฎีคุณธงชัยมาเสนอท่านผู้อ่านดูหน่อย อาจจะเป็นบทละคอนแบบเช็คสะเปียร์มันไปซะเลย ดีใหมครับ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 236  เมื่อ 25 ต.ค. 06, 05:51

 กูเกิ้ลระบุว่าคุณธงชัยนี่ ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นโปรเฟสเซ่อร์ที่เมกา หาที่ Thongchai Winichakul ได้มาเป็นหมื่นเวบ
ยิ่งทำให้งง ว่าโปรเฟสเซ่อร์ที่เขียนเรื่องราวหละหลวมได้ด้วยหรือ
ในบทความนั้น ถ้าอ่านต่อลงไปอีก ชวนให้ผมคิดว่าเธอน่าจะทำงานให้ซีพี คือเป็นพวกเลี้ยงไก่ เพราะมีไก่ถูกปล่อยออกมาเป็นระยะระยะ แต่ช่างเถิด แกไม่ได้สอนที่นี่ ทำงานให้กับคนที่ไม่ใช่ไทย มันก็มีข้อได้เปรียบเสียเปรียบแตกต่างกันไป

พอผมตั้งท่าจะแต่งบทละคอนตามสะกริ๊บของท่านธงซะหน่อย
ปัญหาก็บังเกิด
คือมันไม่มีตัวละคอนให้เล่นน่ะครับ
พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 2 ทรงประชวรกระทันหัน พงศาวดารจดไว้ว่าเริ่มเป็นก็ทรุด ตรัสไม่ได้

ทีนี้ตามโบราณราชประเพณี เมื่อพระเจ้าอยู่หัวประชวร ผู้หลักผู้ใหญ่ก็ต้องเข้าวังหมดแหละครับ
ผมก็เลยหาตัวละคอนที่จะมาซุบซิบ สมคบกันว่าจะเอาใครเป็นพระเจ้าอยู่หัว ในระหว่างเจ็ดวันนั้นไม่ได้

ในเจ็ดวันนั้น ใครใหญ่ครับ
คุณธงชัยเธอไปเอาความคิดมาจากใหนหนอ ว่าขุนนางเจ้านายตกลงกันอย่างโน้นอย่างนี้
วันนั้น พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฯ ใหญ่สุดครับ ไมม่มีใครใหญ่กว่า
เว้นแต่ท่านใดมีหลักฐานว่า ที่ปากคลองบางหลวงนั้น บ้านใหนมีกำลังไพร่พลเท่าไร

ผมเองก็ไม่มีหลักฐาน ได้แต่น่งนึกเอาว่า ตระกูลบุนนาคนี่ เริ่มสร้างวัดประดับสกุล แห่งแรกคือวัดอะไรหนอ
ปรากฏว่านึกไม่ออกครับ

แปลว่าอะไรล่ะ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 237  เมื่อ 25 ต.ค. 06, 06:07

 อันที่จริง การอ้างวัดเพื่อชี้อำนาจทางการเมืองนี่ มันออกจะเสี่ยงไปหน่อย แต่ผมก็ไม่พบทางเลือกที่ดีกว่านี้

ตระกูลบุนนาคนี่ เป็นต้องถูกพวกนักวิชาการจำพวกหนึ่ง ยัดบทบาทให้จนไปกลบบทบาทของสายสกุลอื่นไปจนหมด
วันใหนว่าง จะลองสอบถามลูกหลานตระกูลนี้ดูสักครั้ง
ว่าเริ่มใหญ่คับบ้านคับเมืองแต่เมื่อไร
จะถามอาจารย์เทาชมพู ท่านก็น้อยใจ หนีเรือนไทยของพวกเราไปแล้ว

อย่างไรเสีย ท่านที่มีข้อมูลชี้ชัด ก็ช่วยบริจาคความรู้ให้คนด้อยปัญญาอย่างกระผมด้วยเถิด

เผื่อโชคดีจะมีสถาบันอนุบาลายาลัย มารับไปเป็นโปรเฟสเซ่อร์ ที่แปลว่าเซ่ออย่างโปร เป็นเกียรติยศแก่วงศ์กระตูล  แหะ แหะ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 238  เมื่อ 25 ต.ค. 06, 16:11

 ข้อมูลเหตุการณ์ปลายรัชกาลที่ 2 นอกเหนือจากพระราชพงศาวดารไทย ก็ต้องไปตรวจจากเอกสารต่างด้าว คนที่ทำไว้เป็นหลักฐานก็คือนายกาละฟัด หรือ Dr. John Crawford
ในนั้นจะได้เห็นบทบาทของพระคลังคนใหม่
ย้ำ...คนใหม่ คือท่านดิศ ที่ได้เลื่อนขึ้นมารับงานนี้โดยเฉพาะ แปลว่าถ้ากาละฟัดไม่เข้ามา ท่านก็คงกินตำแหน่งพระยาสุริยวงศ์มนตรีเรื่อยไป

คำถาม ใครหนับหนุนให้ท่านขึ้นกินตำแหน่งเจ้าพระยาละท่าน
คำถามอีกข้อ ก็ในเมื่อเพิ่งได้รับอวยยศหมาดๆ
อีก 3 ปีก็เปลี่ยนแผ่นดิน ขุนนางระดับนี้ละหรือ
ที่จะไปทำตามทฤษฎีหน่อมแน๊มของศอ ธงชัย เรื่องคิงเมคเกอร์

มาถึงตรงนี้ ผมว่าเปลี่ยนจากเขียนบทละคอนเรื่องสร้างกษัตริย์
มาเป็นซ่อมศาสตราจารย์เสีย

น่าจะเข้าท่ากว่า
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 239  เมื่อ 27 ต.ค. 06, 07:30

 กลับมาจากเชียงใหม่นานแล้วค่ะ เกิดปัญหากล้องเสีย  และอีกสารพันปัญหา เลยไม่ได้ไปวัดพระสิงห์
แต่ก็มีเวลาแวะวัดพระธาตุลำปางหลวงแทน
พระพุทธรูปในพระอุโบสถงามมากค่ะ
..
เพิ่งมานั่งอ่านอย่างเมามันวันนี้
คุณpipat เจ้าของกระทู้กำลังมันกับการโพสท์นะคะ
ตอบอาจารย์เทาชมพูความเห็นที่203 ด้วยความยินดีและเต็มใจค่ะ
ท่านเชิญชวนทั้งที มีหรือจะอิดออดอ้ำอึ้ง
เพราะเป็นแฟนเรือนไทยอยู่แล้วและถือเป็นเกียรติค่ะ
ดิฉันชอบเว็บวิชาการแบบเรือนไทยที่ควบคุมโดยอาจารย์เทาชมพู
และต้องเปิดทุกครั้งที่ใช้อินเตอร์เน็ตค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 14 15 [16] 17
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง