พระศรีสุริโยทัย

<< < (3/4) > >>

เทาชมพู:
เคยอ่านครั้งหนึ่งในศิลปวัฒนธรรมค่ะ  แล้วหาอีกไม่พบเพิ่งมาได้อ่านที่คุณทำ link ให้
อ่านแล้วยังไม่ชัดนัก ว่า
"หยิบเอาพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับของเยเรเมียส ฟอนฟลีท หรือ วันวลิตเข้า พลิกไปในรัชกาลสมเด็จพระเทียนราชา ตอนที่โปรดพระราชทานพระธิดาให้ออกญาพิษณุโลก (ขุนพิเรนทรเทพ) ซึ่งเป็นต้นรัชกาล อ่านไปอ่านมาเห็นเป็นของพิสดาร โดยเฉพาะมีเรื่อง "พระสุวัฒน์" ซึ่งเป็น "แม่ยาย" (จากคำแปลของผู้แปล) "
หมายถึงอาจารย์เทพมนตรีไปหยิบเอาฉบับภาษาต่างประเทศที่ฟอนฟลีทบันทึกไว้มาอ่าน แล้วแปลเอง
หรือไปหยิบฉบับที่มีผู้แปลเป็นไทยเรียบร้อยแล้วมาลงไว้
ถ้าเป็นอย่างหลัง  ใครแปลเรื่องนี้คะ  อ่านแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจ
ถ้าหากว่าเป็นฉบับที่กรมพระยาดำรงฯโปรดให้แปล ท่านก็น่าจะวิเคราะห์ตอนนี้บ้าง
เพราะมันค้านกับพระราชพงศาวดารอื่นๆเกือบหมดทุกเรื่อง

ในครั้งแรกที่อ่าน  รู้สึกพระสุวัฒน์หรือพระสุริโยทัย ดูไม่มีความผูกพันกับอาณาจักรของตัวเอง   กลับไปห่วงลูกเขยมากกว่าลูกชายเสียอีก
จริงอยู่ สมัยนั้นยังไม่มีชาตินิยม  แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะไปนิยมอีกอาณาจักรหนึ่ง
พอติดค้างอยู่กับความรู้สึกนี้  ก็เลยหาคำตอบไม่ได้  เพิ่งมาได้อ่านอีกครั้ง อยากฟังความเห็นของคนอื่นๆบ้างค่ะ

เรื่องยุทธหัตถี  คุณ Crazy  HOrse หมายถึงเรื่องที่อาจไม่มีการยุทธหัตถี  หรือว่าเรื่องที่ยุทธหัตถีไม่ได้เกิดที่สุพรรณบุรีคะ

CrazyHOrse:
เข้าใจว่าอ.เทพมนตรีหยิบฉบับแปลมาอ่านครับ ต้นฉบับเป็ภาษาdutchซึ่งเข้าใจว่าอ.เทพมนตรีคงอ่านไม่ออกครับ ไม่ได้แปลในยุคกรมพระยาดำรงครับ มาแปลเอาช่วงประมาณ 2520 นี่เองครับ
ส่วนเรื่องยุทธหัตถี คงเป็นทั้งสองประเด็นแหละครับ อ.สุเนตรว่าในพงศาวดารพม่าบันทึกว่าพระมหาอุปราชาถูกปืนสิ้นพระชนม์ครับ (ผมอ่านจากพม่ารบไทย) ส่วนพื้นเมืองน่านฉบับวัดพระเกิดว่าถูกปืนที่กาญจนบุรี แต่ไม่มีรายละเอียดมากกว่านี้ เท่าที่ผมอ่านดูพื้นเมืองน่านนี่ผู้เขียนดูจะได้รับอิทธิพลการปกครองของพม่ามากกว่ากรุงศรีอยุธยา เพราะอ้างถึงจะพูดแต่ว่าเมืองใต้เท่านั้น แต่จะว่าลองมาก็คงไม่ใช่เพราะพงศาวดารพม่าว่าทัพพระมหาอุปราชามาถึงอยุธยาแล้ว (อาจกล่าวได้ว่าสุพรรณบุรีอยู่ในปริมณฑลของอยุธยาได้) ก็หวังว่าคุณเทาชมพูจะกรุณาช่วยพลิกพงศาวดารใกล้มือมาช่วยยืนยันหน่อยนะครับ
ส่วนเรื่องชาตินิยม ความเป็นชาติยังไม่น่าจะมีในยุคนั้น เพราะพระมหาธรรมราชาเป็นเชื้อสายราชวงศ์พระร่วงและการควบคุมหัวเมืองทางเหนือ(กลุ่มเมืองในอาณาจักรสุโขทัย)ในสมัยในก็เป็นแบบอ่อน(ลักษณะกึ่งเมืองประเทศราช)สังเกตได้จากการที่มีการสืบทอดตำแหน่งเจ้าเมืองจากเชื้อพระวงศ์เดิม ไม่มีการแต่งตั้งไปจากส่วนกลางครับ

เทาชมพู:
ทีละเรื่องนะคะ
เรื่องพระสุวัฒน์ ยังไม่ทราบว่าใครแปล   งั้นหยุดไว้ก่อน เพราะอาจเป็นได้ว่ามึผู้แปลจากฉบับของฟอนฟลีทเป็นภาษาอังกฤษ  แล้วมาแปลเป็นไทยอีกที  อ.เทพมนตรีจะแปลเองหรือไปอ่านที่ใครแปลไว้แล้ว ยังไม่ชัดเจน
คือมันแปลกันมาหลายทอดน่ะค่ะ ย่อง่ายๆ

เรื่องพระมหาอุปราชาถูกพระแสงปืนสิ้นพระชนม์  กรรมการชำระประวัติศาสตร์ได้เอาลงเป็นข้อมูลในหนังสือ "สมเด็จพระนเรศวรมหาราช" แล้วค่ะ  โดยอ้างที่มาคือพงศาวดารของพม่า
การรบ จะเป็นสุพรรณบุรีหรือกาญจนบุรี  ยังมีผู้ถกเถียงกันอยู่   แต่ตามทางการยังถือฉบับเดิมคือสุพรรณบุรี

เรื่องชาตินิยมเห็นด้วยค่ะว่าสมัยนั้นไม่มี   ดิฉันก็เลยใช้คำว่า "อาณาจักรนิยม"  คือยังไงเสียก็น่าจะผูกพันเห็นประโยชน์ของเมือง หรือบ้านที่ตัวเองอยู่  
เรียกใหม่ว่า "บ้าน " ดีกว่านะคะ  ฟังง่ายๆ
ในเมื่อลูกชายครองอยุธยา  อยุธยาก็คือบ้านของพระสุวัฒน์    ส่วนพระมหาธรรมราชาเป็นเจ้าของบ้านอีกหลัง ที่พิษณุโลก  กษัตริย์พม่าก็คือเจ้าของบ้านหลังใหญ่ชื่อหงสาวดี
ถ้า ๓ บ้านนี้เกิดไม่ถูกกัน   ด้วยเรื่องปักเขตบ้านกินแดนกันเรื่อย    บ้านพิษณุโลกยอมไปเป็นสนามหญ้าส่วนหนึ่งของบ้านหงสาวดี     พระสุวัฒน์เป็นคุณแม่ของบ้านอยุธยา    ก็ไม่น่าจะคล้อยตามบ้านพิษณุโลกไปเป็นสนามหญ้าบ้านหงสาวดีเขามั่ง    น่าจะชอบอยู่บ้านตัวเอง   อย่างน้อยกก็ไม่อยากให้ใครมารบกวน
แต่ก็ไม่ผูกขาดความเห็นค่ะ  เผื่อเนื้อที่ไว้ด้วยหากเรื่องพระสุวัฒน์เป็นเรื่องจริง หรือมีความจริงอยู่มาก

มีอีกข้อหนึ่งค่ะ   ฝากไว้คิดกันไม่ต้องซีเรียสมาก เพราะยังไม่มีหลักฐาน
ดิฉันรู้สึกว่าพระสุริโยทัยเป็นเชื้อสายราชวงศ์พระร่วงนะคะ
ข้อนี้จะเป็นคำตอบว่า เหตุใดจึงเต็มใจยกลูกสาวให้พระมหาธรรมราชา และคงมีส่วนสนับสนุนในการตั้งออกญาพิษณุโลกให้เป็นใหญ่ ยิ่งกว่าขุนนางที่ร่วมรัฐประหารท้าวศรีสุดาจันทร์
ถ้าเรื่องพระสุวัฒน์มีเค้ามูลความจริง  แม่ยายก็เห็นแก่ลูกเขยที่เป็นเครือญาติสกุลเดียวกันมาก่อน
การใช้ช้างเป็นพาหนะ เป็นเรื่องปกติของคนทางเหนือ  ผู้หญิงเหนือน่าจะขี่ช้างนั่งบนช้างได้คล่องกว่าสาวอยุธยา  เพราะอยูธยาจำกัดผู้หญิงไว้ใต้กฎมณเฑียรบาลมากเหลือเกิน  ขนาดเดินก็ต้องเดินฉนวน  ห้ามผู้ชายเห็น  แล้วจะเอาเวลาและโอกาสไหนไปฝึกขี่ช้าง
ธรรมเนียมอยุธยาที่ห้ามผู้หญิงเข้าใกล้ช้างศึก  ก็อาจไม่อยู่ในประเพณีของทางเหนือ  ที่เจ้าแม่ผู้ครองเมืองย่อมประทับบนช้างไปไหนมาไหน  ปกครองเมืองได้ในฐานะกษัตริย์ ไม่ใช่แค่พระมเหสี  การขี่ช้างศึกก็ไม่ใช่เรื่องต้องห้ามของเจ้าแม่
ถ้าเจ้านายสตรีเชื้อสายเหนือได้มาเป็นพระชายาพระเทียรราชา  ต่อมาพระสวามีขึ้นครองราชย์    พระมเหสีก็อาจนำความเคยชินจากทางเหนือมาใช้ในการแต่งกายเป็นชาย ขี่ช้างศึก พาพระธิดา ออกไปดูลาดเลาทัพข้าศึกได้  เพราะธรรมเนียมเดิมของท่านผิดจากนางในวังของอยุธยาอยู่แล้ว

CrazyHOrse:
คุณเทาชมพูมี assumption ที่น่าสนใจครับ
แต่ผมสับสนนิดหนึ่งเรื่องพระมหาอุปราชถูกพระแสงปืนสิ้นพระชนม์
เท่าที่ทราบ พงศาวดารพม่าระบุว่าถูกปืนของทหารไทยที่ระดมยิงไม่ใช่หรือครับ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็น่าจะ ถูกปืน สิ้นพระชนม์นะครับ
เรื่องบันทึกของ Von Vleet ผมมีข้อมูลของฉบับแปลว่าใครแปลเมื่อไหร่ จะค้นมาให้ครับ (ผมไม่มี กำลังมองหาอยู่เหมือนกัน)

เทาชมพู:
ว้า ขอโทษค่ะน่าจะสับสน   เคยอ่านพงศาวดารฉบับพม่าว่าสิ้นพระชนม์เพราะปืน   แต่ไปอ่านที่ไหนจำไม่ได้อีกแล้ว  ว่ามีผู้ตีความว่าเป็นพระแสงปืน
เอาเป็นว่าปืนเฉยๆละกันนะคะ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว