เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 4930 พระนางสร้อยลักขณา
meawwadee
อสุรผัด
*
ตอบ: 4


 เมื่อ 21 มิ.ย. 06, 05:59

 คืออยากทราบเรื่องราวประวัติและภาพถ่ายของพระนางสร้อยลักขณาที่เป็นพระสหายของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ค่ะ พอดีมีเรื่องบังเอิญเกิดขึ้นทำให้ต้องพยายามเสาะหาเรื่องราวและรูปถ่ายของท่านแต่หาไม่ได้เลยค่ะไม่ทราบว่ามีใครพอจะมีข้อมูลบ้างมั้ยคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30986

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 21 มิ.ย. 06, 07:38

ไม่เคยได้ยินชื่อนี้ค่ะ   สงสัยว่าจะไม่มีตัวจริงด้วยซ้ำ

คุณไปได้ชื่อนี้มาจากไหนคะ
บันทึกการเข้า
meawwadee
อสุรผัด
*
ตอบ: 4


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 22 มิ.ย. 06, 01:11

 อาจจะฟังดูแปลกนะคะ คือพอดีมีพี่คนนึงเค้าไปที่จังหวัดเชียงรายค่ะแล้วมีเด็กคนนึงซึ่งเค้ามีพวกพลังจิตเค้าบอกพี่คนนี้ว่าพระนางสร้อยลักขณาอยากจะไปอยู่ด้วย ซึ่งหลายเรื่องราวที่เด็กคนนี้พูดมามันมีเรื่องต่อเนื่องกันมายาวมากอ่ะค่ะแล้วมันมาเกี่ยวพันกับพี่ชายดิฉันซึ่งพระนางสร้อยลักขณามาดลให้เป็นคนวาดรูปท่าน เพราะว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันมา  ซึ่งพี่ของดิฉันเคยเห็นท่านครั้งนึงโดยการนั่งวิปัสนา แต่ว่าจำมาวาดเป็นภาพไม่ได้  ซึ่งท่านบอกว่าถ้าพี่ดิฉันวาดรูปท่านทำให้ท่านได้มาอยู่กับเพื่อนซึ่งคือพี่ที่เดินทางไปเชียงราย (แต่บ้านพี่เค้าอยู่อเมริกานะคะ)ได้เค้าจะอโหสิกรรมให้เพราะว่าพี่คนนั้นคือพระนางสุนันทาฯมาเกิดใหม่  เรื่องมันค่อข้างซับซ้อนและเหลือเชื่ออ่ะค่ะ มันมีเรื่องราวเยอะกว่านั้นอีก ซึ่งตอนนี้พวกเราทุกคนก็อยู่ที่อเมริกาค่ะ แล้วเราก็พยายามลองหารูป เรื่องราวเกี่ยวกับพระนางสร้อบลักขณาองค์นี้แต่ก็ไม่พบเลย ก็คิดอยู่ว่าท่านจะมีจริงๆรึเปล่าเลยลองพยายามสอบถามดู ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าเป็นยังไง  แต่พี่ชายดิชั้นกังวลมากเพราะกลัวจะวาดท่านขึ้นมาไม่ได้ เพราะเคบลองจินตนาการเดาแล้ววาดไปทีนึง  ท่านฝากมาบอกเลยค่ะว่าหน้าท่านไม่ใช่อย่างนี้ทั้งๆที่ไม่ได้คุยไม่ได้บอกน้องคนนั้นเลยนะคะว่าลองวาดดูแล้ว แต่เค้าโทรมาบอกเราเองได้ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันล่ะค่ะ

ขอบคุณมากนะคะ
บันทึกการเข้า
meawwadee
อสุรผัด
*
ตอบ: 4


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 22 มิ.ย. 06, 01:39

 เอาเป็นว่าจะเล่าเรื่องราวคร่าวๆให้ฟังแล้วกันนะคะ คือครอบครัวดิชั้นอยู่ที่อเมริกาค่ะ แล้วเรารู้จักกับพี่คนไทยอีกคนนึงชื่อพี่นัน ก็นัดกินข้าวคุยกันตามประสานะคะ วันนึงกินข้าวอยู่พี่ชายดิชั้นก็นั่งวาดรูปเล่น คือวาดป้าคนจีนที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆเล่นเป็นภาพสเก็ตช์ แล้วพี่นันก็ถามว่า วาดรูปเป็นด้วยเหรอพี่อยากจะให้วาดรูปอะไรให้หน่อย  แล้วพี่นันแกก็เล่าเรื่องราวว่าแกฝันเห็นผู้หญิงคนนึงใส่ชุดไทยแขนพองๆกับโจงกระเบนมาหา บอกว่าอยากมาอยู่ด้วยก็ไม่ได้ใส่ใจ จนกระทั่งแกกลับไปเที่ยวที่เมืองไทย  แล้วก็ได้ไปเที่ยวที่พระที่นั่งวิมานเมฆ  แล้วไปเห็นรถม้าคันนึงรู้สึกแปลกๆ  รู้สึกว่ามันคุ้นๆยังไงบอกไม่ถูกก็ไม่ได้ใส่ใจ  แล้วก็เที่ยวไปเรื่อยๆจนได้ไปเชียงรายเพราะรู้จักกับป้าคนนึงแล้วพี่นันอุปการะเด็กคนนึงโดยช่วยส่งเสียค่าเล่าเรียนให้เด็กคนนี้มีพลังจิต ติดต่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ ซึ่งพี่เค้าก็ไม่ทราบมาก่อน  แต่เมื่อไปเยี่ยมแม่ของเด็กคนนี้ก็บอกให้ลูกเค้ามาดูดวงให้พี่นัน เด็กพูดไปพี่แกก็ไม่สนใจจนมาสะดุดเมื่อเด็กพูดว่า  พี่มีคนเค้าอยากจะไปอยู่กับพี่น่ะ เค้าคือพระนางสร้อยลักขณา ท่านเป็นเพื่อนสนิทพี่ท่านต้องการไปอยู่กับพี่  พี่นันก็งงว่าพระนางสร้อยลักขณาไหนไม่เห็นรู้จักเลย  แล้วเด็กก็บอกว่า สิ่งที่พี่ไปเห็นมาอ่ะพี่เคยใช้มันแล้วนะ  รถม้าที่พี่ไปเห็นมาอ่ะพี่เคยใช้นั่งชมสวนบ่อยๆ  พี่อ่ะเป็นพระนางสุนันทากุมารีรัตน์มาเกิด  พี่เค้าตกใจมากเพราะไม่ได้บอกเรื่องที่ไปเห็นรถม้ามาเลย ก็กลัวๆ ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลยลองถามว่า  แล้วจะให้ทำยังไง จะให้พาไปอยู่ด้วยได้ยังไง ทำรูปปั้นได้มั้ย น้องเค้าก็บอกว่าไม่ได้เพราะอะไรนั้น ดิชั้นจำไม่ได้แล้ว  ต้องวาดรูปขึ้นมาใหม่ ส่วนคนที่จะวาดนั้นท่านจะหามาให้เองท่านจะเป็นคนกำหนดเอง จนพี่เค้าก็เริ่มลืมๆไปและกลับมาอเมริกา จนกระทั่งได้มาเจอพี่ชายดิชั้นวาดรูปจึงลองๆถามดู พี่ชายก็งงๆ แต่ก็รับปากว่าจะลองๆวาดคร่าวๆมาให้ดูแล้วกัน  พี่ดิชั้ก็วาดเล่นๆ ลองวาดรูปร่างผู้หญิงสวมชุดไทยสมัย ร.5 ที่เป็นแขนตุ๊กตาพองๆกับโจงกระเบนดู แต่วาดเล่นๆเลยวาดหน้าเป็นทางการ์ตูน  เหมือนเวลาเราวาดภาพออกแบบเสื้อน่ะค่ะ ก็วาดดูแล้วก็ให้พี่เค้าดูเฉยๆว่าชุดประมาณนี้มั้ย พี่เค้าก็บอกว่าคล้ายๆ
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 22 มิ.ย. 06, 01:48

 เรื่องพลังจิต หรือปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติแบบนี้
บางทีให้คุณหมอมาตอบคุณเจ้าของกระทู้อาจจะได้คำตอบอีกแบบก็ได้


บางรายที่ผมเคยพบ เป็นรัชกาลที่ 5 ก็มี เป็นพระนางอะไรก็ไม่ทราบก็มี
บางครั้งผู้ป่วยคนอื่นๆก็เชื่อกันเกลื่อนวอร์ด ผู้ช่วยพยาบาลงมงายไปด้วยก็เคยเห็น
แต่เขาก็ไม่ได้เป็นอะไรซักอย่างหรอกครับ



ปล. เห็นว่าหมอจำนวนมากที่สมัครวิชาการดอทคอมพ์ มักมาขลุกกันอยู่ที่เรือนไทย
ถ้าผมจะความกรุณาจากซักท่านให้เข้ามา "ร่วมแบ่งปันความรู้" ซักหน่อย จะได้มั้ยครับ
บันทึกการเข้า
meawwadee
อสุรผัด
*
ตอบ: 4


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 22 มิ.ย. 06, 02:01

 แล้วต่อมาพี่เค้าได้โทรศัพท์คุยกับน้องคนที่อยู่เชียงรายคนนั้น  ก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อยน้องคนนั้นก็พูดขึ้นมาว่า พี่นันพี่ได้คนวาดรูปแล้วใช่มั้ย ผู้ชายคนนั้นน่ะท่านบอกว่าให้เป็นคนวาดรูปนะ  พี่เค้าก็แปลกใจเอ๊ะยังไม่ได้บอกอะไรเลย  แล้วน้องเค้าก็พูดต่อว่าท่านฝากไปบอกเค้าด้วยนะว่าหน้าท่านน่ะไม่ใช่แบบนั้น  พี่นันก็เลยมาบอกพี่ชายดิชั้น  พี่ชายดิชั้นก็ลองวาดหลายๆแบบดูใช้ photoshop  ช่วยตกแต่งลงสีต่างๆดู ทำมั่งไม่ทำมั่งจนนานไปก็ลืม  แล้ววันนึงเพื่อนเค้าเป็นชาวเม็กซิกันแวะมาที่บ้านเค้าเป็นคนเชื่อพวกวิญญาณศาสตร์อะไรพวกนี้ซึ่งเราก็ไม่เคยทราบมาก่อน วันนั้นดิชั้นไม่อยู่บ้าน  พี่ดิชั้นเล่าว่า พอเค้ามาเค้าก็ทักว่าบ้านนี้มีอะไรแปลกๆมีวิญญาณอยู่เป็นผู้หญิง เค้าจะทำให้ดูจากนั้นไฟฟ้าในบ้านก็วูบวาบติดๆดับๆ ตลอดสวิตซ์ ไฟหมุนเองได้  พี่ดิชั้นตกใจกลัวมาก  แล้วเค้าก็พูดต่อว่า  ทีแรกเค้าตั้งใจจะมาหลอกแต่พอเค้าเข้ามาพระพุทธรูปที่บ้านท่านบอกว่าให้สารภาพความจริงกับเจ้าของบ้านซะเค้าถึงบอก เค้าจะไม่ทำแล้ว  หลังจากวันนั้นพี่ดิชั้นก็กังวลก็หมั่นไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลมากขึ้น พี่ดิชั้นเคยบวชมาก่อน  และเคยไปเรียนวิปัสสนากับคุณแม่ศิริมา   ก็เลยตัดสินใจลองนั่งที่บ้านดูแล้วเค้าบอกว่าเค้าเห็นผู้หญิงคนนึงยืนจ้องอาฆาตอยู่  เค้าก็ภาวนาตลอดว่าคงเป็ภาพคิดไปเองไม่มีอะไรเดี๋ยวก็หาย แต่ว่าภาพกลับตัดฉับๆ เหมือนเค้าหายตัวใกล้เข้ามา จนหน้ามาอยู่ติดกันแล้วก็จ้องแบบโกรธๆ พี่ดิชั้นตกใจกลัวมาก  กลัวว่าจะเสียจริตเสียสติไป  (เพราะการนั่งวิปัสสนาโดยไม่มีอาจารย์คอยช่วยคอยสอบอารมณ์จะทำให้เสียสติได้ง่ายๆ เพราะบางทีจะมีเจ้ากรรมนายเวรมาทวงหนี้ หรือเห็นภาพต่างๆได้ เพราะเพื่อนเคยนั่งแล้วกลายเป็นอัมพาตไป 2 วัน เพราะเห็รกรรมเก่าแล้วเห็นเค้ามาทวง )  จึงอธิษฐานขอถอนสมาธิ  พี่ไม่รู้จะทำยังไงดีเลยสวดมาต์แล้วแผ่เมตตาจากนั้นจึงเข้าวิปัสสนาอีกรอบ ผู้หญิงคนนั้นยังอยู่แต่เปลี่ยนเป็นร่างสวยงามแล้ว  พี่เลยขอให้พี่นันติดต่อน้องคนที่เชียงรายเพราะอยากถามให้รู้น้องเค้าบอกว่า  พี่ชาติที่แล้วพี่ทำกับพระนางสร้อยลักขณาไว้มากนะท่านยังโกรธแค้นพี่อยู่ แต่ท่านบอกว่าถ้าพี่ทำให้ท่านได้ไปอยู่กับเพื่อนท่านได้ท่านจะอโหสิกรรมให้  นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเราต้องลองสืบเสาะหาเรื่องราว รูปภาพของท่านกันน่ะค่ะ  ทั้งๆที่ก็ไม่รู้ว่ท่านมีจริงรึเปล่าด้วยซ้ำ หรือถ้ามีก็ไม่รู้ว่าจะไปหาเรื่องราวรูปภาพได้จากไหน  พี่ชายดิชั้นบอกว่าภาพท่านยังติดตาอยู่เลยแต่วาดออกมาไม่ได้จากความนึกคิด
หลายคนอ่านแล่วอาจจะคิดว่าบ้ารึเปล่า  แต่ว่าเราก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันค่ะเพราะเจอกับตัวเองถึงรู้
ถ้าใครพอทราบก็รบกวนด้วยนะคะ
ยังไงก็ขอบคุณมากค่ะ
บันทึกการเข้า
Japonica
ชมพูพาน
***
ตอบ: 109

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 22 มิ.ย. 06, 02:37

 ทดลองเอาเถิดเข้าล่อกับเด็กน้อยให้บอกชื่อที่มีตัวตนหน่อยก็จะดีนะครับ เรื่องราวจะได้สมบูรณ์หน่อย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30986

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 22 มิ.ย. 06, 08:06

อ่านคำอธิบายของเจ้าของกระทู้แล้ว  ยิ่งอยากจะขอให้คุณหมอมาอธิบายให้ฟัง ในเชิงจิตเวช
ไม่ได้หมายความว่าพี่ของคุณเป็นบ้านะคะ     แต่จิตของคนนั้นเล่นตลกกับคนได้เสมอ

ส่วนดิฉันขออธิบายทางประวัติศาสตร์  ขอฟันธงลงไป ณ ที่นี้ว่าพระนางอะไรนั่นไม่มีตัวจริง
พระนามนี้ก็ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์
เจ้านายสตรีในรัชกาลที่ ๕ ที่อยู่ในระดับพระนางได้  ต้องเป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า    พระองค์ท่านพระราชทานพระนามให้ทุกพระองค์
ด้วยความเป็นปราชญ์ทางอักษรศาสตร์    การผูกพระนามขึ้นมาจึงถูกต้องตามหลักของบาลีสันสกฤต  มีความไพเราะคล้องจองกัน
ชื่อ "สร้อยลักขณา" ไม่ใช่ชื่อถูกต้องตามหลักนี้    ดิฉันอยากจะบอกว่าไม่มีความหมายเข้ากันเสียด้วยซ้ำระหว่างคำหน้าและคำหลัง  

ทั้งนี้ยังไม่ต้องพูดถึงความจริงที่ว่า "พระนาง" ไม่ใช่ระดับที่เจ้านายสตรีองค์ไหนๆก็เป็นพระนางกันได้
ที่จริง ตามที่ชาววังรัชกาลที่ ๕ และ ๖ เขาเรียก  มีพระองค์เดียวเท่านั้นแหละ  นอกเหนือจากพระนางเรือล่ม    
แต่ขอไม่บอกดีกว่า จะไปทำให้พระนามท่านถูกดึงเข้ามาพัวพันกับการเล่นอุตริของเด็กคนนั้นด้วย

เด็กคนนั้นคงได้ยินชื่อ "พระนาง" ต่างๆในตำนาน อย่างพระนางจามเทวี หรือพระนางเรือล่ม มาก่อน   แล้วก็พลอยนึกไปตามประสาเด็กว่า อ๋อ ขึ้นชื่อว่าเจ้านายสตรีก็ต้องเป็นพระนางกันทั้งนั้นน่ะสิ
เลยสมมุติพระนางไร้ตัวตนขึ้นมาเป็นเพื่อนของ "พระนาง"

แฟชั่นเสื้อแขนพองกับโจงกระเบนเพิ่งจะมารู้จักกันประมาณพ.ศ. ๒๔๔๐ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทาฯสิ้นพระชนม์ไปนานแล้วก่อนหน้านี้  ท่านไม่เคยแต่งพระองค์แบบนั้น
แต่เป็นแฟชั่นที่คนไทยนึกออกมากที่สุดเวลานึกถึงเจ้านายสตรีสมัยรัชกาลที่ ๕   สมเด็จพระพันปีท่านแต่งพระองค์แบบนี้ได้งามมาก   จนเป็นที่จดจำกันมา

ส่วนเรื่องพี่คุณคุ้นกับรถม้า หรือฝันเห็นอะไร    มันมีคำว่า "อุปาทาน" อยู่คำหนึ่ง  น่าจะใช้ได้กับคำนี้    ฝันแบบนี้ทางพุทธเรียกว่า "นิวรณ์" กังวลกับเรื่องอะไร จิตก็แปรสัญญาณออกมาในรูปสัญลักษณ์ เป็นคนมั่ง สถานที่มั่ง ของต่างๆมั่ง

คนไทยส่วนใหญ่มักจะกลัวในสิ่งที่หาเหตุผลและตัวตนไม่ได้   ถึงไม่เชื่อก็กลัว    เลยมีคำขวัญที่ทำให้สติปัญญาอับทึบลงไปว่า "ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่"
ส่วนดิฉันไม่ยึดถือคำขวัญนี้ค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30986

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 22 มิ.ย. 06, 08:14

พี่คุณไม่ควรจะหัดนั่งสมาธิวิปัสนาโดยไม่มีครู    และไม่ใช่ว่าครูสำนักไหนๆก็ฝึกให้ได้  
ควรเลือกเรียนกับอาจารย์ที่มีความรู้ทางนี้จริงๆ  และฝึกให้จิตนิ่งได้จริง  ลองไปสืบหาวัดที่เชื่อถือได้
ส่วนใหญ่เป็นพระป่าที่มีชื่อเสียงเป็นที่เคารพกันมานาน

ไม่งั้นจิตมันจะเล่นตลกเอาอย่างที่เจอนี่แหละ      ภาษาพุทธเรียกว่า"รูปนิมิต"   ดิฉันเรียกว่าจิตหลอน
ฟรอยด์เรียกว่าจิตใต้สำนึก    
จิตคนเรายุ่งเหยิงอลวนอยู่แล้วเพราะกิเลส   พอไปบังคับให้นิ่ง  กิเลสมันก็ลอยขึ้นมาประท้วง  เหมือนกดลูกโป่งลงในน้ำ  ลูกโป่งก็จะเด้งขึ้นมา
มีบ่อยที่มาในภาพของสิ่งน่ากลัวต่างๆ   ทำเอาคนตั้งสติไม่ทัน หวาดกลัวแทบเป็นบ้าไปก็มี
ทางออกอย่างหลวงปู่เทสก์ เคยสอนไว้คือ "ส่งออก"
อย่าไปยึดติดอยู่กับมัน  เห็นแล้วก็เฉยไว้  ไม่ใส่ใจ   เดี๋ยวก็หายไปเอง
เพราะสิ่งเหล่านี้   หลวงปู่ดุลท่านเคยกล่าวไว้เตือนใจว่า
" สิ่งที่เห็น เห็นจริง แต่ ไม่มีจริง"
ขอให้พี่คุณพิจารณาดูอีกครั้ง   แล้วเลิกสนใจเรื่องพระนางสร้อยลักขณาเสียเถอะค่ะ
บันทึกการเข้า
คุณพี่
มัจฉานุ
**
ตอบ: 76



ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 22 มิ.ย. 06, 11:25

 .......ขอสนับสนุนสิ่งที่อาจารย์เทาชมพูกล่าวไปอย่างมากครับ...และเรื่องการวิปัสสนานั้นจะมัวไปนั่งคลำหาโดยไม่มีครูไม่ได้เพราะจะไปไม่ถูกทางแล้วจิตของเรามันก็จะเล่นตลกกับเราอย่างที่อาจารย์เทาชมพูกล่าวไว้นั่นถูกต้อง

.......แล้วข้อควรระวังในการนั่งวิปัสสนาในการไม่มีครูคือการเพ้อเจ้อเรื่องของรูปนิมิตที่เกิดขึ้นในจิตต้องระวังไว้อย่างมาก......

.......พี่ของคุณเองจะเข้าขั้นนั้นแล้วขอให้หยุดการวิปัสสนาไปชั่วคราวตอนนี้ในใจพี่คุณอาจจะคำนึงถึงเรื่องราวนี้และต้องการที่จะหาข้อเท็จจริงแล้วก็พยายามที่จะวิปัสสนามันจะเกิดผลเสียอย่างมากนะผมขอเตือนไว้ด้วยความหวังดี
บันทึกการเข้า
ลำดวนเอ๋ยพี่จะด่วนไปก่อนแล้ว
ชมพูพาน
***
ตอบ: 175

ความสุขที่แท้อยู่ที่ใจ


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 26 มิ.ย. 06, 10:15

 เห็นด้วยกับคุณ เทาชมพู
ผมว่าไปหาอาจารย์เรียนวิปัสนาให้เป็นเรื่องเป็นราวดีกว่า แนะนำให้ไปที่วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ เพราะสำนักนี้มีชื่อเสียงมายาวนาน พระสงฆ์สมัยก่อนก็เล่าเรียนจากนี้ทั้งนั้น
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง