ราชสกุล อุทรทวิการ

<< < (2/9) > >>

เทาชมพู:
 ดิฉันค้นกูเกิ้ลก็เจอคนนามสกุลนี้เข้าเหมือนกัน    เชื่อค่ะว่ามีตัวจริง
แต่ที่อัศจรรย์ใจคือราชสกุลนี้มาจากไหน ไม่เคยเห็นวี่แววมาก่อนเลย

เลยค้นในกูเกิ้ลอีกที เจอหมายเลขโทรศัพท์ในที่ทำงานของคุณสุนทร  อุทารทวิการ ณ อยุธยา   ก็ลองโทรไปสอบถาม
เท่าที่ได้คำตอบมาจากคุณสุนทร   นามสกุลนี้บรรพบุรุษเป็นหมอตำแยในรัชกาลที่ ๕  เป็นที่มาของชื่อ อุทร (ท้อง) ทวิ(สอง) การ ก็คือการกระทำ

มีบรรพบุรุษอีกคนหนึ่งเป็นเจ้าพระยาพระคลังสมัยรัชกาลที่ ๕  คุณสุนทรไม่แน่ใจเรื่องชื่อ บอกว่าชื่อเจ้าพระยาภิมุขเสนา

ดิฉันถามว่าคุณพ่อและคุณปู่ของคุณสุนทรเป็นหม่อมหลวง หรือหม่อมราชวงศ์อะไรทำนองนี้หรือเปล่า
คุณสุนทรตอบว่าเปล่า  ไม่ถึงขั้นเจ้านาย เป็นขุนนาง  
แต่คุณสุนทรได้ใช้นามสกุลนี้มานานแล้วตั้งแต่สมัยปู่สมัยพ่อ
นอกจากครอบครัวสายคุณสุนทรแล้ว ยังมีอีกสายหนึ่ง เดิมเป็นอุทรทวิการเหมือนกัน แต่เปลี่ยนชื่อสกุลเป็นอย่างอื่น
แต่ยังใช้ ณ อยุธยา

ดิฉันถามย้ำไปสองสามครั้งว่าคุณสุนทรใช้ ณ อยุธยาได้ยังไง  รู้สึกว่าคุณสุนทรก็งงๆ
คงเป็นเพราะใช้กันมาเรื่อยตั้งแต่สมัยปู่จนถึงพ่อหรือไงไม่ทราบ คงไม่นึกว่าใครจะถามแบบนี้ และคงไม่มีข้อมูลพอจะตอบได้

คุณสุนทรบอกว่ามีหลานคนหนึ่งกำลังทำปริญญาโทอยู่ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ คงจะรู้เรื่องนามสกุลมากกว่านี้
แต่คุณสุนทรจำชื่อจริงของหลานไม่ได้  จำได้แต่ชื่อเล่นว่า "เมน"

ถ้าใครเข้ามาอ่านแล้วรู้จักคุณเมน  ขอให้เข้ามาตอบสักหน่อยก็จะขอบคุณมาก

ถ้าคำตอบของคุณสุนทรถูกต้องตามความเป็นจริง ก็แปลว่ามีการจดทะเบียนนามสกุลของสามัญชน ต่อท้ายว่า ณ อยุธยาได้ มานานสักสองสามชั่วคนเป็นอย่างน้อย
จะด้วยเหตุผลอะไรที่เจ้าของนามสกุลไปจดคำนี้ต่อท้าย ก็ไม่อาจเดาได้

ส่วนเจ้าพระยาภิมุขเสนา นั้น ไม่เคยได้ยิน   รู้แต่ว่ามีเจ้าพระยามุขมนตรี  อยู่ในสกุลเปาโรหิตย์  คงไม่ใช่คนเดียวกัน
กับออกญาเสนาภิมุขหรือยามาด้า สมัยสมเด็จพระนารายณ์ ย้อนหลังไปโน่น
คงต้องศึกษากันต่อไปค่ะ

NickyNick:
 TEST สมาชิกใหม่
สวัสดีครับทุกท่าน

V_Mee:
 ต้องถามสำนักทะเบียน  กรมการปกครองว่า จดทะเบียนนามสกุลนี้ลงไปได้อย่างไร  มีอะไรเป็นหลักฐานว่า บรรพบุรุษของท่านเหล่านี้เคยเป็นเชื้อพระวงศ์ชั้นหม่อมราชวงศ์ หรือหม่อมหลวงมาก่อน  ถ้าไม่อาจหาหลักฐานมายืนยันได้ (และคงไม่มีมายืนยันเป็นแน่) ก็ควรที่จะตัด ณ อยุธยาที่ต่อท้ายนามสกุลออกเสียเพราะขัดพระบรมราชโองการในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราช ซึ่งมีศักดิ์เป็นพระราชบัญญัติ

เจ้าสัวบ่อนไก่:
 นามสกุลลักษณะนี้ดูจากการสร้างคำแล้วก้ออนุมานหยาบๆ ได้ว่าเป็นนามสกุลเก่าแหละครับ มีบางนามสกุลที่เป็นนามสกุลประทานจากเจ้านายอีกด้วย เหล่าข้าราชบริพารตลอดจนไพร่ที่สังกัดมูลนายไม่ว่าสมัยไหนมักจะทูลขอนามสกุลจากเจ้านายที่ตนรับใช้อยู่ อยากจะบอกว่ามีเป็นหมื่นๆ นามสกุลครับ แต่กว่า 80% หาทีมาไม่ได้

เช่น นามสกุล หาญทะเล ดูแล้วไม่พิเศษอะไรนักแต่ก้อเป็นนามสกุลที่ เสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ ประทานให้ลูกเรือของพระองค์

เท่าที่ผ่านมาตามานะครับ มีเยอะมากแต่ไม่เคยจำ

หมูน้อยในกะลา:
 เมื่อไม่กี่เดือนมานี่เองผมได้ไปเยี่ยมญาติที่โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง
สังเกตุเห็นใน ร.พ.มีผู้คนเดินขวักไขว่เต็มไปหมด ประชาสัมพันธ์ต้องทำงานตลอด ได้ยินเสียงตามสายมาไม่ขาดระยะ ระหว่างที่เดินออกมาจากห้องน้ำร.พ. ก็สะดุดเสียงประชาสัมพันธ์ที่กำลังประกาศหาเด็กหาย
ที่สะดุดก็เพราะเขาประกาศว่าเด็กชาย ภูมิพล กรุณามาหาพ่อแม่ที่ประชาสัมพันธ์ด้วย ทีแรกนึกว่าฟังผิด แต่ไม่ผิดแฮะ เพราะเขาประกาศซ้ำอีกหลายเที่ยว เงี้ยหูฟังแล้วก็มั่งใจว่าฟังไม่ผิด


อย่างแรกเลยคือผมนึกโกรธพ่อแม่เด็กคนนี้เหลือเกินที่(ขอใช้คำว่า)บังอาจตั้งชื่อลูกให้พ้องกับพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันของเรา
ถึงจะบอกว่าคนอื่นตั้งให้ก็เถอะแต่ตัวเองเป็นพ่อเป็นแม่ก็น่าจะทราบว่าไม่สมควร ไม่น่าจะอนุญาตหรือน่าจะไปเปลี่ยนชื่อเสีย ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวขี้กลากจะกินหัวไปถึงลูกเต้าที่ไม่รู้อิโหน่อีเหน่ (จะบอกว่า ชื่อลูกตนเป็นคำว่า พูมิพล ,พูมิพน ,ภูมิพน ,พูมิพนต์ ฯลฯ ก็ตามแต่  ... ฟังไม่ขึ้นทั้งนั้น กฎหมายเขามีอยู่ทนโท่ว่าห้ามมิให้พ้องหรือมุ่งหมาย ให้คล้ายกับ
พระปรมาภิไธย พระนามของพระราชินี หรือราชทินนาม ถึงจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย แต่อายุขนาดมีลูกได้แล้วก็น่าจะรู้ได้ว่าอะไรสมควรไม่สมควร!!)

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว