เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 5
  พิมพ์  
อ่าน: 13772 สมุดข่อยฉบับวัดหัวกระบือ อัญมณีแห่งกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย
โพธิ์ประทับช้าง
องคต
*****
ตอบ: 399


 เมื่อ 16 มิ.ย. 06, 13:11


เอามาฝากครับ
บันทึกการเข้า
โพธิ์ประทับช้าง
องคต
*****
ตอบ: 399


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 16 มิ.ย. 06, 13:18


สมุดไทยวัดหัวกระบือฉบับนั้น เขียนเรื่อง “พระพุทธคุณคัมภีร์”
ระบุว่าสร้างขึ้น พ.ศ.๒๒๘๖ ซึ่งตรงกับปีในรัชกาลพระเจ้าอยู่หัว
บรมโกศ ครั้งแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา ด้วยประวัติความเป็นมา
อันยาวนาน สมุดฉบับนี้จึงทรงคุณค่า ทั้งทางด้านพระศาสนา
ด้านประวัติศาสตร์ และ ด้านศิลปกรรม ซึ่งถือกันว่าเป็น
งานศิลปะชิ้นเอกของชาติ เลยขอหยิบเอามาฝากท่านที่
สนใจครับ
บันทึกการเข้า
โพธิ์ประทับช้าง
องคต
*****
ตอบ: 399


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 16 มิ.ย. 06, 13:33


พรหม
บันทึกการเข้า
โพธิ์ประทับช้าง
องคต
*****
ตอบ: 399


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 16 มิ.ย. 06, 13:38


ธรรมชาติ
บันทึกการเข้า
โพธิ์ประทับช้าง
องคต
*****
ตอบ: 399


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 16 มิ.ย. 06, 13:53


จัตุบาท
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 16 มิ.ย. 06, 13:58

 เรี่ยมไปเลย ข้อมูลล้ำลึกแบบนี้

เรือนไทยได้ห้องใหม่ ทำเป็น อาร์ตแกลลอรี่ได้เจ๋งสุดพรรณา
ขอเชิญกุเรเตอร์โพธิ์ประทับช้างบรรยายนำให้สมค่าของดี
อยากจะทำคำรับรองมั่ง ว่าสมุดเล่มนี้ มีค่าควรเมือง
หากวัดแห่งนี้ ทำเหมือนวัดแห่งอื่นๆ ในประเทศไทย สมบัติชิ้นนี้ออกไปหลายสิบปีแล้วครับ
ต้องยกย่องท่านเป็นมหาวชิรปราการแห่งศิลปกรรมไทยทีเดียว

ผมจะคอยถามเมื่อมีโอกาส
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30547

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 16 มิ.ย. 06, 16:45

 ขอทำคำบรรยายประกอบภาพหน่อยค่ะ

ภาพที่ ๒
หาวรรณคดีอยุธยาตอนปลายที่เกี่ยวกับพระพรหมไม่ได้  มาได้นิราศของสุนทรภู่ เกี่ยวกับบางพรหม
เลยกล้อมแกล้มไปก่อน

ถึงบางพรหมพรหมมีอยู่สี่พักตร์
คนประจักษ์แจ้งจิตทุกทิศา
ทุกวันนี้มีมนุษย์อยุธยา
เป็นร้อยหน้าพันหน้ายิ่งกว่าพรหม

ถ้าไม่ชอบ เอาโคลงของนายนรินทร์ธิเบศร์ก็ได้นะคะ

พันเนตรภูวนาถตั้ง....ตาระวัง ใดฮา
พักตร์สี่แปดโสตฟัง.....อื่นอื้อ
กฤษณนิทรเลอหลัง.....นาคหลับ ฤาพ่อ
สองพิโยคร่ำรื้อ.....เทพท้าวทำเมิน

บาทแรก-->พระอินทร์
บาทที่สอง-->พระพรหม
บาทที่สาม--->พระนารายณ์

ภาพที่ ๓

ชมดวงพวงมาลี...........ศรีเสาวภาคหลากหลายพรรณ
วนิดามาด้วยกัน...........จะอ้อนพี่ชี้ชมเชย    

(พระนิพนธ์ บทเห่เรือ ในเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์)
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 16 มิ.ย. 06, 18:50

 ภาพสวยเชียวครับ คุณโพธิ์ฯ โดยเฉพาะภาพดอกไม้ในความเห็นที่ 3 เห็นแล้วสวยถูกใจ แต่สงสัยขึ้นมาตะหงิดๆ ว่าช่างไปเห็นดอกอะไรมา ถึงได้เอามาเขียนลงในสมุดข่อยได้



.
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 16 มิ.ย. 06, 20:34

 ผมอยากเทียบสำเนียงกลอนกับจิตรกรรมไทยมานานแล้ว
แต่จนใจ ไม่มีฟามรู้เลยเรื่องกวีนิพนธ์ ยิ่งเทียบข้ามสมัย ยิ่งแบ๊ะ แบ๊ะ

กลอนที่อาจารย์เทาฯยกมานี้ดีนัก หูขี้เลื่อยอย่างผม ฟังแล้วรู้สึกเลยครับ ว่าท่านสุนทรฯ นี่พูดคนละสำเนียงกับสมุดข่อยวิเศษเล่มนี้
มันฟังจริงจัง ทื่อมะลื่อไปเลย เมื่อเอาไปอ่านให้จิตรกรรมฟัง
แต่กลับไปได้ที่ความถูกต้องสมจริง ซึ่งช่างเขียนดูเหมือนจะข้ามไป ไม่ใส่ใจเท่าไรนัก

เทียบให้ฟังอีกสักหลายบทได้ใหมครับ
แหม...นี่ถ้ามีเสียงดนตรีมาคลออยู่อีกอย่าง รับรองเข้าใจศิลปะไทย กระจ่างดั่งเดือนเด่นดวงเลย
พับผ่าสิ พ่อเพิ่ม ......เอ เกี่ยวกันไหมหว่า
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 16 มิ.ย. 06, 20:56

 นึกได้เรื่องหนึ่งละ

คุณโพธิ์ประทับช้าง ตั้งชื่อเรื่องว่า
"อัญมณีแห่งกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย"

ฟังแล้วชวนให้คิดว่า นี่เป็นงานจากเกาะเมืองอยูธยา ก่อนพม่ามาตีแตก
มีถ้อยคำหรือเงื่อนงำให้คิดไปได้เช่นนั้นใหมครับ
เพราะศิลปะสมัยปลายอยุธยา มีหลายสกุล เหมือนนิทานพื้นบ้าน ก็มีต่างกันไปในแต่ละท้องที่
บันทึกการเข้า
หมูน้อยในกะลา
พาลี
****
ตอบ: 392

อะแฮ่ม!!


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 16 มิ.ย. 06, 21:04

 ด้วยความรู้อันน้อยนิด

แต่เชื่อไหมครับคุณพิพัฒน์ ผมกลับรู้สึกว่าเอาจิตรกรรมที่ว่านั่นมาขึงโชว์ แล้วชี้ๆๆๆๆๆ  ให้นักกวี นักกลอน นักเขียน หรือแม้แต่นักเขี่ยอย่างผมดู

ผมกลับรู้สึกว่า กลอนที่อาจารย์เทาฯยกมานั้น อ่อนช้อยนิ่มนวลละมุน " เกินไป " สำหรับ ภาพเขียนตรงหน้าเสียด้วยซ้ำ


นั่นนะสิ เขาถึงเรียก ลางเนื้อชอบลางยา

??
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30547

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 16 มิ.ย. 06, 21:26

 การบ้านอะไร ยากเหลือทน
ขอทดลองใหม่  บรรยายภาพ ๒ อีกที

ดิฉันไม่รู้ว่าลายเส้นแบบนี้เขียนแบบเรียบง่ายหรือว่ามีชั้นมีเชิง มีลูกเล่น  
แต่ถ้าเป็นวรรณคดีที่มีเชิงชั้นวรรณศิลป์ แบบอยุธยาตอนปลาย  เขาเล่นคำกันแบบนี้ เรียกว่าบรรจงให้พริ้งพรายกันด้วยภาษามีชั้นมีเชิง มีแบบแผนที่แพรวพราว

จาก ศิริวิบุลกิตติ ของหลวงศรีปรีชา

ลองอ่านดู

พรายพริ้งยิ่งเทพสุรัญ........สุราไลยสรรพ์...........ประเสริฐทุกสิ่งสรรพการ
สรรพเกิดเพราะบุญสมภาร.........สมเพิ่มมานาน....แต่บุพชาติปางหลัง
ปางเลิศเชิดชูบุญบัง...........บุญแบ่งแยกยัง.......ศัตรูให้สิ้นสุดเปิง
สุดปานพระเดชรุ่งเริง.........รุ่งเรืองบันเทิง........พระไทยในปรางสุวรรณ์
สุดแววแก้วแกมกนกพัน.........กนกพาดหิรัญ..........สุวรรณเพริศ พรายพโยม
พรายพยับแย้มแสงเยื้อนโฉม.....เยื้อนฉายเฉกโฉม...เล่ห์จะล่อฉอชั้นกามา


คำประพันธ์ประเภท ฉันท์ฉบังนาคบริพันธ์ ๑๖
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30547

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 16 มิ.ย. 06, 21:32

 หรือว่าจะเอาภาษาแบบนี้ งาม  สงบ และสง่า

จุดเทียนประดับแหว้น.............เวียนถวาย
ธูปประทีปโคมราย.................รอบล้อม
ทักษิณสำรวมกาย.................อภิวาท
เสร็จสมโภชแล้วน้อม.............นอบเกล้าบทศรี
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 16 มิ.ย. 06, 21:59


.
ขออนุญาตใช้ข้อมูลคุณโพธิ์ประทับช้างเพื่อประกอบความเห็นนะครับ ผมทำให้สว่างขึ้น เพื่อจะเห็นสิ่งที่อยากจะพูด

ข้อสังเกตแรก คือจิตรกรรมนี้ ใช้สีน้อยมากครับ โครงสีหลักคือแดง มีเขียวมาตัด ทั้งหมดทำงานบนพื้นขาว ซึ่งจะทำให้ทุกสิ่งที่เขาตวัดวาด โดดเด่นทันที

ประการที่สอง ไม่มีความลังเลในรอยพู่กัน ยิ่งเราสังเกตตรงคิ้ว ต่ำลงมาเป็นเปลือกตา และลูกตา วาดล้อกันอย่างแม่นยำ รวดเร็ว ไม่มีหยุดคิด

ประการที่สาม ชิ้นส่วนที่ทำงานเหมือนเป็นเจ้านายใหญ่ในรูป คือเส้น แต่เรากลับมองไม่เห็นในทีแรกนะครับ เส้นทั้งหมดทำหน้าที่เป็นโครงสร้างรองรับอารมณ์ทุกชนิดที่ปรากฏ แต่เมื่อชี้ให้เห็นความสำคัญของเส้นแล้ว ทีนี้ละคุณ จะเห็นแต่เส้น ที่วิ่งฉวัดเฉวียน จนลืมดูเรื่องสีไปเลย

ประการสุดท้าย คือการใช้สี สังเกตรูปขวา พระพรหม
เป็นการใช้สีที่ฉลาดและมีรสนิยมมาก สีเขียวจะทำหน้าที่เป็นฉาก สีแดงที่รัศมีนั้นเข้มข้นดุดัน แต่ถ้าไม่มีเขียวอ่อนมารองรับ มันจะกลายเป็นสีแดงที่เน่า หมดราคา
ช่างเขียนเข้าใจเรื่องผลของสีคู่ตรงกันข้าม เขียวบางๆนั้น แก้การเน่าได้อย่างเด็ดขาด

ที่บรรยายมานี้ ทางกวีนิพนธ์ตรงกับฝีปากใครดีครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30547

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 16 มิ.ย. 06, 22:01

 อธิบายเพิ่ม
ตัวอย่างในค.ห. 11
เป็นงานผลิตในเกาะอยุธยาค่ะ  กวีขุนนางแต่ง
ถ้าจะเอางานพื้นบ้าน ก็เป็นอีกแบบ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.079 วินาที กับ 19 คำสั่ง