เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 9
  พิมพ์  
อ่าน: 61937 คุยกันเรื่องรามเกียรติ์
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 19 มิ.ย. 06, 12:19

 ใครได้อ่าน ดุจดั่งอวตาร บ้าง
เป็นรามเกียรติอีกมุมมองหนึ่งที่ว่า
พระราม ทศกัณฐ์ ฯลฯ
เป็นพวกมนุษย์ต่างดาว มียานต้านแรงโน้มถ่วงและอาวุธพิศดารใช้
เป็นหนังสือแปล
ผมอ่านเมื่อสักสามสิบปีก่อน(ถ้าจำไม่ผิด)
คาดว่า น่าจะยังพอหาอ่านได้ เพราะมีการจัดพิมพ์ขึ้นมาใหม่
อยู่ในกลุ่ม Sci-Fi
ถ้าพบว่าขายที่ไหน จะเอามาบอกให้ไปหามาอ่านกันครับ    
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 19 มิ.ย. 06, 13:48

 อ่านครับ เรื่องนั้นมาจาก Rendezvous with Rama ของ Arthur C. Clark ครับอาจารย์

อีตาคล้ากแกเป็นปรมาจารย์นักเขียนไซ-ไฟคนหนึ่ง ตัวแกเป็นฝรั่งแต่หลงเสน่ห์เกาะลังกา ก็เลยย้ายไปตั้งรกรากอยู่ที่ศรีลังกาหลายสิบปีแล้ว ดังนั้นผมสงสัยว่ารามายณะฉบับที่แกเอาไปเขียนเป็นนิยายสงครามอวกาศ อาจจะได้อิทธิพลฉบับสิงหลบ้างรึเปล่านะครับ

เท่าที่ทราบ บางท้องถิ่นในศรีลังกายังมีพิธีบูชาสมโภชทศกัณฐ์เป็นเทศกาลของเขาอยู่จนเดี๋ยวนี้ แต่ผมไม่ทราบรายละเอียด คิดดูก็ไม่แปลก สำหรับคนอื่นทั้งโลกทศกัณฐ์อาจเป็นผู้ร้าย แต่สำหรับคนกรุงลงกา จะมองทศกัณฐ์เจ้ากรุงลงกาว่าเป็นพระเอกและวีรบุรุษคู่เมืองผู้ต่อสู่กับผู้รุกราน (พระราม) จนตัวตาย ก็คงไม่ประหลาดอะไร แล้วแต่มุมมอง
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1881



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 19 มิ.ย. 06, 14:00

 เคยอ่านครับอ.นิรันดร์ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าพิมพ์เมื่ไหร่ แต่ผมอ่านราวปี 2528-2529ก็ราวๆ 20 ปีที่แล้ว

ไม่นานนี้เห็น Provision เอามาจัดพิมพ์ใหม่(หลังชุด the Foundation ที่จัดพิมพ์ใหม่ พร้อมกับแปลภาคต่อโดย "fyta" อ.ยรรยง เต็งอำนวย) น่าเสียดายที่ยอดขายคงจะไม่ค่อยดี เขาเลยหยุดแปลภาคต่อของหนังสือเล่มนี้ (อีก 3 เล่ม)

เนื้อหาทั้งหมดเป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่อ่านจากเล่มแรก"ดุจดั่งอวตาร"ยังไม่มีวี่แววของพระรามกับทศกัณฐ์เลยครับ (หรือจินตนาการผมไปไม่ถึงเอง แหะๆ) ยิ่งคิดยิ่งอยากอ่านภาคต่อ ไม่รู้ภาคภาษาอังกฤษยังหาซื้อได้หรือเปล่านะครับ

ปล. Clarke ครับท่านพี่ นกข. ตก e ไปตัวนึง
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 20 มิ.ย. 06, 12:26

 ผมเองก็ชอบรามเกียรติมาก แล้วก็เป็นนิทานตอนเช้า เล่าให้ลูกฟังตอนนั่งไปด้วยกันในรถ
ลูก ๆ ก็ชอบ เช้าขึ้นก็รบเร้าให้เล่าต่อทุกเช้า

ดุจดั่งอวตารเป็นเรื่องของพระรามกับทศกัณฐ์ในมุมมองที่แปลกออกไปถึงความเป็นไปได้ในทางวิทยาศาสตร์(แบบนิยายวิทย์)ครับ

เช่นเรื่องบุษบก ก็เป็นยานที่ต้านแรงโน้มถ่วง
ศรราม ก็เป็นขีปนาวุธ
พวกนี้มีอายุหลายหมื่นปีเพราะสามารถเดินทางข้ามกาลเวลาได้
ผมอ่านนานมากแล้ว หนังสือก็ไม่รู้ว่าหายไปไหนแล้ว
อาจต้องไปหามาอ่านใหม่อีกสักรอบ  

ผมค่อนข้างเห็นใจทศกัณฑ์ที่เป็นเจ้าของแผ่นดินที่ถูกไล่ตกทะเลลงไปอยู่เกาะแล้วยังถูกตามไป"ผลาญราพณ์"อีก
แต่ฉงนใจกวีที่ทำไมจะต้องผูกเรื่องให้พ่ออยากได้ลูกเป็นเมียด้วย

อ่านเรื่องนี้แล้ว ทำให้คิดว่าคนที่ผูกเรื่องขึ้นมา น่าจะมีความคิดเรื่องการผสมข้ามสายพันธุ์
ไม่แน่ คนสมัยก่อน อาจมีเทคโนโลยีด้านการตัดต่อรหัสพันธุกรรมก็ได้    
บันทึกการเข้า
HotChoc
มัจฉานุ
**
ตอบ: 62


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 20 มิ.ย. 06, 12:29

 แล้วที่ว่ารามเกียรติ์คืิอนิยายอิงประวัติศาสตร์การรุกรานของเผ่าอารยันเขาไปยังอินเดีย ขับไล่เผ่าดราวิเดียนลงใต้นั้นถูกต้องแค่ไหนครับ ถ้าเป็นเช่นนั้นเผ่าลิงนี่คือพวกไหน แล้วลงกากับศรีลังกาก็คือที่เดียวกันเลยหรือครับ
บันทึกการเข้า
Japonica
ชมพูพาน
***
ตอบ: 109

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 20 มิ.ย. 06, 16:05

 นึกได้ว่าเปิดเรื่องรามเกียรติ์ทั้งที แต่ยังไม่ได้มีบท "พากย์สามตระเบิกหน้าพระ" ซึ่งเป็นคำนมัสการ
เพื่อขอสวัสดิมงคลเลยครับ

พากย์ส่งเสียงให้ล้ำเลิด...........ทั้งคนเชิดให้เพริดเพรา
เล่นล้วนแต่ชาวเรา.................ให้สรรเสริญเยินยอ
ตัดไม้มาสี่ลำ........................ปักทำขึ้นเป็นจอ
สี่มุมแดงยอ.........................กลางก็ดาดด้วยผ้าขาว
วาดรูปพระอิศวรรายดาว..........เทียบรถบนกลางหาว
อาทิตย์ก็เลื่อนอยู่เห็นแสง

ลงการาษสสำแดง.................อยุธยากล้าแซง
จะเล่นให้ท่านทั้งหลายดู
ชัยศรีโขนทวาร.....................เบิกบานประตู
ฆ้องกลองตะโพนครู...............ดูเล่นให้สุขสำราญ
หนังเราใช่ชั่วช้าสามานย์.........เล่นมาแต่ก่อนกาล
บ่อห่อนจะมีใครไยไพ
ขอกันสารพัด........................อุบาทย์เสนียดแลจัญไร
ไว้แก่ผู้ไยไพ........................ติหนังที่ดีว่าบ่มิงาม
ข้าขอคุณพระลักษณม์พระราม  เทพเจ้าผู้ทรงนาม
สถิตอยู่ทั่วทุกตัวหนัง
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 20 มิ.ย. 06, 16:50

 ได้บรรยากาศเหมือนกำลังนั่งดูหนังใหญ่เชิดเรื่องพระรามา

...เบื้องซ้ายข้าจะไหว้ทศกัณฐ์
เบื้องขวาอภิวันท์
สมเด็จพระรามจักรี...

ขอติงนิดเดียวครับ ตามที่ผมจำได้ "ลงการากษสสำแดง อยุธยากล้า*แข็ง* จะเล่นให้ท่านทั้งหลายดู" นะครับ

ถ้ากล้าแซง จะกลายเป็นแข่งรถซิ่งไป

จำได้ว่า คำว่า แข็ง เขียนตามที่เราเขียนขณะนี้ สมัยหนึ่งเคยเขียนว่า แขง และบางทีก็เห็นเขียนโดยใช้ ข.ขวด (ตหัวแตกด้วย) อาจจะดูคล้ายๆ ซ.โซ่ ครับ

ขอเชิญว่าบทพากย์ต่อครับ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 20 มิ.ย. 06, 17:00

 ขอสวัสดิมงคลตอนต้นไปแล้ว ทำให้ผมนึกถึงคำปรารภตอนจบเรื่องในพระราชนิพนธ์ แต่ไม่ได้จะชวนให้เลิกคุยนะครับ เพียงแต่อยากเอามาลงคู่กันว่า หลังจากท่านเล่าเรื่องรามเกียรติ์มาจนตลอดเรื่องจบแล้ว ก็ทรงลงท้ายเป็น "คำตาม" (ม่ใช่คำนำ) ไว้ ตามที่ผมจำได้กระท่อนกระแท่น ผิดตรงไหนโปรดช่วยแก้ด้วย ว่า

...อันพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์
ทรงเพียรตามเรื่องนิยายไสย
ใช่จะเป็นแก่นสารสิ่งใด
ตั้งพระทัยสมโภชบูชา
ใครฟังอย่าได้ใหลหลง
จงปลงอนิจจังสังขาร์
ซึ่งอักษรกลอนกล่าวกำหนดมา
โดยราชปรีดาก็บริบูรณ์ฯ

ซึ่ง เมื่อผมอ่านแล้วก็รำพึงขึ้นมาในใจว่า ในหลวงของไทยพระองค์ที่ทรงให้มีการแต่งพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์ ตามเรื่องนิยายฮินดูรามายณะ (ซึ่งทรงเรียกว่า "นิยายไสย" ไสย หรืลัทธิไสย บางทีแปลว่าความเชื่อทางพราหมณ์ก็ได้) นี้ ได้ทรงแสดงพระองค์หรือประกาศมานิเฟสโต้ไว้ชัดเจนท้ายเรื่อง ว่า ทรงเป็นพุทธ มิได้เป็นพราหมณ์ ถึงจะชอบฟังนิทานฮินดูก็เถิด
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1881



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 20 มิ.ย. 06, 17:08

 ต้นฉบับรามายณะกระแสหลักไม่ปรากฏเรื่องที่ว่าสีดาเป็นลูกของราพณ์นะครับ

แต่มีกระแสรองบางฉบับที่ว่าอย่างนี้ เข้าใจว่าไทยได้รับเอาฉบับนี้มาแหละครับ นางสีดาจึงเป็นลูกของทศกัณฐ์

ผมคุ้นๆเหมือนเคยอ่านในศิลปวัฒนธรรมบางเล่มที่ลงความเห็นว่าเรื่องสีดาเป็นลูกทศกัณฐ์นี่เป็นเรื่องที่ไทยแต่งเติมเอง ก็คงจะเป็นเพราะว่าไม่ทราบเรื่องตำนานกระแสรองพวกนี้นี่แหละครับ

ส่วนเรื่องรามายณธเป็นตำนานการขับไล่ดราวิเดียนโดยพวกอารยันนั้นคิดว่ามีมูลอย่างมากครับ ทุกวันนี้พวกทมิฬในศรีลังกายังมีปัญหาเรื่องการแบ่งแยกอยู่เลยครับ ส่วนพวกลิง เข้าใจว่าเป็นชนพื้นเมืองที่มีผิดไม่คล้ำเท่าพวกดราวิเดียน ออกไปทางเหลืองๆ และรูปร่างเล็กกว่า อย่างพวกทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียปัจจุบันครับ

ผู้ชนะเป็นเทวดาจำแลง พวกแพ้เป็นยักษ์ คนช่วยรบได้รับเกียรติเป็นลิง

ให้มันได้อย่างนี้สิท่าน!
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 21 มิ.ย. 06, 18:37

 ตำราที่ดิฉันเรียนมาก็เป็นเรื่องการแผ่อำนาจของอารยันเหมือนกันค่ะ
ต่างกันหน่อย ว่า พระรามเป็นอารยัน   ทศกัณฐ์คือพวกทมิฬหรือสิงหล
ส่วนพลลิงนั้นคือดราวิเดียน   หรือฑราวิท

เรื่องนี้โยงไปถึงหินโสโครกที่เรียกว่าถนนพระราม ทางใต้ของอินเดีย    ไม่ทราบว่าเป็นตำนานเกิดขึ้นภายหลังหรือเปล่า แต่เรื่องรามายระคงแพร่หลายไปถึงที่นั่นแล้วในตอนนั้น

ตำนานของเฮเลนแห่งทรอยกับนางสีดา มีอะไรคล้ายคลึงกันอยู่    อาจเป็นการแพร่ของตำนานที่ข้ามจากกรีกไปจนถึงอินเดีย
บันทึกการเข้า
กุรุกุลา
พาลี
****
ตอบ: 235


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 21 มิ.ย. 06, 21:16

 เคยได้ยินว่าที่อินเดียใต้ยังบูชาทศกัณฐ์อยู่เลย และออกจะเคืองๆที่ส่วนอื่นๆมีประเพณีเผารูปทศกัณฐ์ เลยประกาศออกมาว่าถ้ายังเผาอยู่จะเผารูปพระรามบ้าง
บันทึกการเข้า
Japonica
ชมพูพาน
***
ตอบ: 109

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 22 มิ.ย. 06, 03:47

 อ่านพบ ตลกดีครับ
ในสมัย ร. 4 มีการเก็บภาษีโขนด้วย มีขุนสมัชชาธิกร เป็นเจ้าภาษีละคร
รับผูกภาษีมหรสพ ซึ่งในสมัยนั้นก็มีแต่ โขน/ละคร ครับ

ละครโรงใหญ่ เล่นเรื่อง
รามเกียรติ์ 1 วัน 1 คืน ภาษี 20 บาท
อิเหนา........................... 16 บาท
อุณรุท........................... 12 บาท
ละครสามัญเล่นงานปลีก......2  บาท
บันทึกการเข้า
กุรุกุลา
พาลี
****
ตอบ: 235


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 22 มิ.ย. 06, 10:00

 แพงเอาเรื่องเหมือนกันนะครับ คุณ Japonica คืนหนึ่งตั้งยี่สิบบาท แล้วตอนนี้ยังมีเก็บไหมครับ คิดว่าถ้าเก็บก็คงสงสารแก่ตัวรำทั้งหลาย แค่จะอนุรักษ์ไว้ยังยาก ถ้ายังเก็บอีกก็คงต้องบอกเลิกกันละ

เคยอ่านประกาศรัชกาลที่ 4 เหมือนกันครับ ท่านว่าห้ามทำช้างเล่นละครหรือโขนเป็นช้างเผือกหรือช้างสีประหลาด จะอนุญาตก็แต่ตอนที่มีช้างเอราวัณของพระอินทร์เท่านั้น ถ้าทำช้างเล่นละครก็ควรเป็นช้างสีดำไม่ควรเป็นสีอื่น

เมื่อสักสองสามสัปดาห์ก่อนได้มีโอกาสชมนาฏกรรมที่กล่าวขวัญกันทั้งเมือง ยังได้เห็นช้าง(จำลอง) ทำเผือกผู้สูงใหญ่งอนงาสง่างาม เลยคิดว่าเรื่องนี้หรือความเหมาะสมต่างๆคงจะเลือนหายไปนานแสนนานเสียแล้ว
บันทึกการเข้า
tuka007
พาลี
****
ตอบ: 291


คนจับจอบจับเสียม


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 22 มิ.ย. 06, 12:06

 ที่ชอบที่สุดก้อเห็นจะเป็น พญาวรนรที่ชื่อกำแหงหาญ หนุมาน นี่แหละค่ะ โดยเฉพาะเมื่อได้ดูหุ่นละครเล็ก โจ หลุยส์ แล้ว หลงรักลิงตัวนี้เป็นที่สุดไม่ว่าจะดูโขน หรือหุ่นละครเล็ก ก้อ เห็น หนุมาน กับ บรรดาพวกลิง เหมือนเด็ก ซนๆ พวกหนึ่ง ที่น่ารักมากมาย
บันทึกการเข้า

จงยิ้มให้โลก...แล้วโลกจะยิ้มให้เรา
Japonica
ชมพูพาน
***
ตอบ: 109

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 22 มิ.ย. 06, 23:02

 อ่านโคลงรามเกียรติ์บทนี้แล้วรู้สึกว่า สงครามระหว่างวานรและอสูร คงจะกระเทือนไปทั้งสามพิภพแน่ๆ เลยครับ

เสียงประโคมแข่งเอื้อ........เอิกอึง
เสียงพลุสัญญาณตรึง.........ตื่นฟ้า
เสียงโห่สะท้านถึง..............พรหมโลก
เสียงบาทสะเทือนหล้า........เล่ห์ด้าว  ดินไหว

(โคลงรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ ร. 5)
โปรดเกล้าฯ ให้ประชุมนักปราชญ์บัณฑิตแต่งขึ้นประกอบไว้ที่ระเบียงวัดพระแก้ว ในโอกาสฉลองกรุง 100 ปี
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 9
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง