เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 12
  พิมพ์  
อ่าน: 29544 มดอยากรู้ สำรวจกรุภาพเก่า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 07 มิ.ย. 06, 13:34

ท่านจิต ยังบอกต่อไปอีกว่า เรือนแพนอกจากขายของแล้ว ก็เป็นที่อยู่อาศัยอีกด้วย
ขอให้ดูภาพที่ 43  หนึ่งร้อยกว่าปีก่อนสำนักวางผังเมืองถือกำเนิด   ตึกแถวอาคารพานิชย์ยังไม่มี   เมืองฟ้าอมรของเราแม้ว่าเต็มแน่นไปด้วยเรือนแพสองริมน้ำ  แต่ก็มีระเบียบอยู่ในตัว
ไม่มีลักษณะชุมชน ซึ่งเป็นคำระคายหูคุณพิพัฒน์

บ้านเรือนเตี้ยๆ เพราะเทคโนโลยี่สร้างตึกหลายชั้นยังไม่มีใครรู้จัก ทำให้ไม่บดบังทัศนียภาพ
โดยเฉพาะเมื่อท่านจิตอุตสาหะมานะ  ปีนป่ายขึ้นบนพระปรางค์วัดอรุณ   พาลูกน้องหอบหิ้วกล้องและอุปกรณ์ถ่ายรูปเท่าตู้เย็น 5 ใบ
ขึ้นไปจับภาพมุมกว้างมาให้เห็น

รายละเอียดคุณพิพัฒน์คงมาต่อให้เอง

เรือนแพหนึ่งในหลายพันแห่งริมเจ้าพระยานี่เอง มิศฟะรันซิศจิต จำได้ว่ามีหลังหนึ่งเป็นที่อาศัยของแม่พุ่ม สาวงามลูกผู้ดีสยาม  ธิดาของพระยาราชมนตรี (ภู่) บรรพบุรุษของคุณแซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี

เจ้าคุณพ่อท่าทางจะใจกว้างเอาการ   สร้างแพให้ลูกสาวอยู่จนโตเป็นสาว ก็ไม่ยักเก็บตัวขึ้นเรือนใหญ่บนตลิ่งให้มิดชิด
ทั้งนี้ เรือนแพเปรียบเสมือนด่านหน้า    ใครสัญจรพายเรือมาแวะก็แวะเข้าแพก่อนเข้าบ้านบนฝั่ง

เจ้าคุณราชมนตรีท่านตามใจลูกสาว   ทั้งที่เธอสวยจนคนตั้งเรียกว่าบุษบา ก็ยังปล่อยให้หนุ่มๆเข้ามาเล่นสักรวากันบนเรือนแพไม่ขาดสาย
หนุ่มลูกพระน้ำพระยาอย่าหวังเลยว่าจะเข้าใกล้ได้      แขกประจำเรือนแพ ต้องระดับเจ้าต่างกรม    และโน่นแน่ะ ทูลกระหม่อมฟ้าน้อย  เจ้าฟ้าจุฑามณี   ซึ่งเมื่อทรงเป็นชายหนุ่ม ได้ชื่อว่ารูปงามและปราดเปรียวนัก

บุษบาริมน้ำเป็นคนกล้า   เมื่อเจ้านายหนุ่มจะเสด็จกลับ  เธอก็กล้ายุดพระแสงเอาไว้ไม่ให้กลับ
จึงไม่แปลกที่เธอได้ไปเป็นหม่อมของท่านในวันหนึ่ง และไม่แปลกเหมือนกันที่อีกวันหนึ่ง เธอก็สละสิทธิ์หม่อมกลับไปเป็นพนักงานในวังหลวงตามเดิม

ท่านฟะรันซิศบ่นอุบอิบให้ฟังว่า เสียดาย  ตอนคุณพุ่มยังสาว ฉันยังเด็ก   ไม่ทันได้ร่ำเรียนวิชาชักเงารูป
จึงไม่มีรูปมายืนยันความงามของกวีหญิง    กว่าจะชักเงารูปเป็น  คุณพุ่มก็คราวป้าคราวย่าเสียแล้ว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 07 มิ.ย. 06, 13:40

 อ้าว คุณพิพัฒน์คร่ำเคร่งกับรูปจนตาเจ็บเสียแล้ว
รอให้ไปพักสายตาก่อนค่ะ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 07 มิ.ย. 06, 14:06


.
เดาถูกว่าอาจารย์จะต้องเล่าเรื่องเรือนแพของคุณบุษบา เสียดายท่านจิตไม่ได้ถ่ายรูปแถวท่าช้างไว้เลย
แต่รูปเรือนแพนี้ก็ไม่ด้อยศักดิ์ศรีกว่ากันสักกี่มากน้อยกระมัง
ตามที่ท่านจันทร์เล่าไว้ในนิทานคำกลอนสุนทรภู่ หรืออีกเรื่องที่ทำคู่กัน บอกว่าหน้าวังเดิม มีเรือนแพทอดอยู่ เป็นที่พักของพระยาอะไรผมก็ลืมชื่อเสียแล้ว สุนทรภู่สมัยมาพึ่งท่านฟ้าน้อยก็อยู่แพนี้แหละครับ
ในรูปนี้ วังเดิมครองโดย กรมหลวงวงษาธิราชสนิท แพยังอยู่ แต่มีสองแพ เดาไมถูกว่าเป็นหลังใด เรือนแพชุดนี้เดี๋ยวก็สองเดี๋ยวก็หนึ่ง เป็นที่ปวดเศียรเวียนเกล้า แก่นักไต่ตอมรูปอย่างกระผมเป็นที่ยิ่ง

แต่เป็นเรือนบรรดาศักดิ์นะครับ เวลาเจ้าเมืองห่างไกลมาราชการในกรุง ก็พักที่นี่แหละ

ตอนนี้รอมัคคุเทศก์ขยายเรื่องต่อ ฟังมันยังกะเดินไปเจอคุณพุ่มทีเดียว
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 07 มิ.ย. 06, 14:17


.
ลองดูสาวงามที่ฟรันซิศ จิต บันทึกภาพไว้ แม่นางบุษบาท่าเรือจ้างคงไม่ด้อยกว่านี้ไปสักเท่าใด
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 07 มิ.ย. 06, 14:46

 อยากจะชวนคุณ sound engineer มาค้นหาในภาพ คห. ๔๘ ว่าเกาะน้อยที่คุณจำได้อยู่ในภาพนี้ด้วย  
เห็นไหมคะว่าตรงไหน

หนึ่งร้อยกว่าปีก่อน   เจ้าพระยามีเกาะน้อยแบบนี้ผุดเหนือน้ำให้พักเรือนั่งเล่นกันได้    ถ้าหนุ่มสาวมานั่งจีบกันละก็   ทำมิวสิควิดีโอได้ออกมาสวย  ไม่ต้องจัดฉากด้วยซ้ำ
เสียดายว่าหายไปหมดไม่มีเหลือแล้ว   เหมือนเรือนแพและอะไรอีกหลายๆอย่างในภาพ  
ยังดีที่พระปรางค์วัดอรุณยังสง่างามประทับใจอยู่

วังกรมหลวงวงศาธิราชสนิท คืออาคารสีขาวทางซ้ายมือของภาพใช่ไหมคะ  รวมอาคารหลังแพทางซ้ายด้วยหรือเปล่า

มิศฟะรันซิศ จิตแอบกระซิบบอกว่า กรมหลวงวงศาฯ ท่านทรงเชี่ยวชาญนักเรื่องหยูกยา   ไม่มีใครเทียบได้
ท่านรักษาคนอื่นได้สารพัดตั้งแต่เจ้าแผ่นดินลงมา  แต่เวลาหมอประชวรเสียเอง  รักษายากที่สุด
หมอที่ไหนเข้าไปถวายพระโอสถ   เป็นถูกซักไซ้ไล่เลียงเรื่องตัวยาเสียจนหมอแทบจะตายก่อนรักษา  เพราะทรงเก่งเรื่องยาเกินหน้าหมอนี่เอง

เห็นรูปวัดแจ้งฝีมือท่านจิต  แล้วนึกถึงนิราศสุพรรณของสุนทรภู่ เลยถามท่านจิตว่าโคลงบทนี้หมายความว่ายังไง

วัดแจ้งแต่งตึกตั้ง............เตียงนอน
เคยปกนกน้อยคอน.........คู่พร้อง
เคยลอบตอบสารสมร......สมานสมัคร รักเอย
จำจากพรากนุชน้อง........นกน้อยลอยลม

ท่านจิตไม่ค่อยตอบอย่างอื่น  บอกแต่ว่าสุนทรภู่แฟนแยะ  แม่สาวนกนี่ก็อยู่ในลิสต์
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 07 มิ.ย. 06, 15:00

 ภาพขวาใน ค.ห. 49

สาวสมัยรัชกาลที่ 4   เดาว่าเป็นสาวไฮโซ   เป็นลูกเมียใครไม่ทราบ แต่คิดว่าเป็นชาววังหรือไม่ก็ผู้ดีมีตระกูล ไม่ใช่สาวชาวบ้าน ทรวดทรงดูอ้อนแอ้น แขนกลมกลึง  แสดงว่าไม่เคยทำงานหนัก

เธอไว้ผมทัดยาวลงมาเกือบถึงบ่าตามแฟชั่นสมัยรัชกาลที่ 4  สไบทันสมัยมาก ด้านข้างสั้นเห็นต้นแขน  ลักษณะเป็นแพรเนื้อนิ่ม น่าจะผ้าอิมพอร์ต  
ถ้าเป็นแฟชั่นเดิม สไบผืนกว้างคลุมลงมาถึงศอก  
สวมสร้อยตัว สร้อยข้อมือและแหวนพราวนิ้ว   ยังงี้ไม่ใช่มือที่ต้องตักน้ำตำข้าวแน่นอน   รู้จักโพสต์ท่าวางมือกุมกันเสียด้วย
โจงกระเบนที่นุ่ง รอยกลีบผ้าจีบที่สะโพกสวยมาก  เป็นการนุ่งผ้าอย่างประณีตทีเดียวเพื่อมาถ่ายรูป
นั่งบนอะไรสักอย่างมีพรมปูรองรับ  มีอุปกรณ์ประกอบฉากคล้ายแจกัน เดาว่าเป็นจอกหรือโถเครื่องประทิ่นผิว

ส่วนสาวคนทางซ้าย น่าจะสาวผู้ดีเหมือนกัน  ห่มสไบจีบแบบนี้ชาววังเขาจีบกัน  หน้าตาก็คมขำ
ชอบโจงกระเบนในภาพโบราณอย่างหนึ่งคือเขานุ่งกันสวย  เสมอกันทั้งสองขา  ไม่สูงข้างต่ำข้างอย่างดารานุ่งในละครพีเรียด แล้วพอเคลื่อนไหว ชายจะห้อยลงมายาวข้างสั้นข้าง
บันทึกการเข้า
วันเสาร์
อสุรผัด
*
ตอบ: 20


ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 07 มิ.ย. 06, 15:07

 ขออนุญาตยกมือตอบคำถามอาจารย์ค่ะ ในความเห็น19 ที่ว่า
วัดกัลยาณ์นี่หรือเปล่าที่โบราณออกเสียงว่าวัดกัลละหว่า

เท่าที่เคยทราบมา มีโบสถ์คริสต์แถวตลาดน้อย เรียกชื่อว่า"วัดกัลละหว่า" เป็นสำเนียงที่ดัดแปลงให้คุ้นกับปากคนไทยแล้ว เดิมเป็นภาษาฝร่ังจำช่ือไม่ได้ค่ะ ถ้าอย่างไรคงต้องค้นข้อมูลเก่าเพื่อความแม่นยำยิ่งขึ้น
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 07 มิ.ย. 06, 16:30

 ยกมือหนับหนุนครับ
อยู่ตรงแยกตลาดน้อยตรงเข้าไป ถ้าเลี้ยวซ้ายคือไปริเวอร์ซิตี้ ถ้าตรงไป เจอเลยครับ น่าจะเพี้ยนมาจาก คัลละวารี่ Calvary เป็นศัพท์ศาสนาแปลว่าอะไรผมไม่กล้าแปล เพราะไม่รู้ครับ

สาวงามทางซ้าย มีรูปเธอหลายท่าครับ กับสามี 1 กับลูกชาย 1
พิมพ์ลงหนังสือก็หลายเล่มครับ

เรื่องผ้า เห็นคุณติบอหลอกน้องใหม่มาเข้าเรือนไทยได้อนงค์หนึ่ง ขอเรียยนเชิญมาวินิจฉัยด้วยได้ใหมครับ
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 07 มิ.ย. 06, 16:33

 ไม่ได้อ่านแค่ข้ามคืน กระทู้นี้ก็ไปไวยิ่งกว่าติดจรวดซะแล้ว เมื่อวานนี้ตอนดึกๆที่อ่าน ความเห็นเพิ่มเติมเพิ่งจะมีแค่ 33 ความเห็นเอง
ว่าแล้วก็รีบเอาเรือแจวลำน้อยแจวไล่ให้ทันเรือลำใหญ่ที่ อ.เทาชมพูเป็นมัคคุเทศก์กิติมศักดิ์อยู่ไปให้ทัน

แฮก  กว่าจะลงมาถึงตรงนี้ได้ ก็เหนื่อยน่าดูเลยผม

ยังไม่อยากตอบเรื่องอื่นให้เสียบรรยากาศกระทู้
ผมขอยกมือตอบอ.เทาชมพู เรื่องเดียวกับ คุณวันเสาร์ ในความเห็นที่ 52 อีกทีซะก่อน เรื่องโบสถ์กาลหว่าร์ครับ
โบสถ์นี้ ถ้าสมาชิกเรือนไทยท่านไหนชอบของเก่า หรือโบราณวัตถุ ไปเดินเล่นริวเอร์ซิตี้บ่อยๆ อาจจะได้เห็นบ้าง เพราะศิลปะแบบ Neogothic ของโบสถ์ค่อนข้างสะดุดตา
ยิ่งสมาชิกท่าไหนไปเดินซื้อเสื้อผ้า กินไก่ทอดที่ท่าน้ำคลองสานล่ะก็ เวลาข้ามเรือมาฝั่งพระนครจะเห็นชัดแจ๋วทีเดียวเชียวแหละ


ตอนแรกผมว่าจะชวนสมาชิกอีกท่านที่เรียนโรงเรียน "กุหลาบวัฒนา" ต้องไปฟังสวดที่โบสถ์กาลหว่าร์ทุกสัปดาห์ตอนเป็นเด็กประถมมาเล่าความหลังเมื่อ 40 ปีที่แล้วให้ฟัง
แต่เห็นทีสมาชิกที่ผมเชิญไปจะไม่ว่างซักที คนไปเชิญอย่างผมเลยอดทนรอไม่ไหวเลยขออนุญาตเปิดกระทู้ใหม่เรื่องวัดกาลหว่าร์เองแล้วกันครับ
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 07 มิ.ย. 06, 16:39

 โพสต์เรื่องโบสถ์ชนกับคุณpipat เสียแล้ว

เรื่องผ้า ผมไม่แน่ใจว่าจะหลอก "น้อง" ของคุณpipat มาได้หรือไม่นะครับ
เมื่อวันก่อนตอนโทรศัพท์คุยกันขอให้มาช่วยเล่าเรื่อง "วัดแม่พระลูกประคำ" ในเรือนไทยให้ที
ก็ได้รับคำตอบมาว่า "อยากก็เล่าเองเถอะ เดี๋ยวอ่านต้นฉบับให้ก่อนรอบนึง"

ผมเลยต้องมานั่งเรียบเรียงกระทู้อยู่นี่แหละครับ แหะๆ




ปล. คราวนี้ผมขอส่งความเห็นที่ 53 ของคุณpipat ไปแทนแล้วกันนะครับ
ไม่อยากเอางูตัวหนักอึ้งตัวที่ 2 มาใส่เป็นสร้อยเหมือนตอนนี้อ่ะครับ คุณpipat
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 07 มิ.ย. 06, 17:36

 เห็นจะต้องไปกินไก่ทอดแถวท่าน้ำคลองสานเสียแล้วละค่ะ คุณติบอ
*****************
ติดใจสาวงามทั้งสองภาพ    คนซ้ายที่ห่มสไบจีบ แฟชั่นเดียวกับคุณสาย  แม่บ้านต้นตำหนักของเสด็จเจ้านายแม่พลอย
อยากเห็นสามีกับลูกว่าแต่งแฟชั่นแบบไหนจังค่ะ

ส่วนนางแบบสาวไฮโซสยามคนขวา   ดิฉันนึกถูกชะตาเธอ ชอบท่านั่ง หลังตรงดี ไม่ชอบคนนั่งค้อมหลัง
ขอยึดเป็นนางแบบแทนตัวคุณพุ่มไปพลางก่อนนะคะ
แม้เดาว่าเธออาจจะเกิดหลังบุษบาท่าเรือจ้างไม่ต่ำกว่า ๓๐ ปี

ในเมื่อมิศฟะรันซิศ จิต ไม่ถ่ายรูปคุณพุ่มไว้ให้เราดู  ก็ต้องอาศัย verb to เดา ลูกเดียว
อย่างแรกคือเชื่อว่าคุณพุ่มต้องเป็นคนผิวขาวเนียน  ไม่ต้องพึ่งครีมไวเทนนิ่ง   แต่ลงขมิ้นขัดผิว ขาวเหลืองแบบคนไทย
บุษบานั้นงามผุดผ่อง  ดังที่สังคามาระตาผู้ช่วยพระเอกชมว่า
อันนางโฉมยงองค์นี้..........เลิศล้ำนารีในแหล่งหล้า
นวลละอองผ่องพักตร์โสภา......ดังจันทราทรงกลดหมดมลทิน


ถ้าเป็นสาวไทยผิวคล้ำ เขาเรียกว่าผิวสองสี ดำแดง   นางจินตะหรา "งามงอนอ่อนระทวยนวยแน่ง.......ดำแดงผิวเนื้อสองสี " ความนิยมสู้ผิวขาวไม่ได้

ได้สมญาว่าบุษบาท่าเรือจ้างทั้งที  ไม่งามก็ผิดไปละค่ะ

แต่มิศฟะรันซิศ จิต กระซิบบอกลูกทัวร์ว่า  บุษบาคนงามฤทธิ์เดชสมกับเคยเป็นอุณากรรณ
ยามอายุเข้าปูนชรา  เธอเคยโต้สักรวากับหนุ่ม ปากคอเราะรายเกี้ยวพาราศีตามถนัด  จะเอาเป็นเมีย
เธอก็ตอบโต้    เสียดายท่านจิตจำได้ไม่ครบ จำได้แต่ว่า
"อย่าเป็นเมียเลยคะหม่อม ยอมเป็นแม่
ฉันก็แก่รุ่นราวกับคราวป้า"
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 07 มิ.ย. 06, 21:58

 .










สาวมาดมั่นยุค ร. 4 กับครอบครัว
เสียดายรูปหนึ่งยับเยินไปหน่อย
หัวเข็มขัดของผู้ชาย เหมือนที่ท่านยอดยิ่งยศใช้

อาจจะบ่งบอกสังกัดกระมัง  
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 07 มิ.ย. 06, 22:08


.
คราวนี้มาชมสาวงามกัน
รูปขวามือเป็นลายเส้นอยู่ในหนังสือของมูโอต์ ทีแรกนึกว่าโมเมเขียนขึ้นมา
ที่ใหนได้ ไปเจอว่ามีจริง อยู่ที่ห้องสมุดคอร์แนล
เสียดายได้มารูปเล็กมาก ดูไม่เต็มตาครับ

ช่างเขียนฝรั่งทนดูไม่ได้ ใส่ผ้าให้ คงคิดว่าอุจาด
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 07 มิ.ย. 06, 22:11


.
รูปซ้าย เป็นลายเส้นจากหนังสือของจอห์น ธอมสัน
เก้าอี้ เป็นตัวเอียวกับที่พระองค์เจ้านพวงศ์ทรงนั่ง
เลยคิดว่าจะเป็นหม่อมของท่านกระมัง
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 07 มิ.ย. 06, 22:13


.
นางเล็กๆ ในวังกระมัง ยังใส่กำไลเท้าอยู่เลย
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 12
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.057 วินาที กับ 19 คำสั่ง