ยายกะลี ตากะลา

<< < (5/5)

TNT108:
 ขอบคุณ คุณ  Hotacunus อย่างมากเลยครับ

ลำดวนเอ๋ยพี่จะด่วนไปก่อนแล้ว:
 ยายกะลา ตากะลี เท่าที่เคยได้ยิน เป็นเจ้าที่ผีป่าช้า แต่ก็มีบางคนบอกว่า ยายกะลา ตาละลี เป็นชื่อเรียกผีเจ้าที่เจ้าทางทั่วไป ซึ่งผม ก็ขอสรุปเอาเองว่า ตามความเชื้อพื้นเมืองของไทย และชนชาติในภูมิภาคนี้ เชื่อเรื่องผีอยู่อย่างลึกซึ้ง แม้นว่าพระพุทธศาสนาจะเข้ามาเผยแผ่พระศาสนาแล้วก้ตาม ความเชื่อเหล่านี้ก็ยังคงอยู่แนบแน่นกับชนชาติ ดังนั้นการที่จะออกชื่อผีที่เชื่อถือกันว่าเป็นผีที่สิงสู่อยู่ในสถานที่นั้นมาก่อน ก็ได้เกิดการคิดที่จะเรียกขานชื่อออกมา ซึ่งก็คือ การออกชื่อ ยายกะลา ตากะลี ซึ่งเป็นการเรียกชื่อรวมๆ เหมือนกับที่ เราออกชื่อพระภูมิ ว่าพระชัยมงคล ทั้งๆที่ถ้าดูตามตำนานแล้ว พระชัยมงคล เป็นโอรสของท้าวทศราชเจ้ากรุงพลี ซึ่งก็มีโอรส ๙ องค์และแบ่งสถานที่ให้โอรสไปดูแล ต่างกัน แต่ภายหลัง คนก็รู้จักคุ้นแต่พระชัยมงคลเท่านั้น

ลำดวนเอ๋ยพี่จะด่วนไปก่อนแล้ว:
 จากตำนานโบราณ   มาจากอารยะธรรมของฮินดู    ศาสนาพราหมณ์  ตำนานพระนารายณ์อวตาร ๑๐ ปาง   ปางที่ ๕  พระนารายณ์อวตาร  ลงมานามว่า วามนพราหมณ์

              ความเดิมมีอยู่ว่า   มียักษ์ตนหนึ่งชื่อพลี   ถูกเทวดาฆ่าตาย  ในสงครามกวนน้ำทิพย์   พวกพ้องพาศพไปให้  พราหมณภาร์ควะ    ชุบให้กลับฟื้นคืนชีวิตขึ้นมา    ท้าวพลี (เจ้ากรุงพาลี)   ซึ่งบำเพ็ญตะบะจนกระทั้ง   บังเกิดอิทธิฤทธิ์แก่กล้า     จึงยกกองทัพขึ้นไปรบ    กับพระอินทร์และเหล่าเทวดาทั้งหลาย     เพื่อล้างแค้นและแก้กลโกงของเทวดา   ที่ได้กระทำตน   ในคราวกวนน้ำอมฤตนั้น      

               ท้าวพลีได้รับชัยชนะ  เป็นผู้เข้าครองโลกทั้ง 3 คือ สวรรค์ มนุษย์ และบาดาล อยู่ระยะหนึ่ง   จนกระทั่งเทวดาทั้งหลายพากันไป   อัญเชิญพระนารายณ์        พระนารายณ์ทรงอวตารลงมา   นามว่า  "วามนพราหมณ์"

               วันหนึ่งวามนพราหมณ์  ได้ข่าวว่า   เจ้ากรุงพลี เตรียมจะทำยัญญะกิจพิธี    จึงเดินทางไปหาท้าวพลี    ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี   และออกปากว่าจะให้ทุกอย่าง  ที่มีแก่ วามนพราหมณ์  ๆ ได้ช่องจึงทูลขอที่ดิน   เพียงสามย่างก้าวเท่านั้น   ท้าวพลีก็ตกปากรับคำให้โดยทันที   ปราศจากการไตร่ตรองใดๆ  ทั้งสิ้น   วามนพราหมณ์ ได้ที   จึงแผลงฤทธิ์เหยียบพื้นดิน  ไปเพียงสองย่างก้าวเท่านั้น   ก็ตลอดหมดโลก แล้วกลายร่างเป็น "พระนารายณ์"

                 ท้าวพลี ได้แต่นั่งตะลึง   คอตกพูดอะไรไม่ออก   เพราะได้เอ่ยวาจาจะให้    ตามที่วามนพราหมณ์ขอไว้แล้ว    บัดนี้ย่างไปเพียงสองก้าว    ก็ตลอดจดหมดโลกแล้ว   ยังอยู่อีกก้าวหนึ่ง   ก็ไม่รู้จะเอาที่ไหน    ฉะนั้นท้าวพลีจึงไม่มีสิทธิ   ที่จะอยู่โลกนี้ต่อไป  

                 ท้าวพลีก็ถูกลงโทษ     ให้ไปอยู่ในโลกบาดาล    ท้าวพลีทูลอ้อนวอน    ของประทานอภัยโทษแก่พระนารายณ์  ๆ    ทรงโปรดประทานยกโทษ    และให้ไปครองแดนสตุล   คือภาคสูงของบาดาล

                 ท่านเจ้ากรุงพาลี มีโอรส  ๙  พระองค์    ได้มีการของร้องแต่องค์พระนารายณ์ว่า   ขอแบ่งที่เล็กน้อยให้แก่บรรดาลูก ๆ   ของท้าวพลี บ้าง   จึงกลายมาเป็นที่มา   ของการตั้งศาลพระภูมิ   ว่าเป็นการอัญเชิญบรรดาลูก  ๆ    ของท้าวพลี   ลงมาสถิตอยู่   โดยแต่ละพระองค์   จะถูกอัญเชิญไปตามสถานที่ต่าง  ๆ      แตกต่างกันดังนี้

                                   รายพระนามเทวาบุตร  ทั้ง  ๙  พระองค์    ซึ่งเป็นบุตรของพระเจ้ากรุงพาลี

๑.  พระชัยมงคล                                       รักษาเคหะสถาน ร้านโรง(สมาคม) หอการค้า

๒. พระนครราช                                       รักษาค่ายทหารและบันได

๓.  พระเทวเกร                                         รักษาคอกสัตว์

๔.  พระชัยสพ                                          รักษา ยุ้งฉางข้าว  เสบียงคลัง

๕.  พระคนธรรพ์                                     รักษาโรงพิธี  อาวาห์และวิวาห์  เรือนหอบ่าวสาว

๖.  พระธรรมโหรา                                   รักษา ที่นา ทุ่งนา ลานและป่าเขา  ตามคันนา (เจ้าพ่อทุ่งดำ)

๗.  พระวัยทัต                                            รักษา วัดวาอาราม  วิหาร  และปูชนียวัตถุ

๘.  พระธรรมมิกะราช                             รักษา  อุทยาน  สวนผลไม้ พืชพันธุ์

๙.   พระทาษราช                                       รักษาห้วย หนอง คลอง คู บึง แม่น้ำ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[*] หน้าที่แล้ว