เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 9
  พิมพ์  
อ่าน: 27077 นอร์แมน ร็อคเวลล์ ศิลปินวาดภาพประกอบชาวอเมริกัน
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 29 พ.ค. 06, 18:39

สวัสดีจ้ะ แม่ปลาทองคลีโอ  โผล่พ้นน้ำแล้วหรือ
ดู Pleasantville แล้วเหมือนกัน  ชอบมาก  โดยเฉพาะตอนที่สีสันมันค่อยๆแต้มสีขาวดำของเมืองขึ้นมาทีละส่วน..ทีละส่วน

ขอย้อนกลับไปพูดถึงภาพ Freedom from Want   ภาพนี้ปลอบขวัญกำลังใจในยามสงครามได้ตรงเป้า
เรามองเห็นภาพโต๊ะอาหารที่แสนอุ่นหนาฝาคั่ง   สมาชิกในครอบครัวหน้าชื่นตาบาน    
ผู้ชายตรงมุมภาพขวาล่างยังส่งยิ้มให้คนดูภาพราวกับจะเชื้อเชิญให้เข้าไปในภาพด้วยกันอีกแน่ะ
ไม่มีร่องรอยความขาดแคลนในสงครามให้เห็น

คุณยายใจดี  อ้วนท้วนสมบูรณ์ยกถาดวางไก่งวงตัวใหญ่เหลืองอร่ามเข้ามา    มีคุณตาคอยเตรียมพร้อมจะช่วย   ลูกๆหลานๆเริงร่ากันรอบโต๊ะ  เครื่องเงินอย่างโถน้ำเกรวี่ ขวดเกลือพริกไทย ขัดขาววับนำออกมาวางในโอกาสพิเศษ
น่าจะเป็นการเลี้ยงฉลองในวันแธงส์กิฟวิ่ง   ไม่ใช่คริสต์มาส   วันนี้เป็นวันของอเมริกันแท้  ยุโรปไม่มีวันนี้
เป็นบรรยากาศอบอุ่นของบ้านอเมริกัน กินอยู่กันอิ่มหนำทั่วหน้ากัน

ส่วน Freedom from Fear เราเห็นแม่กำลังบรรจงเหน็บผ้าห่มขาวนุ่มให้ลูกน้อยไร้เดียงสาสองคน  
สัมผัสของแม่แผ่วบาง ทะนุถนอมจนลูกน้อยหลับอย่างอบอุ่นเป็นสุข   ไม่มีสะดุ้งตื่นตกใจ   พ่อยืนอยู่ข้างแม่ เหมือนเป็นหลักของครอบครัว  
มือถือหนังสือพิมพ์  ข่าวพาดหัวจะรุนแรงยังไงก็ตาม   แต่ก็เป็นเพียงในกระดาษ  ไม่มีอันตรายใดๆมากล้ำกรายหนูน้อยในภาพนี้ได้
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 29 พ.ค. 06, 19:14




.

MoMa เขาเทียบสองคน เฮียไว(คริสติมน่า) กะเฮียฮ๊อป(รูปนี้) ใครอ่านออกเขียนได้ แปลหน่อยดิ

ผมอ่านไม่ออก แต่เขียนได้ จะคอยแซว
 http://www.moma.org/education/makingchoices/lessons/02hopper2.html



MoMa ซื้อคริสตินา'ส เวิลด์ ด้วยราคา 1800 เหรีญ ปี 1948 ถือว่าแพงมาก แต่ทำเงินจากการ์ด โปสเตอร์ ฯลฯ ไม่รู้เท่าไหร่ ปกติที่นั่นมีรายได้ปีละกว่าสองพันล้านบาท คริสติน่าขายดีที่สุด



แต่ไอ้องค์กรหัวสูง ดัดจริตวี๊ดว๊ายกะตู้วู๊ ดีดดิ้นตะแล๊ดแต๊ดแต๋ของพวกไฮโซแห่งนี้ ไม่เคยคิดขยับแม้แต่ขนตาสักเส้น ให้คำขอบพระคุณอัศวินีของเรา ทั้งที่มันขายเธอไป ไม่รู้กี่สิบล้านใบ ทุด

แล้วยังไม่เคยซื้องานของเฮียไวฯ เข้าคลังด้วย งานของเฮียมันติดดินเกินไป ดูรู้เรื่องเกินไป (ไม่ได้รู้ตัวเลย ว่าดูรู้เรื่องแต่ไม่เข้าใจ มันก็อย่างเดียวกับงี่เง่านั่นแหละ) วันที่ซื้อรูปนี้ คงกินยาผิด

-----------------------

แม่ปลาทองขี้บ่น มีหนังยัยตัวร้าย....เปล่า  ไม่ใช่หนูหร็อก

ที่เป็นเด็กสาวแสนซื่อ เข้าเมืองมาจากบ้านนอก มาเป็นคนติดตามดาราใหญ่ แล้วโค่นเจ้านายเป็นดาราเสียเอง หนังขาวดำ จำชื่อเรื่องไม่ได้แล้ว  หาให้หน่อยดิ จะมาประกอบเรื่องมะริกันดรีมน่ะ



บรรยากาศแบบที่อาจารย์เทาฯ บรรยายมานี่ ไปหาหนังชุด Mr. Deed มาฝากด้วยนะจ๊ะ มีหลายภาคอยู่ เหมือนกันจริงๆ
บันทึกการเข้า
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 29 พ.ค. 06, 20:15

 บุ๋งๆๆ (กรีดครีบว่ายแจวมาแต่ไกล)

กราบสวัสดีอาจารย์กรุณา เอ๊ย อาจารย์เทาชมพู และครูพัดค่ะ

หนังยุคขาวดำนี่ เฟื่องยังไม่เกิดดีเลยค่ะ เลยได้ดูไม่มาก
แต่ฟังพล็อตเรื่องแล้วคุ้นๆ เหมือนจะเคยดูค่ะ

ขอว่ายไปฟากน้ำฝั่งกระนู้น หาข้อมูลก่อนนะคะ

:: พนมครีบ ::  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 29 พ.ค. 06, 20:35



  หนูเงือก  อย่าเพิ่งแหวกคลื่นหนี   ช่วยแปลการบ้านของครูพัดด้วยนะจ๊ะ
 http://www.moma.org/education/makingchoices/lessons/02hopper2.html



หนังขาวดำที่ว่า คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยดู

แม่สาวน้อยที่กลายมาเป็นดารา ในตอนจบ ก็มีสาวหน้าซื่อคนใหม่มาสมัครงาน เป็นกงเกวียนกำเกวียนใช่หรือเปล่าคะ

มีอีกเวอร์ชั่นหนึ่งเป็นหนังสยองขวัญราคาถูก  เนื้อหาทำนองเดียวกันแต่จบไม่ได้เรื่อง ชื่อ They Shoot Diva, Don't they?



พูดถึง Mr.Deeds ไปอ่านเนื้อหา http://www.imdb.com/title/tt0280590/#comment

รู้สึกว่าน่าดูค่ะ



เอาภาพของร็อคเวลล์มาเอาใจหนูเฟื่องนะจ๊ะ  ภาพนี้เป็นงานระยะต้นๆของเขา ราว 1927 ชื่อ Treasures

สาวน้อยยุค 1927 (ดูจากทรงผม) ขึ้นไปที่ห้องใต้เพดาน เปิดหีบสมบัติของคุณยาย หยิบชุดสมัยวิกตอเรียนที่คุณยายเคยสวมสมัยยังสาว มาลองหน้ากระจกเงา

เพื่อจะดูว่าดัดแปลงเป็นชุดใหม่ของเธอได้หรือไม่
.

.

บันทึกการเข้า
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 29 พ.ค. 06, 21:51

 แหะๆ การบ้านครูพัด นะคะ เป็นการสอนศิลปะตามหลักสูตรการเรียนรู้ของโมม่า

ภาพแรก โลกของคริสติน่านั้น เขาขยายภูมิหลังให้ฟังนิดหน่อยว่า
แอนดรูว ไวเอ็ธ และคริสติน่า (สุภาพสตรีในภาพเขียน) เคยเป็นเพื่อนบ้านกันในรัฐเมน
ไวเอ็ธชื่นชมคริสติน่าอย่างมากว่า เป็นคนฉลาด (เธอเดินไม่ได้เนื่องจากล้มป่วยตอนเล็กๆ)
ไวเอ็ธ บอกว่า คริสติน่า ชอบความรู้สึกที่ได้ออกไปอยู่ในท้องทุ่งกว้าง

บทเรียนแรกนะคะ เขามีคำถามว่า
1. เมื่อได้รับทราบภูมิหลังข้างต้นเป็นข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับภาพเขียนแล้ว  คุณรู้สึกแปลกแตกต่างไปจากครั้งแรกที่ได้เห็นภาพหรือไม่ อย่างไร
2. ชื่อภาพเขียนมีความสำคัญสำหรับคุณหรือไม่ (ถ้าหากว่า ไวเอ็ธ เปลี่ยนชื่อภาพเขียนนี้ เป็น "ฟาร์มในรัฐเมน" หรือ "ภาพเหมือนของคริสติน่า" หรือเพียงแค่ "คริสตินา"  จะสร้างความแตกต่างหรือไม่)

ทางเลือกมีดังนี้

ให้นึกถึงใครสักคนที่คุณรู้จักดี และสถานที่ประจำของเขาแห่งใดแห่งหนึ่ง(ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน หรือ ที่ที่เขาชอบ)
ถ้าคุณสามารถเขียนภาพของบุคคลนี้ในสถานที่แห่งนั้นได้
คุณจะเลือกเขียนออกมาแบบไหน
สถานที่แห่งไหนที่คุณคิดจะวาดภาพเขาออกมา
คนๆนี้จะสวมใส่เสื้อผ้าแบบไหน
คุณจะเขียนให้เห็นใบหน้าของคนๆ นี้ไหม เพราะเหตุใด

คุณอาจจะไม่ต้องวาดภาพบุคคลดังกล่าวนี้ ลงในภาพเขียนก็ได้
ทว่า คุณอาจจะเขียนสิ่งของ และสถานที่ที่เขาอยู่ หรือเขาทำงาน

ขอให้ดูภาพเขียน The Red Studio เป็นตัวอย่าง
และพินิจพิจารณาทางเลือกที่เป็นไปได้ทั้งหลายแหล่ประกอบด้วย
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 29 พ.ค. 06, 22:11


.
ซ้ายมือคือหนุ่มซื่อ กระทาชายนายดี้ด
ขวามือคือสาวแสบอีฟ all about eve

ขอแนะนำเว็บนี้ มีความบันเทิงสำหรับวัตถุโบราณ...เอ๊ยไม่ใช่ สำหรับ หนุ่ม-สาวรุ่น...(ก่าววว)
 http://www.classicmoviefavorites.com/

ประเด็นที่น่าคิดก็คือ
หนัง จำลองชีวิต
หรือ ชีวิต เอาอย่างหนัง

นี่เป็นอีกหนึ่งวิกฤติได้กระมัง
บันทึกการเข้า
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 29 พ.ค. 06, 22:23

 อย่าเอาอย่างจำลองละกัน

อุอุ แว้บบบบบบบบบบบ...
บันทึกการเข้า
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 30 พ.ค. 06, 00:26

 ตามบัญชาค่ะ แปลการบ้าน แล้วครูพัดสอนต่อนะคะ อิอิ

ถัดมา โมม่า เลือกภาพมาเปรียบเทียบกันประกอบการทัศนาศิลปะ

ภาพแรก โรงภาพยนตร์ในนิวยอร์ค ของเอ็ดเวิร์ด ฮอปเปอร์ (ภาพในคหพต. 64)
สีน้ำมันบนผีนผ้าใบ เขียนเมื่อปี 1939

คำถามของครูพัด เอ๊ย โมม่า มีดังนี้
1. เมื่อคุณทราบชื่อภาพเขียน และทราบปีที่ศิลปินเขียนภาพนี้ขึ้นแล้ว  
ความรู้สึกของคุณเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้างหรือไม่ เพราะเหตุใด

2. เทียบจากประสบการณ์ของคุณแล้ว ภาพนี้ ทำให้คุณนึกถึงเวลาคุณไปชมภาพยนตร์หรือไม่
มีความคล้ายคลึงหรือความต่างอย่างไรบ้าง เทียบกับโรงภาพยนตร์ในปัจจุบัน

ในการเตรียมการเขียนภาพชิ้นนี้ ฮอปเปอร์ ได้ร่างภาพภายในโรงภาพยนตร์ที่เขาโปรดปราน
พร้อมๆ กับการร่างภาพอื่นๆ ไปด้วย
เขามักจะใช้ โจ ภริยาของเขาเป็นแบบในงานเขียนภาพของเขา
และในภาพนี้ โจ ก็ปรากฏอยู่ในภาพเช่นกัน สุภาพสตรีที่เราเห็นทางขวามือนั่นเอง

คุณเห็นว่า องค์ประกอบภาพของสิ่งต่างๆ ในภาพนี้เป็นอย่างไร (การวางสิ่งต่างๆในภาพ)
การให้แสง, มุมมองของภาพ รายละเอียดอื่นๆ
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้น มีผลต่อการมองผลงานโดยรวมชิ้นนี้อย่างไร

การสร้างความเชื่อมโยง

เปรียบเทียบภาพโรงภาพยนตร์ในนิวยอร์ค กับ ภาพ โลกของคริสติน่า (คหพต. 15 นู้นน)

อะไรคือความต่าง และความเหมือน ของภาพเขียนทั้งสองภาพนี้


((นักเรียนมีเวลา 50 นาทีในการทำข้อสอบนะคะ ปิ๊ดดด ลงมือได้เลยค่ะ))

.
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 30 พ.ค. 06, 00:54

 เซนต์ชื่อเข้าสอบแล้วนั่งหลับครับ
จะตี 1 แล้ว ตามันไม่ยอมลืม

ขออนุญาตคิดว่า "นาที" ของคุณเฟื่องแปลว่า "นาทีแม้ว" นะครับ
เดี๋ยวพรุ่งนี้มาส่งคำตอบครับ



ปล. เขาว่าแม้วนี้ คิดทุกนาทีมีค่า เพราะเก็บค่าบริการตามจริง(แพงๆ)เป็นวินาทีหรือเปล่าครับ หิหิ
บันทึกการเข้า
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 30 พ.ค. 06, 01:08

 ฝันดีค่ะ คุณติบอ

พูดถึง "นาทีแม้ว" แล้วนึกถึง ชั่วหมากจืด ชั่วหมายิ้ม


ห้ามเบี้ยวน๊า พรุ่งนี้ พี่เฟื่องจะพกหางกระเบนมาฝากครูพัดด้วยละ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 30 พ.ค. 06, 10:22

 Freedom from Want จัดเป็นภาพที่นอกเหนือจากชวนเชื่อโปรปะกันดาแล้ว ยังตอบสนอง American Dreams ได้ด้วยค่ะ

ชาวอเมริกันแท้ๆคือพวกอินเดียนแดงที่อยู่กลมกลืนกับธรรมชาติไปตามประสา
หลายร้อยปี  จนกระทั่งดินแดนอันยิ่งใหญ่นี้ถูกนักแสวงโชคจากยุโรป หลั่งไหลกันเข้ามาทำมาหากิน  
พวกเขาพลิกฟื้นผืนดินขึ้นจากป่าเป็นไร่นา    ต่อจากไร่นาเป็นโรงงานอุตสาหกรรม   สร้างความมั่งคั่งร่ำรวยให้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19

ความฝันของคนยากจนลืมตาอ้าปากไม่ขึ้น จึงมุ่งมาที่อเมริกา  เป็นดินแดนที่ฝันเป็นจริง  อย่างคำขวัญของดิสนีย์แลนด์ไงคะ
ดิสนีย์เป็นคนสำคัญคนหนึ่งที่สร้างฝันเป็นจริงให้เด็กและผู้ใหญ่ทั่วโลก   ทำให้ลายเส้นสเก็ตช์หนูจี๊ดๆ ตัวหนึ่งกลายเป็นหนูที่มีคนรู้จักมากที่สุดในโลก

คนแต่ละรุ่นที่อพยพกันมาสู่ดินแดนใหม่  ก็ถ่ายทอดความฝันนี้ให้คนรุ่นหลังได้กระหายใฝ่ฝันอยากมาบ้าง  เชื่อกันว่าเพียงแต่คุณขยัน ไม่งอมืองอเท้า  คุณก็มีโอกาสจะประสบความสำเร็จ  ร่ำรวยได้  ดังได้  ก้าวหน้าได้
ไม่ต้องใช้ชาติกำเนิด   เส้นสายใต้โต๊ะ หรือล็อตเตอรี่ เพื่อทำฝันให้เป็นจริง

American Dreams จึงเป็นคำศักดิ์สิทธิ์ข้ามยุคสมัยมาจนทุกวันนี่   แม้แต่พี่ไทยเองจำนวนมากก็ไปสร้างฝันอเมริกันได้สำเร็จแล้ว ไม่ว่าแถวแอล.เอ. หรือเมืองใหญ่อื่นๆ
แม้แต่เมืองเล็กๆในรัฐเกษตรกรรมที่ดิฉันไปเรียน   เพื่อนนักเรียนไทยด้วยกันก็ไม่กลับเมืองไทย  สานฝันอเมริกันกันอยู่หลายราย

ภาพของร็อคเวลล์กระทบใจคนอเมริกันได้เต็มหัวใจ    ทุกคนยังจำได้ว่าบรรพบุรุษดั้งเดิมในยุโรปอยู่ยากแค้นแสนเข็ญ จะกินเข้าไปแต่ละมื้อก็ยังไม่มี
เมื่อได้มากินอิ่มหนำสำราญ ทุกคนในครอบครัวพร้อมหน้ากันอบอุ่น ไม่ว่าเด็กผู้ใหญ่ดูสดใส    ภาพนี้ก็คือฝันเป็นจริงที่พวกเขาแสวงหา

นี่ก็อีกภาพที่ร็อคเวลล์ปรุงรสชาติได้ถูกใจคนดูมาก   เป็นฝันอเมริกันในวันคริสต์มาส
.
.
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 30 พ.ค. 06, 10:38

 ฝันอเมริกัน หมายถึงงาน เงิน เกียรติ ที่ได้มาด้วยความขยันหมั่นเพียร    เมื่อได้แล้วก็เกิดความสุขทางวัตถุ   ที่จับจ่ายใช้สอยได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร
ในเมื่อพวกเขาได้มาอย่างสุจริต   เขาก็มีสิทธิ์ใช้  อีกอย่างเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในประเทศด้วย
เป็นสุขเกิดจากการจ่ายทรัพย์ ทางพุทธนับเป็นหนึ่งในสี่ของสุขของคฤหัสถ์

ภาพนี้ร็อคเวลล์เขียนให้โฆษณารถยนต์   พ่อแม่พาลูกไปฉลองคริสต์มาสที่บ้านคุณย่า  
ทุกคนมีของขวัญหอบกันมาเพียบ คนละหลายกล่อง  แสดงว่ามีสตางค์จ่ายของได้มาก  ไม่ขาดแคลน

หนูน้อยร้องอวดอย่างภาคภูมิใจ
" เมรี่ คริสต์มาส คุณย่าฮะคุณย่า   เรานั่งรถพลีมัธคันใหม่มาหานะฮะ"
.
.
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 30 พ.ค. 06, 10:54

 ภาพของร็อคเวลล์ภาพนี้เป็นของ American Dream ที่สดใสไร้เดียงสา
เหมือนภาพสาวน้อยส่องกระจกอยากเป็นดารา ที่คุณนกข.เอามาโชว์ให้ดูก่อนหน้านี้ น่ะค่ะ

แต่ถ้าคุณพิพัฒน์มอง อาจจะเรียกว่าเป็นภาพด้านสว่างของ All About Eve ได้ละมั้ง
.
.
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 30 พ.ค. 06, 12:57

 ฝันมะริกัน เป็นประเด็นใหญ่ของโลก ครือว่าโลกต้องเสียสละไม่รู้เท่าไร เพื่อให้ชาตินี้ฝันดี
เราจะค่อยๆ ปอกหัวหอมไปทีละกลีบ ฮิฮิ......จนไม่เหลืออะไร มีแต่แสบตาฟรีๆ
ผมชอบไอ้หนูพลีมัธที่แกแหกปากได้เต็มอารมณ์ดีจริงๆ  แต่ปกกอลิเย่นี่ ยังไงโตขึ้น เธอก็เป็นอีฟอยู่ดี สังคมจอเงินนั้น เขากินคนเป็นอาหาร แล้วอะไรจะอิ่มเร็วเท่าสวาปามผู้มีพระคุณเล่า...

ขอบคุณแม่เฟื่อง ช่วยแปลคู่มือบริโภคศิลปะฉบับโมม่ามาฝาก ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ผม มาแซว....เอ หรือแซวไปแล้วนะ

ตกลงกันอย่างนี้นะครับ ท่านผู้มีเกียรติ
ผมอยากให้อ่านวิธีการของโมม่า เพื่อจะบอกว่า นี่ไม่ใช่วิธีที่ผมแนะนำ ในการ"เตลิด"เข้าในโลกของศิลปกรรม
เราต้องการมัคคุเทศน์ที่มีรสนิยมมากกว่านี้ เวลาเราอยู่ต่อหน้าโลกของคริสติน่า หรือแม้แต่โลกของลุงนอร์ม จะมาวางเกณฑ์เป็นข้อๆ เปรียบเทียบซ้ายขวา หาดูว่าเจออะไรไม้ มันอยู่ตรงใหนซักแห่ง....อย่างนี้ผมเรียกว่าคู่มือใช้เครื่องซักผ้าครับ

ความจริงโมม่าต้องปิดตัวเองลง ตั้งแต่ซื้องานของเฮียไวแล้วละครับ
ไม่ก็ต้องเปลี่ยนชื่อ ไม่ก็เปลี่ยนผู้บริหาร ไม่ก็ไล่พ่อ Barr ผู้อำนวยการหนุ่มฟ้อ (ตอนนั้น) ออก
ทำไมพูดยังงั้นละพี่

ก็มันตอแหลซีครับพี่ ตั้งชื่อว่า Museum of Modern Art แล้วเที่ยวกร่าง อวดชาวโลกว่า นี่แหนะเฮ้ย เรามะริกันชน เป็นชาติแรก ที่ทำมิวเซียมให้โมเดิ้นอาร์ต ไม่มีใครก้าวหน้ากว่าเราอีกแล้ว
(คือเจ๊ทั้งสี่ ที่ควักกระเป๋าตั้งโมม่า เธออายกระมัง ที่ศุลกากรสหรัฐ ไปเก็บภาษีศิลปะชิ้นหนึ่ง ตอนเชิญเข้ามาในงาน armory show 1919 ทั้งๆ ที่ตกลงกันแล้ว ว่าจะไม่เก็บภาษี ก็ไอ้ศิลปะท่อนนั้น มันดูไม่เป็นสัปรสเลย -แหง๋ซี ใครเขาเอาสัปรสแสดงศิลปะ มันเป็นประติมากรรมล้ำยุค ชื่อนกในที่ว่าง ของอีตาบรันคูชี่ เจ้าหน้าที่เลยตีตราเป็นวัตถุดิบ ยังไม่แปรรูป ต้องจ่ายภาษี ฮา...ดังๆด้วย)

ในปีตั้ง 1929 เจ๊แกเห็นว่า ศิลปะสมัยใหม่ คือยอดสุดของภูมิปัญญามนุษย์แล้ว ถึงได้เริ่มการสะสมและจัดแสดง ที่อิมเปรสชั่นนิสม์ แล้วยังเน้นเซซาน เป็นหัวใจ เพราะจากเซซาน มันจะแตกเป็นสี่เหลี่ยมนิยม มาเป็นการนิรรูปนิยมแบบแอ๊ปสะแตรก แล้วมาที่อะเมริกันเอ๊กเปรสชั่นนิสม์ มาจบที่ป๊อบ ซึ่งเป็นมะริกันจ๋า และยกย่องว่าเป็นเพชรยอดมงกุฏของศิลปะสมัยใหม่......

ปี 1948 น่ะ มันยุคของมงเดรียงแก (ตาย 1944) เท่ระเบิดเล็ย ตีเส้น 5-6 เส้น ฟาดเงินเป็นล้าน ใครดูไม่รู้เรื่อง จะตกข้อหาเป็นบาบาเลี่ยน เป็นยุคของกุมาระสวามี และซูสุกี้ ถกปรัชญาตะวันออก ไฮโซปัญญาเลิศ ต้องไปฟังเล็คเชอ่ร์ เข้าคอร์ส ต้องรู้ว่า วิกฤติโลก มันเป็นไปเพราะนาฏะราชาเริ่งร่ายลีลาศ .....ต้องรู้ทฤษฎความว่างของซามูไร....ของเซ็น โอ๊ย เล่าแล้วเหนื่อย

สรุปง่ายๆ ว่า งานของเฮียไว เฮียฮ็อป พวกนี้ ถือเป็นจัณฑาละศิลปะ มิมีชนชั้นจะขึ้นมาเผยอหน้าบนเวทีโลกได้
ผมลองสอบดู พบข้อมูลเด็ด ว่า ห้าสหาย(สี่สาวหนึ่งหนุ่ม) สร้างมรดกศิลปะให้แก่สหรัฐแบบนี้ครับ (ตัวเลข คงหมายถึงงานที่อยู่ในคลังสะสมของ โมม่า)

Willem de Kooning 201
picasso 121
Max Ernst 91
Robert Motherwell 64
Robert Rauschenberg 64
Jackson Pollock 34
Cézanne 27
duchamp 25
Braque 22
kandinsky 20
Piet Mondrien 19
Brancusi 16
Mark Rothko 13
warhol 13
---------------------
hopper 4
Wyeth 1
Norman Rockwell 0

ในทัศนะผม ถ้าไม่เป็นเพราะรสนิยมเบี่ยงเบน ก็เป็นเพราะการเก็งกำไร เพราะใครสักคนจำเป็นต้องดันกระทู้...เอ๊ย ผิดอีกแล่ว
ต้องดันราคาศิลปะที่ตุนไว้ผิด ฮิฮิ...ให้กลายเป็นสิ่งเลอค่า ปล่อยออกไม่ขาดทุน

ที่บั๊กกิ้งแฮมนะครับ ที่ปรึกษาซื้องานศิลปะ ชื่อ Kenneth MacKenzie Clark (Lord Clark of Saltwood 1903–1983)
ถึงได้เก็บดรออิงของเลนาร์โดไว้เกือบหมดโลก
เป็นคอลเล็คชั่นศิลปะกรรมที่สูงค่าที่สุด เทียบชิ้นต่อชิ้น
ผมว่าเจ๊เบ็ธ เธอคงตาไม่ถึงเท่าไหร่ในเรื่องนี้ (เรื่องอื่นก็ด้วยแหละ) แต่ทำไมแกซื้องานเก่งจัง  หนูเฟื่องคงรู้ฟามลับแล้วละ วันนี้

เอาเป็นว่าแปลต่อไปนะจ๊ะ ขอบคุณล่วงหน้า เดี๋ยวจะมาต่อเรื่องฟามเห่ยของมาม่า...เรื่องภาพถ่าย
พอดีคลิ๊กตามลูกศรต่อออกไปอีกสองสามรูป เจอแล้วมึนตึ้บ
ทำไมมันไร้สติและฟามเข้าอกเข้าใจถึงเพียงนี้วะ ไอ้องค์กรครอบโลกแห่งนี้
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 30 พ.ค. 06, 13:33



  ทีนี้จะมาแกล้งอาจาร์ยเทาฯ ล้วนๆเล็ย

ลุงบราห์มสแกบอกว่า เมื่อมีเริงร่า ก็ต้องมีฟูมฟาย One craps the other weeps.

แถวๆ 1930's ที่ลุงนอร์มเริ่มรุ่ง มันคือช่วงเดียวกับการเป่าลูกโป่งพองลม...เอ คุ้นๆยังไงอยู่นา บางคนแถวนี้เป็นจอมแจกลูกโป่ง..555 ของตลาดหุ้นนิวยอร์ค แล้วแตกโพ๊ละ ในอีกไม่กี่มากน้อย



ผมมีศิลปะด้านสะท้อนมาฝาก เกิดพร้อมกับงานของลุงนอร์มนั่นแหละครับ แถมยังมีคดีดังมาฝากจอมเล่าเรื่องอีกด้วย แต่อันนี้อาจไม่โหดทางกายภาพ แต่โหดในมโนนึก The Sacco-Vanzetti Case ครับ

ศิลปินคนโปรดของผมทำเป็นหลักฐานไว้ที่ศิลาคิ้วส์



.

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 9
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง