เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 9
  พิมพ์  
อ่าน: 27208 นอร์แมน ร็อคเวลล์ ศิลปินวาดภาพประกอบชาวอเมริกัน
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 18:09

 ท่านวัยอัด  Andrew Wyeth   คงเป็นญาติห่างมากๆกับท่านวัยอาจ    เห็นอยู่คนละวัยกัน  
ท่านวัยอาจน่าจะผึ่งผายกว่า  แต่ท่านวัยอัด คงจะหมัดหนัก
ภาพนี้ไงคะ  คุณหลาน  ยกมาจากกระทู้ก่อน
.
.
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 18:31


อ้อ...
แต่ก็ยังให้อรรถธิบายไม่ได้อยู่ดีครับ ว่าเป็นหน้าไหนของอเมริกัน?

ต้องรอให้พระอรรถกถาจารย์ Pipat มาวิสัชนาโดยพิดารต่อไปเทอญ

ผมชอบภาพของลุงนอร์มภาพนี้ด้วย ที่สาวน้อยวัยเพิ่งจะรุ่น พยามวาดฝันหน้ากระจกเงาว่าสักวันหนึ่งเธอจะโตขึ้นมาสวยเหมือนดาราในสมัยโน้น

ใครจำได้บ้างครับว่า ภาพดาราบนตักสาวน้อยเป็นรูปใคร? มีตัวจริงรึเปล่า? ผมว่าผมคุ้นๆ หน้าแต่นึกไม่ออก
.
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 18:33

 เพิ่งทราบว่าวัยอาจ กลายเป็นคนไทยไปแล้ว นึกว่าแกยังอยู่ที่คอร์แนล

แอนดรู ไวยอัต คือเฮียคนที่วาดรูป"โลกของคริสติน่า" ที่ครูไหวใจดี เอามาอวดเสียเบ้อเริ่มเทิ่ม ที่ใหนสักแห่งในแกเลอรี่เรือนไทยนี่แหละครับ เป็นสาวเดียวดายขาลีบ กำลังถัดตัวเองผ่านท้องทุ่งกลับบ้าน เป็นเพื่อนบ้านกับศิลปิน เธอทำอย่างนี้ทุกวัน ไม่ร้องขอให้ใครช่วย

ไวยอัตเป็นศิลปินอเมริกันที่ทำลายสถิติขายรูปนี้ได้แพงที่สุด โดยตัวเองไม่ต้องตายไปเสียก่อน แกมีฝีมือเขียนสีน้ำดังพระเจ้าแกล้ง คือตั้งใจ ให้แกทำได้คนเดียว สะอาด แม่นยำ พอเหมาะพอเจาะ นับเป็นมือวางอันดับหนึ่งของอเมริกัน คู่กับซาเจ้นท์และโฮมเมอร์

แต่สิ่งที่แฝงอยู่ในรูปของแกนั้น ต้องยืมคำบรรยายที่อาจารย์เทาใช้บ่งบอกสภาวะของตระกูลโหด ว่า

บ้านที่ดูจากภายนอก เป็นบ้านเงียบสงบ.... เอาเข้าจริงภายในบ้านมีคลื่นใต้น้ำระดับสึนามิ ...ถล่มขึ้นมาในวันหนึ่งจึงไม่มีอะไรเหลือ

ผมจะลองจิตวิเคราะห์ผ่านสามรูปก็ได้ ว่า
กรณีแรก เปลือนอกสุดคือ ร็อคเวลล์ ที่หุ้มฮอบเปอร์ไว้ แต่ใต้สุดคือไวยอัต
คำถามคือ ท่านคิดว่าไวยอัต "โหด" แค่ใหน

กรณีที่สอง กลับกันเป็นย้อนศรเลยครับ เปลือกนอกสุดคือไวยอัตตที่หุ้มฮอบเปอร์ไว้ แต่แก่นในสุดเป็นร็อคเวลล์
คำถามคือ ร็อคเวลล์ คอสเมติคแค่ใหน

ถ้าทำอย่างนี้ไขว้กันไปมาจนครบทุกเปลือก เราอาจจะตีแผ่วัฒนธรรมอเมริกันออกมาอย่างล่อนจ้อน หลายมิติ
สมมติว่า พินิจโดยมีฮอบเปอร์เป็นศูนย์กลาง

ฮอบเปอร์เป็นคนเมืองที่หลงทางมาจากบ้านนอก
ทั้งชีวิต เขาเหงาเปล่าเปลี่ยว สิ้นหวังอย่างบัดซบทีเดียว (ขอยืมสำนวนพญาอินทรีอายุยี่สิบแปดมาใช้หน่อย)
ดูรูปประกอบจะเห็นครับ
ที่อาจารย์เทาเห็นเช้าวันอาทิตย์ของแกว่าสดใสนั้น อาจารย์สดใสเองนะครับ ฮอบเปอร์ไม่ใสด้วย
รูปนั้น ผมคิดว่าเป็นรูปจิตใจที่เดียวดายในเมืองใหญ่ ที่ซึ่งไม่มีใครรู้จักใครไม่มีใครสัมพันธ์กับใคร อาจจะถึงไม่มีการไปงานศพใครกันเลย หรือไปก็เป็นพิธีกรรม  ...เท่านั้น
ใครที่เคยชินกับดนตรีผิวดำ จะจับทางสิ่งที่ฮอบเปอร์เสนอได้ง่ายกว่า เรียกกันว่า urban blues ซึ่งจะพัฒนาต่อเป็น jazz ที่ซึมเศร้า โหยหาในที่สุด
ผมเสนอว่าเป็นอาการไร้รากซินโดรม เกิดขึ้นเฉพาะสังคมที่ anti-humanism ถ้าเป็นคอหนัง เห็นจะอ้าง วิม เว็นเดอร์ได้

ชนเหล่านี้ ต่อให้สึนามิถล่มเมืองก็ไม่อาดูร ฟูมฟาย เห็นคราวที่นิวออร์ลีนถูกถล่มใหมครับ มันไม่เหมือนคราวที่เวนิศจมโคลน มันมีความแตกต่างในส่วนลึก

ผมอาจจะดัดจริตไปหน่อยก็ได้ ว่าเมื่อได้ยินข่าวไฟไหม้ดิ ออฟฟิส อูปฟิสี้ (Uffizi) ที่ฟลอเร้นส์ ผมรู้สึกสะอึกในใจ คล้ายๆตอนพระธาตุพนมถล่ม แต่นิวออร์ลีนส์ แม้จะเป็นเมืองเก่า ก็ไม่มี genius loci ในระดับที่รุนแรงเท่าเมืองพันปี
นี่เป็นกับผมคนเดียวนะครับ

หรือเปรียบว่าไฟไหม้เมืองทองธานีร้อยไร่ ก็ไม่ใจหายเท่าไฟไหม้แพร่งสรรพศาสตร์สองไร่

พักครึ่ง ......คุณครูกรุณาตรวจการบ้านของผมด้วยนะครับ

.
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 19:14

 ผมไม่น่าเปิดศึกสองด้านเลย ถูกหลอกจนจะลืมท่านทวดของผม รีบจบเรื่องกระเทาะเปลือกอเมริกันก่อน แล้วค่อยไปเพชรบุรี ตักศิลาแหล่งเดิมของเราดีฝ่า

ผมไม่ชอบขนมเค๊ก ชอบเกาลัต
ชอบขบ ก่อนเคี้ยว ไม่ชอบสิ่งฟูฟ่อง ที่ปรุงแต่งจนแทบจะเป็นสวรรค์จำแลง

ตรงนี้ขอแยกพูดนะครับ ผมชอบงานของทั้งสามศิลปินมาแตใหนแต่ไร ทุกวันนี้ก็ยังชอบ
แต่เรากำลังมา "จับผี" กัน ว่าวิญญานอเมริกันที่แท้ เป็นอย่างไร ประเทศที่ผลิตตระกูลบุชออกมาได้ ก็เป็นประเทศที่ผลิตร็อคเวลล์ ฮอบเปอร์และไวยอัต นี่เป็นความจริงที่น่าเจ็บปวด

เหมือนที่เรารู้ว่ามาร์ลิลีน มอนโรศรัทธาครูสอนการแสดงมาก เสียจนมอบสิทธิ์ทั้งปวงให้ไอ้ผู้ชายจากนรก เอาทรัพย์ของเธอ ไปปรนเปรอเมียเด็ก คนที่เกลียดนอร์มา จีนเข้ากระดูกดำ นี่ละครับสังคมทุนนิยมของแท้ที่ไม่มีที่ว่างให้กับยางอาย

ร็อคเวลล์รับใช้อุดมการณ์อเมริกัน เหมือนที่ชอสตาโกวิชรับใช้ระบอบโซเวียต หรือสเปียร์สรับใช้ฮิตเลอ่ร์ ในแง่นี้เราคงต้องให้แต้มความสร้างสรรค์เท่าๆ กัน
ส่วนแต้มคุณธรรมนั้น ตัวใครตัวมันครับ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 20:00

 ขอบคุณความเห็นที่ 18 ของอาจารย์ครับ กรุณาสละที่ให้ ทีนี้จะต่อนะครับ

ในรูปเด็กอยากเป็นดารา ความเห็น 16 ผมขอพูดรวบยอดเลยนะครับ ว่ามันเป็นลัทธิรักแร้ขาวเหมือนกัน บางทีจะมีพิษร้ายแรงมากกว่า
เด็กสาวหน้าตาดี วัยเพิ่งสิบขวบเศษ ฝันจะเป็นดารา.....
นี่เป็นโครงเรื่องน้ำเน่าบริสุทธิ์ที่ยังคงความอมตะมาถึงทุกวันนี้นะครับ
ประเทศนี้ผมเห็นว่าแปลก ชนิดต้องใช้คำว่าเวียต หรือรีดิดิวรัส

เจฟเฟอร์สัน ที่ร่างรัฐธรรมนูญแสนหยดย้อย ปรากฏว่ากดขี่ทาสเป็นนางบำเรออย่างโหดร้าย อันนี้ท่านอื่นๆคงรู้ดีกว่าผม

ผมอยากจะเปรียบว่า ร็อคเวลล์ก็คือเหยื่ออีกคนหนึ่งของ "อเมริกัน ดรีม" ซึ่งทำไม้ มันกลายเป็น "เวิลด์ ไนท์แมร์" ไปได้
ถามชาวอิรัคกับอัฟกัน คำตอบคงสุดแสบสรรค์

ว่าไปแล้ว นอร์มัน ร็อคเวลล์ ก็คือเหยื่ออีกรายของระบบฝันอเมริกัน เขาใช้พลังงานของเขาทั้งหมด สร้างภาชนะปิดเคลือบเชื้อนรกเอาไว้จนหมดจด ฝีมืออย่างเขา ถ้าอยู่ในวัฒนธรรมที่ศิวิไลส์กว่านี้ โลกจะได้ประโยชน์อีกมาก  ....เสียดายแทนครับ

ความจริง จะยกตัวอย่างแค่เฮียร็อคเวลล์คนเดียว อาจจะไม่ได้ภาพใหญ่
ต้องพูดว่า นับแต่สงครามโลกครั้งที่สองจบสิ้นลง และอเมริกันเป้นเจ้าโลกแต่ผู้เดียว เขาได้ผลิตสร้าง และส่งออกวัฒนธรรมแบบใหม่ที่ค่อนข้างฉาบฉวย เปี่ยมสีสรรค์ เน้นผลลัพธ์เฉพาะหน้า และมักมี "คู่มือ" สำเร็จรูปประกอบการเสพย์ แบบที่เรียกกันว่าวัฒนธรรมฮาวทู แล้วกลายมาเป็นมีทู แต่จะไปจบที่ปลาทูหรือเปล่า สวรรค์คงมีคำตอบ

ผมออกแนวเพ้อจนชักไม่ชอบตัวเองเสียแล้ว คงมีอะไรที่เป็นขี้เท่อฟุ้งแถวนี้ ไม่มากก็น้อย

ผมขอเรียนถามกลับดีกว่า ว่า
เมื่อดูรูปของร็อคเวลล์แล้ว เราย้อนไปพิจารณาควบวรรณกรรมและภาพยนตร์

เราได้อะไรเป็นเชื้อไฟให้สมองบ้างครับ  ใครที่รู้โปรดเข้ามาเสวนาด้วย

รูปประกอบผมต้องการให้เห็น art of propaganda จากสามโลก
เปลือกต่างกัน แต่เนื้อเหมือนกันครับ ในวรรณกรรมมีอย่างนี้ใหมครับ

.
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 20:45

 ถามถึงวรรณกรรมแล้วชักสะดุ้ง  ไม่รู้เรื่องไหนโดนคุณพิพัฒน์หมายหัวว่าเป็นโฆษณาชวนเชื่อบ้าง
อึ้งไปเลย  ไม่กล้าตอบ เพราะวรรณกรรมอเมริกันที่เรียนมา ครูอาจารย์ท่านก็เชิดชูว่าดีงาม
แต่งามสำหรับอเมริกัน จะงามสำหรับไทยหรือเปล่า อาจจะไม่

งานของจอห์น สไตนเบค ของเออเนสต์ เฮมิงเวย์ ของเทนเนสซี วิลเลียมส์ เหล่านี้ชวนเชื่อไหมล่ะคะ?

แต่ถ้าดูยูบีซี เจอบ่อย  หนังที่เชิดชูฝันอเมริกัน  เคยดูหลายเรื่อง ตัวเอกอพยพมาอยู่อเมริกา  มาสร้างและสานฝันอยู่ที่นี่จนสำเร็จน่ะค่ะ แต่จำชื่อเรื่องไม่ได้แล้วว่าอะไร  
ส่วนใหญ่ไม่มีใครย้อนหลังไปคำนึงถึงประเทศถิ่นที่จากมา    ทุกคนภูมิใจที่เป็นอเมริกัน
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 21:40

 มีความลับเล็กๆ คือ ถ้าผู้เกี่ยวข้องเป็นยิว จะสร้างโปรอเมริกันค่อนข้างชัดเจน

ที่อาจารย์ยกมา เฮมิงเวย์ดูจะน่าสนใจที่สุด
ผมเทียบอย่างนี้ ไม่รู้นักวรรณกรรมศึกษาจะหัวเราะหรือเปล่า
วรรณกรรมของเชคเสปียร์ เมื่อถูกแปลงเข้าสู่แต่ละประเทศ มักจะโอบอุ้มความเป็นชาตินั้นๆ เข้าในโครงเรื่องเดิมอย่างสนิทสนม จนบางทีก็ลืมความเป็นอังกฤษไปเสียสนิทใจ ไม่เหมือนที่อาจารย์ตั้งขอสังเกตว่า กลิ่นอเมริกัน ออกจะแรงมากผิดปกติ อันนี้ผมว่าเป็นเชื้อโปรปะกันดาแปลงรูป

ผมไม่ใคร่ถนัดวรรณกรรม แต่ถ้ายกตัวอย่างสิ่งที่หยาบกว่าคือภาพยนตร์ ก็เห็นจะพอเสนอความเห็นได้บ้าง
เช่นหนังเรื่องเชน ซึ่งมีโครงเรื่องสืบสายสกุลมาจากดอน ฆิโฮเต้
แต่ทำไมชื่อชั้นช่างห่างกันเสียเหลือเกิน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 22:09

 ดิฉันตัดสินไม่ได้นะคะว่าFor Whom the Bell Tolls เป็นหรือเปล่า  บางทีงานอย่าง Gone with the Wind อาจทำให้มองเห็นความยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกาในอดีตได้มากกว่า

ยกตัวอย่างอีกเรื่องให้สะดุ้งกันไปทั้งเว็บ ก็คือวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง Little House Series ของ Laura Ingalls Wilder
ที่ดิฉันเขียนเป็นบทความขนาดยาวไว้
เรื่องนี้เป็นการเชิดชูนักบุกเบิกอเมริกันในปลายศตวรรษที่ 19 แต่ดิฉันไม่คิดว่าผู้เขียนต้องการชวนเชื่อ   เธอเชื่อของเธอจริงๆในสิ่งที่เธอเขียน

พอคุณพิพัฒน์พูดถึงเชน กับ Don Quixote (ขอโทษ ไม่รู้ว่าถอดเป็นภาษาไทยแล้วอย่างไหนถูกค่ะ   ดอน กีโฮเต้ หรือกิโฆเต้)
ทำให้นึกได้ทันทีเลยว่าเรื่องไหน   งานของหลุยส์ ลามูร์ นั่นไงคะ  
พระเอกคาวบอย ยอดชายชาตรีอเมริกันขนานแท้ เปี่ยมด้วยความกล้าหาญและคุณธรรมในถิ่นตะวันตกของอเมริกา
พลอยทำให้นึกถึงซูเปอร์แมน แบทแมน และไอ้แมงมุม  มากันเป็นขบวน  ซูเปอร์ฮีโร่ทั้งน้านนนน
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 22:45

 ในที่สุดอาจารย์ก็พาเรามาถึงสุดยอดนวัตกรรมทางวัฒนธรรม
ซึ่งเมื่อมองผ่านพวกยอดมนุษย์เหล่านี้กลับเข้าสู่ต้นทาง คือมองจากตอนจบกลับสู่บทนำ
การเลาะกระดูกอเมริกันก็เห็นรูปเห็นร่างชัดขึ้นสำหรับผม

ยอดมนุษย์เหล่านี้ ชวนผมนึกย้อนไปถึงแฝดบันลือโลก อิน-จัน อันอาจนับเป็นต้นแบบของวีระบุรุษบาดแผล ที่เกิดมาด้อยแต่สุดท้ายยิ่งใหญ่
ในพวกสุปเปอร์ฮีโร ก็จะมีพวกกลายพันธูทั้งหลายตามมาเป็นพรวน ตัวละครพวกนี้ เมื่อเทียบกับฝั่งยุโรปยุคสัตว์ประหลาดของคุณหมอแฟรงเก็นสไตน์ ดราคูล ไอ้ค่อม...ข้อแตกต่างก็เห็นชัด

ผมคิดว่าทางโลกเก่าสร้างความพิกลพิการ เพื่อศึกษาความทุกข์ และโศกนาฏกรรม(ที่ตกค้างมาจากกรีกกระมัง)
แต่ฝั่งโลกใหม่สร้างมันขึ้นมาเพื่อสนุกกับมัน
ฝ่ายหนึ่งล่องลำธารกลับไปยังต้นกำเนิดคำว่ามนุษยธรรม
อีกฝ่ายหนึ่งบึ่งสวนทางออกไปให้ไกลห่างจากความเป็นมนุษย์ให้มากที่สุด แล้วฝ่ายหลังนี่ก็สร้างอุปกรณ์เครื่องเคียงมากมายในระหว่างการหนีมนุษย์ พวกปมขัดแย้งเอย พวกมุขพลิกผันเอย พวกบันเทิงพิลึกพิลั่นเอย....

บางทีเทียบ Alice กับ Dorothy ก็อาจได้คำตอบมังครับ

รู้สึกผมจะหลงเข้าดงกับระเบิดของนักวรรณกรรม หาทางออกไม่ได้แย้ว

....หมูน้อย ส่งบัลลูนมาช่วยหน่อย ถ้าเป็นยัยเฟื่องละก้อ รีบดันหลังให้โดนสักเปรี้ยงไวๆ แง๋มเลย
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 22:56

 เมื่อมาถึงตรงนี้ ผมขอเชิญท่านที่สนใจ กลับไปความเห็น 15 ที่อาจารย์กรุณาทำรูปใหญ่ไว้ให้

ใช้เวลาตามสะบาย เพ่งพินิจ ภาษาต่างด้าวใช้ว่าคอนเทมเปรตกระมัง ฮิฮิ ดูให้เห็นหญ้าทุกต้น กระดูกโปนของคริสติน่า เส้นผม รอยยับของผ้า โรงนาที่ไกลลิบ  ถ้าเมื่อไหร่ท่านสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่ซ่อนอยู่ รู้สึกถึงความเครียดทางอารมณ์ที่เริ่มคุมไม่อยู่  ความอ้างว้าง ความโศกาอาดูร....บางท่านอาจจะรู้สึกเกลียดมนุษย์อย่างอ่อนๆ เมื่อนั้นท่านก็จบวิชาถลกหนังแยงกี้ละครับ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 23:09


.

ถ้ายังสร้างอารมณไม่ได้ ดู Christina อย่างใกล้ชิดก่อน แล้วกลับไป 15 อีกที
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 23:11


.

ลมทะเล รูปที่ผมชอบที่สุดครับ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 23:56

 ผมไม่ได้พูดถึง นึกถึงและรับรู้ถึงคริสติน่ามานานเหลือเกิน

ขอบคุณเรือนไทยที่ทำให้ความทรงจำบางส่วนกระเพื่อม
เลยขอปิดท้ายว่า คริสติน่าเป็นสามัญชนที่ยิ่งใหญ่มากในโลกศิลปะ ตัวของเธอเป็นเสมือนร่างคำฟ้องกล่าวหาพระเจ้า
ว่าเหตุไฉนทรงลำเอียงเหลือเกิน
บางคนช่างได้อะไรมาง่ายดายเหมือนไม่มีต้นทุน แต่เธอนั้น เพียงแค่จะสูดสายลมบริสุทธิ์ที่ไม่มีใครให้ราคา
ทำไมเธอต้องจ่ายแพงนัก

แต่เธอไม่ตัดพ้อ ไวเอ็จ(ออกเสียงอย่างถูกต้องละครับ) ก็ตาแหลมเหลือเกิน มองเห็นสิ่งพิเศษนี้อย่างเด่นชัด เราต้องนึกขอบคุณเขาเช่นกัน แววตา ท่าที และความมุ่งมั่นอย่างคริสติน่า มีมากมายอยู่ในชนบทไทย

เฒ่าทระนงอย่างปู่เย็น (ขออนุญาตอ้างถึงบ้าง ฮิฮิ...)
เวลาที่แกยุ่งอยู่ พระเจ้ามาหา แกอาจจะทิ้งให้นั่งรอ
จนกว่าชุนแหเสร็จ จึงจะว่างมาสนทนาด้วย

นี่แหละครับของจริง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 29 พ.ค. 06, 08:40

 ขอบคุณคุณพิพัฒน์  ในค.ห.ข้างบนนี้ ที่ทำให้ดิฉันมีแรงฮึด ไปตามล่าหาโลกของคริสติน่าจนเจอรายละเอียดค่ะ

คริสติน่า ออลสันเกิดเมื่อ ๓ พฤษภาคม ๑๘๙๓    ๑๑๓ ปีมาแล้ว  บ้านนาเก่าแก่บนเนินในภาพคือบ้านที่เธอเกิดและอยู่มาตลอดชีวิต อยู่ที่ฮาธอร์นพ้อยน์ ในเมืองคุชชิง รัฐเมน

ตั้งแต่อายุ ๓ ขวบ คริสติน่าเริ่มมีปัญหาในการเดินและทรงตัว  เธอเดินกระโผลกกระเผลก สะดุดหกล้มบ่อยๆ ไปเรียนหนังสือจนจบเกรด ๘ ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของโรงเรียน  แล้วไม่มีโอกาสเรียนสูงกว่านั้น
แต่ความพิการไม่ได้เป็นอุปสรรคให้ย่อท้อ    พออายุได้ ๑๓ แม่เกิดป่วย สุขภาพทรุดโทรมจนดูแลบ้านไม่ได้ คริสติน่าก็ต้องรับหน้าที่แม่บ้านปัดกวาดเช็ดถู ๑๖ ห้องในบ้านเสียเอง รวมทั้งทำอาหาร เย็บเสื้อผ้าอีกด้วย  เธอก็ทำได้อย่างดีเยี่ยม

ใครที่อาการครบ ๓๒ แต่รู้สึกเหนื่อยหนักกับงานประจำวันเหลือเกิน  น่าจะเอารูปนี้มาแขวนเป็นกำลังใจบ้าง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 29 พ.ค. 06, 09:15

 ช่วงเวลาที่เป็นสุขที่สุดของคริสติน่าเริ่มเมื่อเธอเป็นสาวเต็มตัว อายุ ๑๙   ตอนนั้นละแวกบ้านเกิดกลายเป็นสถานที่พักร้อนตากอากาศของชาวเมืองอื่นๆ   ทำให้มีผู้คนคึกคักขึ้นแทนความเงียบเหงาอย่างเมื่อก่อน

ในจำนวนนี้ คริสติน่าพบหนุ่มปัญญาชน จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด  

เธอตกหลุมรักเขา  ถึงหน้าหนาวเขากลับไป ก็ติดต่อกันทางจดหมาย  ถึงหน้าร้อนเขามาหาเธอ ก็ได้พบปะสนิทสนมกัน  เป็นอยู่อย่างนี้ตลอด ๕ ปี  

คริสติน่าเป็นคนเก่งและสติปัญญาดี    เธอชอบที่จะเขียนจดหมายโต้ตอบประเทืองปัญญากับหนุ่มคนนี้

ในจดหมายที่ชายหนุ่มเขียนถึงคริสติน่า  เขาระบุว่า

"เธอกรรเชียงเรือได้  ปีนต้นไม้ได้  ฝึกม้าได้ ขับรถม้าได้  เธอเก่งกว่าผมทุกอย่างที่ทำในเมืองคุชชิ่งนี่"



แต่ความเก่งก็ยังไม่พอที่จะทำให้คริสติน่าได้สิ่งที่ผู้หญิงธรรมดาๆเขาได้กัน   วันหนึ่งชายหนุ่มเงียบหายไป  ไม่เขียนมาหาอีก   เขาพบผู้หญิงคนใหม่  ก็เลยแต่งงานไป

ตอนนั้นคริสติน่าอายุได้ ๒๔  ความสุขในวัยสาวจบสิ้นลงเพียงแค่นั้นเอง



ความพิการของคริสติน่าทวีขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น  เธอเริ่มล้มบ่อยเสียจนแม่ต้องทำสนับเข่ารองด้วยผ้านุ่มๆให้    แต่คริสติน่าก็ไม่ยอมให้ใครตราหน้าได้ว่าเธอไม่สมประกอบ    เธอยังไปท่องเที่ยวที่บอสตันเมื่ออายุ ๒๕   ด้วยความสนุกสนาน



คริสติน่ายอมไปหาหมอตามที่พ่อแม่ขอร้อง  แต่หมอเป็นโขยงก็บอกไม่ได้ว่าเธอป่วยเป็นอะไร  ไม่ใช่โปลิโออย่างที่คิดไว้แต่แรก



อายุมากขึ้น  เธอเดินไม่ได้เลย  ต้องลากตัวเองหรือถัดไป  เธอคืบคลานจากบ้านไปเยี่ยมเพื่อนรักที่อยู่บ้านถัดไปห่างแปดร้อยฟุตเป็นประจำ แม้เหนื่อยหอบหมดแรง เธอก็ยังทำ

ภรรยาของไวเอ็จเป็นเพื่อนของครอบครัวนี้   ศิลปินใหญ่สเก็ตช์ภาพคริสตินาเมื่อเธอถัดไปเยี่ยมหลุมศพพ่อแม่   ในที่สุดภาพ Christina's World ก็เผยโฉมออกมา



คริสติน่ามีชีวิตที่แข็งแกร่งไม่ย่อท้ออยู่จนอายุ ๗๕ จึงถึงแก่กรรม

เธอมีชีวิตอยู่ในโลกแคบๆถ้าวัดตามรูปธรรม คือบ้านบนเนินเขากับเพื่อนบ้านใกล้เคียง  แต่ทางนามธรรม โลกของคริสติน่ากว้างใหญ่ไพศาลมากกว่าโลกใบจริงของเราเสียอีกค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 9
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.045 วินาที กับ 19 คำสั่ง