เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 4 5 [6]
  พิมพ์  
อ่าน: 15454 คุณมีสิทธิ์อะไร มาทำอย่างนี้กับบ้านเมืองผม...
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 75  เมื่อ 24 พ.ค. 06, 23:08

 ในที่สุด พี่พัดก็เก็ทเฟื่องเสียที

เมื่อวานหนูไปประชุมมา เขาบอกว่า อาเซียนต้องเป็นกลางค่ะ อิอิ

หนูเขียนบอกไว้แต่แรกแล้วน๊า

(คหพต 6 :
ผลิตสื่อโฆษณาออกมาเพื่อพยายามโน้มน้าวใจผู้บริโภค
แล้วบางโฆษณา ก็เต็มไปด้วยไอเดียงี่เง่าเสียจริงๆ
แต่ต้องยอมรับว่า หนังโฆษณาบางเรื่อง ไอเดียเขาดีจริงๆ )

หนูก็รักชาติเหมือนกันนะคะ
งานที่ทำทุกวันนี้ ก็ทำเพื่อรับใช้ชาติ ไม่ใช่ทำเพราะเงิน

หนูก็เหมือนพี่พัฒน์นั่นแหละ อะไรดี ก็ว่าดี อะไรเลวก็ว่าเลว
เพียงแต่สไตล์ในการแสดงความเห็นของเรา ผิดกันเท่านั้นเอง

อ้อ มีของแถมด้วยหรือ ให้เนื้อที่โฆษณาแยะ เอ้า แถมพกค่ะ
.
บันทึกการเข้า
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 76  เมื่อ 24 พ.ค. 06, 23:14

 กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

เอาลูกโป่งสวรรค์ กับแก้มแดงๆ ของหนูคืนม๊า
บันทึกการเข้า
bookaholic
ชมพูพาน
***
ตอบ: 145


ความคิดเห็นที่ 77  เมื่อ 25 พ.ค. 06, 09:14

 ขำกลิ้งกับโฆษณาที่คนทำเค้าไม่ได้ตั้งใจให้ขำ ถือว่าถีบมะครับ ชอบ 67 สุดยอด
คุณพิพัฒน์ครับ ช่วยหาของดีของงามในบทเพลง หนังสือหรือภาพศิลปะมาให้ผมเสพผ่านทางคุณด้วยได้มั้ย  ผมกำลังขาดอาหารใจอย่างแรงในสภาพแวดล้อมเวลานี้
คิดถึงเพลงมนต์รักลูกทุ่งมากครับ  หอมดินเคล้ากลิ่นไอฝน ครวญระคนหอมแก้มนงคราญ ขลุ่ยเป่าแผ่วพริ้วผ่านทิวแถวต้นตาล มนต์รักเพลงชาวบ้านลูกทุ่งแผ่วมา  ได้คันเบ็ดสักคันพร้อมเหยื่อ  มีน้องนางแก้มเรื่อนั่งเคียงตกปลา..โอย คิดถึงความหลัง
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 78  เมื่อ 25 พ.ค. 06, 10:24

 คุณบุ๊ค
ไอ้ที่คุณพรรณามาน่ะ มันทำผมเคลิ้มจนลืมอายุเล็ยย์

กาลครั้งหนึ่ง เด็กสามคน.....
ปลาช่อนอยู่ในท้องร่องสวน เพื่อนผมตาแม่น เหวี่ยงฉมวกทีเดียว ได้ตัวเท่าแขนเด็ก คนหนึ่งบอก กูมีไม้ขีด เท่านั้นแหละครับ ขุดดินท้องร่องมากำมือหนึ่ง โปะใส่ปลา เคลือบจนมิด ก่อไฟ โยนลงไป นานแค่บุหรี่มวนเดียว เพื่อนชาวสวนก็หยิบก้อนดินนั้นจากกองไฟ แบะมันออก มือเปล่าๆ แหละครับ พวกเรามองอย่างสยอง มันไม่ร้อนหรือไง เจ้านั่นยิ้มอายๆ บอกพ่อผม หยิบถ่านในเตาจุดบุหรี่ใบจากด้วยมือเปล่า กึ๋ยยย์....

ดินเหนียวจะดูดติดเกล็ดปลา เมือก และหนังเอาไว้
เผยให้เห็นเนื้อสีขาว .....หอมไปถึงก้านสมองของคนดม
เสียดายที่ตัวมันเล็กไปหน่อย

ผมไม่เคยกินปลาเผาอร่อยอย่างนั้นอีกเลย ตลอดชีวิตที่เหลือ

-----------------
อีกเรื่องหนึ่ง
ที่ปราสาทกำแพงใหญ่ นาน....ก่อนบูรณะ เรากำลังรังวัดทำผังสถาปัตยกรรม
พลันก็ได้ยินเสียงร้องเพลงของเด็กสาว ลอยลมมาแต่ไกล เสียงไม่ดังนัก แต่คุณเอ๋ย มันชัดเจนเหมือนฟังอีสาวกระซิบอยู่ตรงหน้า อาจจะเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าเป็นอะคูสติคจากสวรรค์ได้กระมัง แต่ที่สุดยอดนะพี่
เสียงเธอแจ๋วกว่าพุ่มพวงเสียอีก
อายุอานามไม่เกินสิบสาม แต่ที่มหัศจรรย์ก็คือ บุคลิกท่าทีที่เธอเดินตรงมายังพวกเรา เหมือนอับสะรา ออกมาจากรูปนูนต่ำ ยังไงยังงั้นเลยครับ

ไอ้พวกบ้าเครื่องเสียงชุดละเป็นล้าน เพื่อบรรลุถึงสะเตริโอ-อิมเมจจิ้ง แต่ไม่ได้มา ผมไม่ต้องเสียเงินสักบาท ได้มาเต็มสองหูสองตาเลย ...ฮิฮิฮิ

โคตรฯ เบอร์ 67 นั่น ยุคเพชรพระอุมากำลังเฟื่อง ชายหนุ่มทุกคนอยากเป็นอย่างนั้นกันทั้งนั้น 5555
บันทึกการเข้า
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 79  เมื่อ 25 พ.ค. 06, 16:18

 แก้มแดง ๆ จะไว้ใจได้ก๋า บ่ใจ้ข้าเจ้า จะไว้ใจได้ก๋า  
สวัสดีทุก ๆ ท่านที่เคารพครับ
ความเห็นที่ 72 - 73 เป็นผลของทุนนิยม หรือผลของความอยากกินกันแน่หนอ...
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 80  เมื่อ 25 พ.ค. 06, 19:21

 แต่สังเกตดูนะ พ่อระพินทร์ (เขียนถูกไหมเนี่ย ไม่ใช่แฟนเพชรพระอุมา)
แกถอดรองเท้าก่อนโดดลงไปช่วยหญิงสาว จนเปียกปอนไปทั้งตัว
ขนหน้าแข้งนี่ เปียกลู่เชียว

ส่วนแม่สาวซึ่งสวมชุดว่ายน้ำ ไม่ยักเปียกน้ำแฮะ
บันทึกการเข้า
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 81  เมื่อ 25 พ.ค. 06, 19:29

 พี่ชอบลูกโป่งสวรรค์ กับตัวเนี้ยะ อะ คุณศรี ฯ  หน้าตา มันน่ารักดี
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 82  เมื่อ 26 พ.ค. 06, 01:23

 เรื่องเล่าฝากคุณบุ๊ค (คนโซของงามๆ)
ถ้าคุณชอบฟังเพลง หาแอมป์หลอดเจ็ดวัตต์(สี่ก็ได้ ถ้ามี) ลำโพงเสียงหนาสักคู่ ห้องเล็กพอบรรจุจินตนาการของคุณ ฟังเพลงที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ (มาจากแท็กซี่คนหนึ่ง อ้างว่าเป็นเรื่องจริง)

ตอนอายุยี่สิบ ระพิน ภูไทถีบสามล้ออยู่ที่ตลาดเมืองสองแคว เรื่องโปรดมีแค่กินเหล้า แล้วก็ร้องเพลง พวกสามล้อด้วยกันรู้ดีว่าเสียงของมันดีแค่ใหน โดยเฉพาะ เมื่อเมาได้ที่
เย็นวันหนึ่ง มีประกวดร้องเพลงที่ตลาด ระพินทนแรงยุไม่ไหว (มันก็คงอยากเองด้วยแหละ) พรรคพวกทั้งกลุ่มลากมาสมัครกะเขาด้วย
อนิจจา

เจ้าหนุ่มมาช้าเกินไป เขาปิดรับสมัครแล้ว กำลังจัดคิวคนร้องเพลงกันอยู่ พรรคพวกไม่ยอมแพ้ พากันอ้อนวอน ไม่ได้ร้องแข่ง ขอร้องฟรีก็ยังดี เพื่อนผมเสียงดีนะครับ
คนคุมเวที จะด้วยความใจอ่อนหรือใจโหด อยากให้ไอ้พวกสามล้อกวนได้อายต่อหน้าธารกำนัล ก็ไม่มีใครรู้ ยอมให้ไอ้หน้าเด๋อ ในชุดหากินขาก๊วยสั้น หมวกสาน พาร่างแสนโทรมขึ้นเวที เผื่อมันจะถูกโห่ พอให้เวทีครื้นเครงกระมัง
ระพินไม่รู้หร็อก ว่าความอายเป็นยังไง ชีวิตนี้ ได้ขึ้นเวทีร้องเพลงกับวงดนตรีจริงๆ ก็เพียงพอให้ฝันหวานจนเกษียณแล้ว
เสียงหน้าม้าร้องว่า เอาเพลงรุ่งเพชร
ปีนั้น รุ่งเพชรครองราชย์เป็นราชาเพลงชาวบ้านอยู่ น้ำเสียงหวานรื่น เหน่อปนชัด ขึ้นตะหมูกกำลังดี เก็บหัวใจแม่ยกใส่กระเป๋ามาค่อนประเทศแล้ว
ไอ้หนุ่มสามล้อไม่รู้จักกลัว มันขอเพลงแล้วร้องกับวงได้ ไม่มีล่ม ทั้งๆ ที่เกิดมาเพิ่งเคยร้องเพลงจบก็ครั้งนี้
ทั้งเวทีงงพอที่จะยอมให้มันร้องเพลงที่สอง คราวนี้มันเล่นของแข็ง เรียกเพลงชาย เมืองสิงห์ จอมยี่เกลูกคอเจ็ดชั้น แถมยังมีลูกเล่น ทิ้งเสียงกระเพื่อมเหมือนระลอกน้ำในบึงวิ่งไล่กันเป็นลูกระนาดเข้าตลิ่ง
ไอ้ระพิน ทำได้ยังกับยืมคอพี่เขามาใช้

วันนั้น ไม่มีใครจำได้ ว่าใครร้องชนะ ทุกคนรอฟังไอ้สามล้อร้องแทรกระหว่างผู้ประกวดเปลี่ยนคน จนงานเลิก หัวหน้าวงจึงถามว่า
ไอ้หนุ่ม เอ็งชอยร้องเพลงมากนักหรือไร มาเป็นนักร้องกับข้าใหม

นั่นแหละ คือตอนเปิดเรื่องของระพิน ไอ้หนุ่มเสียงทอง เจ้าของแก้วเสียงที่พระเจ้าสร้างมาเพียงหนึ่งเดียว เพลงของมันถล่มหูชาวบ้านหมดประเทศ ล้วงเงินแม่ยกหมดกระเป๋า ในปีนั้น ไม่มีรถนำเที่ยวคันใหน ไม่ร้องเพลงของระพิน ไม่มีวงเหล้าใหน ที่ไม่เมาไปพร้อมกับเพลงของมัน
เพียงชั่วข้ามคืน ระพินก็กลายเป็นเจ้าชายแห่งวงการ มันใช้ชีวิตเต็มที่ราวกับรถไม่มีเบรค กิน ดื่ม เที่ยว ผู้หญิง...สารพัดที่เงินซื้อได้ เงินแสนไหลผ่านมือง่ายยังกับล้างสบู่

เพียงไม่กี่ปี ระพินก็มาถึงจุดต่ำ แต่ยังไม่สุด มันกินเหล้าจนเสียงพัง ...เละเทะจนไม่มีใครกล้ารับงานให้ ทุกอย่างมีแต่ความล้มเหลว หนี้สินล้นพ้นตัว จนมันต้องหนีหนี้ไปอยู่มหาชัย นัยว่าไปตามสาวคนรัก แต่ที่มันทำอย่างเอาจริงเอาจังไม่ใช่ง้อสาว มันกินเหล้า กินเหล้า และกินเหล้า
เสี่ยค่ายเพลงเคยมากู้หนี้มันหลายครั้ง หวังว่ามันจะฟื้นคืนมา อย่างน้อยชื่อเสียงเดิมก็ยังมีค่า แฟนเพลงส่วนหนึ่งก็ยังอยากฟัง

ระพินรวบรวมพลังครั้งสุดท้าย ออกเพลงใหม่ แท็กซี่ที่เล่าเรื่องนี้บอกว่า เป็นเพลงจากชีวิตจริง ผมก็ฟังเพลินจนไม่ทันถามชื่อเพลง แต่ช่างเถอะ สายเสียแล้ว

ระพินตายอย่างอนาถาที่มหาชัยนั่นเอง ไม่มีโอกาสที่สองสำหรับไอ้หนุ่มสามล้อเสียงสวรรค์อีกต่อไปแล้ว

หาเพลงของรุ่งเพชร ศรคีรี ฯลฯ มาฟังต่อจากระพินนะครับคุณบุ๊ค  เรายังโชคดีที่เพลงพวกนี้ยังเหลือรอดจากมหาวาตะภัยเสียมกลกลวง ที่กวาดนักร้องของแท้ตกเวทีตายหมดสูญพันธู์หาทรากไม่เจอ แล้วซ้ำด้วยโคลนจากบริสัตว์มหาชนบันเทิงถล่มซ้ำ

บางเวลาที่ค่อนข้างสงัด ผมได้ยินเสียงสุเทพ วงศ์กำแหงถอนหายใจเบาๆ ในเพลงหรีดรักด้วยละ

ลิ้งค์นี้เล่าเรื่องระพิน อีกเวอร์ชั่นหนึ่งครับ
 http://www.luktungfm.com/lost%20artist/rapin%20puthai.htm  
บันทึกการเข้า
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 83  เมื่อ 26 พ.ค. 06, 16:54

 กลายเป็นกระทู้เพชรพระอุมาไปแล้วครับ
ขออนุญาตมอบ แก่คุณเฟื่องไปพลาง ๆ ครับ
เพราะผมยังหาลูกโป่งไม่เจอ    

สืบเนื่องจากความเห็นที่ 46
ผมนึกถึงความเห็นที่ อ.สุขุมาล ท่านกล่าวไว้ในกระทู้ที่ผมให้ลิงค์ในความเห็นที่ 50 ครับ
"ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48
สื่อแรกเด็กๆที่ต้องรีบรู้เท่าทันคือสื่อการโฆษณา ที่ทำให้วิธีคิดวัตถุนิยมทุนนิยม และบริโภคนิยม
ฝังตัวเข้าไปในวิธีคิดของคนไทยอย่างลึกซึ้ง และทำลายถึงระดับจิตวิญญาณเลยทีเดียว

ศาสตร์นี้มีรากมาจากทุนนิยมตะวันตก มีเงินเป็นฐานคิด แปลว่าสอนให้คิดโดยเอาเงินเป็นตัวตั้ง
แล้วก็ต้องหาวิธีโน้มน้าวใจให้คนจ่ายเงินซื้อ โดยมีหลักการว่าเราจะไม่บอกความจริงทั้งหมดแต่บอกเป็นท่อนๆ
ส่วนความจริงด้านลบทั้งหลายเราจะไม่บอกเลย
แล้วก็(อาจ)นำเสนอแก่กันด้วยความมั่นใจอย่างนี้

การสอนคนให้รู้สึกว่า “โกหกไม่ผิด - ทุจริตไม่เป็นไร” นั้น
มิใช่การทำลายกันในระดับจิตวิญญาณอย่างลึกซึ้งดอกหรือ

โดย: สุขุมาล จันทวี [IP: 203.156.117.89,,]
วันที่ 11 ก.พ. 2549 - 02:12:57"
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 84  เมื่อ 26 พ.ค. 06, 16:56

 การวิพากย์รูปในความเห็น 73
ความเห็น 73 สังเกตดูจะเห็นว่าลุงแทนที่จะถือสามง่าม กลับถือปืนส่องกล้อง(เอเค-47?)แทน
น่าจะสื่อถึงความระแวงที่มีมากขึ้นตามวันและเวลา อันเนื่องมาจากสังคมทุนนิยม
ลุงและป้าตุ้ยนุ้ยมาก น่าจะเป็นผลของการบริโภคนิยม สังเกตได้จากหน้าต่างที่หน้าจั่ว มีตราสัญลักษณ์ของเฮียหมูอยู่ด้วย
ถ้าติดตามข่าว จะทราบว่าเฮียหมูแกทำอะไรให้กับโลกเราบ้าง (และผมก็ชอบกินขยะในร้านเฮียด้วยครับ)
สังเกตเสื้อของลุงและป้าตุ้ยนุ้ย จะเห็นได้ว่ามีขนาดใหญ่ ขาดความสวยงามและเรียบร้อย
เพราะถ้าคำนึงเรื่องนี้ ก็ใส่เสื้อได้ไม่สบายตัว อันนี้ก็คล้ายกับการผลิตในยุคทุนนิยม

และปิดท้าย ด้วยการรอฟังเรื่องเพชรพระอุมาครับ
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 85  เมื่อ 26 พ.ค. 06, 20:46

 ขอบคุณค่ะ คุณศรี ฯ พี่ได้ลูกโป่งจากทู้น้องๆ ของอาจารย์เทาชมพูแล้วละ

น่ารักจังเลย ไปดูกันเร้ว
บันทึกการเข้า
bookaholic
ชมพูพาน
***
ตอบ: 145


ความคิดเห็นที่ 86  เมื่อ 29 พ.ค. 06, 08:45

 อิ่มเพลงลูกทุ่ง เต็มกระเพาะไป 7 วันเล็ยย์ครับ   อิ่มหูอิ่มใจ

ผมไปหาเนื้อเพลงนอนฝันไปในเว็บจนเจอ  อยากรู้ว่าคุณ pipat เรียกเหนือจริง นั่นเป็นไง
 http://websuntaraporn.com/suntaraporn/lyric/postlyric.asp?GID=433  

สาขาผมเรียกซิมบอลลิสซึ่มครับ เป็นสัญลักษณ์แฝง  ซิกมันด์ ฟรอยด์ชอบเอามาใช้ในการตีความความฝัน   ส่วนผมเห็นเพียงว่าคนยุคปู่เค้าสื่อการนอนกับอารมณ์พิศวาสออกมาได้เนียนมากๆ  เดี๋ยวนี้เค้าไม่แฝงให้เสียเวลา บอกกันตรงๆไปเลย  ถีบแรงมากครับ
คุณ pipat เคยฟังมั้ยครับ   ไปนอนกันไหม ชื่อเพลงนะครับ ไม่ใช่คำชวน

You are a robot เฮ้..เฮ้...เฮ้
รู้ตอนนี้ ไม่รู้ว่าเธอนั้นเป็นอย่างัย จะพูดไปแล้วก็เหมือนน้ำมันที่ราดกองไฟ
คงยังร้อน รมณ์มันร้อน ไม่น่าเข้าใกล้ ไม่มีเหตุผล มันก็เอาแต่ใจ
ใจเย็น ๆ คุมอารมณ์เอาไว้ก่อน อย่าทำโมโห ทำอย่างงี้มันไม่ดี
ควันขโมง หน้าเธอมึนเหมือนยักษ์พันปี ถ้าเอายังนี้ เธอดูว่าดีกว่าไหม
* ไปนอนกันไหม เธออย่างพึ่งใจร้อน นอนกันก่อนมั้ย ฉันจะพาเธอไปพักผ่อน
เรื่องที่ปวดหัว เอาเถอะพักไว้แค่นั้น เธอกับฉันเราไปนอนกันดีกว่า
เฮ้...เฮ้....เฮ้...
ค่อยพูดค่อยจาให้เหมือนกับคนที่เขารักกัน ภาษาดอกไม้ได้ไหมถ้ามีให้กันทุกวัน
เธอก็ร้อน ฉันก็ร้อน ก็ยิ่งลุกเป็นควัน ทะเลาะกันแล้วได้ประโยชน์อะไร
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 87  เมื่อ 29 พ.ค. 06, 10:13

 เพลงนอนฝันไปนี้ ถ้าอ่านแต่เนื้อร้องจะเห็นว่าไม่ถึงกับเลอเลิศ
เมื่อมีทำนองมาห่อหุ้ม ความพิเศษก็เพิ่มขึ้นพอสมควร

แต่เมื่อผ่านการ "ตีความ" ของมัณฑนาแล้ว เพลงนี้ก็กลายเป็นของวิเศษ

อยากให้สังเกตตั้งแต่ที่เธอเลือกบันไดเสียงแล้วนะครับ
การเว้นที่ว่างระหว่างประโยคนั้น เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของเธอ
การวางจังหวะลมหายใจ การรักษาระดับเสียง การออกเสียง และการอาศัยประโยชน์จากดนตรี.....ตอนจบเพลงนั่นเป็นสิ่งมหัศจรรย์ในประสบการณ์นาอี๊ฟของผมเชียวละครับ
เธอสร้างบรรยากาศกึ่งจริงกึ่งฝัน กึ่งพบกึ่งพราก ออกมาได้จากกัลเม็ดแห่งน้ำเสียงเฉพาะตนโดยแท้

คุณเอ๋ย หาไปทั้งสามโลก (โลกเก่า โลกเดี๋ยวนี้ และโลกข้างหน้า) ก็ไม่มีใครร้อง "เพลงไทยสากล" ได้เหนือเธอ

คุณรวงทองเคยประกาศว่า ไม่มีมัณฑนาก็ไม่มีรวงทอง นั่นจริงแท้แน่นอน
ผมประกาศมั่งว่า ไม่มีมัณฑนา ก็ไม่มีเพลงไทยสากล

จะเว่อไปใหมหนา
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 88  เมื่อ 29 พ.ค. 06, 12:50

 ส่วนไอ้สำรากที่คุณยกมานั่นก็แปลกดีเหมือนกัน
ผมไม่รู้ว่าคนแต่ง (เรียกอย่างนี้จะผิดประเวณีใหมนะ...เอาใหม่..) คนสำรอกความตัวนั้น มันมาจากบ้านใหน

เพิ่งเคยรู้ว่า ในภาษาไทยนี่ เวลาที่อารมณ์เสีย เขาชวนกันไปนอน.... ถ้ามันทำได้จริง หมายความว่าหลับแล้วอารมณ์ดีละก้อ เราก็ไม่ต้องมีศาสนาซีฟะ

มีแค่ยานอนหลับก็พอ

* ......เฮ้...เฮ้....เฮ้...
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 19 คำสั่ง