เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 6
  พิมพ์  
อ่าน: 15433 คุณมีสิทธิ์อะไร มาทำอย่างนี้กับบ้านเมืองผม...
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
 เมื่อ 18 พ.ค. 06, 15:31

 ผมเกลียดทีวีเข้ากระดูกดำ
ไอ้กล่องแพนโดราสามัญประจำบ้านชิ้นนี้ วันละยี่สิบสี่ชั่วโมง ที่ผลัดกันถ่มถุยสารพัดสวะพิษเข้าใส่ครอบครัวผม

นำขบวนมาโดยพวกโฆษณาชั่ว จากใจคนทราม ที่ทำสิ่งแสนแขยง จู่โจมใส่ดวงใจน้อยๆ อันแสนบริสุทธิ์ ของอนุชนที่หมดทางสู้

ผมเลี้ยงลูก ไม่ต้องการให้มันเป็นกักขระชน เพราะเสพย์โฆษณาชั้นต่ำจากพวกคุณ มากเกินไป

คุณมีสิทธิ์อะไร มาทำอย่างนี้กับบ้านเมืองผม
คุณทำให้ดีกว่าที่คุณทำอยู่ทุกวันนี้

ได้ใหม

ได้โปรด...
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 15:35

 ที่เพิ่งรังเกียจไปหมาดๆ ก้อ โคตรสะนาที่ให้ผู้หญิงรีดเสื้อ
แล้วเสื้อมันเรียบเร็ว เพราะผ้ามันชอบเรียบ
เลย....มีเวลาเหลือ

ยัยนั่นถามผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆว่า

เวลาเหลือ
ทำไรต่อดี....พี่
แล้วหล่อนก็ดับไฟ

สิ้นคิดจริงๆ
ก็รีดอีกตัวสิวะ นังโง่
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 15:41

 อันที่กำลังเกลียดอยู่ก้อ

ที่ตอแหลว่า สาวหนึ่ง หัดเล่นเปียโนมือเดียว หกปี
เพื่อไปเล่นกับมืออีกข้างของหญิงชรา อดีตนักเปียนโนที่มือข้างหนึ่งหมดสภาพ....

ผมไม่ชอบเรื่องตอแหลที่บีบน้ำตาคนดู เพื่อหลอกล้วงเงินในกระเป๋า


ความโศรกโศกาอาดูร เป็นความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ของมนุษย์ชาติ
ไม่ควรหาเงินกับสิ่งนี้โดยเด็ดขาด
เพราะ
ต่อไป มนุษย์จะขาดเมตตา จากผลสะท้อนของความโศกเศร้า
มันจะชาชิน เพราะใช้บ่อย

ตอนนั้นมนุษย์จะเหลืออะไร
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 15:44

 ยัยครูบ้า

เธอยืนดูเด็กคลุกโคลนจากระเบียง

ทำท่าหยั่งรู้ซะเหลือเกิน
"เด็กเรียนรูอะไรมากมายจากการเล่นซน"

แม่งงง....
เด็กน่ะไม่รู้หร็อก แม่มันสิรู้ ตอนซักผ้าพวกนี้
โรงเรียนอะไรก็ไม่รู้ ท่าทางอินเต๊อรรร์อินเตอ
แต่

สนาม ...อย่างกับปลักควาย
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 15:47

 ไอ้โคตรสะนาสาวรูดเสานั่นก็อีก

คนคิด

คงได้ตัวอย่างจากน้องสาว ภรรยา หรือมารดา

ทุด....
คณิกาเป็นโรค เป็นแผล ของสังคม เราต้องช่วยกันเยียวยา
มิใช่ช่วยกันย่ำยี
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1884



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 16:04

 ใจเย็นคุณพี่
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 16:19

 ใจเย็นๆ ค่ะ ใจเย็นๆๆ พี่พัฒน์

ติดเคเบิลทีวีเพื่อดูดิสคัฟเวอรี่ชาเนลแทนแล้วกัน
จะได้ไม่ต้องดูโฆษณาไงคะ

แถวบางที่เฟื่องอยู่มีการต่อต้านโฆษณากันมากเหมือนกันค่ะ
หลายๆ อันที่ทำออกมามีความคิดสร้างสรรค์ที่ดีมากๆ
เฟื่องชอบว่า การที่เราจะสื่ออะไรให้สะดุดตาสะดุดใจคน
ภายในเวลาไม่กี่วินาที เป็นความท้าทายเหมือนกันนะ
แต่ส่วนใหญ่ก็เหมือน ๆ กัน คือ
ผลิตสื่อโฆษณาออกมาเพื่อพยายามโน้มน้าวใจผู้บริโภค
แล้วบางโฆษณา ก็เต็มไปด้วยไอเดียงี่เง่าเสียจริงๆ
แต่ต้องยอมรับว่า หนังโฆษณาบางเรื่อง ไอเดียเขาดีจริงๆ ค่ะ


ทีวีช่อง 2 ที่นี่ (ไม่ค่อยดูช่องอื่นง่ะ) เวลาก่อนตัดเข้าโฆษณา
เขามีจิงเกิลดีค่ะ มีอยู่หลาย ๆ อันผลัดกัน
เป็นหนังช็อตสั้นๆ ถ่ายให้เห็นมุมกล้องที่เหลื่อมซ้อนกัน
ทำให้เราเห็นอะไรแปลกๆ
เช่น เด็กอยู่มุมหน้ากล้อง เป่าฟองสบู่เล่นเบาๆ
แต่พอเป่าพรวด เอกสารของคุณปู่ที่นั่งอยู่ในฉากลึกออกไป
ปลิวกระจายว่อนไปหมด
ดูเหมือนเด็กเป่าลมพัดเอกสารปลิว
ทั้งนี้ เพื่อจะเตือนคนดูกลายๆ ว่า
อย่าเชื่อทุกอย่างที่เห็นในทีวี (นะจ๊ะ)

คนดูต้องมีวิจารณญาณที่ดีในการดูด้วย
ว่าอย่างนั้นเถอะ  
บันทึกการเข้า
viva
อสุรผัด
*
ตอบ: 15


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 16:49

 คุณpipatความแย้งขัดกับวิเลยนะ  
วิว่าโฆษณาเดี๋ยวนี้น่าดูกว่าละครเสียอีก
ก็อย่างที่คุณเฟื่องแก้วบอกอ่ะคนดูต้องมีวิจารญาณในการดูอ่ะจริงมั้ย
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 17:00

 รัฐควรคิดภาษีขยะพิษจากโฆษณาเลว (ย้ำ ...เลว)
เอามาบำรุงสิ่งของที่เปราะบางและไกล้สูญพันธุ์อย่างพวกที่ทำเว็บวิขาการนี่

ขอชมเรื่องนึงเถอะนะครับ
อาจารย์ที่นี่ ด่าคน
ยังด่าเป็นความรู้เลย หาได้ที่ใหนครับ คนอย่างนี้ ในพ.ศ. นี้

น่าเวทนาเหลือเกินกับงบประมาณปีละสองแสนบาท เพียงเพื่อให้คนอย่างอาจารย์ทั้งหลายท่านทำคุณประโยชน์แก่สังคม
สองแสนบาทต่อปี ตกเดือนละ หมื่นปลาย
ให้ด็อกเตอร์ไม่รู้กี่สิบคนทำเรื่องเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ ยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อวัน เจ็ดวันต่อสัปดาห์

เงินแค่นี้นะครับ ฝ่ายโปรดักชั่นบอก แค่ซื้อข้าวตอนดึก ก็ไม่พอแล้วครับ

คนทำบาป ต้องชำระบาป แม้จะชำระได้ไม่หมด

เอ่อ....เมื่อไหร่ วิชาการดอตคอม จะทำทีวีเพิ่มล่ะครับ
55555
บันทึกการเข้า
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 17:49

 ถ้าพี่พัดยอมเป็นดาราหน้ากล้องให้ฟรีๆ ละก็
เฟื่องสนับสนุน วิชาการชาเนล ขาดใจเลยค่ะ อิอิ

สิ่งต่างๆ ที่ปรากฎในทีวี ถ้ามองในแง่ดีนิดหนึ่ง
มันคือ การแสดงความหลากหลายในสังคมที่มีอยู่
ต้องยอมรับว่า คุณสมบัติของสิ่งต่างๆ ในโลกนี้
มันมีทั้งสองด้าน คือ ดี และ เลว

ถ้าเราไม่เห็น ไม่สัมผัสความเลวเสียเลย
เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ความดี เป็นอย่างไร
ถ้าไม่มีความเลวเป็นตัวเปรียบเทียบ

อีกอย่าง สิ่งที่คุณว่า ดี นั้น ใครจะเป็นผู้กำหนด ?

อย่างน้อย ก็ต้องขอบคุณสำหรับทางเลือกของผู้บริโภค
ที่มาพร้อมกับทีวี ในรูปแบบของอุปกรณ์ที่เรียกว่า
เครื่องควบคุมระยะไกล (remote control)

ทำให้คุณเลือกได้ที่จะเปลี่ยนกดเปลี่ยนช่อง
เลือกเสพสิ่งดี หลีกเลี่ยงสิ่งที่คุณคิดว่า เลว
(โดยไม่ต้องเดินไปกด หรือบิดปุ่มกริ๊กๆ ให้เมื่อย)

คุณเลือกได้ ที่จะติดตั้งเคเบิลทีวี
เพื่อดูสารคดีล้วนๆ ไม่ต้องมีโฆษณาคั่น

คุณเลือกได้ที่จะทุบทีวีทิ้ง
หาชั้นหนังสือมาวางแทน เลือกหนังสือดีๆมาวางไว้

นี่ คิดอย่างปลาทองแคระ
ผู้มองโลกในแง่ดีนะ

เราทุกคนมีทางเลือกน่ะ
เลือกทำในสิ่งที่ดี สร้างสรรค์สังคม
เพื่อเป็นตัวเลือกให้คนเขาเห็นความแตกต่าง
ระหว่างความดี กับ ความเลว

มันก็เป็นโฆษณาชิ้นหนึ่งเหมือนกันนะ อิอิ
บันทึกการเข้า
หมูน้อยในกะลา
พาลี
****
ตอบ: 392

อะแฮ่ม!!


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 18:05

 วิจารณญาณ วิจารณญาณ  วิจารณญาณ ............
หากว่าจะให้คนดูเป็นผู้ใช้วิจารณญาณ............


….กลายเป็นว่าคนกลุ่มใหญ่ คนส่วนใหญ่ หลายสิบล้านคนในประเทศต้องตกเป็นผู้ที่จำเป็นต้องใช้วิจารณญาณ แทนคนกลุ่มน้อย ทีมงานจัดทำโฆษณาไม่กี่สิบคนที่ควรจะต้องมี  เสียเองอย่างนั้นรึครับ ??

กลายเป็นว่าหน้าที่ใช้วิจารณญาณ และความรับผิดชอบในการพิจารณาสื่อโฆษณานั้น ต้องตกไปอยู่กับคนกว่า70 ล้านอย่านั้นใช่ไหม ?? คนดูสื่อ กับคนทำสื่อ คนไหนควรมีหน้าที่ใช้วิจารณญาณมากกว่ากัน. ?

จะดีกว่าไหม ? ถ้าคนส่วนน้อย สมควรมีหน้าที่ เป็นผู้ใช้วิจารณญาณของตน รับผิดชอบงานของตนที่ทำ รวมทั้งควรคำนึงถึงความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ผลดีผลเสีย ที่ต้องตกอยู่กับใคร มากกว่า เงินจะเข้ากระเป๋าเท่าไหร่ ?? ควรพิจารณาสิ่งที่จะทำออกมาเสียก่อน จึงค่อยนำเสนอออกมา
แล้วคนส่วนใหญ่ก็ ใช้วิจารณญาณส่วนบุคคล..อันละเอียดอ่อน..ของแต่ล่ะท่าน ตรวจสอบรับรู้ ตัดสินเอาเองอีกที ตามที่เห็นสมควรต่อไป
…อย่าลืมนะครับสื่อโฆษณา มันไม่ใช่ข่าวสาร สารสำคัญของสื่อมวลชน

คนที่นั่งดูหน้าจอนั้นมีทุกเพศ ทุกวัย ต่างสาขาอาชีพ ต่างความรู้ต่างความคิดเห็น ผมปฏิเสธไม่ได้ว่า สื่อโฆษณาที่ดีก็มีมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ดีเหมือนกันทุกสื่อ  เด็กประถม มัธยม ก็นั่งดูอยู่หน้าจอและได้เสพย์สื่อโฆษณาไม่ต่างกับพวกเราในตอนนี้

เราสามารถกล่าวได้เต็มปากไหม ? ว่า “ วิจารณญาณ “ ของแต่ล่ะคนนั้นเท่ากันหมด..





เครียดไปไหม...นี่
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1884



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 18:34

 ITV ก็ไม่เลวนะ

ท่าทางต้องปรับผังเยอะ

ต้องการรายการสาระด่วนครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 18:58

 ไม่เครียดหรอก คุณหมูน้อย ฯ
ไม่ใช่ปัญหาโลกแตกเสียหน่อย มันเรื่องธรรมดาโลกแท้ ๆ

เฟื่องก็บอกแล้วนี่นา ว่าความมีสีสันของโลกนี้ มันอยู่ที่ความหลากหลาย แตกต่าง
ถ้าคนเหมือนๆ กันไปหมด สังคมโลกคงจะราบรื่นกว่านี้
แต่คงน่าเบื่อพิลึกนะคะ

ตอนนี้ เขาส่งเสริมกันจะตาย เรื่องความแตกต่างหลากหลาย
ของวัฒนธรรม สังคม เชื้อชาติ ศาสนา อารยธรรม

หลังจากนั้นก็จะต้องมี dialogue สร้างความเข้าใจระหว่างสิ่งที่ว่าแตกต่างกันข้างต้น
เพื่อให้คนยอมรับซึ่งกันและกัน

จุดประสงค์หลักใหญ่ใจความเลยคือเพื่อสร้างสันติภาพ

ฟังเก๋ สวยหรู แต่คุณทำได้หรือไม่ได้อีกเรื่อง
แต่อย่างน้อย ความพยายามที่สูงส่งพอที่จะลงมือทำ ก็นับว่าประเสริฐแล้ว

การโน้มน้าว หรือสั่งสอนให้คนคิดไปในทางเดียวกันหมด ทำง่ายนักหรือ
คนที่ทำได้แบบนี้ เคยกำเนิดขึ้นในโลกนี้ กี่คนกันจ๊ะ
เอาง่าย ๆ เลยนะ คนที่ว่านั่งดูกันอยู่ ไม่ต้อง 60-70 ล้านคนหรอก
คนบ้านเดียวกันนั่งหน้าทีวี ยังแย่งรีโมทกันแทบแย่เลย
เพราะความสนใจต่างกัน สติปัญญาผิดกัน
และแน่นอน อย่างคุณหมูว่า
วิจารณญาณผิดกัน...

ตอนเด็กๆ พ่อแม่ก็ยัดเยียดให้ดูจะตาย เวลาพระเทศน์ สารคดี
...แต่หนูอยากดูการ์ตูนอะ
หนังสือก็หาแต่วรรณกรรมเด็ก วรรณกรรมสร้างสรรค์สังคม
...แต่หนูอยากอ่านโดเรมอน อ่านดรากอนบอล มีปู่เต่าจอมลามก
พ่อแม่ให้กินแต่เนื้อนมไข่ ของดีๆ อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารและวิตามินเอ ถึง แซด
...แต่หนูอยากกินโค้ก อยากกินเค้ก อยากกินลูกกวาดนี่
พอลับหลังพ่อแม่ อะไรที่ห้ามๆ นี่ชอบนัก ทำหมด
ทั้ง ๆ ที่มันก็เป็นสิ่งดี ๆ ทั้งนั้น
ไม่ใช่แต่เด็กๆ คนโตๆ ก็เหมือนกันแหละน่า
อะไรที่เขาว่าไม่ดี ถ้าฉันบอกว่า ดี  เสียอย่าง ใครจะทำไม

ความแตกต่างหลากหลายของคน ทุกเพศทุกวัย ทุกสังคมมันมีทั้งนั้น
ยังไม่ต้องพูดถึงโครงสร้างสังคมอื่น ที่ใหญ่กว่าครอบครัว

แหม พระท่านยังว่า บัวมีสี่เหล่าเลย

ทีนี้ เราจะไปบังคับให้สื่อ เสนอแต่สิ่งที่ (เราคิดว่า) ดี สำหรับมวลชน ได้ไหม

ได้สิ ง่ายจะตายไป

ถ้าไม่มีใครโวยออกมาว่า รัฐละเมิดสิทธิมนุษยชนนะ
(ตามสนธิสัญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ปี 1948 มาตรา 10
ว่าด้วย freedom of Expression)

เฟื่องถึงบอกไง ว่าคุณเลือกได้ แหมนะ
ไม่ใช่ว่า เขาบังคับเอาปืนจ่อให้คุณดูทีวีเมื่อไหร่ละเจ้าค้า  
บันทึกการเข้า
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 18:59

 กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด 1998 ค่ะ ขออภัย
บันทึกการเข้า
หมูน้อยในกะลา
พาลี
****
ตอบ: 392

อะแฮ่ม!!


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 19:44


.
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง