เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 1931 ดอกรักที่ใกล้โรย (นวนิยาย อยากให้ติชมค่ะ)
มาลิสา
อสุรผัด
*
ตอบ: 2

กำลังจะเรียนต่อปริญญาโทค่ะ อาจติต่อยากหน่อยนะคะ


 เมื่อ 14 พ.ค. 06, 23:08

 อันนี้ต้องขออ้อนเจ้าของห้องก่อนนะคะ ว่าขอเขียนที่ห้องนี้เถอะ เพราะติดตาม และคิดว่าถึงเวลาสักทีที่อยากเอาเรื่องที่ตัวเองเขียนมาลงบ้าง อิ อิ

แต่หนูก็รู้นะคะว่า จริงๆ แล้วต้องเขียนในห้อง Vwrite แต่ว่า ห้องนั้นส่วนมากเป็นนิยายสำหรับเด็ก ก็เลยคิดว่าไม่ใช่กลุ่มที่อ่านเรื่องนี้แล้วสนุกแน่ๆ ก็เลยมาโพสต์ที่นี่น่ะค่ะ  

สำหรับคนที่ชอบก็ขอให้ติชมนะคะ  ถ้าไม่ชอบ หรือให้ปรับปรุงสำนวนภาษาก็ให้บอกมาตรงๆ โต้งๆ เลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ เพราะว่า รับได้อยู่แล้ว และทราบดีว่า คำตินั้น จะเป็นติเพื่อก่อค่ะ

ยังไงขอให้หนูได้โพสต์นิยายของหนูที่หน้านี้นะคะ  

จุ๊บส์  จุ๊บส์  รักเจ้าของห้องที่สุดเลยค่ะ


๑.

“ขอเชิญศิษย์เก่าทุกท่านมารวมตัวกันสังสรรค์ในวันคล้ายวันครบรอบการก่อตั้งมหาวิทยาลัย ในวันที่ 17 กันยายน ตั้งแต่เวลา 18:00 น. ถึง 24:00 น.  ภายในงานจะได้พบกับกิจกรรมมากมายซึ่งทางมหาวิทยาลัยและนักศึกษาได้จัดเตรียมไว้  จึงขอเชิญศิษย์เก่าทุกท่านค่ะ  ข่าวต่อไป จาก...”
   

เสียงที่ประชาสัมพันธ์ผ่านวิทยุนั้นยังเจื้อยแจ้ว สำหรับบางคนอาจจะปล่อยผ่าน ไม่ได้ใส่ใจข่าวเหล่านั้นมากมาย แต่สำหรับทั้ง ปานสรวง ชูศรีและนลินีแล้ว เธอทั้งสามหยุกกึก และทบทวนอะไรบางสิ่ง

ปานสรวง…แผดร้องกรี๊ดลั่นราวกับโดนเชือด ขณะยกเท้าถีบประตูผางจนบานหนาหนักกระแทกเข้ากับกำแพงดังปังใหญ่ ตาแดงก่ำโกรธขึ้งเกลียดชัง จ้องตามร่างที่เผ่นแผล็วหนีไป มือหนึ่งของเธอกำด้ามอีโต้แน่น  กระโดดแผล็วตามไอ้สารเลวที่เผ่นหนีหัวซุกหัวซุน   เห็นมันไวๆ อยู่ที่หน้าลิฟต์  มือกดปุ่มยิกๆ เร่งให้ลิฟต์มา บานประตูลิฟต์เปิดออก มันรีบเผ่นเข้าไป

              “นึกเหรอว่าจะหนีรอด!”

ปานสรวงร้องพร้อมกับมีดอีโต้ด้ามโตที่เขวี้ยงหลุดจากมือ หลุดหวือพุ่งปักดังฉึกเข้าที่ประตูลิฟต์ซึ่งปิดลงงับมีดไว้อย่างพอดิบพอดี!

   “ไอ้ผู้ชายสารเลว  ไอ้ชาติชั่ว  ไปตายซะ ไป๊!” เธอตะโกนตามหลัง ก่อนกรีดร้องลั่นดั่งผีโดนข้าวสารเสก แล้วทรุดร่างลงกับพื้น

   เมื่อเขาไปแล้ว...น้ำตาแห่งความอ่อนแอก็ไหลรินออกมา

   กี่คนแล้วนะที่จากเธอไป?  ตักตวงอย่างอิ่มหนำ และใช้เธอเป็นบันไดไต่ผ่านสู่ความสำเร็จ ก่อนถีบเธอทิ้งอย่างไม่ใยดี  ลูกชายเจ้าของนักธุรกิจที่ต้องการผันตัวเองเป็นนักแสดงชื่อดังนั่นก็หนึ่ง   เจ้าหน้าตี๋ ดีเจจอมเจ้าชู้ นั่นก็สอง นักการเมืองที่ต้องการใช้ความเป็นดารานักร้องของเธอหาชื่อเสียงนั่นก็สาม  และยังมีอีกสี่ ห้า หก  ถ้ารวมไอ้หนุ่มสาวแตกนั่นก็เป็นเจ็ดพอดี

   เจ้าคนที่เจ็ดนี่แสบสุดๆ  มันนำพามาซึ่งความเจ็บช้ำพร้อมๆ กับสร้างความสังเวชให้แก่ตัวเอง   ไม่คิดเลยว่า จะโดนหลอกจนได้ หนอย! มาแอ๊บแมนหลอกว่าเป็นชายจริง  ชั่วที่สุด!  ทำไมถึงได้โง่มองไม่ออกหา!

                ก็ใครจะรู้ว่ามันเป็นเกย์  หนำซ้ำยังเป็นเกย์ควีนที่สาวสุดๆ ในเมื่อทุกท่วงท่า ทุกกริยาที่อยู่ต่อหน้าเธอ ปองยศเป็นสุภาพบุรุษโดยแท้ และทรวดทรงหน้าตานั่นเล่า ก็ราวกับสวรรค์สร้าง หล่อจนต้องเคลิบเคลิ้ม แล้วอย่างนี้ ใครล่ะจะอดใจไหว  

   โฉมหน้าความสาวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่างชายนั้นเพิ่งปรากฏโฉมภายหลังจากที่คบกัน เมื่อเธอสังเกตได้โดยสติปัญญาว่า เพื่อนสนิทแต่ละคนของเขา ทำไมถึงได้ดูเก๊ยเกย์...เกย์จนน่าสงสัย  แต่แสงสว่างแห่งภูมิปัญญาของเธอตอนนั้นริบหรี่ราวกับจันทร์แรมที่ใกล้มืดดับ บอกตัวเองอยู่ร่ำไปว่า  ปองยศไม่มีทางเป็นเกย์เด็ดขาด  เพราะถ้าเป็นแล้ว เขาจะมาคบเธอทำไม?

   เพิ่งมีวันนี้แหละที่ความจริงปรากฏ  แสงแห่งสติปัญญาสว่างจ้าพร้อมกับความเจ็บช้ำที่พุ่งกระแทกจนแทบมึนงง

   ภาพของปองยศร่างใหญ่ถึก ที่กำลังยักแย่ยักยันพยายามยัดตัวในชุดราตรีสีแดงสดของเธอปรากฏอยู่ในความทรงจำ ดวงหน้านั้น...ยังจำได้ดี  แต่งเข้มจัดยิ่งกว่านางแบบที่เตรียมโชว์บนเวที  ลิปสติกสีแดงสดทาทับบนปากหนา สีขาววาวไล้ตามจมูกโด่ง เปลือกตาไล้ไล่สีเข้มน้ำเงินจัด  และคงจะไม่ตะลึงเท่านี้ หากไม่หันไปเห็นผู้ชาย...ขอย้ำ! ว่าเป็นผู้ชายอีกคนนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง เพียงแค่เห็นเท่านั้นหละ  สติก็ขาดผึง! กรีดร้องลั่นวิ่งโผนเข้าห้องครัวคว้ามีดอีโต้ทันที

คู่ขาของปองยศเร็วเหมือนลิง  กระโดดวิ่งตุบๆ ออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว  ส่วนปองยศนั้น ตื่นตกใจ ตะลึงทำอะไรไม่ถูก ก่อนได้สติวิ่งตามไป แต่นั่นก็เป็นเวลาที่เธอคว้าอีโต้ได้แล้วพอดิบพอดี

   ทำไมดูมันไม่ออกนะ!  ทำไมถึงไม่รู้มาก่อนนะว่ามันเป็นเกย์  สารเลว  ไอ้..ไอ้...  

               เธอแค้นจนด่าอะไรไม่ออก เป็นความเจ็บช้ำที่แสบสันคลุกเคล้าระหว่างความรักความแค้นที่เจ็บขึ้นทวีเมื่อผสมไปกับความโง่ของตัวเองที่ดวงตามืดบอดมานานไปกับความรู้สึกว่าตัวเองโง่เขลาที่ไม่อาจรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่ายได้แล้ว ทำให้ยิ่งทรมานเป็นทวี  

              โง่ที่สุด!  

              นี่ถ้าวันนี้คิวถ่ายแบบไม่ถูกยกเลิกกะทันหัน ก็คงไม่เห็นภาพนี้ และเธอก็คงโง่ มีสมองเท่าหางอึ่งอย่างแน่นอน!

   น้ำตาไหลพลั่กๆ ผสมความรักความแค้นไหลรินออกมา พร้อมๆ กับแว่วได้ยินเสียงจากสเตอริโอที่ดังเข้ามา
ก็คงจะไอ้สองคนนั่นแหละที่เปิดทิ้งไว้

   ข้อความในวิทยุเชิญชวนให้ไปร่วมงานของมหาวิทยาลัย

   คงจะไปหรอก...เธอคิด...ชีวิตเธอห่างไกลจากรั้วมหาวิทยาลัยมานานจนความผูกพันจืดจาง และไม่โหยหาเหมือนเมื่อตอนแรกจากอีกแล้ว และตอนนี้ก็ไม่มีสาเหตุอะไรจะต้องกลับไป  

              จะไปทำบ้าอะไร!  จะให้ไปตีหน้ายิ้มหวานว่าชีวิตประสบความสำเร็จ  เป็นดารานักร้องมีชื่อเสียง  มีแต่คนมารุมรักรุมใคร่อย่างนั้นหรือ?  

              ฝันไปเถอะ!

             ชีวิตส่วนตัวของเธอล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ทั้งเรื่องความรักและการเงิน

   เธอล้มเหลวเรื่องความรัก  ไม่เคยประสบความสำเร็จเรื่องคู่ชีวิต  ซ้ำเรื่องการเงิน มาในตอนนี้แล้ว ทุกอย่างก็เริ่มร่อยหรอตามวัย  จริงอยู่ เธอประสบความสำเร็จเรื่องการงาน แต่ด้วยการใช้จ่ายสุลุ่ยสุร่ายทำให้ไม่เคยมีเงินเก็บ เธอได้มาก็จ่ายไป  หนำซ้ำ เธอยังไม่ได้ใช้จ่ายคนเดียวอีก ยังมีแมงดาปีกทองที่บางครั้งก็วนเวียนเข้ามาคอยสูบเลือดเนื้อ โดยที่เธอก็ยินยอมพร้อมใจเสียด้วย  เพราะคำว่ารักเพียงคำเดียว  งี่เง่าชะมัด!

              เคยคิดทำธุรกิจ  แต่เพราะกลัวความลำบากและไม่ชอบการแข่งขัน ทำให้ไม่พร้อมที่จะวิ่งเข้าสู่โลกธุรกิจ ทำให้เธอซึ่งนักข่าวและสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ชื่นชมว่าเป็น ‘เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง’ นั้น ได้แต่ลอยล่องในฐานะเจ้าหญิง ไม่อาจลงสู่พื้นดิน ผจญเรื่องหนาหนักและปวดสมองได้

                    สินทรัพย์เท่าที่ครอบครองตอนนี้ก็มีเพียงคอนโด
ใจกลางเมือง รถคันหรูที่สูบน้ำมันเก่งยิ่งกว่าปลิงสูบเลือด  เครื่องเพชร เครื่องประดับต่างๆ ที่มีเก็บไว้บ้างแต่ก็ไม่มากมาย แต่ที่มีเยอะมากที่สุด คงจะเป็นพวกเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และเครื่องแต่งตัวแบรนด์เนมต่างๆ  ซึ่งของพวกนี้ ใช่ว่าจะแปลงเป็นเงินแล้วได้กำรี้กำไร

                  ดาราที่เริ่มหรี่แสงลงเพราะความชรา...ชีวิตจะอยู่ยังไงนะ?  ไม่มีเงิน ไม่มีคู่ชีวิต  ไม่มีหลักประกันมั่นคง

   เมื่อคิดถึงอนาคตอันเปล่าเปลี่ยวและมืดมน  มือไม้เธอก็สั่นขึ้นมาดื้อๆ  เธอกลัวความเหงา  เกลียดการอยู่คนเดียว  บางทีคืนนี้เธอต้องโด๊ปยาซักหน่อยแล้ว  คนขายเพิ่งบอกว่ามียาตัวใหม่มา เพียงแค่เสพ ก็จะรู้สึกผ่อนคลาย เหมือนได้ขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

   เธอเดินกลับไปที่ห้อง  เปิดลิ้นชัก...คืนนี้เธออยากลืม  

   ปานสรวงแกะกระดาษฟอยล์  ซึ่งมีผงสีขาวอยู่ด้านใน  มือคว้าไฟแช็คจุดไฟจากด้านล่างกระดาษฟอยล์ ควันกรุ่นๆ สีเทาจางระเหยออกมา เธอรีบสูดเข้าไป

   สวรรค์อยู่แค่เอื้อมจริงๆ แค่รอมือเธอไขว่คว้าเท่านั้น...เท่านั้นเองจริงๆ
----------------------------------
ชูศรี...ยืนเปลื้องผ้าอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ มีเพียงชุดชั้นในสองชิ้นขนาดมหึมาปิดบังร่างใหญ่โตท้วมอ้วนที่พอกทับด้วยก้อนไขมันจนหนาพูน   ใต้ร่างคือเครื่องชั่งน้ำหนักที่เข็มดีดเด้งไปกว่า 80 กิโลกรัม!

               82 กิโลกรัมกับความสูงเพียง 152 เซนติเมตร
   
ชูศรีมองเข็มวัดน้ำหนักอย่างเจ็บปวด แม้จะเพียรพยายามตั้งมั่นลดน้ำหนักอยู่หลายครั้ง แต่ความเย้ายวนของอาหารที่มีรสชาติเลิศล้ำทำให้เธอไม่เคยหยุดปากได้สำเร็จ ยิ่งเมื่อประกอบกับความเหงาที่ซ่อนลึกอยู่ในใจอันหดหู่ ทำให้เธอต้องพึ่งอาหารบำบัดความเศร้าราวกับคนตรมทุกข์ที่ต้องพึ่งสิ่งเสพย์ติด

   เธอช้อนหน้าเพ่งตัวเองในกระจก พร้อมๆ กับความรู้สึกสังเวชที่พุ่งเข้าจากท้องเข้าสู่ลิ้นปี่ จนทำให้เธอรู้สึกเหมือนจะขย้อนบางอย่างออกมา จนต้องรีบวิ่งโผไปที่ห้องน้ำ โก่งคออาเจียนเข้ากับอ่างล้างหน้า  โอ๊กอ๊ากอยู่พักใหญ่ แต่ก็มีเพียงน้ำใสๆ ที่ไหลออกมาเท่านั้น

   สงสัยจะกินมากไป...ชูศรีบอกตัวเอง

   และขณะนั้นเอง ที่เสียงสเตอริโอก็แว่วเข้ามา...จากข้างห้อง

   ห้องที่เธออาศัยซุกหัวนอนนั้น เป็นเพียงห้องเช่าราคาถูก ผนังถูกกั้นขึ้นอย่างลวกๆ ด้วยอิฐฉาบปูนที่บางราวกับเนื้อไม้ ทำให้เสียงข้างห้องเล็ดลอดเข้ามาได้อย่างง่ายดาย

   ชูศรีคงไม่สนใจเสียงนั้น หากไม่เพราะมีชื่อของมหาวิทยาลัยที่เธอเคยร่ำเรียน  

เพียงฟังจบ ก็ส่ายหน้าทันที

   ใครจะไป!  ไปให้เขาหัวเราะเยาะว่าฉันเป็นหมูตอนค้างปี เป็นยัยอ้วนข้ามชาตินะเหรอ  ไม่มีทาง!  ฉันไม่มีวันกลับไปหรอกย่ะ!

   ความคิดนั้นพุ่งปราดสู่สมองเหมือนงูเลื้อย มีพิษร้ายกัดกินให้ใจต้องปวดเจ็บ เธอกัดริมฝีปากอย่างครุ่นคิด แล้วมองร่างตัวเองผ่านกระจกเงาบนอ่างล้างหน้านั้น  ใบหน้าอวบอูมสะท้อนกลับมา ริ้วรอยวัยสามสิบปรากฏให้เห็นทั้งหางตา หน้าผาก รวมถึงร่องจมูกและริมฝีปาก  สัญญาณความเหี่ยวย่นแห่งวัยชราฉายชัดให้เห็น  

   เธอมองตัวเองอย่างเจ็บปวดพร้อมๆ กับความคิดที่พุ่งวูบขึ้นมา

   เธอไม่ใช่คนสวยและบัดนี้ความสาวก็โรยราอย่างไร้ใครใส่ใจ

   ชูศรีสะบัดหน้าหนีจากกระจก เดินกลับไปในห้องเล็กนั่น ซึ่งเป็นทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องรับแขกในเวลาเดียวกัน...ทั้งห้องรกและแออัด เต็มไปด้วยกองหนังสือและของใช้สัมภาระมากมายที่ตัวเจ้าของห้องไม่เคยคิดจะเก็บให้เข้าที่

   ชูศรีไม่ใช่แม่ศรีเรือน...ข้อนั้นเธอรู้ตัวดี ตลอดสามสิบหกปีที่ผ่านมา เธอไม่ชอบทำงานบ้านงานเรือน เธอเบื่อและเหนื่อยง่ายเกินกว่าจะเสียเวลามานั่งทำกับข้าว ซักผ้า เก็บกวาดหรือเช็ดถูห้อง ดังนั้น เธอจึงใช้ชีวิตด้วยการกินอาหารถุงจากตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต  เอาเสื้อผ้าเข้าร้านซักรีด และไม่ค่อยเก็บกวาดห้อง

               เธอไม่ชอบงานเก็บกวาด และรู้สึกไม่เห็นประโยชน์ที่จะต้องเก็บของที่ต้องใช้แล้วให้เข้าที่ ในเมื่ออีกไม่นานก็ต้องใช้ของชิ้นนั้นอีก สู้วางทิ้งไว้อย่างนั้น แต่ต้องจำให้แม่นว่าวางไว้ที่ใด  เมื่อจะใช้ก็เพียงแค่มาหยิบจากที่วางไว้ครั้งก่อนก็เท่านั้นเอง

   ในด้านการงาน...ด้วยปริญญาตรีเกียรตินิยมเหรียญทองที่จบทางด้านวรรณคดีอังกฤษ ทำให้คนที่น้ำหนักตัวมากเกินกว่าจะเป็นนางฟ้าบนสายการบิน  เป็นพนักงานต้อนรับหน้าสวย หุ่นดีในองค์กรใหญ่ๆ หรือเฉิดฉายในสถานทูตประเทศต่างๆ   ต้องมารับหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือในโรงเรียนมัธยม

   สำหรับคนบางคน  อาชีพครูก่อกำเนิดจากใจรักและศรัทธาในการเป็นผู้ให้ แต่สำหรับชูศรีนั้น...ไม่ใช่!

               ชูศรีจำยอมก้มหน้าทำอาชีพเพราะต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง

และเพราะไม่ได้รักในงานที่ทำ จึงส่งผลให้การงานนั้น ไม่สัมฤทธิ์ผลอย่างน่าประทับใจ แต่ด้วยระบบราชการทำให้เธอไม่ถูกไล่ออก มีการเลื่อนขั้นบ้างพอเป็นพิธี แต่ก็ไม่ถึงกับใหญ่โตเมื่อเปรียบเทียบกับคนที่เริ่มทำงานในรุ่นเดียวกัน

   ในด้านชีวิตคู่...นับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เธอไม่เคยมีคนมารักใคร่ชอบพอ  ปัจจุบันไม่มี และอนาคตก็ทำท่าว่าจะไม่มี ถึงแม้จะมีคำคอยปลอบใจจากเพื่อนร่วมงาน  ไม่ซิ!  ไม่ใช่เพื่อน แต่เป็นคนรู้จักในที่ทำงานว่า

   “ขนาดแหม่ม สุริวิภายังมีแฟนได้เลยเธอ”

   นั่นเขาอ้วนสวยย่ะ!  เธออยากจะย้อนคำกลับไปอย่างนั้น  แต่ยิ่งพูดไปก็ยิ่งเจ็บช้ำน้ำใจตัวเองเปล่าๆ

   ตอนนี้ สภาพโดยรวมในทุกๆ ด้านของชีวิตเธอ  ทั้งเรื่องการงาน ความรัก และสภาพร่างกายของตัวเอง ไม่ต้องให้ใครมาบอกตอกย้ำให้เจ็บช้ำหัวใจ  ก็บอกตัวเองได้ว่า เธอเป็นผู้แพ้ทุกประการ

   เป็นผู้แพ้ที่ประสบความสำเร็จด้านการศึกษา มีปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทองแปะข้างฝาห้องเช่าราคาถูก

   ใครเคยบอกเธอนะว่า ถ้าตั้งใจเรียนให้เก่งๆ แล้วจะประสบความสำเร็จในชีวิต  ไม่จริงเลย  ไม่จริงเลย  เธอนี่ไง เรียนเก่งจนได้ปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง แต่กลับล้มเหลวในชีวิตโดยสิ้นเชิง  
ล้มเหลวสิ้นดี!

   ยิ่งคิด...น้ำตาก็ยิ่งซึมไหล  เจ็บช้ำและปวดใจในความต่ำต้อยด้อยค่าของตัวเอง  

มืออวบอูมของเธอปาดน้ำตาทิ้ง ก่อนเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง เปิดลิ้นชัก ควานหาซองพลาสติกที่ใส่ยาลดความอ้วนซึ่งกินเป็นประจำทุกวัน

            เธอหยิบยาเม็ดเหล่านั้นออกมา ส่วนมากมีสีสันบาดตา ชมพูบ้าง เหลืองบ้าง น้ำเงินบ้าง ราวกับลูกกวาด  และไม่ต้องคิด...เธอกรอกยานั้นใส่ปาก ตามด้วยน้ำจากขวดพลาสติกซึ่งวางอยู่บนโต๊ะนั้นทันที

   เธอจะผอม...สักวันเธอจะผอม และประสบความสำเร็จในชีวิต  สักวัน...

-----------------------
ถ้าชอบก็บอก  ไม่ชอบก็บอกนะคะ  หรือถ้าอยากให้กระทู้นี้เงียบไป ก็ไม่ต้องตอบอะไรก็ได้ค่ะ  แล้วหนูจะละอายใจหายหน้าไปเอง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 15 พ.ค. 06, 09:23

 คุณมาลิสาคะ   แม้ว่าดิฉันเห็นใจคำอ้อนของคุณสักเท่าไร และเรื่องของคุณก็มีแววว่าจะเป็นนักเขียนฝีมือดีได้
แต่ก็จำต้องปิดกระทู้เพียงแค่นี้ละค่ะ
ด้วยเหตุผลที่รู้ๆกันแต่แรกแล้วคือมันผิดห้อง

เอาไปที่ห้องซึ่งทีมงานเขาปัดกวาดเช็ดถูเอี่ยมอ่องเตรียมไว้ให้ผู้รักทางขีดเขียนดีกว่า
ไม่ใช่เรื่องสำหรับเด็กอย่างคุณเข้าใจ  เขารับทุกคนที่โพสต์ ไม่เลือกวัย ค่ะ  
สมาชิกห้องนี้ที่ไม่ใช่เด็กน้อย แต่ยังห่างไกลคำว่าแก่   ก็ไปโพสต์ไว้หลายเรื่องแล้ว

เรื่องของคุณ ขอแนะนำในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆว่าให้ตรวจตัวสะกดให้ถูกต้องมากกว่านี้
เช่น สุลุ่ยสุร่าย
นักเขียนต้องรู้ภาษาไทยดี  สะกดคำได้ถูก  ได้ไม่เป็นตัวอย่างผิดๆแก่คนอ่านที่เป็นเยาวชน

อีกข้อหนึ่งที่สำคัญมากคือนักเขียนต้องเป็นคนมีวินัยให้ตัวเอง    ข้อนี้จำเป็นสำหรับนักเขียนที่จะเขียนให้ได้ตลอดรอดฝั่ง
ความคิดสร้างสรรค์ของคุณ สามารถเป็นอิสระ โลดโผน แหวกกรอบยังไงก็ได้
แต่การทำงานต้องอยู่ในวินัย    รู้จักรักษาระเบียบและเงื่อนไข

วินัยข้อแรกที่ดิฉันแนะนำคือวินัยที่จะทำตามเงื่อนไขของเว็บที่คุณเข้ามาเป็นสมาชิก
กรุณาไปโพสต์ในห้องที่เขาจัดไว้ให้นักเขียนเถอะค่ะ
ขอให้คุณโชคดีประสบความสำเร็จในสิ่งที่คุณรัก
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.049 วินาที กับ 19 คำสั่ง