เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 9
  พิมพ์  
อ่าน: 52443 น้องๆของเรา ที่เลี้ยงไว้ในบ้าน
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 17 พ.ค. 06, 20:56

 ชื่อ ตุ๊ดตู่ ฟังแล้วน่ารักที่สุดเลยค่ะ (เฟื่องถึงขนาดลงทุนสวมวิกขนให้มันในจินตนาการเชียวนะ)

ขอบพระคุณมากนะคะ อาจารย์นิรันดร์
น้องหนอนของอาจารย์ เชื่องจังเลย ออดอ้อนเจ้าของด้วย
(เฟื่องเดาว่า เขากำลังนวดมืออาจารย์อย่างแข็งขัน)

ตัวแบบนี้ เรียก บุ้ง หรือเปล่าคะ
เฟื่องตั้งชื่อน้องหมาตัวหนึ่งว่า บุ้ง เพราะตอนเด็ก ๆ เขาขนชี้ๆ แบบนี้แหละ
เขาว่า ตัวบุ้ง โดนแล้วจะคัน แต่เฟื่องไม่เคยคันนะคะ

รูปน้องบุ้งใหญ่มากๆ ค่ะ
เฟื่องคิดว่า ในทู้น้องๆ ของเรา คงไม่มีโอกาสต้อนรับน้องหมู อีกต่อไป อิอิ
บันทึกการเข้า
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 00:03

 ผม กับบุ้ง นับว่ามีวาสนาต้องกัน
เคยมีบุ้งตกใส่ผมเข้าไปในคอเสื้อด้านหลัง
ตอนหยิบออก ขนบุ้งอยู่บนหลังบนคอผมเต็มไปหมด
ก็ค่อย ๆ หยิบออกเท่าที่จะออกได้ แล้วก็นั่งรถเมล์ไฟไปทำงานต่อตามปกติ
ได้ยินว่า บางคนแพ้ขนบุ้งถึงเข้าโรงพยาบาล
แต่ผม คันยังแทบไม่คันเลย
แต่จะให้ลองให้ดูก็ไม่ไหว เพราะกว่าจะดึงขนบุ้งออกได้หมดก็หมดวันเหมือนกัน  
ที่จริงมีรูปบุ้งในสต็อกอีกมาก แต่เกรงจะเป็นการกลั่นแกล้งบางคนไป
จะเอามาให้ดูเฉพาะที่เห็นว่าสวยในโอกาสหน้านะครับ    
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 01:01

 เจ้าน้องหนอนในความเห็นที่ 57 ของ อ.นิรันดร์ ที่จริงจะกินใบไม้อีกหลายชนิดนะครับ
บางครั้งก็พบที่ต้นแพงพวย ยี่โถ หรือสั่นทมบ้างก็มี แต่ส่วนมากที่เจอจะกินใบแพงพวยได้ทุกตัว (ส่วนใบไม้อื่นบางตัวก็ไม่แตะเอาซะเลย)
ผมเลยไม่แน่ใจว่ามันขึ้นกับ variety ของหนอนใน สปีชีส์นี้หรือเปล่าด้วยอ่ะครับ
เวลาเข้าดักแดคุณเธอจะเข้าเหมือนผีเสื้อกลางคืนตัวโตๆส่วนใหญ่ที่เอาใบไม้มาคลุมตัวแล้วชักใยเชื่อมเข้าหากัน
พอออกมาเป็นผีเสื้อก็เป็นผีเสื้อกลางคืนตัวเขียวขี้ม้าเข้มปี๋ หน้าตาบอกบุญไม่ค่อยจะรับซักเท่าไหร่ หิหิ



ปล. ผมชอบหนอนต้นส้ม ต้นการเวก ทรงบาดาล หรือต้นจำปีมากกว่าครับ
อ่อ หนอนต้นมะพร้าวก็น่ารักดีนะครับ แต่ระวังไปเจอเอาหนอนผีเสื้อกลางคืนที่ขนเยอะๆบนต้นมะพร้าวล่ะครับ
ผมกับเพื่อนที่เคยเลี้ยงหนอนเรียกมันว่า "หนอนหอย" เพราะเธอค่อนข้างเก็บหน้าเก็บตาเหมือนหอย
แต่เวลาถูกขนเขาซักที ทั้งเจ็บทั้งทรมาน ปวดแสบปวดร้อนไปหลายวันน่าดูล่ะครับ
ตัวผมเองไม่เคยโดนหรอก แต่จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นคนที่โดนมีแผลเหวอะเป็นจุดๆ จุดนึงกว้างเกือบเท่าเหรียญห้าบาทอยู่เต็มแขนเลย
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 01:16

 เรื่องสัตว์ไม่พึงประสงค์ในบ้าน ผมเห็นเขาเป็นเรื่องธรรมดาน่ะครับ
โลกใบนี้มีชีวิตนับแสนนับล้านอยู่ร่วมกันมา ถ้าเราจะให้บ้านเราเป็นที่อยู่ของเราแค่คนสองคนตามที่เราต้องการ คงจืดชืดน่าดู

แต่ถ้าโผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัว หรือไม่ให้ซุ่มให้เสียงนี่ ผมรับไม่ได้เหมือนกันนะครับ
เมื่อก่อนนี้มีลานปูนลานนึงที่ผมต้องเดินผ่านบ่อยๆ ก็ตามประสาลานปูนทั่วๆไปที่ทำไม่ค่อยเรียบร้อยล่ะครับ
พอเวลาผ่านไปหลายปีดินที่ขอบก็ถูกน้ำฝนชะจนทรุดลงเป็นร่องแคบๆ ใหญ่บ้างเล็กบ้างไปตามระเบียบ
ใครที่เดินผ่านขอบๆลานปูนนี้ ตอนกลางคืนก็มักจะเจอคางคงตัวเล็กตัวน้อยกระโดดเข้าออกมาทักทายกันอยู่เสมอๆ
ถ้าช่วงไหนมีลูกคางคกตัวเล็กๆมาก ก็อาจจะมีการ "ฆ่าสัตว์ตายโดยประมาท" ได้ เพราะแต่ละตัวน่ะ เล็กกว่านิ้วก้อยเท้าอีก
แล้วจะไปกระโดดพ้นเท้าได้ยังไง อิอิ

เรื่องมีอยู่ว่าวันหนึ่งช่วงสายๆ แดดกำลังสบายๆ ผมใส่รองเท้าหนังแบบเป็นสายรัดส้นเดินผ่านขอบลานปูนที่ว่านี่แหละ
แล้วก็หยุดแวะดูต้นไม้ซะหน่อยให้สบายตา จู่ๆก็รู้สึกว่ามีอะไรแหลมๆยาวๆวางแปะลงมาบนขาเบาๆ
แต่ตอนนั้นไม่ได้ตกใจอะไร ด้วยความที่คิดว่าเป็นกิ่งไม้แห้งๆ เลยก้มลงไปดู
ที่ไหนได้ เจ้าน้องตุ๊ดของอ.เทาฯแหละครับ ตัวสีเทาเข้ม มีจุดขาวๆเหลืองๆเต็มตัวเลย กำลังออกจากซอกดินที่เขาคงเข้าไปยึดเป็นบ้านซุกหัวนอนเมื่อคืนก่อนน่ะครับ
แล้วไอ้ของแหลมๆที่มาโดนเท้าผมน่ะ เล็บเขาครับยาวเฟื้อยเลย เหอๆ

เท่านั้นแหละครับ ทั้งคนทั้งตุ๊ดกระเจิดกระเจิงกันไปคนละทาง คงตกใจกันทั้ง 2 ฝ่ายน่ะครับ แหะๆ
มารู้เอาทีหลังแหละครับ ว่าแม่ครัวในบ้านเขาเลี้ยงเอาไว้ช่วยจับหนู
เวลามันหาอะไรกินไม่ได้ก็โยนกระดูกมั่ง ก้างปลามั่ง โครงไก่มั่งให้มันกินบ้าง

แถมคนเลี้ยงยังมาเล่าต่ออีกว่า "สายตามันไม่ค่อยดีน่ะ เวลาใครเข้าไปใกล้ๆ ถ้าอยู่นิ่งๆเขาไม่รู้ตัวหรอก แต่อย่าขยับเชียวนะ เขาวิ่งป่าราบเชียว"
ผมเลยได้ถึงบางอ้อว่า มิน่าถึงได้วิ่งหนีผม ทั้งๆที่เจ้าตัวเอาเล็บมาเขี่ยเท้าผมแท้ๆ เหอะๆ
บันทึกการเข้า
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 13:37

 เอิ๊กกก  ตายแล้วโดนตุ๊ดเหยียบเท้าาาาาาาาาาาาาา

เฟื่องว่า พวกนี้ เขากลัวคนจะแย่ไป ตื่นตูมเป็นที่สุด
แถวมหาวิทยาลัยพี่เฟื่องนะ เขาเรียกตัวแก๊กตูม
คือ ตาไม่ดีไง พอเขาได้ยินเสียงอะไรแกรกกราก
พ่อลงน้ำตูม ไปก่อน ไม่ฟังอีร้าค่าอีรม

พูดถึงคางคก เฟื่องเคยเอาอึ่งอ่างมาอาบน้ำป้อนข้าวด้วยละ
มีชื่อให้ทุกตัวเลย น้องอ้น น้องอ้วน น้องอ้ำ
ส่วนคางคก ไม่กล้าอาบน้ำ แค่ป้อนข้าวเฉยๆ ค่ะ

เดี๋ยวมาเล่าต่อ ขอไปอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานก่อน
สายแย้ววววว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 13:54

 ข้างนอก   ฝนกำลังตกหนัก  ตกมาเป็นชั่วโมงแล้ว
พอพรำได้สักพัก แมงเม่าก็มาบินกันว่อนทั้งที่แถวนี้ไม่มีตลาดหุ้น
ดิฉันนั่งพิมพ์งานอยู่เพลินๆ   หางตาเหลือบเห็นอะไรเคลื่อนไหวอยู่บนลานนอกห้องทำงาน  
ทุกวัน ตรงนี้นกหลายอย่างต่างชนิดจะมากระโดดโลดเต้นบนลาน  จิกอาหาร  บางตัวก็มาโยกชิงช้ากิ่งชำมะนาดให้ดูเล่น

มองดูอีกที เอ๊ะ ไม่ยักใช่  
น้องตุ๊กวิ่งปราดออกมา กลางสายฝน    งับออเดิฟที่บินว่อนกันอยู่อย่างว่องไว
น้องตุ๊กนะคะไม่ใช่น้องตุ๊ด    น้องตุ๊กเป็นจุดอ่อนของดิฉัน รักกันไม่ได้เลย แม้ว่าพวกเขามาอยู่ใต้ชายคาเดียวกันมาหลายปีแล้ว
วันไหนหลุดเข้ามาในบ้าน  เป็นโกลาหลกันทั้งบ้าน

ดิฉันร้องเรียกแม่บ้าน(คนเดิมที่ไม่รู้จักน้องตู่น่ะแหละ  บัดนี้คุ้นกันดีแล้ว) ให้มาช่วยดู    ที่จริงก็ไม่รู้จะเรียกทำไม  ดูแล้วก็เท่านั้นแหละ
สักพักใหญ่  ได้ยินเสียงแม่บ้านร้องกรี๊ดสุดเสียง  และเสียงน้องร็อทเห่า
น้องร็อทผสมโดชอบเล่นกับแม่บ้านบ่อยๆ  งับชายเสื้อบ้าง โจนเข้าเล่นมวยหมู่กับเขาบ้าง    ดิฉันก็นึกว่าคนกับหมาเล่นกันตามปกติ
เลยไม่ได้ลุกออกไปดู

พักหนึ่งต่อมาแม่บ้านวิ่งเข้ามาฟ้อง  ว่าระหว่างกำลังล้างชามอยู่  คนขับ ซึ่งเป็นเกลอกันมาหลายปี
เห็นน้องตุ๊กเดินเล่นอยู่หน้าห้องทำงาน  เลยฝ่าฝนไปรับตัวมา  ใส่ขวดไว้ให้เดินมาส่งให้แม่บ้านเป็นของกำนัล
แม่บ้านเหลียวมาเห็น  ก็เลยเป็นต้นเหตุของเสียงกรี๊ดสลบเมื่อครู่

ตอนนี้น้องตุ๊กย้ายที่อยู่แล้วค่ะ  ถูกจับไปปล่อยที่อื่น
แต่น้องตุ๊กเขามีเข็มทิศประจำตัวนะคะ    เอาไปปล่อยไกลยังไงก็กลับมาถูก   ต้องปล่อยข้ามอำเภอกันเชียวละ
บันทึกการเข้า
หมูน้อยในกะลา
พาลี
****
ตอบ: 392

อะแฮ่ม!!


ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 14:50

 บ้านอาจารย์มีอะไรสนุกๆราวกับมีมหกรรมสัตว์เลี้ยง(ทั้งแสนรักและไม่รัก) อยู่ตลอดทั้งปีจริงๆ
อ่านไปก็หัวเราะไป

อยากอ่านต่อแต่ก็หวั่นๆ พอเปิดกระทู้นี้ต้องรีบลากเม้าท์ยาวปรู๊ด ...มาข้อความสุดท้ายเลยทันที ไม่งั้นต้องมีการหงายหลังตกเก้าอี้กันอีกแน่ๆ
บันทึกการเข้า
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 18 พ.ค. 06, 15:50

 โถๆๆ สงสารหมูน้อยกลัวหนอนจริงๆ
กลับเมืองไทย จะหาหนอนฝรั่งไปฝากนะ อิอิ

บ้านอาจารย์คงร่มเย็นนะคะ น้องๆ มาขออยู่ด้วยหลายพันธุ์เลย
เขาว่า ถ้าบ้านไหนมีน้องตุ๊ก แปลว่าบ้านนั้นสงบร่มเย็น
คุณพ่อหนูบอกว่า คนจีนเขาถือเป็นลางดี เรียกน้องตุ๊กว่า
เป็นดอกไม้ของพระพุทธรูป หรือยังไงนี่ละค่ะ
เดี๋ยวจะไปถามเฮียหง (เพื่อนร่วมงาน)อีกที

จริงๆ มีภาพโคลสอัพของน้องตุ๊ก (ที่มิใช่ดวงตาตุง) อยู่ด้วย
ถ่ายมาจากเพื่อนร่วมห้องที่บาหลี กึ๋ยๆๆ
แต่ไม่กล้าเอามาแปะหรอกค่ะ
กลัวโดนขับออกจากเรือน กลายเป็นแมวไซด์สตรีท ฮ่าๆๆ
แต่หนูชอบตอนที่น้องตุ๊กไล่งับแมลงจริงๆค่ะ
หนูไปบาหลีตอนฝนแรกของฤดูพอดี
ตกค่ำ แมงเม่าบินว่อนเต็มไปหมดทั้งเมือง
ตอนนี้ละ น้องตุ๊ก เป็นพระเอกนางเอกของเมืองเลย
ออกมาดินเนอร์ อิ่มหมีพีมันกันไปตามๆ กันเลยค่ะ

ขอแบ่งประสบการณ์ของหนู กับน้องอึ่ง กับน้องคก
แต่ก่อนนี้ บ้านหนูอยู่หัวเมืองค่ะ
บริเวณบ้านก็มีน้องๆ พวกนี้เต็มไปหมด
เขาชอบมาเข้ามาช่วยกินแมลงอยู่ชั้นล่างของบ้าน
แต่กลัวคน เลยเข้าไปหลบๆ ตามซอกประตู
ตัวก็เปื้อนฝุ่นผงมอมแมม
หนูก็อุ้มน้องอึ่งไปอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณให้หมดฝุ่น
(ไม่ต้องลงขมิ้นดินสอพองประแป้งให้ยุ่งยากค่ะ)
หลังจากอาบน้ำ หนูก็ป้อนข้าว
โดยไปจับแมลงมาวางบนปลายนิ้ว
ยื่นไปตรงหน้า น้องๆ ก็แลบลิ้นแผล็บ
ออกมาตวัดอาหารเข้าปากไปอย่างว่าง่าย
ส่วนน้องคกนี่ ไม่กล้าไปแตะต้องเสริมความงามเขา
เพราะเปล่าประโยชน์
เสริมไปคงไม่ได้น่ารักน่าเอ็นดูขึ้นแต่ประการใด
อย่างไรก็ตาม เฟื่องก็มีความยุติธรรมพอ
ที่จะเอาแมลงมาเสิร์ฟน้องคก ถึงปากให้เสมอภาค
ในฐานะผู้อาศัยในบ้านเหมือนๆ กัน
(ไม่กล้าแสดงความรังเกียจออกนอกหน้า อิอิ)

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากรายการดิสคัฟเวอรี่ส่วนตัวนี้ ก็คือ
ลิ้นของอึ่งอ่างจะมีสัมผัสนุ่มๆ เหมือนลิ้นหมา
ส่วนน้องคกนี่ ลิ้นกลับสากๆ เหมือนลิ้นแมวค่ะ
.
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 19 พ.ค. 06, 00:18

 วันนี้เอาเรื่องมาฝากคนที่กลัวแมงมุมมั่งดีกว่า

เรื่องมีอยู่ว่าหลายปีก่อน ผมแวะเอาของไปส่งไว้ที่บ้านคุณน้าของผม ซึ่งเป็นบ้านไม้เก่าเอามาแต่งใหม่ ด้านบนเป็นฝาไม้ขวาง ด้านล่างเป็นกระจกซะเกือบหมด
รอบบ้านเป็นสวน มีต้นไม้หลายชนิดขึ้นหนาแน่น สัตว์ต่างๆก็อาศัยกันอยู่ค่อนข้างชุกชุมพอดู

วันนั้นตอนไปถึง เจ้าของบ้านไม่อยู่ แต่ของที่เอาไปต้องฝากไว้ต้องเอาเข้าไปเก็บในบ้าน เพราะเป็นฤดูฝนถ้าของถูกฝนขึ้นมาจะพาให้เสียเอา
ผมก็ใช้กุญแจสำรองที่ท่านเจ้าของบ้านให้ไว้ไขเข้าไปจัดที่จัดทางวางของไว้ แล้วเขียนโน๊ตแปะให้เรียบร้อย

หลังจากคิดว่าทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วจะออกจากบ้าน กระเพาะปัสสาวะเจ้ากรรมของผมดันหดตัวขึ้นมา
เลยต้องรีบวิ่งหาห้องแห่งความสุขเข้าไปเทความทุกข์ออกซะหน่อย แล้วก็รีบเข้าไป ไม่ได้ดูอะไรให้ดี
จนฉี่เสร็จแล้วนู่นแหละครับ ถึงได้เห็นแมงมุมตัวบะเร่อ ความยาวจากปลายขาทั้งสองข้างคงเกือบๆ 4 หรือ 5 นิ้วได้ เกาะอยู่บนที่กดน้ำของโถชักโครก
พอเอามือเข้าไปใกล้จะกดน้ำ พี่แกก็ชูขาหน้าขึ้นมา ทำท่าจะสู้เอาซะจนผมตกใจ

ผมเลยต้องยืนค้างเติ่งอยู่เป็นนาน เพราะหวังว่าพี่แมงมุมจ๋าจะเดินออกไปให้ผมจัดการให้น้ำในโถมันกลับมาเป็นสีใสๆได้
แต่เขาก็ไม่เดินหนีไปซะที จนมองไปมองมาอยู่เกือบ 5 นาทีน่ะแหละ ผมถึงได้เห็นว่ามีขาเหลืออยู่แค่ 6 ขา
เข้าใจว่าคงสะบักสะบอมมาจากการผสมพันธุ์แน่ๆ ถึงได้ดุจนไล่ยังไงก็ไม่ไปง

จนแล้วจนรอด ผมเลยต้องออกจากบ้านคุณน้าพร้อมน้ำในชักโครกที่ยังเป็นสีเหลือง
กับโพสต์อิด แปะข้อความเพิ่มอีก 1 แผ่น ขอโทษคุณน้าไว้ที่หน้าห้องน้ำล่ะครับ แหะๆ
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 19 พ.ค. 06, 00:34

 อีกเรื่องนึงที่จำได้จนตายก็คงไม่ลืมเป็นประสบการณ์สยองกับน้องตุ๊กในห้องน้ำครับ
เรื่องมีอยู่ว่าครั้งหนึ่งที่ผมต้องเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำชั้นล่างของบ้านกึ่งทรงไทยหลังหนึ่ง (คล้ายๆหลังที่บรรยายไปมะกี้แหละครับ)
แต่หลังนี้ขนาดใหญ่กว่า เพราะเจ้าของมีลูกหลายคน

แล้วก็ด้วยความที่มีลูกหลายคนนี่แหละ ที่ทำให้คุณพ่อบ้านสถาปนิกของครอบครัวนี้ออกแบบอะไรๆไว้ให้เหมาะกะลูก 5 คนของครอบครัว
เช่นในห้องน้ำ ก็มีฝักบัวอาบน้ำ 2 อันสายยาวเฟื้อย เรียกได้ว่าถ้าเกี่ยวฝักบัวไว้กับที่แขวนฝักบัวฟื้น สายมันก็ยาวลงมากองอยู่กับพื้นส่วนนึงล่ะครับ
เพราะเจ้าของบ้านเขาบอกว่าเอาไว้อาบน้ำเด็กๆได้ทีละหลายคนดี

เรื่องเจ้ากรรมของผมนี่ก็อยู่กับสายฝักบัวแหละครับ
เพราะบ้านที่ว่านี่มีตุ๊กแกอยู่ในห้องน้ำด้วย แต่ผมไม่ทราบว่ามี (เจ้าของบ้านบอกว่ามันคงลอดรอยแยกของไม้เข้ามาหาแมลงกิน)

วันนั้นพอใช้ฝักบัวเสร็จ เห็นว่าก่อนที่ผมจะใช้เจ้าของบ้านเขาเอาสายฝักบัวมาขดไว้กับที่เกี่ยวฝักบัวอีกรอบหนึ่งไม่ให้สายระกับพื้น ผมก็เลยทำบ้าง
แต่ด้วยความมักง่ายของผมเอง ผมเลยใช้วิธีขดสายเป็นวงกลมรอบนึง แล้วโยนมันขึ้นไปเกี่ยวไว้ เนื่องจากว่าที่เกี่ยวนี่อยู่สูงจากพื้นพอประมาณ
ที่ไหนได้ มีน้องตุ๊กตัวหนึ่ง เกาะอยู่ตรงฝาผนังไม้ด้านบนเหนือที่แขวนผักบัวนั่นแหละ
สายฝักบัวเจ้ากรรมเลยไปเกี่ยวเอาเขาตกลงมา .... แต่แค่ตกลงมาน่ะ ไม่เท่าไหร่
เจ้าตุ๊กแกตัวใหญ่บะเริ่มนั่นดันตกลงมาบนต้นขาผมล่ะ เหอๆ
เดาได้มั้นครับ ว่าฉากต่อไปของผมเป็นยังไง อิอิ





ถ้าเดาไม่ได้ ลองนึกภาพเด็กซักคนอายุ 15 ร้องโหวกเหวก วิ่งออกจากห้องน้ำมาแก้ผ้าโทงๆดูแล้วกันครับ แหะๆ
บันทึกการเข้า
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 19 พ.ค. 06, 08:50

 โดยส่วนใหญ่แล้ว แมงมุมขยุ้มหลังคา มันไม่กัดคนหรอกครับ
แล้วก็ออกจะกลัวคนเอามาก ๆ ด้วย
แค่เราเอามือเข้าไปใกล้ ๆ หรือเอาน้ำฉีด หรือเอาชายขากางเกงที่...
เข้าไปไล่ เขาก็กระเจิดกระเจิงแล้ว
โอกาสยากมากที่จะเข้าใกล้แมงมุมแล้วไม่หนี

ที่ผมทราบก็เพราะผมต้องการรูปน้องแมงมุมมาเข้าอัลบัม เก็บได้ยากมาก(พอ ๆ กับแมลงอื่นนั่นแหละ)

ส่วนน้องตุ๊กแก ผมไม่ค่อยมีประสบการ สักเท่าไร
คือไม่เคยให้เขาขึ้นมาเดินบนมือ บนขาเหมือนพวกแมงมุม แมลงหรือหนอนผีเสื้อ
(หนอนแมลงวันผมก็ไม่เล่นนะครับ    )
ก็มีอยู่หลายครั้งเหมือนกันที่ได้ไกล้ชิดกับน้องตุ๊กแก แต่ก็ไม่ยอมสัมผัสตรง ๆ
คือจะใช้ถุงมือบ้าง ถุงพลาสติกบ้างจับเค้าไปทิ้งไกล ๆ บ้าน
ก็ไม่พยายามต่อสู้อะไรผม เพียงแต่ดื้อแล้วมือตีนตุ๊กแกนั้นเหนียวมาก ๆ จริง
สมที่เค้าเรียกกันว่า "เหนียวเหมือนตีนตุ๊กแก"

คุณติบอช่วยเล่าต่อหน่อยสิครับว่า
น้องตุ๊กแกหลุดออกจากหน้าขาได้อย่างไร กำลังสนุกเชียว
หวังว่าน้องตุ๊กแกไม่ได้กัดอวัยวะสำคัญไปนะครับ (กึ๋ย สยอง )
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 19 พ.ค. 06, 08:54

 ดีนะที่สมัยนั้นไม่มีคลิปวีดีโอ  ไม่งั้นคุณติบอเป็นดาราใน fw mail ไปแล้ว
*******************
หนูเฟื่อง คากคกมันโขกได้นะหนู   โดนโขกเข้าละก็ บวมปูดเชียวละ
********************
มาเล่าถึงน้องอีกรายที่น่ารักมากดีกว่า
ที่บ้านที่คนขับอยู่คนหนึ่ง เป็นคนเก่าแก่คนของแม่ดิฉัน ทำงานมายาวนานกว่า  ๓๐ ปี  
หลังจากคุณแม่ถึงแก่กรรม  คุณแม่ก็ทิ้งแกให้เป็นมรดกตกทอดมาถึงดิฉัน ไว้เลี้ยงต่อไป  
คนในบ้านเรียกว่าลุง แต่ตัวจริงมีหลานปู่หลานย่าตัวน้อยๆแล้ว

ลุงเป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ หมูหมากาไก่และปลา จนเมียยื่นคำขาดไม่ยอมให้เอาเข้าบ้านอีก  เพราะหล่อนเป็นคนรักความสะอาดอย่างฝังหัว
ลุงก็เลยพาของโปรด ชื่อน้องกุ๊กมาไว้หลังบ้านดิฉันแทน  สองคู่

ตอนเช้าๆไปเดินเล่นออกกำลังกายหลังบ้าน   น้องกุ๊กฝ่ายหญิงก็พาเจ้าเจี๊ยบลูกๆของเธอมาหาอาหารเช้ากินอยู่บนพื้นหญ้า
คุ้ยเขี่ยหาเมล็ดพืชหรือตัวหนอนกินอย่างเพลิดเพลิน
ลูกๆก็วิ่งตามแม่แจ  เกาะกันเป็นกลุ่ม  
แม่เจออาหาร ก็เขี่ยดินกระจายๆ เพื่อให้ลูกจิกได้ถนัด
ส่วนพ่อ ชอบบินขึ้นไปจับอยู่บนกิ่งมะม่วง หรือไม่ก็หลังคาโรงรถ  บางทีก็ขันได้ขันดี ทั้งที่แดดแทบจะเลยยอดมะม่วงแล้ว

น้องกุ๊กของดิฉันเป็นไก่ป่าค่ะ ไม่ใช่ไก่บ้าน  
ตัวผู้ขนสวยยังกะระบายสี   เหมือนไก่เซรามิคที่ดิฉันมีอยู่ตัวหนึ่งไม่ผิดเพี้ยน  
ยังไม่ทันสว่างก็ปลุกพวกเราด้วยเสียงแหลมเย็น  
ใครตื่นเช้าก็ชอบอกชอบใจบรรยากาศ  แต่คนตื่นสายจะบ่นพึมเลยว่านอนต่อไม่ลง

ตอนเช้าๆแดดอ่อน ลมเช้าพัดโชย  กลิ่นอายน้ำค้างยังพรมอยู่บนยอดหญ้า   น้องกุ๊ก เดินกุ๊กๆพาลูกกินอาหารเช้าอย่างเป็นสุข และสงบ

เห็นแล้ว สามารถเดินกลับเข้าไปในหนังสือแบบเรียนสมัยประถมได้โดยไม่ต้องพึ่งประตูกาลเวลาของโดเรมอน
บางคนอาจจะรู้สึกว่ายืนเคียงข้างมานะ มานี  ส่วนปิติและชูใจกำลังเดินมาสมทบ
บางคนก็อาจจะมองหานกกางเขน นิ่ม นิด หน่อย น้อย ที่มีรังอยู่แถวๆนั้น
บางคนก็อาจจะกลับไปสู่บ้านเดิมสมัยเด็กๆ  ปู่ย่าตายายเดินออกไปสู่ผืนนา หรือเข้าสวนในตอนเช้า

อารมณ์อย่างนี้  เอาสยามพารากอนหรือเอมโพเรียมมาแลกก็ไม่ยอม

แต่...น่าเสียดายว่าความสุขนั้นมักไม่จีรังยั่งยืน  
น้องกุ๊กมาอยู่กับดิฉันได้ไม่นาน  ไข้หวัดนกก็ระบาด    
"มรดก" ของดิฉันก็เลยจำต้องมาเอากลับไปทั้งครอบครัว    

ถามถึงน้องกุ๊กทีไร เขาบอกว่าฝากเพื่อนไว้  สุขสบายดี
แต่ดิฉันไม่เชื่อหรอก   ป่านนี้น้องกุ๊กกับลูกๆคงไปเป็นดาวลูกไก่ให้เขาแหล่ในงานบวชแล้ว
เอาเถอะ   คนเล่าไม่อยากบอกความจริง คนฟังก็ไม่อยากฟังความจริงเหมือนกัน
เพราะโลกกลมๆใบนี้มันมีความจริงที่น่าเจ็บปวดอยู่อีกเหลือคณานับ  ขอบรรเทาสักเรื่องจะเป็นไรไป
บันทึกการเข้า
นิรันดร์
องคต
*****
ตอบ: 522


ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 19 พ.ค. 06, 12:34

 ผมนึกว่าน้องกุ๊กของอาจารย์จะถูกน้องร็อคพาไปเที่ยวบ้านเก่าเสียอีกครับ    
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 19 พ.ค. 06, 14:02

 ตอนแรกก็กลัวเหมือนกันค่ะ อาจารย์ ต้องปิดประตูกั้นไว้คนละส่วน
แต่พอเผชิญหน้ากันเข้าจริงๆ น้องร็อท (ตอนนั้นร็อทผสมโดยังไม่มา) กลับไม่ราวีอย่างที่คิด
เขาเดินเฉียดไปใกล้ๆเหมือนดูว่านี่อะไร   พอร้องเรียกให้กลับ ก็เดินกลับ  ไม่สนใจอีกเลย
ส่วนเจ้ากุ๊กชายชอบบินปร๋อหนีร็อทขึ้นไปบนกิ่งมะม่วง
ถ้าเป็นน้องโดละก็    คงเข้าไปอยู่ในพุงกันทั้งฝูงแล้ว ไม่รอดหรอก

ศัตรูที่น่ากลัวของน้องกุ๊ก คือน้องตุ๊ดตู่   ตามสัญชาตญาณดั้งเดิมของเขา  
ชอบมาวนเวียนขโมยไข่ กับลูกเจี๊ยบไปเป็นประจำ
ขนาดต้อนเข้าสุ่ม  ยังหายไปได้เลย
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 19 พ.ค. 06, 14:38


โพสต์บ้างครับ ที่บ้านมีแมวสองตัว ชื่อเจ้าขาว กับ เจ้าเทา (ไม่ใช่เทาชมพูนา)

ภาพข้างบนนี่คือเจ้าเทาครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 9
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.046 วินาที กับ 19 คำสั่ง