เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 12 13 [14] 15 16
  พิมพ์  
อ่าน: 30015 มาพร้อมกับเรื่องใหม่ตามที่สัญญาไว้(จบแล้วค่ะ)
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 195  เมื่อ 27 พ.ค. 06, 04:40

 หนูยังติดใจทฤษฏี undress to kill ที่สุดเลยค่ะ ฟังเข้าท่ามากๆ
รวมทั้งข้อสันนิษฐานข้อ 2 ของอาจารย์ค่ะ
สาวใช้คงได้ค่าปิดปากไปมากพอสำหรับตั้งต้นชีวิตใหม่
อาจจะเห็นใจนายสาวที่มีปัญหากับแม่เลี้ยงก็ได้

หรือไม่ก็ร่วมมือกันฆ่า ลิซซี่ ฆ่าแม่เลี้ยงก่อน
โดยมีสาวใช้ ล้างหน้าต่างนอกบ้าน เพื่อดูต้นทางให้ลิซซี่ดำเนินการ
ด้วยความที่แค้นจัดเลยซัดเสียน่วมให้ตายแน่ๆ หลังจากนั้นก็อาบน้ำแต่งตัวใหม่

พอเสร็จก็ดูต้นทางให้บริจิตต์สาวใช้ฆ่าพ่อ (เพราะลิซซี่อาจจะฆ่าไม่ลง)
หลังจากนั้นสาวใช้ก็ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
(สาวใช้ อาจจะ undress to kill ก็ได้ เลยไม่เสียเวลาซ่อนเสื้อผ้าเปื้อนเลือด)
ในขณะที่ลิซซี่อาจวิ่งไปซ่อนอาวุธให้สาวใช้  คะเนว่า แต่งตัวเสร็จแล้ว  ก็ค่อยทำทีเรียกสาวใช้
ช่วยๆ กันฆ่าว่างั้นเถอะ อิอิ

ผลสรุปจากสำนักงานนักสืบเชลยศักดิ์หมูศักดิ์-เฟื่องศรี-ชื่นศจี
ได้ข้อสันนิษฐานเพียงข้อเดียวคือ

ฆาตกรใช้ "หนอนน้อย คูลฟีเวอร์" เป็นอาวุธ    
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30489

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 196  เมื่อ 27 พ.ค. 06, 12:56

 รู้สึกว่าผลสรุปของสำนักงานนักสืบเชลยศักดิ์  จะฟังขึ้นที่สุด
มิน่าเล่า  เจ้าหน้าที่ถึงหาอาวุธไม่พบ    ฆ่าเสร็จ คนในบ้านก็ต้มกินกันหมดนี่เอง
***************
เหตุผลที่ว่าฆาตกรมีผู้สมรู้ร่วมคิด  ทำให้ได้คำตอบอะไรอีกหลายอย่าง  เช่นการซ่อนเสื้อผ้า(กรณี dress to kill) และทำลายอาวุธ  
หรือถ้า undress to kill ฝ่ายหนึ่งก็ไปล้างตัว  อีกคนก็ทำลายอาวุธ

ทุกอย่างต้องทำกันเร็วมาก   ระหว่างคนหนึ่งไปจัดการเรื่องเสื้อผ้า  อีกคนก็เอาขวานไปเผาเสียในเตา    
ด้ามขวานเป็นไม้ย่อมไหม้ไปก่อน เหลือแต่หัว   ร่องรอยเลือดก็ถูกไฟล้างไปหมดแล้ว

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลิซซี่ บอร์เดนหลุดข้อหา  คือลูกขุนมองไม่เห็นว่า แรงจูงใจคืออะไร
ทำไม..ทำไม..และทำไม เธอถึงฆ่าพ่อและแม่เลี้ยง  อย่างโหดเหี้ยมขนาดนี้     มันเกินที่ลูกคนใดจะทำกับพ่อแม่ได้ลงคอ  

จนบัดนี้ก็ได้แต่สันนิษฐานกันไปต่างๆนานา  ว่าเป็นเรื่องมรดกบ้างอะไรบ้าง  แต่ก็ไม่มีคำตอบแน่นอน
บางทีเราอาจจะมองออกจากบุคลิกและพฤติกรรมของลิซซี่ บอร์เดน เองที่ปรากฏออกมาในภายหลัง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30489

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 197  เมื่อ 27 พ.ค. 06, 13:09

 ในตอนต้นเรื่อง ลิซซี่เป็นผู้หญิงเงียบๆ เก็บตัว ไม่มีสังคม นอกเหนือไปจากเพื่อนสาว 1 คนที่ไปมาหาสู่กัน
แล้วมิตรภาพก็ขาดสะบั้นกันไป    เธอเหลือแต่พี่สาวคนเดียวที่อยู่เป็นเพื่อน ในบ้านหลังใหม่   คบคนในเมืองไม่ได้เลย
จนกระทั่งเธอไปเจอนางละคร   ก็คบกันสนิทสนม  เฮฮาสนุกสนาน

ทำไมผู้หญิงเงียบๆคนนี้ถึงถูกชะตากับกลุ่มเพื่อนที่ตรงข้ามกับเธอราวฟ้ากับดิน    แถมรักใคร่มากมาย  จนตัดเป็นตัดตายกับพี่สาวได้ลงคอ  
ปกติคนเราจะไม่สนิทกับใครที่ตรงกันข้ามกับทุกอย่างได้มากมายหรือยั่งยืนนัก  เพราะความไม่สอดคล้องกันเรื่องความเคยชิน  ความคิดอ่าน รสนิยม ความสนใจฯลฯ
เว้นแต่ว่า ลิซซี่กับนางละคร มีอะไรเหมือนกัน  
เช่น "แสดงบทบาท" เป็นเหมือนกัน    ไม่ยึดถือศีลธรรม  เหมือนกัน (สมัยนั้นผู้หญิงดีๆไม่ค่อยเป็นนางละคร)

สุภาษิตญี่ปุ่น (หรืออะไรสักแห่งที่เคยอ่าน)บอกว่า ถ้าจะรู้ว่าใครเป็นคนแบบไหน ก็ขอให้ดูเพื่อนที่เขาคบว่าเป็นคนประเภทไหน แล้วจะรู้
ข้อนี้น่าจะใช้ได้ในกรณีลิซซี่      ลึกๆลงไปเธอไม่ใช่ผู้หญิงสงบเสงี่ยมเรียบร้อยอย่างที่ลูกขุนมองเห็น   น่าจะเป็นผู้หญิงเก็บกดตัวตนแท้จริงไว้มากเชียวละค่ะ
บันทึกการเข้า
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 198  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 04:33

   ตายละ อาจารย์จับได้  

เฟื่องเองเป็นคนลงมือต้มหนอนน้อย ฯ  ป้อนหมูน้อย ฯ ค่ะ อิอิ

(แม่ชื่น เป็นคนจับหมูน้อยอ้าปาก ให้เฟื่องกรอก...)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30489

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 199  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 09:32

 อีกเรื่องหนึ่งที่เราสามารถนำมาเป็นข้อวิเคราะห์ตัวตนแท้จริงของลิซซี่ได้ก็คือ สำนวนเก่าที่ว่า ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น  ฝรั่งเขามีว่า Like father, like son  พ่อยังไงลูกก็ยังงั้น
ลิซซี่เป็นคนยังไง    อาจดูได้จากตาพ่อในเรื่องนี้ว่าแกเป็นคนยังไง้

เรื่องที่แกจับนกพิราบไปสับหัวเสียทั้งฝูงอย่างเลือดเย็น   ทั้งที่เป็นของรักของลูกสาว   ปล่อยซากนกหัวขาดไว้กลาดเกลื่อนให้ลูกสาวดู
ก็สะท้อนความซาดิสม์อยู่ไม่น้อย

ลูกสาวสับหัวแมวของแม่เลี้ยงขึ้นมาบ้าง  ก็แสดงว่าหล่อนได้สืบทอดความโหดจากพ่อ เข้มข้นเอาการ  
ถ้าเป็นผู้หญิงสงบเสงี่ยมเรียบร้อย คงร้องไห้โฮขวัญเสียตั้งแต่เห็นนกถูกฆ่า   หลังจากนั้นก็กลัวพ่อลนลาน   ไม่มีกะจิตกะใจจะไปลงกับแมวของแม่เลี้ยงด้วยวิธีการเดียวกัน

บ้านที่ดูจากภายนอก เป็นบ้านเงียบสงบของพ่อแม่ชรากับลูกสาวทึมทึกสองคน  เอาเข้าจริงภายในบ้านมีคลื่นใต้น้ำระดับสึนามิ  เพราะพ่อมีนิสัยเป็นภูเขาไฟใต้น้ำอยู่เอง  
ส่วนแม่เลี้ยง ก็ย่อมจะมีอะไรเลือดเย็นสอดคล้องกับพ่อ   ไม่งั้นคงไม่อยู่กันมาได้นาน ด้วยความปรองดองกันดี
ขนาดสามีโอนทรัพย์สินให้ตั้งมากมาย

เมื่อคลื่นถล่มขึ้นมาในวันหนึ่งจึงไม่มีอะไรเหลือ
บันทึกการเข้า
หมูน้อยในกะลา
พาลี
****
ตอบ: 392

อะแฮ่ม!!


ความคิดเห็นที่ 200  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 10:03

หมูน้อยฯว่าวิธีการทำลายอาวุธ(ขวาน)ของฆาตรกรไม่น่าจะนำไปเผาในเตา (หรือเปล่า)
เพราะดูจากฉากนี้.......

" กลางฤดูร้อน ปี 1879 เดือนสิงหาคมปีนั้นเป็นปีที่ร้อนจัดของรัฐจอร์เจีย อุณหภูมิพุ่งขึ้นถึงหนึ่งร้อยองศาฟาเรนไฮท์เศษๆ ทำเอาชาวบ้านไม่อยากจะออกไปข้างนอกมากกว่าพักผ่อนอยู่ในบ้านซึ่งมีร่มเงาเย็นสบายกว่า "

จะเห็นว่าหากจะจุดเผาก็ต้องผิดสังเกตุเป็นแน่เพราะเป็นหน้าร้อน ไม่มีใครเขาอยากผิงไฟแน่ แทนที่จะได้ทำลายหลักฐานก็กลายเป็นจุดด้อยให้เขาจับผิดเอาได้ง่ายๆ (หลังจากนายวิลเลี่ยมตายประมาณครึ่ง ชม. ลูกสาวและเพื่อนบ้านก็มาพบศพ เตาไฟย่อมยังไม่ดับแน่ แต่หากเอาน้ำสาดก็เห็นร่องรอยน้ำ ฯลฯ )

และหากก่อนนั้นที่จะทำลายหลักฐาน ก่อนที่ฆาตรกรจะลงมือฆ่าก็ต้องจุดเตาผิงไว้ก่อนแล้วเพราะไม่อย่างนั้น เหยื่อ และทุกคนในบ้านจะไม่สงสัยหรือครับ แต่ถ้าฆ่าก่อนแล้วค่อยจุดเตายิ่งทำให้ช้ากันไปใหญ่ เสียเวลาทำลายหลักฐานอย่างอื่น


(แต่หากไม่เผา จะทำลายขวานอย่างไรล่ะ..ถึงได้รวดเร็วอย่างนั้น??? อื่ม ..น่าคิดๆ)

ไม่กินๆ .หมูเกลียดหนอน.....แหวะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30489

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 201  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 10:57

 งั้นเขาเอาไปซ่อน หรือทำยังไงล่ะคะ  
ทิ้งท้ายให้ระทึกใจอีกแล้ว
บันทึกการเข้า
หมูน้อยในกะลา
พาลี
****
ตอบ: 392

อะแฮ่ม!!


ความคิดเห็นที่ 202  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 11:29

 ขออนุญาตยกข้อความที่ นักสืบเชลยผัก ในสนง.ของสามสหายได้คุยและคุ้ยกันหลังม่านมาแปะไว้นิดหนึ่งนะครับ


.
".......2.ฆาตกรต้องฆ่าคุณแม่เลี้ยง ก่อนแล้วจึงฆ่าคุณวิลเลี่ยม ในภายหลัง แน่นอน!! !

เอาหลักกฎหมายมาจับ จะเห็นพิรุธคือ
2.1 ถ้าเจ้ามรดก(พ่อ)ตายก่อน แม่เลี้ยง  แม้สักห้านาทีหรือครึ่งชั่วโมง พินัยกรรมที่ทำไว้ก็จะต้องมีผลตามนั้น คือพอ พ่อตายปุ๊บ ในวินาที่ที่ตายนั้น มรดกจะถูกแบ่งไปตามพินัยกรรมทันที โดยแบ่งให้ ลูกสาว และแม่เลี้ยง ตามเนื้อความในพินัยกรรมเป๊ะ (พินัยกรรมโดยปกติจะมีผลบังคับทันทีเมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย)
หากไม่มีพินัยกรรม มรดกก็จะถูกแบ่งไปเป็น3กองเท่าๆกัน ( แม่เลี้ยงก็มีสิทธิเพราะหล่อนก็เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของพ่อเช่นกัน ) ดังนั้นมรดกจะแบ่งเป็นของแม่เลี้ยง1กองอีก2 กองเป็นของ ลูกทั้ง 2

2.2 แต่ถ้าแม่เลี้ยงตายก่อน พ่อ
กรณีมีพินัยกรรม ข้อความในพินัยกรรม ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับมรดกที่จะให้ทางแม่เลี้ยงนั้นก็เท่ากับว่าสูญเปล่า เพราะผู้รับมรดกตายก่อนเจ้ามรดก
กรณีไม่มีพินัยกรรมนั้นยิ่ง สบายเพราะถ้าพ่อตายที่หลังก็แสดงว่า ขณะที่พ่อตายนั้น ปรากฎว่าเหลือ ทายาทที่เหลืออยู่(มีชีวิตอยู่)เป็นผู้ที่สามารถรับมรดก เพียง2คน คือลูกสาวทั้งสอง

ถ้าเหตุการณ์ไม่มีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมมากกว่านี้จากอาจารย์เทา ฯ
ผมขอฟันธงว่า ฆาตกรเป็นลูกสาวคนใดคนหนึ่ง (หรืออาจทั้งคู่)
แรงจูงใจให้ฆาตกรรมก็เพราะมรดกนั่นเอง
หากไม่มีพ่อสักคน ทีนี้สองสาวจะไปวิ๊ดวิ้ว....ที่ไหนตามประสาสาวโสดก็ย่อมได้

คุณเฟื่องเห็นด้วยไม๊?
ปล.( ถ้ากฎหมายไม่ต่างกฎหมายที่ใช้ในปัจจุบันมากนัก)

........."
บันทึกการเข้า
หมูน้อยในกะลา
พาลี
****
ตอบ: 392

อะแฮ่ม!!


ความคิดเห็นที่ 203  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 11:30

 และอีกข้อความหนึ่งครับ


"..........ขออีกหน่อยเถอะครับ

ตามข้อ2.1ถ้าพ่อตายก่อนแม่เลี้ยงมรดกส่วนหนึ่งจะถูกโอนไปสู่แม่เลี้ยงโดยผลของกฎหมายทันทีและแม้ว่าแม่เลี้ยงจะตายหลังจากพ่อไม่กี่นาทีนั้น
มรดกส่วนที่โอนไปยังแม่เลี้ยงก็ยังเป็นของแม่เลี้ยงอยู่ดี มรดกส่วนนั้นไม่มีทางกลับมาเป็นของพ่ออีก ลูกเลี้ยงทั้งสองไม่มีสิทธิไปก้าวก่าย   เพราะตามกฎหมายแล้วไม่ถือว่าทั้ง2เป็นทายาทของแม่เลี้ยงไม่ว่าในกรณีใดๆ

ดังนั้นมรดกส่วนนี้ก็จะสูญเปล่าไป หรือตกไปเป็นของญาติฝ่ายแม่เลี้ยงไป ผมว่ามันไม่คุ้มที่จะฆ่าพ่อก่อนแม่เลี้ยง(เอ๊ะ..ถ้าคุณเฟื่องคิดจะฆ่าใครก็มาปรึกษาหมูฯก่อนน๊า...)
ถ้าเป็นไปตามที่ผมว่าก็แสดงว่าการฆ่าครั้งนี้วางแผนมาอย่างดี


สำหรับน้าชายนั้นไม่มีสิทธิใดๆทั้งสิ้นในกองมรดก เพราะไม่ได้เป็นทายาทโดยตรงของคุณพ่อ
เผลอๆน้าชายจะเป็นแค่ไม้ประดับฉากเท่านั้น ที่ดึงเข้ามาให้ดูว่ามีส่วนร่วม ก็อาจเป็นแค่ดึงให้ผู้อ่านหันไปสนใจคนอื่นที่ไม่ใช่ ฆาตรกรตัวจริง  หรือให้มี " ตัวเลือก " เพิ่มขึ้นมาเท่านั้นก็ได้


ที่สำคัญกว่านั้น ...ผมเดาว่าเรื่องที่อาจารย์เทาชมพูเล่ามานั้น


"  เป็นเรื่องจริง ตัวละครจริง ทั้งหมด"
..............."
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30489

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 204  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 14:03

 มองในแง่นักกฎหมาย ได้มุมมองที่เฉียบคมมาอีกมุมหนึ่ง
ดิฉันเข้าใจว่ากฎหมายอเมริกันยุคนั้น ในประเด็นสำคัญๆ ก็ไม่แตกต่างจากกฎหมายไทยยุคนี้เท่าไร
เพราะกฎหมายปัจจุบันของเราก็เริ่มแนวทางมาจากของฝรั่งเขา

ถ้ามองอย่างคุณหมูน้อยฯมองเห็น    แรงจูงใจของการสังหารก็คือมรดก   คนอื่นที่ไม่มีผลประโยชน์จากการตายของสองสามีภรรยา ก็ไม่น่าจะมีแรงจูงใจให้ฆ่า

ถ้ามีการวางแผนกันมาอย่างดีว่าแม่เลี้ยงต้องตายก่อน   ระยะห่างเกือบ ๒ ช.ม.ก็เป็นเหตุผลที่ดีว่า ต้องทำให้เห็นกันจะจะว่ายัยแม่นั้นตายไปก่อนพ่อแน่นอน
ไม่มีสิทธิ์เป็นทายาท  ซึ่งจะมีผลทำให้น้องสาวของแม่เลี้ยงยื่นมือเข้ามาเอี่ยวมรดกอีกคน

ถ้ายังงี้จะมองได้ไหมว่า คนที่สุมหัวกันวางแผนน่าจะมีมากกว่าลิซซี่กับสาวใช้
แต่ว่าพี่สาวก็มีส่วนรู้เห็นด้วย   อาจจะมีการแอบสอบถามข้อมูลกฎหมายกันมาก่อนหน้านี้แล้วก็ได้
พี่สาวจึงไม่ยอมทิ้งน้องสาว  แต่ว่าไปครองมรดกด้วยกันสองคนตามแผนที่วางไว้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30489

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 205  เมื่อ 30 พ.ค. 06, 07:47

 นิสัยของลิซซี่ บอร์เดนอีกข้อที่น่าคิด ก็คือเธอแข็งแกร่งเหนือพี่สาว
เห็นได้จากเมื่อทะเลาะกัน  พี่สาวเป็นฝ่ายต้องหิ้วกระเป๋าออกจากบ้านไป  ลิซซี่ไม่ยักออก  กลับครอบครองคฤหาสน์ราคาแพงต่อแบบไม่สะทกสะท้าน  อยู่ไปจนกระทั่งตาย
พี่สาวกลับต้องย้ายไปอยู่รัฐอื่น    แสดงว่าเมื่อไม่ได้อยู่กับน้องสาว เอมม่า บอร์เดนก็ไม่สามารถยืนหยัดอยู่ในเมืองได้ตามลำพัง
เธอยังหวั่นไหวกับความรังเกียจของชาวเมือง   ผิดกับลิซซี่ที่ไม่ย้ายไปไหนเลย อยู่ในเมืองเดิมจนตาย

เราก็คงพอมองเห็นภาพผู้หญิงใจแข็ง  ไร้มนุษยสัมพันธ์กับคนรอบตัวแม้แต่พี่ร่วมสายเลือด
คบได้แต่กับคนที่เธอถูกใจ  ซึ่งก็มีคงมีอะไรบางอย่างคล้ายกัน หรือตอบสนองความต้องการของเธอได้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30489

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 206  เมื่อ 30 พ.ค. 06, 08:07

 คดีลิซซี่ บอร์เดน กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดนิยาย หนัง ละครเวที หนังทีวี   ผลิตออกมาหลายต่อหลายเรื่อง
กินแถวไปถึงโอเปร่าและบัลเล่ต์อีกด้วย

ไม่ใช่ว่าผู้ผลิตงานเหล่านี้เป็นพวกซาดิสต์   แต่เสน่ห์ของเรื่องนี้อยู่ที่ความลึกลับของปมปัญหาที่ไม่มีวันกระจ่าง  
เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการตีความกันได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด  
จนบัดนี้ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนลงความเห็นว่าลิซซี่ บอร์เดนคือฆาตกร
อาจจะมีคนอื่นแอบแฝงอยู่ก็ได้

ส่วนเนื้อหาก็มีความเข้มข้น ราวกับละครโศกนาฎกรรมของกรีก  
ในละครกรีก   ปิตุฆาต(ฆ่าพ่อ) มาตุฆาต( ฆ่าแม่) เพศสัมพันธ์ของคนในสายเลือดเดียวกัน (Incest) ล้วนมีอยู่ให้เห็นกัน
สามารถจะตีความในเชิงโศกนาฏกรรมได้ไม่จบสิ้นอีกเหมือนกัน

ลิซซี่ บอร์เดนก็เลยกลายเป็นชื่อคลาสสิค ในหลายสาขา  ด้วยเหตุฉะนี้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30489

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 207  เมื่อ 05 มิ.ย. 06, 06:59

 สุดท้ายนี้ ประชาสัมพันธ์ให้ฟรี

ถ้าใครมีโอกาสไปเที่ยวเมือง Fall River ในรัฐแมสสาชูเส็ตต์  อยากได้บรรยากาศในเรื่อง   จะแวะไปค้างคืนที่บ้านเดิมของลิซซี่ บอร์เดนก็ได้นะคะ
ค่ะ  บ้านสยองน่ะแหละ

เขาปรับปรุงทำเป็นโรงแรมเล็กๆที่เรียกว่า Bed&Breakfast ชั้นดี  ตกแต่งห้องต่างๆในบ้านให้เป็นห้องพักแขก ในสภาพที่เลียนแบบเมื่อครั้งครอบครัวของลิซซี่เคยอยู่

ดูรายละเอียดได้ที่นี่ค่ะ
 http://www.lizzie-borden.com

ภาพแรกคือบ้าน ในสภาพปัจจุบัน
.
.
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30489

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 208  เมื่อ 05 มิ.ย. 06, 07:00


.
ห้องนั่งเล่นของบ้าน ที่นายธนาคารถูกฆ่าตาย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30489

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 209  เมื่อ 05 มิ.ย. 06, 07:02


.
โซฟาแบบที่พ่อนอนอยู่เมื่อถูกฆ่า  แต่ในรูปนี้ตั้งชิดฝา  
ในความเป็นจริงตั้งห่างออกมา พอที่ฆาตกรจะอ้อมไปทางด้านหลังได้ค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 12 13 [14] 15 16
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.066 วินาที กับ 19 คำสั่ง