เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 11 12 [13] 14 15
  พิมพ์  
อ่าน: 29817 มาพร้อมกับเรื่องใหม่ตามที่สัญญาไว้(จบแล้วค่ะ)
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 180  เมื่อ 19 พ.ค. 06, 10:49

 อย่างไรก็ตาม   ถึงอลิซพ้นผิดไปได้จากคำตัดสินของศาล  แต่เธอก็ไม่ได้พ้นผิดในสายตาเพื่อนบ้าน
ชาวเมืองซึ่งตามคดีกันใจจดใจจ่อมาแต่แรก   เชื่อโดยไม่ต้องไปรวบรวมหลักฐานให้เสียเวลา  ว่าคนที่ทำปิตุฆาตนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอลิซ
ไม่มีใครคบหาติดต่อกับเธออีกเลย   ทุกคนหลีกเลี่ยงเธอราวกับเห็นโรคร้าย

ในเมื่ออลิซรอดพ้นคดี  เธอกับพี่สาวก็ได้รับมรดกก้อนใหญ่ในฐานะทายาทของพ่อ
ทั้งบ้านที่อยู่อาศัยและเงินสดอีกประมาณห้าแสนดอลล่าร์ มูลค่าสมัยนี้ก็กว่าสิบล้านดอลลาร์   เรียกว่ามีกินไปจนตาย

สิ่งแรกที่อลิซทำคือขายบ้านเดิมเสียโดยเร็วแล้วย้ายไปซื้อบ้านใหม่ที่ชานเมือง ในถิ่นที่สภาพแวดล้อมสวยงาม  เป็นถิ่นของเศรษฐี
เป็นบ้านใหญ่มีห้องถึง ๑๔ ห้อง

ซาร่าห์พี่สาวของอลิซก็ย้ายไปอยู่กับน้องสาวด้วย    อยู่กันสองคนพี่น้องเหมือนเดิม  ไม่มีท่าทีว่ารังเกียจหรือหวาดกลัว  ราวกับว่าฆาตกรรมสยองนั้นไม่เคยเกิด
มันก็เป็นความพิศวงชวนให้ตีความได้ไม่รู้จบ   ว่าซาร่าห์รู้ว่าน้องสาวไม่ใช่ฆาตกร  
หรือว่าสองคนรู้กันดีแบบไก่เห็นนมไก่ งูเห็นตีนงู จนกระทั่งต้องกอดคอล่มหัวจมท้ายด้วยกัน แยกกันไม่ได้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 181  เมื่อ 19 พ.ค. 06, 11:18

ปริศนาข้ออย่างหนึ่งของชีวิต ที่มนุษย์ธรรมดาๆอย่างเราๆ อาจจะหันหน้ามาถามกัน หรือไม่ก็ถามตัวเอง  คือ
" ทำไมนาย(หรือนาง)คนนั้นยังลอยนวลอยู่ได้  ไม่เห็นรับกรรมอย่างที่สมควรได้รับ   ไหนว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว"

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ความคิดใคร่ครวญเรื่องกรรมว่าส่งผลเมื่อไร  ยังไง ในลักษณะไหน  นั้น  จัดเป็นอจินไตย
คือเรื่องไม่ควรคิด คิดไปก็ปวดหัวเสียเวลาเปล่า   ไม่ได้ทำให้พ้นทุกข์ไปได้จากความคิดเรื่องนี้

อจินไตยอย่างอื่นก็เช่นคิดอะไรที่นอกลู่นอกทางของการแสวงหาหนทางหลุดพ้น   เช่นคิดว่าโลกกำเนิดได้ยังไง   ชีวิตมาจากไหน จะพิสูจน์ได้ไงว่าสวรรค์นรกมีจริง ฯลฯ  
คือไม่ใช่ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ดี     แต่พระพุทธเจ้าท่านตัดบทว่าไม่ใช่เรื่องของการหลุดพ้น
ถ้าแสวงหาโมกษะ หรือนิพพาน ก็ก้มหน้าก้มตาเดินไปตามทางนั้นเถอะ  เวลามีน้อย  มัวแวะเวียนชมข้างทางหรือไถลออกซอยแยกไปก็จะไม่ถึงจุดหมายปลายทาง

แวะเทศน์แล้วก็ขอกลับมาเรื่องเดิมคือชีวิตของอลิซ    คนที่เชื่อว่าเป็นฆาตกร คงจะติดตามอ่านใจจดใจจ่อ เผลอๆก็แอบแช่งหล่อนให้มีอันเป็นไปเร็วๆ   สมกับกรรมที่ก่อไว้

เปล๊า

แม้ว่าคนทั้งเมืองหันหลังให้หล่อน ไม่คบค้าด้วย อลิซกับซาร่าห์ก็มีชีวิตอยู่อย่างเศรษฐินี ไม่เดือดร้อนอะไร  ไม่ต้องพึ่งพาใคร
อยู่มาประมาณ ๑๐ ปี อลิซซึ่งมีวัยประมาณ ๔๒ ก็ผูกมิตรกับชาวคณะละครในเมืองนั้น
พวกนักแสดงเขามีวิถีชีวิตอีกแบบหนึ่ง  ไม่เหมือนชาวบ้านที่เคร่งศีลธรรมและนิยมเส้นทางที่ราบเรียบอยู่ในระเบียบ
นักแสดงละครพวกนี้เฮฮาครึกครื้นสนุกสุดเหวี่ยง  ต่อให้ท้องแห้งก็ยังสนุกกันได้   กินเหล้า จัดปาร์ตี้แผลงๆ โลดโผนกันสุดเหวี่ยง

อลิซผูกมิตรกับนางละครคนสวยจนกลายเป็นเพื่อนซี้กัน   เธอกลายเป็นผู้อุปถัมภ์    เปิดบ้านหลังใหญ่ให้จัดปาร์ตี้เมาเละเทะ
คึกคะนองกันสุดเหวี่ยงในวันสุดสัปดาห์ ตัวเองก็เข้าร่วมด้วยเป็นประจำ
บันทึกการเข้า
paganini
องคต
*****
ตอบ: 418

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 182  เมื่อ 19 พ.ค. 06, 13:47

 มาอ่านเหมือนเคยครับอาจารย์
มาลงชื่อไว้เหมือนเป็นที่คั่นหนังสือ
ตามอ่านหลายกระทู้หลายเวป จนมึนงง
เลยต้องคั่นหนังสือไว้ด้วยโพสต์ของเรา
หุหุหุ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 183  เมื่อ 19 พ.ค. 06, 15:44

 ไม่ค่อยเข้ามาทักเลยนะคะ คุณปากกานินี
เห็นแวบๆ  กระทู้นั่นบ้างนี่บ้าง
เดี๋ยวเรื่องก็จบแล้วค่ะ   เชิญเข้ามานั่งล้อมวงคุยได้ตามสบาย
*****************
ผู้ที่เฝ้าดูชีวิตที่เปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังมือของอลิซด้วยความไม่พอใจอย่างมาก
คือซาร่าห์พี่สาว  
หล่อนเป็นคนชอบอยู่อย่างเสงี่ยมหงิมเงียบเชียบ เมื่อไม่มีใครคบค้าด้วย หล่อนก็ไม่คบค้ากับใคร  
หล่อนอยู่กับน้องสาวคนเดียวอย่างไม่เดือดร้อน เท่าที่ผู้หญิงวัยสี่สิบกลางๆจะอยู่ได้

ซาร่าห์ทนเพื่อนฝูงของอลิซไม่ได้      พี่น้องจึงเกิดเป็นปากเป็นเสียงกันขึ้น
เท่ากับว่าอลิซจะต้องเลือกระหว่างพี่สาวคู่ทุกข์คู่ยาก  ซึ่งเป็นคนเดียวในเมืองที่ยอมรับหล่อน กับบรรดาเพื่อนใหม่ที่มาเป็นชาวเกาะกระเป๋าหล่อน  จัดเฮฮาปาร์ตี้กันในบ้าน

ถ้ามีใครเดาว่า ยังไงอลิซก็ต้องเลือกพี่สาวอยู่ดี   เพราะนอกจากเป็นพี่น้องร่วมสายเลือด เหลือกันแค่สองคน
อาจจะต้องเกรงกลัวอยู่ใต้อำนาจพี่สาว ผู้เป็นไปได้ว่ากุมความลับบางประการไว้
คนนั้นก็จะต้องหงายหลังผลึ่ง  เพราะว่าอลิซเลือกเพื่อน อย่างไม่แคร์พี่เอาเลย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 184  เมื่อ 19 พ.ค. 06, 17:03

 เมื่อซาร่าห์กับอลิซแตกหักกัน ชีวิตพี่น้องก็หักเหอีกครั้ง

ซาร่าห์เป็นฝ่ายหิ้วกระเป๋าออกจากคฤหาสน์ไป   หล่อนย้ายไปอยู่ในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ตามลำพัง ส่วนอลิซยังอยู่ในบ้านเดิม
พี่น้องไม่หวนกลับมาคืนดีกัน  ต่างคนต่างอยู่คนละเมือง ไม่มีแม้แต่พูดกันอีกตลอดเวลา 22 ปี  
จนกระทั่งอลิซเป็นฝ่ายตายไปก่อนเมื่ออายุ 67  ปี  

ความแปลกประหลาดในชีวิตยังคงตามมาอีก  1 เรื่องสุดท้าย คืออีก 9 วันหลังจากอลิซตายเพราะโรคภัยไข้เจ็บ
ซาร่าห์ก็ตกบันไดคอหักตาย  

ศพของทั้งสองถูกนำมาฝังใกล้กันในสุสานของครอบครัว  ใกล้ๆกับหลุมศพของพ่อ แม่เลี้ยง และแม่ของทั้งสอง
เป็นอันปิดฉากปริศนาฆาตกรรมเรื่องนี้ลงชั่วกาลนาน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 185  เมื่อ 19 พ.ค. 06, 17:10

 จบแล้วค่ะ ไม่มีภาค 2 ว่าใครฟื้นขึ้นมาเล่าความจริง   ความมืดมนในเรื่องนี้ตายไปพร้อมกับพี่น้องทั้งสอง
ถ้าหากว่าคนที่ตามอ่านมาจนถึงค.ห.นี้รู้สึกเหมือนถูกหักหลัง ที่ตอนจบของเรื่องก็ยังไม่รู้จนแล้วจนรอดว่าใครคือฆาตกร
ก็มาตีมือคนเล่าได้ จะแบมือให้ตีโดยดี

ไม่รู้จริงๆค่ะว่าใครเป็นคนฆ่ากันแน่   ไม่มีการพิสูจน์กันจนบัดนี้  แต่ว่าคนนั้นเดายังงั้น คนนี้เดายังงี้น่ะเยอะ

เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ดิฉันแต่งขึ้น  อาศัยเค้าโครงจากฆาตกรรมจริงๆในเมือง Fall River รัฐ Massachusettes สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1892
เก็บความเอามาเล่า ย่อ ตัดตอน แต่งเติม เรื่อง เพื่ออ่านเอาสนุก แต่ว่าเนื้อเรื่องส่วนใหญ่ยังอิงของจริงอยู่
ใครสนใจก็ไปค้นกูเกิ้ลอ่าน พิมพ์คำว่า Lizzie Borden ลงไป มีให้อ่านเยอะแยะหลายเว็บ
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 186  เมื่อ 19 พ.ค. 06, 17:20

 ขอเรียนถามค่ะ

1) นี่แสดงว่าโปลิซ หาวัตถุพยานอันที่กระหน่ำพ่อเขาไม่พบใช่ไหมคะ
2) แล้วใครรับมรดกของสองพี่น้องนี้คะ
บันทึกการเข้า
หมูน้อยในกะลา
พาลี
****
ตอบ: 392

อะแฮ่ม!!


ความคิดเห็นที่ 187  เมื่อ 20 พ.ค. 06, 19:02

สามสหายนักสืบ (หมูศักดิ์,เฟื่องศรี,ชื่นสมร )ก็ต้องกอดคอกันแหว๋ว . . กะเผลกจากไปตามระเบียบ


.เดาผิดไปซะเยอะ.

. . แต่ไม่เป็นไร!! ครั้งหน้าฟ้าใหม่..พวกเขาจะกลับมาอย่าง องอาจแน่นอน!! . .
 สู้เค้านะ..ไอ้มดแดง
.
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 188  เมื่อ 20 พ.ค. 06, 23:07

 แหม.... คราวนี้กระทู้ไปไวจบไวเหมือนที่คุณเฟื่องอยากให้เป็นเลยนะครับ อิอิ
แต่คนอยากให้จบไวไม่รู้ได้เข้ามาดูตอนจบหรือยัง เพราะได้ยินว่าจะเดินทางไกลอยู่นี่ครับ
เลยได้แต่ให้ผู้ถือหุ้นราย หย่ายยยย ของสำนักงานนักสืบเข้ามาอ่านแทนนะคุณหมูศักดิ์ หิหิ


ปล. ผมรอกระทู้ใหม่ของอาจารย์อยู่นะครับเนี่ยะ

ปล.2 ผมไม่ชอบซื้อดอกไม้ให้ใครครับ มีความรู้สึกว่าเดี๋ยวก็เหี่ยว แล้วก็ต้องโยนทิ้ง
ขอมอบคาล่าลิลีช่อนี้ ใหอ. เป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์เรือนไทยต่อไปแล้วกันนะครับ
บันทึกการเข้า
caeruleus
ชมพูพาน
***
ตอบ: 155


ความคิดเห็นที่ 189  เมื่อ 21 พ.ค. 06, 05:38

 โห จบหักมุมน่าดูเลยนะคะ
ตอนแรกดิฉันคิดเลยไปตั้งว่า นายเจมส์หรือเปล่าที่เป็นลูกนอกสมรส (ว่าเข้าไปนั่น)
แต่ก็ติดอยู่แค่นั้นคิดต่อไม่ออก เลยเลิกคิด นั่งอ่านต่อไปดีกว่า
บันทึกการเข้า
เฟื่องแก้ว
พาลี
****
ตอบ: 327

เลขานุการ


ความคิดเห็นที่ 190  เมื่อ 21 พ.ค. 06, 17:16

 ดอกไม้สวยจริง น้องติบอ ตอนพี่ไปเนเธอร์แลนด์ว่าจะซื้อทิวลิปคริสตัลมาแล้วละ
แต่ราคาสูงเกินไปสักหน่อย ไม่มีเวลาตรวจสอบหลายๆ ร้านน่ะ
ตกลงไม่ได้เดินทางแล้วล่ะ เมื่อวานฝนตกสลับแดดออกอากาศวิปริตแปรปรวนมากๆเลย

ขอบพระคุณสำหรับเรื่องเล่าสนุกค่ะ อาจารย์เทาชมพู
ไปตามอ่านมา ก็ไม่สนุกเท่านี้ ส่วนลิซซี่นี่ หน้าตา...เป็นคนเดายากจริงๆ
ทฤษฎีหนึ่งเขาบอกว่า เป็นเพราะบุคคลิกเธอนี่แหละ ทำให้รอดตาราง
แล้วก็เมื่อคืน ไปดูดาวินชี โค้ดมา แล้วเดินสวนกับผู้หญิงคนนึง
หนูว่าหน้าแกคุ้นๆ แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า เหมือนอลิซ เอ๊ย ลิซซี่ นี่นา ว้าย
สงสัยจะขึ้นสมองไปหน่อยค่ะ

คุณหมู ช่างสรรหารูปมาถูกใจจังเลยค่ะ
น่ารักจัง สามเสือ(น้อย) นักสืบ The Three Catketeers อิอิ
ขอบคุณนะคะ
ในกรณีที่คดีที่ยังเป็นปริศนาเงื่อนงำแบบนี้
ทฤษฎีอาวุธของคุณหมูศักดิ์ก็เรียกว่า ไม่ตกไปเสียทีเดียวนะคะ
ฟังเข้าท่าเชียวแหละ
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 191  เมื่อ 21 พ.ค. 06, 17:34

 เห็นด้วยจ้ะน้องมะเฟือง ตามอ่านเวอร์ชันจริง ไม่ได้อารมณ์เหมือนอ่านของอาจารย์ ระทึกใจกว่า
ที่สำคัญอาจารย์วิเคราะห์ให้เสร็จ ขอขอบพระคุณผู้เล่ามา ณ ที่นี่ด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 192  เมื่อ 26 พ.ค. 06, 16:54

คดีฆาตกรรมเรื่องนี้  เป็นเรื่องที่ยังเปิดกว้างอยู่  ปิดไม่ลง เรื่อยมาจนหนึ่งร้อยกว่าปีแล้ว  
เพราะจนบัดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นฆาตกร  ก็ยังมีคนวิเคราะห์วิจารณ์แถลงความเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้   คนที่เชื่อมั่นก็มี  คนที่หักล้างกันเองก็มาก  ไม่รู้จบ

ขอเชิญคุณหมูน้อยว่าอย่าเพิ่งเดินกะเผลกคอตกจากไปเลยค่ะ    กลับมาก่อน เสนอทฤษฎีของคุณให้ฟังกันบ้าง
เพราะในที่นี้ไม่มีใครถูกและไม่มีใครผิด    

คดีนี้  ดิฉันตีความจากเหตุการณ์ว่า  คนที่มีส่วนน่าจะมีมากกว่า ๑ คน  
การลงมืออาจจะคนเดียว   แต่คนรู้เห็นมีด้วยอีกอย่างน้อย ๑ คน

ในบ้านมีคนอยู่ ๔ คน รูปการณ์ไม่ใช่โจรกรรมทรัพย์สิน  การฆ่าต้องเป็นสาเหตุส่วนตัว   พูดได้อีกอย่างว่าเป็นคนในครอบครัวนี้

ฆาตกรต้องมั่นใจว่า เมื่อลงมือฆ่า ๒ คนนั้น  เขาวางใจได้ว่าอีก ๒ คนที่เหลือในบ้าน ไม่ขัดขวาง ไม่เป็นอุปสรรคให้ต้องกำจัดพ้นทาง   ผลก็คือ มีคน ๒ คนในบ้านที่ปลอดภัย  

ทั้งที่ระยะเวลาฆาตกรรมศพแรกกับศพที่สองห่างกันทั้งเกือบ ๒ ช.ม. ฆาตกรปล่อยศพหญิงชราทิ้งไว้ ไม่ได้คิดซ่อนศพ  

จึงมีโอกาสมากที่คนในบ้านจะเดินมาเจอศพแรกแล้วร้องโวยวายขึ้น  จนแผนฆ่าคนที่สองต้องพังไป   (ในกรณีที่คนในบ้านไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วย)

ในกรณีที่ฆาตกรคือ ๑ ใน ๒ คน ก็จะเหลือเพียงคนเดียวที่ร่วมมือด้วย

๑)สาวใช้เป็นคนฆ่า แล้วลูกสาวนายร่วมมือด้วยการรู้เห็นเป็นใจให้ฆ่าพ่อกับแม่เลี้ยงได้ตลอดรอดฝั่ง   ไม่ขัดขวาง
หรือว่า
๒)ลูกสาวนายเป็นคนฆ่า แล้วสาวใช้รู้เห็นเป็นใจ  ไม่ขัดขวาง

ดิฉันเห็นว่าน้ำหนักตกอยู่ข้อสองมากกว่า    ข้อแรก  ยังมองไม่เห็นแรงจูงใจมากพอ  ที่ลูกสาวจะยอมตกเป็นเบี้ยล่างสาวใช้ถึงเพียงนั้น  
คนสองคนนี้ก็ไม่ได้ผูกพันกันมากมาย  หลังจากเกิดคดีแล้วสาวใช้ก็ออกจากบ้านไป

ส่วนข้อสอง  สาวใช้อาจตกอยู่ในอำนาจนายสาวได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะเมื่อมีสินบนล่อใจ  
และอาจจะถูกขู่สำทับด้วยว่า ถ้าไม่หุบปากฉันจะบอกตำรวจว่าเธอเป็นคนฆ่า ยังไงตำรวจก็ต้องเชื่อฉันมากกว่าเชื่อเธอ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 193  เมื่อ 26 พ.ค. 06, 17:06

 ลักษณะของการสังหารอย่างโหดเหี้ยม   ทำให้มองเห็นอะไรได้บ้าง

ดิฉันมองเห็นความเกลียด ความโกรธ และความกลัวแอบแฝงอยู่ในการกระหน่ำลงไปบนเหยื่อ    
อันที่จริงฟันลงไปหนหนึ่งหรือสองหน ก็ย่อมดูออกว่าถึงตายได้แล้ว     จากการชันสูตร แม่เลี้ยงตายตั้งแต่ถูกฟันกระโหลกครั้งแรก    แต่เธอถูกตีซ้ำๆถึง ๑๙ ครั้ง  

เพราะอะไร ถ้าไม่ใช่ความเกลียดและโกรธอย่างรุนแรง  ทำเพื่อความสาแก่ใจ  
สิบเก้าครั้งนี่ไม่ใช่น้อยๆนะคะ   นึกภาพเราเอาขวานหรือไม้ท่อนใหญ่เหวี่ยงเต็มแรงลงไปบนอะไร ๑๙ ครั้ง   คงหอบจนตัวโยน หมดแรงเลยละ    
ถ้าหากว่าเป็นหมา  คงแหลกแทบไม่มีชิ้นดี

คนตายคนแรก คือมิสซิสบอร์เดนคงก่อความเกลียดชังอย่างผิดมนุษย์มนาให้ฆาตกร   ร่องรอยทำร้ายบอกถึงอารมณ์ของฆาตกรว่าเกลียดสาหัส

ส่วนที่บอกว่าความกลัวคืออะไร   กลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ตายคาที่น่ะสิ    กลัวว่าเป็นแค่บาดเจ็บสาหัส ยังเหลือลมหายใจให้หมอช่วยจนรอดมาได้  
เพราะงั้นต้องตี..ตี..ตี..จนความกลัวในใจหมดไป  ตีจนแน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่มีวันฟื้นขึ้นมาได้

อารมณ์นี้แหละที่เกิดขึ้นซ้ำเมื่อฆ่านายธนาคาร  เวลาที่ห่างกัน ๒ ชั่วโมงไม่ทำให้ฆาตกรมือเท้าอ่อนใจฝ่อไปกับศพแรก    ยังคงความตั้งใจเดิมเท่ากัน

คราวนี้เกิดความเยือกเย็นลงแล้ว   จึงตีแค่ ๑๑ ครั้ง เพราะอะไร  
๑ รู้แน่ว่าทำแค่นี้ก็ตาย  
๒  ครั้งแรกที่ตีคงเหนื่อยมาก   หอบแฮกๆ อยู่นานแทบหน้ามืด    

ครั้งที่สองจึงไม่ทำตัวเองให้เหนื่อยขนาดนั้น เพื่อสะดวกกับการวิ่งหนีออกจากบ้าน (ในกรณีที่คนร้ายมาจากข้างนอก)  
หรือไม่ก็สะดวกกับการไปซ่อนอาวุธและเสื้อผ้าเปื้อนเลือด  ตลอดจนการเผชิญหน้ากับคนอื่นๆที่ต้องแห่กันเข้ามาในบ้าน    การเหนื่อยหอบจะเป็นพิรุธข้อแรกที่คนสังเกตเห็น
บันทึกการเข้า
หมูน้อยในกะลา
พาลี
****
ตอบ: 392

อะแฮ่ม!!


ความคิดเห็นที่ 194  เมื่อ 26 พ.ค. 06, 19:00

 ขอตัวไปรวบรวมสมาชิก 3สหายกลับมาก่อนครับ
ตอนนี้ขอนั่งฟังอาจารย์วิเคราะห์พลางก่อน.


เพราะ เดี๋ยวคงได้มีการต่ออายุกระทู้นี้ไปอีกหลายวัน    
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 11 12 [13] 14 15
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 19 คำสั่ง