เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 10
  พิมพ์  
อ่าน: 46249 สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์(ช่วง บุนนาค)
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 11 พ.ค. 06, 16:31

 นึกได้อีกเรื่องเกี่ยวกับสมเด็จเจ้าพระยา แต่ไม่ใช่เรื่องสมเด็จเจ้าพระยา

มาจากหนังสือของคุณสมภพ จันทรประภา
ตอนสงคราม เจ้านายทางวังสระประทุมต้องอพยพหนีระเบิดไปอยู่บางปะอิน นายปรีดี ตอนนั้นเป็นผู้สำเร็จ ไปอำนวยการด้วย
สมเด็จฯพระพันวษา ไม่รู้จัก ทรงถามว่าเป็นใคร เจ้าหน้าที่จะทูลให้ท่านเข้าพระทัยก็ดูเหมือนจะลำบาก เลยทูลว่า สมเด็จเจ้าพระยาไง จึงทรงปฏิสันฐานได้พอเหมาะพอเจาะ

โดย: pipat  [IP: 58.9.188.223,,]  
วันที่ 12 เม.ย. 2549 - 13:39:27
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 11 พ.ค. 06, 16:32

 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61

การบ้านของคุณครูในความเห็นที่ ๔๖ นั้นยังจนด้วยเกล้าที่จะค้นหาครับ แต่เข้าใจว่าคุณเทาชมพูตั้งใจจะพิมพ์ว่า "ญาติข้างแม่" ไม่ใช่ "ญาติข้างพ่อ" เพราะจำได้ว่าพระราชหัตถเลขานั้น มีพระราชทานแก่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเล่าถึงความเหลวไหลของพระญาติฝ่ายพระบรมราชชนนี คือฝ่าย สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี

ไม่สามารถตอบการบ้านได้ แต่กลับไปได้เรื่องงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จเจ้าพระยา ที่คุณ pipat เอ่ยไว้ในความเห็นที่ ๕๐

ความตามจดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีอยู่ว่า

“วันศุกร์ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีวอก ยังเป็นเบญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕ วันนี้เริ่มการศพสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ไปเข้าเมรุวัดบุปผาราม เจ้าพนักงานจัดการตามธรรมเนียมซึ่งมีมา
เวลาเช้า ๔ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทางพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทรงพระราชยานไปประทับท่าราชวรดิษฐ์ เสด็จทรงเรือพระที่นั่งกราบกลีบสมุทร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยกระบวนนำและตามเสด็จโดยชลมารค ไปประทับท่าหน้าวัดประยูรวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินโดยสถลมารค ไปประทับพลับพลาตรีมุขหน้าผ้าขาววัดบุปผาราม

โปรดให้เรียกกระบวนแห่ เจ้าพนักงานยกโกศศพสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ขึ้นเสลี่ยงสามคาน เดินกระบวนแห่ แต่หน้าบ้านสมเด็จเจ้าพระยาไปตามหน้าบ้านเจ้าพระยาสุรวงศ์ อ้อมวัดบุปผาราม ผ่านมาหน้าอุโบสถวัดบุปผารามตรงไปข้างเมรุด้านเหนือ เมรุนั้นตั้งที่สนามข้างอุโบสถวัดบุปผารามด้านตะวันออก พลับพลานั้นตั้งริมกำแพงอุโบสถวัดบุปผารามตรงหน้าเมรุมุขตะวันตก

กระบวนแห่หน้ามีทหารแตรทหารหน้า ๑๐๐ คน แล้วถึงธง ๓ ชาย ๕ ชาย เครื่องแห่ของทำบุญต่าง ๆ เป็นอันมากเหลือที่จะพรรณนา แล้วถึงทหารแตรทหารปืนมรีน แล้วเทวดาคู่แห่กลองชนะเครื่องสูง แล้วถึงเสลี่ยงกง สมเด็จพระวันรัตอ่านพระอภิธรรมนำศพกั้นกลดกำมะลอ แล้วถึงเสลี่ยงโถงนายพลพ่ายโปรยเสลี่ยงแปลงนายชิตโยงกั้นสัปทนแดง แล้วถึงเสลี่ยงสามคานศพ พระราชทานโกศกุดั่นใหญ่ประกับลองเป็นเกียรติยศ พระบวนแห่เดินมาถึงประตูเมรุด้านเหนือแล้วเลยไป พอถึงเทวดาคู่แห่กลองชนะเครื่องสูงก็เลี้ยวเข้าประตูเหนือเวียนเมรุ ตามจารีตโบราณล้วน ๓ รอบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเข้าเมรุประทับมุขตะวันตก ทอดพระเนตรเจ้าพนักงานยกโกศศพขึ้นเกรินไปตั้งเบญจาทองอังกฤษ ซึ่งทำครั้งพระศพกรมขุนขัตติยกัลยานั้น ครั้นเสร็จแล้วจึงทอดผ้าไตร ๓๑ ไตร สมเด็จพระวันรัต พระราชาคณะ พระครูฐานา ๓๑ รูป บังสุกุลแล้ว ทรงประเคนสังเคตหัวทานแก่สมเด็จพระวันรัต ๑ สังเคต พระสงฆ์ถวายยถาสัพพี แล้วเสด็จพระราชดำเนินทรงพระราชยานกลับมาประทับท่าวัดประยูรวงศ์ ทรงเรือพระที่นั่งเสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง


อนึ่ง การเมรุสมเด็จเจ้าพระยา ฯ คราวนี้ ทำ ๔ มุขยอด มีฉัตรผ้าแดงยอด แต่ทรงเมรุทำเป็น ๔ เหลี่ยม ไม่ใช่ไม้ ๑๒ อย่างเจ้า ไม่มีนาคปักบานแถลง มีสร้างล้อมเมรุ ๔ สร้าง ราชวัตรทึบมีดอกไม้ร่วง มีฐานบัตรรับแผ่ลดกระจังทองเสีย ใช้ผ้าแดงบังล้อมใน สร้างราชวัตรไม้ไผ่ ฉัตรเบญจรงค์ ๙ ชั้น ล้อมนอกสร้างรอบเมรุ การประดับประดา ส่วนเจ้าภาพนั้นก็มีเป็นอันมาก ไม่ต้องพรรณนา

เย็นวันนี้ มีทิ้งทานต้นกัลปพฤกษ์ ๔ ต้น มีดอกไม้หลวงด้วย เมื่อศพมาถึงมีโขน ๑ หุ่น ๑ งิ้ว ๑ กลางคืนมีหนังตามธรรมเนียม
วันเสาร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ ปีวอก ยังเป็นเบญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕ เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระที่นั่งจักรีทรงพระราชยานไปประทับท่าราชวรดิษฐ์ เสด็จทรงเรือพระที่นั่งกราบ เสด็จพร้อมด้วยกระบวนนำและตามเสด็จ ไปประทับหน้าวัดประยูรวงศาวาส เสด็จขึ้นทรงพระราชยานไปประทับพลับพลาหน้าเมรุ เสด็จทอดพระเนตรรอบเมรุ แล้วประทับมุขตะวันตก ทรงทอดผ้าไตร ๓๑ ไตร สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ พระราชาคณะ พระครูฐานาบังสุกุล แล้วทรงประเคนสังเคตสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์เป็นหัวทาน แล้วพระสงฆ์ถวายอนุโมทนาอติเรกแล้ว เสด็จพระราชดำเนินกลับพระบรมมหาราชวัง

อนึ่ง ทรงโปรยนั้น วันละ ๑๐ + ต้นกัลปพฤกษ์ ๔ ต้น ๆ ละ ๕ +
วันอาทิตย์ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๕ ปีวอก ยังเป็นเบญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕ เวลาบ่ายเจ้าพนักงานตั้งบันไดนาคเกรินโกศศพสมเด็จเจ้าพระยาลงจากเบญจา แล้วรื้อเบญจาตั้งตรางประดับเครื่องสด แล้วยกโกศขึ้นตั้งตรางเผา

เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เสด็จทรงพระราชยานไปประทับท่าราชวรดิษฐ์ เสด็จทรงเรือพระที่นั่งกราบพร้อมด้วยกระบวนนำและตามเสด็จไปประทับหน้าเมรุมุขตะวันตก ทรงทอดผ้าไตร ๓๑ ไตร กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์ กรมหมื่นวชิรญาณ หม่อมเจ้าพระ พระราชาคณะ พระครูฐานา ๓๑ รูป บังสุกุลแล้ว ทรงประเคนบริขารเครื่องสังเคตแก่กรมพระปวเรศ พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา แล้วทรงจุดเทียน เสด็จขึ้นไปพระราชทานเพลิงศพสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ แล้วพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการก็เผาศพภายหลัง เสด็จพระราชดำเนินกลับ ประทับพลับพลาทรงโปรย แล้วโปรดให้เทวดาทิ้งทานทั้ง ๔ ต้นกัลปพฤกษ์ มิสเตอ ชาเตา กงสุลเยเนอราลอังกฤษนำกัปตันและออฟพิศเซอเรือรบอังกฤษซึ่งเข้ามาช่วยการศพเฝ้าด้วย ทรงทิ้งทานแล้วเสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง การเล่นมีตามธรรมเนียม

วันจันทร์ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๕ ปีวอก ยังเป็นเบญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕ เวลาเช้า ๓ โมงเศษ เสด็จพระราชดำเนินออกทางพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เสด็จทรงพระที่นั่งราชยานไปประทับท่าราชวรดิษฐ์ เสด็จทรงเรือพระที่นั่งกราบเสด็จไปประทับท่าวัดประยุรวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินไปประทับในเมรุมุขตะวันตก เรียกให้สามหาบเดินสามหาบ ของหลวงสามหาบ ของเจ้าภาพสามหาบ ครั้นเดินแล้ว เสด็จขึ้นบนฐานบัตร รับสั่งให้หาเจ้าพระยาสุรวงศ์ขึ้นไป รับสั่งให้จุดเทียนแล้วทรงทอดผ้าไตรสามหาบ แล้วโปรดให้เจ้าพระยาสุรวงศ์ทอดผ้าไตรสามหาบ แล้วทรงเก็บอัฐิแล้วเสด็จลงทางเมรุมุขตะวันออก ทรงประเคนแล้วเสด็จขึ้นมุขใต้ที่ข้างในแล้วเสด็จออกมุขตะวันตกในเวลานั้น

เจ้าพระยาสุรวงศ์กับญาติพี่น้องผู้หญิงพร้อมกันเก็บอัฐิ แล้วเชิญโกศมาตั้งมุขตะวันตก ทรงทอดผ้าไตร ๓๑ พระธรรมวโรดม พระราชาคณะ พระครูฐานา ๓๑ รูป บังสุกุลแล้วทรงประเคนสังเคตหัวทานแก่พระธรรมวโรดม เป็นหัวทาน ๑ แล้วเสด็จกลับพระบรมมหาราชวัง”

โดย: UP  [IP: 24.196.81.139,,]  
วันที่ 13 เม.ย. 2549 - 01:31:34
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 11 พ.ค. 06, 16:33

 ไปพบข่าวตายของท่านผู้หญิงพัน ในสมเด็จเจ้าพระยาฯ ตามความเห็นที่ ๕๓ ของคุณเทาชมพู ในราชกิจจานุเบกษาครับ เลยขอคัดมาให้อ่านกัน

"ท่านผู้หญิงพัน ภรรยาสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุรยวงษ ท่านผู้หญิงพันเปนบุตรพระยาศรีอรรคราช ได้รับพระราชทานเบี้ยหวัดปีละ ๔ ชั่ง เมื่อเดือน ๓ ปีกุนนพศก ป่วยเปนโรคชรา ได้หาพระยาประเสริฐสาตรดำรง รักษา อาการทรงบ้างซุดบ้าง ภายหลังกลับซุดหนักลง รับประทานได้มื้อละถ้วยฝาขนาดน้อยบ้าง ไม่ถึงบ้าง วัน ๗ เดือน ๘ บูรพาสาธ ขึ้น ๑ ค่ำ มีอาการหอบ รับประทานอาหารได้มื้อละ ๑ ช้อนบ้าง ๒ ช้อนบ้าง เวลาย่ำค่ำครึ่งเปนลมประทะมา ถึงแก่กรรมอายุ ๖๙ ปี พระราชทานน้ำอาบศพ หีบทองทึบเปนเกียรติยศ"

อ่านแล้วรู้สึกว่าราชกิจจาฯ สมัยก่อนจดละเอียด มีชีวิตชีวา อ่านสนุกทีเดียวครับ

โดย: UP  [IP: 24.196.81.139,,]  
วันที่ 13 เม.ย. 2549 - 01:43:45
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 11 พ.ค. 06, 16:33

 คุณ UP ครับ
ค้นย้อนอีกนิดนะครับ เล่มของจ.ศ.1244 กระมัง มีจดเรื่องที่ท่านช่วงป่วยจนตายอยู่
ขอบพระคุณที่กรุณาพิมพ์มาให้อ่าน เป็นงานหนักเอาเรื่องเทียวนะครับ

ขอบุญกุศลนี้ส่งให้ทั้งครอบครัวมีความจำเริญในสิ่งกุศลทั้งปวงเทอญ

โดย: pipat  [IP: 58.9.184.73,,]  
วันที่ 13 เม.ย. 2549 - 09:28:12
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 11 พ.ค. 06, 16:34

 ผมไม่แน่ใจว่าจะมีหรือไม่นะครับคุณ pipat เพราะบ้านนอกบ้านนาที่ผมอยู่เวลานี้ แม้มีหนังสือภาษาไทยไม่น้อย แต่ก็ไม่มากพอที่จะค้นคว้าได้อย่างใจปรารถนา แต่จะพยายามหาดูครับ

ขอบพระคุณและขอสนองพรครับ

โดย: UP  [IP: 24.196.81.139,,]  
วันที่ 13 เม.ย. 2549 - 10:48:18
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 11 พ.ค. 06, 16:34

 มาลงชื่ออ่านค่ะ ขอบพระคุณอาจารย์เทาชมพู คุณ pipat และคุณ UP ค่ะ

ป.ล. ตกลงชื่อคุณ pipat อ่านว่าพิพัฒน์ ใช่ไหมคะ? ไม่ใช่ พิพาท นะคะ

แซวคนใจดีให้ซีดีค่ะ  

โดย: B  [IP: 71.104.132.254,,]  
วันที่ 13 เม.ย. 2549 - 14:26:42
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 11 พ.ค. 06, 16:36

 อ่านว่าปี่พาท หรือปิ๊ปั๊ท ก็ได้ครับ ขอเพียงมีไมตรีจิต ชื่อก็ไม่สำคัญ จริงใหมครับ คีบุญ ของกำนัล ไม่มารับ ระวังมันจะแตกลูกแตกหลานเป็น brahms 2, 3, 4,... 5555555

เอาอย่างคุณอั๊ป แต่พิมพ์ไม่เก่ง ข้างล่างนี่มาจาก CDrom ประชุมพงศาวดารภาค 1-82 ของกรมศิลปากร ใครอยากได้ ยินดีอภินันทนาการ แต่ไม่รู้จะส่งยังไง ตั้งหลายหมื่นหน้า
ผมใส่ เอ บี ซี เพื่อแยกเนื้อความนะครับ
-------------
ประชุมพงศาวดารภาคที่ ๕๒ จดหมายเหตุเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ ทรงเรียบเรียงทูลเกล้า ฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พิมพ์พระราชทานในงานพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ครบสัปตมวาร ณวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๒
----------------------------------
A ถึงณวันอังคาร เดือน ๑๑ ขึ้น ๖ ค่ำ พระบาทสมเด็จ ฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งให้หาพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทเวศร์วัชรินทร ซึ่งเป็นพระราชวงศผู้ใหญ่โดยเจริญพระชนมายุกว่าพระองค์อื่น ๆ พระองค์ ๑ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท ซึ่งเป็นพระราชวงศ์ผู้ใหญ่ในราชการพระองค์ ๑เจ้าพระยาศรีสุริยวงศอัครมหาเสนาบดีที่สมุหพระกลาโหม ซึ่งเป็นหัวหน้าในข้าราชการทั้งปวงคน ๑ เข้าไปเฝ้าพร้อมกันแล้ว มีพระบรมราชโองการมอบพระราชกิจในการปกครองพระราชอาณาจักร ให้ท่านทั้ง ๓ ปรึกษาหารือกันบังคับบัญชาการต่างพระองค์ ในเวลาทรงพระประชวรอย่าให้ราชการบ้านเมืองติดขัดผันแปรเป็นเหตุให้ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินได้ความเดือนร้อน
B และในวันอังคาร เดือน ๑๑ ขึ้น ๖ ค่ำนั้น มีรับสั่งให้ภูษามาลาเชิญหีบพระเครื่องมาถวายแล้วทรงเลือกพระประคำทองสาย๑อันเป็นของพระบาทสมเด็จ ฯ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (พระประคำทองสายนี้ เมื่อพระบาทสมเด็จ ฯ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจะสวรรคต จะพระราชทานพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอรรณพ ซึ่งได้เป็นกรมหมื่นอุดมรัตนราศีในรัชชกาลที่ ๔ แต่บังเอิญเจ้าพนักงานหยิบผิดสาย กรมหมื่นอุดมไม่ได้ไปจึงถือว่าเป็นของสิริมงคลสำหรับแต่ผู้มีบุญญาภินิหาร) กับพระธำมรงค์เพ็ชร์องค์ ๑ ให้พระราชโกษา (ชื่อ จัน ในรัชชกาลที่ ๕ เป็นพระยา เป็นบิดาพระยาอุทัยธรรม (หรุ่น วัชโรทัย)) เชิญตามเสด็จพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าหญิงโสมาวดี ไปพระราชทานสมเด็จเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้า ฯ กรมขุนพินิตประชานาถ
C พระองค์เจ้าหญิงโสมาวดีเสด็จออกมาทูลกรมหลวงวงศาธิราชสนิทและบอกให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศซึ่งพร้อมกันอยู่ที่ท้องพระโรงพระที่นั่งอนันตสมาคมให้ทราบตามกระแสรับสั่ง กรมหลวงวงศาธิราชสนิทและเจ้าพระยาศรีสุริยวงศก็ไปยังพระตำหนักสวนกุหลาบด้วยเวลานั้นปิดความไม่ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ฯทรงทราบว่าสมเด็จพระบรมชนกนาถประชวรพระอาการมาก เจ้าพระยาศรีสุริยวงศจึงแนะพระองค์เจ้าหญิงโสมาวดีให้ทูลสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ฯ ว่าของทั้ง ๒ สิ่งนั้นพระราชทานเป็นของขวัญ โดยทรงยินดีที่ได้ทรงทราบว่าพระอาการ ที่ประชวรค่อยคลายขึ้นเมื่อพระองค์เจ้าหญิงโสมาวดีไปทูล สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯดำรัสถามว่า ของขวัญเหตุใดจึงพระราชทานพระประคำ พระบาทสมเด็จ ฯ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกด้วย แต่ก็ไม่มีผู้ใดทูลตอบว่ากระไร เมื่อถวายสิ่งของแล้วต่างก็กลับมา
D ในเวลานั้นเห็นจะเป็นด้วยเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ เห็นว่าพระองค์เจ้าหญิงโสมาวดีได้เสด็จออกไปทอดพระเนตรเห็นการที่จัดตั้งกองล้อมวงแล้ว กลับเข้าไปข้างในก็คงจะกราบทูลพระบาทสมเด็จ ฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้นเมื่อกลับมาถึง พระที่นั่งอนันตสมาคมเจ้าพระยาศรีสุริยวงศกับกรมหหลวงวงศาธิราชสนิท ปรึกษากันว่าควรจะกราบทูลพระบาทสมเด็จ ฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ทรงทราบถึงการที่จัดไว้ จึงสั่งพระองค์เจ้าหญิงโสมาวดีเข้าไปกราบบังคมทูล ว่าเจ้านายผู้ใหญ่กับเสนาบดีปรึกษากันเห็นว่า พระอาการที่ทรงพระประชวรมากอยู่ไม่ควรจะประมาทแก่เหตุการณ์ ได้สั่งให้จัดการจุกช่องล้อมวงรักษาพระบรมมหาราชวังให้กวดขันขึ้นและได้ตั้งกองล้อมวงรักษาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ฯ ที่พระตำหนักสวนกุหลาบด้วย (ประเพณีการตั้งกองล้อมวงรักษาพระองค์เจ้านายพระองค์ใด ในเวลาสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวประชวรหนัก เป็นการแสดงว่าเจ้านายพระองค์นั้นจะเป็นผู้รับราชสมบัติเคยตั้งกองล้อมวงพระบาทสมเด็จ ฯ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จ ฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมาแต่ก่อน)

โดย: pipat  [IP: 58.9.195.138,,]  
วันที่ 13 เม.ย. 2549 - 20:32:59
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 11 พ.ค. 06, 16:36

 เมื่อพระองค์เจ้าหญิงโสมาวดีกราบทูลความนี้ให้ทรงทราบ มีรับสั่งถามว่าได้เห็นผู้คนล้อมวงที่สวนกุหลาบจริงหรือ และมีผู้หลักผู้ใหญ่ใครดูแลการล้อมวงอยู่ที่นั่น เมื่อได้ทรงทราบแล้วจึงดำรัสสั่งให้พระองค์เจ้าหญิงโสมาวดีกลับออกไปทูลกรมหลวงวงศาฯ และแจ้งแก่เจ้าพระยาศรีสุริยวงศว่าการที่จะสืบสนองพระองค์นั้นขอให้คิดมุ่งหมายเอาแต่ความเรียบร้อยมั่นคงของพระราชอาณาจักรเป็นประมาณพระองค์ไม่ได้ตั้งพระราชหฤทัยมักใหญ่ใฝ่สูงอย่างไรดอกผู้ที่จะรับราชสมบัติจะเป็นน้องยาเธอก็ได้ หลานเธอก็ได้ ขอแต่ให้ได้ร่มเย็นเป็นสุขแก่ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ฯพระชันษายังทรงพระเยาว์นักจะทรงบังคับบัญชาราชการบ้านเมืองได้และหรือขอให้คิดกันดูให้ดี

เมื่อพระองค์เจ้าหญิงโสมาวดีเชิญพระกระแสออกมาทูลกรมหลวงวงศา ฯ และเจ้าพระยาศรีสุรยวงศ ท่านทั้งสองนั้นจึงเชิญสมเด็จเจ้าฟ้าฯกรมขุนบำราบปรปักษ์มาปรึกษาอิกพระองค์หนึ่งแล้วสั่งให้เข้าไปกราบบังคมทูลว่า ได้ปรึกษาเห็นพร้อมกันว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ฯสมควรจะรับราชสมบัติสืบสนองพระองค์ราชการบ้านเมืองจึงจะเรียบร้อยเป็นปกติ ข้อซึ่งทรงพระปริวิตกว่ายังทรงพระเยาว์นั้นสมเด็จเจ้าฟ้าฯกรมขุนบำราบปรปักษ์ รับจะสนองพระเดชพระคุณช่วยดูแลประคับประคองในส่วนพระองค์มิให้เสื่อมเสียได้

เมื่อพระองค์เจ้าหญิงโสมาวดีนำความเข้าไปกราบบังคมทูลฯพระบาทสมเด็จฯพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังทรงพระปริวิตกว่า พระองค์เจ้าหญิงโสมาวดีจะเชิญกระแสรับสั่งออกไปแจ้งไม่ถูกถ้วนตามประราชประสงค์ ครั้นรุ่งขึ้นณวันพุธเดือน ๑๑ ขึ้น ๗ ค่ำ จึงดำรัสสั่งให้พระศรีสุนทรโวหาร เขียนกระแสรับสั่งพระราชทานให้พระองค์เจ้าหญิงโสมาวดีเชิญออกมายังที่ประชุม พระราชวงศและเสนาบดีว่า ผู้ซึ่งจะครองราชสมบัติสืบพระบรมราชวงศต่อไปนั้นให้ท่านผู้หลักผู้ใหญ่ปรึกษากันแล้วแต่จะเห็นว่าเจ้านายพระองค์ใด จะเป็นพระเจ้าน้องยาเธอก็ดีพระเจ้าลูกยาเธอก็ดี พระเจ้าหลานเธอก็ดีสมควรจะเป็นผู้ใหญ่ เมื่อพร้อมกันเห็นว่าพระองค์ใดจะปกครองรักษาแผ่นดินได้ ก็ให้ถวายราชสมบัติแก่พระองค์นั้นสืบสนองพระองค์ต่อไปกระแสรับสั่งซึ่งโปรด ฯ ให้เขียนออกไปในที่ประชุมเสนาบดีนี้ ไม่ปรากฏว่ามีคำที่ประชุมตอบประการใด

ในระหว่างนั้น เห็นจะเป็นด้วยพระบาทสมเด็จ ฯ พระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ทรงพระปริวิตกถึงสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ฯ ยิ่งขึ้น ด้วยเมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ฯ ประชวรพระอาการมากอยู่นั้น ไม่ได้กราบบังคมทูลฯให้ทรงทราบเพราะเกรงกันว่า ถ้าพระบาทสมเด็จ ฯ พระจอม เกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทราบก็จะทรงพระปริวิตกวุ่นวาย พระอาการจะซุดหนักไปจึงปิดความเสีย ครั้นณวันพุธเดือน ๑๑ ขึ้น ๑๔ ค่ำ จึงโปรด ฯ ให้พระองค์เจ้าหญิงโสมาวดีถวายปฏิญาณก่อนแล้วจึงดำรัสถามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ฯ กรมขุนพินิตประชานาถ ซึ่งรับสั่งเรียกว่า “พ่อใหญ่ ”นั้นสิ้นพระชนม์เสียแล้วหรือยังมีพระชนม์อยู่(๑)ขอให้กราบทูลแต่โดยสัตย์จริง ถ้าสิ้นพระชนม์เสียแล้วก็จะได้หมดห่วง พระองค์เจ้าหญิงโสมาวดี กราบบังคมทูลฯ ว่าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอนั้น เดิมประชวรไข้ ครั้นไข้ค่อยคลายเกิดพระยอดมีพิษขึ้นที่พระสอพระอาการมากอยู่คราวหนึ่ง แต่เดี๋ยวนี้ค่อยคลายขึ้นแล้ว เป็นความสัตย์จริงดังนี้ มีพระราชดำรัสว่าถ้าเช่นนั้นให้ไปทูลสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯว่า ถ้าพระอาการค่อยคลายพอ จะมาเฝ้าได้ให้เสด็จมาเสียก่อนวันขึ้น๑๕ค่ำ ถ้ารอไปจนถึงวันแรมค่ำ ๑ ก็จะได้แต่สรงพระบรมศพไม่ทันสั่งเสียอันใด

พระองค์เจ้าหญิงโสมาวดี เชิญพระกระแสออกมาทูลกรมหลวงวงศาฯและเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ ท่านทั้งสองปรึกษากันเห็นว่าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ พระกำลังยังอ่อนนักถ้าเชิญเสด็จเข้าไปเฝ้าในเวลานั้นคงจะทรงพระโศกาดูรแรงกล้าน่ากลัวพระโรคจะกลับกำเริบขึ้น เห็นควรจะระวังรักษาอย่าให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ฯ มีภัยอันตรายจะดีกว่า จึงพร้อมกันห้ามเสียไม่ให้ไปทูลให้กราบพระราชประสงค์และให้กราบทูลพระบาทสมเด็จ ฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ว่าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ พระอาการค่อยคลายแล้ว แต่พระกำลังยังน้อยนักเสนาบดีปรึกษากันเห็นว่ายังจะเชิญเสด็จมาเฝ้าไม่ได้

โดย: pipat  [IP: 58.9.196.118,,]  
วันที่ 13 เม.ย. 2549 - 21:14:18
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 11 พ.ค. 06, 16:37

 ในวันพุธเดือน๑๑ขึ้น๑๔ ค่ำนั้นจึงมีรับสั่งให้หาพระยาสุรวงศวัยวัฒน์จางวางมหาดเล็กเข้าไปเฝ้าพร้อมกับพระยาบุรุษฯ ดำรัสถามพระยาสุรวงศ์วัยวัฒน์ ว่าพระอาการสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ฯ เดี๋ยวนี้เป็นย่างไรบ้าง พระยาสุรวงศวัยวัฒน์กราบบังคมทูลว่าพระอาการค่อยคลายขึ้นแล้ว
ตรัสถามต่อไปว่าการแผ่นดินเดี๋ยวนี้จัดกันอย่างไรพระยาสุรวงศวัยวัฒน์กราบบังคมทูลว่าเจ้าพระยาศรีสุริยวงศผู้บิดาเห็นว่าอาการ ที่ทรงพระประชวรมาก ได้ปรึกษากับพระราชวงศและข้าราชการผู้ใหญ่เห็นพร้อมกันว่าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าฯกรมขุนพินิตประชานาถเป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ควรจะรับสิริราชสมบัติสืบสนองพระองค์ต่อไป เจ้าพระยาศรีสุริยวงศจึงได้สั่งให้เจ้าพนักงานตั้งกองล้อมวงที่พระตำหนักสวนกุหลายหลายเวลาแล้ว มีพระราชดำรัสว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ฯ พระชันษายังเยาว์จะทรงบังคับบัญชาราชการแผ่นดินอย่างไรได้เกรงจะทำการไปไม่ตลอดเจ้านายผู้ใหญ่ที่ทรงพระสติปัญญาก็มีอยู่มากพระองค์ใดควรจะว่าราชการแผ่นดินได้ จะเลือกพระองค์นั้นก็ควร อย่าให้เกิดเป็นภัยอันตรายแก่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ฯ ซึ่งยังทรงพระเยาว์อยู่

พระยาสุรวงศวัยวัฒน์กราบบังคมทูลว่า ถ้าไม่ยกสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ฯ ขึ้นครองราชสมบัติน่ากลัวจะมีเหตุร้ายไปภายหน้า ด้วยคนทั้งหลายตลอดจนชาวนานาประเทศก็นิยมนับถือสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าฯกรมขุนพินิตประชานาถว่าเป็นรัชชทายาทแม้สมเด็จพระเจ้านะโปเลียนที่๓ เอมปเรอฝรั่งเศสก็ได้มีพระราชสาสนทรงยินดีประทานพระแสงมีจารึกยกย่องพระเกียรติยศเป็นรัชชทายาทมาเป็นสำคัญถ้าไม่ยกสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าฯกรมขุนพินิตประชานาถขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินต่อไปการภายหน้าเห็นจะไม่ปกติเรียบร้อยได้

มีพระราชดำรัสว่าเมื่อเห็นพร้อมกันเช่นนั้นก็ตามใจ แล้วทรงชี้แจงต่อไปถึงครั้งเมื่อพระบาทสมเด็จ ฯ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวก็มิได้มีรับสั่งให้หาสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยุรวงศเข้าไปทรงฝากฝังสั่งเสียราชการแผ่นดินรับสั่งให้หาแต่เจ้าพระยาศรีสุรยวงศแต่ยังเป็นจางวางมหาดเล็กเข้าไปทรงสั่ง ครั้งนี้พระองค์ทรงประพฤติตามแบบอย่างพระบาทสมเด็จฯพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมิได้มีรับสั่งให้หาเจ้าพระยาศรีสุรยวงศเข้ามาสั่งเสีย ให้พระยาสุรวงศวัยวัฒน์เป็นผู้รับสั่ง เมื่อจะขัดขวางอย่างใดก็จงปรึกษากับเจ้าพระยาศรีสุริยวงศผู้เป็นบิดาเถิดไหน ๆ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ ก็ได้เป็นเขย การที่ปรึกษาเห็นพร้อมกันว่าจะให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯครองราชสมบัติต่อไปนั้นขอทรงฝากฝังให้ช่วยกันทำนุบำรุงให้ดีอย่าให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นได้ การเปลียนแผ่นดินใหม่ถ้าไม่ระวังให้ดี อาจจะเกิดรบพุ่งฆ่าฟันกัน ต้องระวังอย่าให้มีเหตุเช่น พระเสนหามนตรี ถ้าเกิดเหตุขึ้นเช่นนั้นจะอายเขา

พระยาสุรวงศวัยวัฒน์กราบบังคมทูลฯรับว่าจะไปคิดอ่านกับเจ้าพระยาศรีสุริยวงศผู้บิดาสนองพระเดชพระคุณมิให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นได้

(เหตุเรื่องพระเสนหามนตรีนั้น คือเมื่อเจ้าพระยานคร ( น้อยกลาง ) ถึงอสัญกรรมในรัชชกาลที่ ๔ พระเสนหามนตรี ( หนูพร้อม ) ผู้เปนบุตรใหญ่อายุยังเยาว์ยังไม่ได้บวช มีผู้ซึ่งเป็นเชื้อวงศเจ้าพระยานคร ( น้อย ) คิดปรารถนาจะเป็นพระยานครศรี ธรรมราชหลายคน แต่พระบาทสมเด็จ ฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริจะโปรด ฯ ให้พระเสนหามนตรีเป็นพระยานคร ฯ จึงยังรอการตั้งพระยานครไว้ ครั้นพระเสนหามนตรีมีอายุครบอุปสมบทเข้ามาบวชอยู่วัดพิไชยญาติการาม เมื่อปีเถาะ พ.ศ. ๒๔๑๐ คืนวันหนึ่งพระเสนหามนตรีไหว้พระอยู่ในกุฏิ มีผู้ร้ายเอาปืนยิงเข้าไปในทางช่องฝา บังเอิญปืนลั่นออกเมื่อขณะพระเสนหามนตรีกราบพระ กระสุนปืนข้ามไปจึงไม่ถูก การไต่สวนต่อมาก็ไม่ได้ตัวผู้ร้าย พอพระเสนหามนตรีลาสิกขาบท ก็ทรงตั้งให้เป็นพระยานคร ฯ พระยานคร ( หนูพร้อม ) อยู่มาจนชรา ได้เลื่อนเปนเจ้าพระยาสุธรรมมนตรีเมื่อในรัชชกาลที่ ๕)

โดย: pipat  [IP: 58.9.196.118,,]  
วันที่ 13 เม.ย. 2549 - 21:15:21
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 11 พ.ค. 06, 16:38

 ถึงวันพฤหัสบดี เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เวลา ๕โมงเช้า ดำรัสสั่งให้พระยาบุรุษฯออกไปเชิญเสด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิทเจ้าพระยาศรีสุริยวงศที่สมุหพระกลาโหมเจ้าพระยาภูธราภัยที่สมุห นายกเข้าไปเฝ้าถึงข้างที่พระบรรทมมีพระราชดำรัสว่าเห็นจะเสด็จสวรรคต ในวันนั้นท่านทั้ง๓ กับพระองค์ได้ทำนุบำรุงประคับประคองกันมา บัดนี้กาละจะถึงพระองค์แล้วขอลาท่านทั้งหลายในวันนี้ขอฝากพระราชโอรสธิดาอย่าให้มีภัยอันตรายหรือเป็นที่กีดขวางในการแผ่นดินถ้าจะมีความผิดสิ่งไรเป็นข้อใหญ่ ขอแต่ชีวิตไว้ให้เป็นแต่โทษเนียรเทศ ขอให้ท่านทั้ง ๓จงเป็นที่พึ่งแก่พระราชโอรสธิดาต่อไปด้วยเถิด

ท่านทั้ง ๓เมื่อได้ฟังก็พากันร้องไห้สอึกสอื้นอาลัย จึงดำรัสห้ามว่าอย่าร้องไห้ ความตายไม่เป็นอัศจรรย์อันใด ย่อมมีย่อมเป็นเหมือนกันทุกรูปทุกนาม ผิดกันแต่ที่ตายก่อนและตายที่หลังแต่ก็อยู่ในต้องตายเหมือนกันทั้งสิ้น บัดนี้เมื่อกาละมาถึงพระองค์เข้าแล้ว จึงได้ลาท่านทั้งหลาย

แล้วมีพระราชดำรัสต่อไปว่า มีพระราชประสงค์จะรับสั่งด้วยราชการแผ่นดิน แต่จะทรงสมาทานเบญจศีลเสียก่อน ครั้นทรงสมาทานศีลแล้ว ตรัสภาษาอังกฤษหลายองค์แล้วจึงมีพระราชดำรัสว่า ที่พูดภาษาอังกฤษนี้เพื่อจะให้ท่านทั้งหลายเห็นว่าสติสัมปชัญญยังเป็นปกติถึงภาษาอื่นมิใช่ภาษาของตนก็ยังทรงจำได้ด้วยสติยังดีอยู่ท่านทั้งปวงจะได้สำคัญในข้อความที่จะสั่งว่ามิได้สั่งโดยฟั่นเฟือน เมื่อตรัสประภาษดังนี้แล้ว จึงมีพระราชดำรัสต่อไปว่า

ท่านทั้ง ๓ กับพระองค์ได้ช่วยกันทำนุบำรุงแผ่นดินมาได้อยู่เย็นเป็นสุขตลอดมาจนถึงเวลาสิ้นพระชนมายุถ้าสิ้นพระองค์ล่วงไปแล้ว ขอให้ท่านทั้งปวงจงช่วยกันทำนุบำรุงแผ่นดินต่อไปให้เรียบร้อย ให้สมณพราหมณ์อาณาประชาราษฎรได้พึ่งอยู่เย็นเป็นสุขทั่วกันขอให้ทูลพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่ให้เอาเป็นพระธุระรับฎีกาของราษฎรอันมีทุกข์ร้อน ให้ร้องได้สะดวกเหมือนพระองค์ได้ทรงเป็นพระธุระรับฎีกามาแต่ก่อนผู้ซึ่งจะเป็นพระเจ้าแผ่นดินสืบพระบรมราชวงศไปภายหน้านั้น ให้ปรึกษากันเลือกดูแต่ที่สมควรจะเป็นพระเจ้าน้องยาเธอก็ตามพระเจ้าลูกยาเธอหรือพระเจ้าหลานเธอก็ตาม เมื่อปรึกษาเห็นพร้อมกันว่าพระองค์ใดมีปรีชาสามารถควรจะรักษาแผ่นดินได้ก็จงยกย่องพระองค์นั้นขึ้นจะได้ทำนุบำรุงแผ่นดินให้พระราชวงศานุวงศข้าราชการและอาณาประชาราษฎรอยู่เย็นเป็นสุขต่อไป อย่าได้หันเหียนเอาตามเห็นว่าจะชอบพระราชหฤทัยเป็นประมาณเลย เอาแต่ความดีความเจริญของบ้านเมืองเป็นประมาณเถิด

มีพระราชดำรัสสั่งดังนี้แล้ว ก็มิได้ตรัสสั่งถึงราชการแผ่นดินอีกต่อไปเวลาเย็นวันนั้นได้ทรงพระราชนิพนธ์คำขอขมาและลาพระสงฆ์โดยภาษาบาลีแล้วทรงพระปริวิตกว่าพระองค์ทรงพระประชวรพระอาการมากถึงเพียงนั้น พระสติสัมปชัญญะจะฟั่นเฟือนไป จึงมีรับสั่งให้หาพระศรีสุนทรโวหาร ฟัก เปรียญ เข้าไปเฝ้าที่ข้างที่พระบรรทมท่องพระราชนิพนธ์ให้ฟัง แล้วตรัสถามว่ายังทรงภาษาบาลีถูกต้องอยู่หรือประการใด พระศรีสุนทร กราบทูลว่า ยังถูกต้องจะหาวิปลาสแต่แห่งใดนั้นมิได้ จึงมีรับสั่งให้พระศรีสุนทร ฯ เขียนพระราชนิพนธ์นั้น ดังต่อไปนี้

โดย: pipat  [IP: 58.9.196.118,,]  
วันที่ 13 เม.ย. 2549 - 21:19:24
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 11 พ.ค. 06, 16:39

 เห็นตัวอังกฤษไปแทรกในเนื้อความแล้วรู้สึกว่าผมทำผิดมหันตร์ เลยแกตัวใหม่ เป,ยนเป็นวางวรรคตอนใหม่ แต่ก็จะทำให้อารมณ์สะดุด ที่มุ่งหมายจะมีเครื่องหมายอ้างอิงเพราะเวลาอ้างตัวบท จะหาง่ายครับ

เอาอย่างนี้แล้วกันครับ
ผมขอชึ้ว่า ร. 4 ท่านอ่านออกว่า พระเจ้าหลานเธอพระองค์หนึ่ง น่าจะอยากเป็นกษัตริย์ แต่ท่านไม่แน่ใจในตัวท่านช่วง จึงทรงวางกุศโลบายไว้หลายชั้นสมเด็จเจ้าพระยา ท่านเป็นสหชาติกับพระปิ่นเกล้า และกรมหลวงวงษาธิราชสนิท คืออ่อนกว่าพระเจ้าอยู่หัว 3 ปี ความคิดอ่านเห็นจะเรียกว่า มองตาก็รู้ใจ การที่ท่านชิงตั้งพระองค์เจ้ายอร์ช วอชิงตัน เป็นวังหน้า ผมจึงเห็นว่าเป็นการห้ามไฟแต่หัวลม ในเมื่อได้เป็นหมายเลข 2 แล้ว ก็น่าจะเพียงพอ
แต่ถ้าไม่ได้เป็นอะไรเลย รออีก 6 ปีกว่าจะรู้ว่า อาจได้หรือไม่ได้เป็น ซึ่งน่าจะไม่ได้ เพราะมีเจ้าฟ้าจาตุรนต์รอเติบใหญ่อยู่แล้ว

ผมจึงว่า สมเด็จเจ้าพระยานั้น ท่านเป็นขิงแก่ ความคิดความอ่านสุดที่จะหยั่งถึง

เอ นี่ผมเล่นบทพระยาโบราณฯ ในการแก้คดีพระเจ้าปราสาททอง มากไปหรือหรือเปล่านี่

โดย: pipat  [IP: 58.9.196.118,,]  
วันที่ 13 เม.ย. 2549 - 21:31:44
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 11 พ.ค. 06, 16:40

 ขอเสริม(จากที่จำได้)นะครับ เรื่องพระราชหัตถเลขาถึงพระราชโอรส......ความเห็น46 เผื่อคุณอั๊บจะค้นได้เร็วขึ้น
เป็นพระราชหัตถเลขาพระราชทานเจ้าฟ้าวชิรุณหิศ เมื่อทรงมีพระชนมายุเท่าพระเจ้าอยู่หัวเมื่อทรงครองราชย์

สำนวนงดงามเหลือจะเปรียบปาน ข้อความสั้น เด่นชัด และเต็มไปด้วยสาระอย่างยิ่งใหญ่ ท่านเปรียบพระองค์เอง....เหมือนคนที่ตาย แล้วเขาเอาไปตั้งไว้ต้องประคองตัวอยู่ในท่ามกลางอันตราย และข้อความที่อาจารย์เทาท่านอ้างถึง (สลับความนิดหน่อย เป็นบ่อยครับกับคนชอบตีลูกศิษย์ มักเป็นเช่นนี้)

ถ้าทำได้ เราคัดลอกข้อความยิ่งใหญ่เหล่านี้ เก็บไว้ประดับเรือนไทย จะยุ่งยากมากใหมครับ แขกไปใครมา จะได้รู้ว่าลูกหลานดีกว่าบรรพบุรุษบ้างใหม

เรียนอาจารย์โปรดพิจารณา

โดย: pipat  [IP: 58.9.193.35,,]  
วันที่ 13 เม.ย. 2549 - 21:47:42
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 11 พ.ค. 06, 16:40

 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72

เปลี่ยนเป็นยืนกางแขนคาบไม้บรรทัดก็ได้นะคะ คุณปี่พาท

ส่วน ค.ห. 70 ดิฉันเห็นคนละทางกับคุณพิพัฒน์ แต่ขอออกตัวก่อนว่าไม่ได้เป็นไปในทางมองแง่ร้ายต่อสมเด็จเจ้าพระยาฯ และไม่ได้เป็นการเถียงคุณพิพัฒน์ว่าฉันถูกคุณผิด เรื่องราวในประวัติศาสตร์นั้นมีน้อยเรื่องนักที่เป็นข้อเท็จจริงชนิดมองต่างมุมไม่ได้ ต่อให้มีจริง ก็มักเป็นข้อมูลชนิดที่ไม่มีใครหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันอยู่ดี

ดิฉันมองว่าในตอนนั้น พระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯหนักมาก ไม่มีใครรู้ว่าจะทรงหายประชวรหรือไม่ สมเด็จเจ้าพระยาฯ ท่านก็ต้องเลือกหมายเลข ๒ ที่ท่านแน่ใจว่าจะไม่ก่อความปั่นป่วนขึ้นมาให้แผ่นดิน โดยเฉพาะกับตัวท่าน หากว่าไม่มีหมายเลข ๑ ขึ้นมาจริงๆ

เจ้านายวังหลวงที่พระชนม์สูงๆอยู่ในขณะนั้น ก็ไม่แน่ว่าจะโอนอ่อนผ่อนตามสมเด็จเจ้าพระยาไปเสียทุกเรื่อง ดูกรมขุนวรจักรฯเป็นตัวอย่างก็ได้

ที่คิดเช่นนี้เพราะเมื่อเหตุพิพาทวังหน้ากับวังหลวงระเบิดขึ้นมา กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ เสด็จเข้าไปลี้ภัยในสถานทูตอังกฤษ สมเด็จเจ้าพระยาฯ ท่านก็เป็นคนเดียวที่เข้าไปในสถานทูต เชิญเสด็จกรมพระราชวังบวรฯกลับออกมาได้ด้วยสันติวิธี แสดงถึงความยกย่องเกรงใจที่กรมพระราชวังบวรฯทรงมีต่อท่าน

โดย: เทาชมพู  [IP: hidden]  
วันที่ 14 เม.ย. 2549 - 09:33:40
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 11 พ.ค. 06, 16:41

 ส่วนพระราชหัตถเลขา ที่คุณพิพัฒน์ว่ามานั้น ถ้าหามาได้ช่วยนำลงด้วยค่ะ
ดิฉันกำลังหาอยู่เหมือนกัน
******************
สมเด็จเจ้าพระยาฯ เป็นผู้ที่ใช้อำนาจเพื่อสุขของแผ่นดิน ไม่ใช่เพื่อสุขส่วนตัว
มีตัวอย่างเล็กๆของการใช้อำนาจเด็ดขาดของท่านเพื่อความสงบสุขของราษฎร ดังที่สมเด็จกรมพระยาดำรงฯทรงเล่าไว้ว่า

ครั้งหนึ่งมีโจรสำคัญ เรียกกันว่า "อ้ายอ่วมอกโรย" (อกโรยเป็นชื่อตำบลในจ.อ่างทองค่ะ ไม่ใช่ลักษณะของโจร) อาละวาดปล้นทรัพย์ ฉุดผู้หญิงสาวๆไปเป็นเมียเสียมาก ก่อความหวาดกลัวให้ชาวบ้าน
กรมการเมืองพยายามจับตัวก็จับไม่ได้ เพราะผู้คนพากันหวาดกลัวเกินกว่าจะแจ้งเบาะแส จนอ้ายอ่วมย่ามใจ กำเริบขั้นนั่งเรือแจวอย่างขุนนาง ไปถึงไหนก็ปล้นทรัพย์ฉุดผู้หญิง ตามบ้านรายทาง กลางวันแสกๆไม่มีใครกล้าขัดขืน

สมเด็จเจ้าพระยาฯเห็นว่ามันชักกำเริบหนัก เป็นตัวอย่างให้โจรอื่นๆเอาอย่าง ท่านก็สั่งข้าหลวงตามมณฑลกรุงเก่า ส่งพนักงานลงเรือไปสืบจับให้ได้ วันหนึ่งพนักงานแจวเรือสวนไปกับเรือเก๋งลำใหญ่ ปิดหน้าต่างบานเกล็ดหมด แต่มีมือผู้หญิงลอดหน้าต่างออกมากวักเรียก แล้วชี้เข้าไปข้างในเรือ

โดย: เทาชมพู  [IP: hidden]  
วันที่ 14 เม.ย. 2549 - 10:51:33
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 11 พ.ค. 06, 16:42

 เจ้าพนักงานเอะใจ ก็พากันไปล้อมเรือ บุกเข้าไปเห็นอ้ายอ่วมนอนหลับอยู่ มีผู้หญิงนั่งพัดวี ก็ล้อมจับมาได้
ได้ความว่าเป็นหญิงสาวที่มันฉุดมา แต่หล่อนไม่สมัครใจก็เลยหาโอกาสชี้ทางให้คนอื่นรู้ตัวเมื่อจับตัวอ้ายอ่วมได้ สมเด็จเจ้าพระยาฯก็เรียกญวนเพชฌฆาตจากบางโพธิ์ ลงเรือไปกับท่านทันที เพราะคนไทยไม่มีใครกล้าทำ

ถึงกรุงเก่าท่านก็ให้ตั้งศาลชำระความ เอาอ้ายอ่วมไปที่เพนียด แล้วให้ญวนผ่าอกออกดูใจอันร้ายกาจในวันนั้น ท่ามกลางราษฎร ตัวท่านนั่งเป็นประธาน
ผู้คนเห็นกันทั่งหน้า ตกใจไหวสะท้าน โจรผู้ร้ายก็สงบไปได้ทันที เมื่อเห็น "เชือดไก่ให้ลิงดู"

ม.จ.พูนพิศมัยทรงเล่าไว้ว่า
" เสด็จพ่อ(หมายถึงสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ) ทันได้รู้จักสมเด็จเจ้าพระยาฯคนนี้ และเมื่อเจ็บมากจะถึงอสัญกรรม ท่านก็ได้เสด็จไปเยี่ยม
สมเด็จเจ้าพระยาฯได้เรียกเข้าไปหาข้างที่นอน แล้วสั่งสอนว่าให้อุตส่าห์ทำราชการเถิดคงจะได้ดี

สมเด็จเจ้าพระยาฯมีลูกหลานเป็นคนดี แต่ไม่มีที่วิเศษศรี หลักแหลม (brilliant) อย่างตัวท่านเองเลย"

โดย: เทาชมพู  [IP: hidden]  
วันที่ 14 เม.ย. 2549 - 10:52:49
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 10
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.058 วินาที กับ 19 คำสั่ง