เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4]
  พิมพ์  
อ่าน: 19192 เจ้านายทรงกรม
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 27 พ.ค. 06, 14:20

ในหนังสือของเวลล่า   เล่าความต่อไปว่า

" หลังจากที่ได้ทรงปรึกษาหารือกับบรรดาเสนาบดีของพระองค์แล้ว   พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯเจ้าอยู่หัวได้ทรงให้กรมหลวงรักษ์รณเรศเข้าเฝ้าเฉพาะพระพักตร์เป็นครั้งสุดท้าย
ได้ทรงสรุปความผิดทั้งมวล   แล้วตรัสด้วยความขมขื่นว่า

"ฉันได้คำนึงถึงความทะยานอันชั่วช้าของเธอที่อยากจะเป็นรัชทายาท   และอยากจะเป็นพระเจ้าแผ่นดินเสียเอง
อย่าว่าแต่มนุษย์เลยที่จะให้เธอได้เป็น   แม้แต่สัตว์เดรัจฉานที่ไม่มีปากมีเสียง   มันก็ไม่ต้องการให้เธอเป็นกษัตริย์ของมัน"


ดังนั้นกรมหลวงรักษ์รณเรศถึงถูกตัดสินประหาร ด้วยวิธีที่เจ้านายได้รับกันคือสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์

คุณจุลลดา ภักดีภูมินทร์   เล่าเป็นเกร็ดในเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ "เลาะวัง"เล่ม 1  ว่า

"ผู้ใหญ่เล่าให้ฟังว่า  กรมหลวงรักษ์รณเรศท่านดุ    เล่ากันต่อๆมาว่าเมื่อเอาพระองค์เข้าถุงแดง เตรียมประหารแล้ว    ชะรอยเพชฌฆาตจะมือไม้สั่น เพราะต้องประหารเจ้านายที่เคยบังคับบัญชากำกับตนมา  
จึงทุบท่อนจันทน์พลาด  ไม่สิ้นพระชนม์ในทันที    ว่ากันว่าทรงตวาดออกมาจากถุงแดงว่า
" ไอ้พวกนี้ กูสอนแล้วไม่จำ"


กรมหลวงรักษ์รณเรศสิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๑ พระชนม์ได้ ๕๘ ปี
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 28 พ.ค. 06, 09:20

 พระราชโอรสในรัชกาลที่ ๑  ที่ได้ทรงกรมในรัชกาลที่ ๒ มีแค่ ๘ พระองค์  

กรมหลวงรักษ์รณเรศเป็นพระองค์สุดท้าย  พระอนุชาที่ลำดับต่อๆไป ล้วนกว่าจะได้ทรงกรม ก็ล่วงเลยมาถึงในรัชกาลที่ ๓

ส่วนพระโอรสในกรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาท  ไม่มีองค์ไหนทรงกรมในรัชกาลที่ ๒
นับจำนวนพระโอรสที่ได้ทรงกรมมีน้อยมาก แค่ ๒ องค์เท่านั้นเองคือพระองค์เจ้าชายอสุนี กรมหมื่นเสนีเทพ ทรงกรมในรัชกาลที่ ๑  
ส่วนอีกองค์คือพระองค์เจ้าชายสังกะทัต  กรมหมื่นนรานุชิต ข้ามไปถึงรัชกาลที่ ๓ ถึงได้ทรงกรม  

ส่วนองค์อื่นๆแม้ว่ามีพระชนม์ยืนยาวมาถึงรัชกาลที่ ๔ อยู่หลายองค์ ก็ไม่ได้ทรงกรมแต่อย่างใด  ดำรงฐานันดรเป็นพระองค์เจ้าเฉยๆจนสิ้นพระชนม์
******************************
ส่วนเจ้านายวังหน้าในรัชกาลที่ ๒ ที่ทรงกรม  หมายถึงว่าเป็นพระโอรสในกรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์  มีองค์เดียว คือ
พระองค์เจ้าชายประยงค์  กรมขุนธิเบศวร์บวร   เป็นกรมหมื่นในรัชกาลที่ ๒ และเป็นกรมขุนในรัชกาลที่ ๔  เป็นต้นราชสกุล บรรยงกะเสนา
ส่วนองค์อื่นๆกว่าจะได้ทรงกรม ก็นานถึงในรัชกาลที่ ๔   โน่นแน่ะค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 30 พ.ค. 06, 09:02

 เจ้านายทรงกรมในรัชกาลที่ ๓

๑) พระองค์เจ้าหญิงวิลาส  กรมหมื่นอับสรสุดาเทพ
พระเจ้าลูกเธอในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ  กล่าวกันว่าทรงพระสิริโฉมงดงามมาก   สมดังพระนาม
เป็นพระเจ้าลูกเธอที่สมเด็จพระบรมราชชนกทรงโปรดปรานอย่างมาก  ถึงกับทรงยกย่องว่าเป็น "นางแก้ว" ของแผ่นดิน
วัดเทพธิดาราม ใกล้ๆ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์   ก็คือวัดสร้างพระราชทานเจ้านายพระองค์นี้

สุนทรภู่เคยบวชที่วัดนี้  เคยเป็นครูถวายพระอักษรด้วย  

ด้วยนิสัยฝันเฟื่องของกวี   ชอบใช้จินตนาการ นำหน้าความเป็นจริง  จนหักห้ามใจไม่ได้  
สุนทรภู่จึงแต่ง "รำพันพิลาป"ขึ้นเพื่อรำพึงรำพันถึงความรักที่มีต่อ "โฉมเทพธิดามิ่งมารศรี" แล้วซุกซ่อนไว้ไม่ได้เผยแพร่   มาค้นพบกันในภายหลัง
ใน"รำพันพิลาป" สุนทรภู่สร้างเรื่องขึ้นว่า นอนหลับฝันไป เห็นเทพธิดาแวดล้อมด้วยนางบริวาร มาปรากฏกายให้เห็น    นางเทพธิดานั้นแต่งองค์ทรงเครื่องแบบพระราชบุตรี (ก็หมายถึงใครเสียอีกล่ะคะ)
ลักษณะการมาให้เห็นก็เหมือนเจ้านายสตรีแวดล้อมด้วยนางในจำนวนมาก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 30 พ.ค. 06, 09:05

 พอเสียงแซ่แลหาเห็นนารี.............. ล้วนสอดสีสาวน้อยนับร้อยพัน
ล้วนใส่ช้องป้องพักตร์ดูลักขณะ....... เหมือนนางสะสวยสมล้วนคมสัน
ที่เอกองค์ทรงศรีฉวีวรรณ................ ดั่งดวงจันทร์แจ่มฟ้าไม่ราคี
ทั้งคมขำล้ำนางสำอางสะอาด.......... โอษฐ์เหมือนชาดจิ้มเจิมเฉลิมศรี
ใส่เครื่องทรงมงกุฎดังบุตรี............... แก้วมณีเนาวรัตน์จำรัสเรือง
รูปจริตพิศไหนวิไลเลิศ.................... เหมือนหุ่นเชิดโฉมแช่มแฉล้มเหลือง
พอแลสบหลบชะม้ายชายชำเลือง..... ดูปลดเปลื้องเปล่งปลั่งกำลังโลม
ลำพระกรอ่อนชดประณตน้อม......... แลละม่อมเหมือนหนึ่งเขียนวิเชียรโฉม
หรือชาวสวรรค์ชั้นฟ้านภาโพยม....... มาประโลมโลกาให้อาวรณ์

สุนทรภู่ท่านมีโรคประจำตัวเหมือนพระเอกวรรณคดีไทยหลายต่อหลายคน   คือเป็นโรคหัวใจปุยนุ่น    
เห็นหญิงสาวสวยเป็นไม่ได้ ใจมันพลอยแต่จะปลิวตาม    
นี่ขนาดอยู่ในเพศบรรพชิต  ทำวัตรเช้าวัตรเย็น โรคนี้ก็ยังไม่ทุเลา    
เห็นชาวสวรรค์ แทนที่จะโสมนัสว่าตัวเองมีบุญ เทวดานางฟ้ามาเข้าฝัน แสดงว่าถ้าใกล้ตายก็จะไปสู่สุคติ
ควรจะเร่งทำบุญรักษาศีล  ท่านกลับนึกเกี้ยวนางฟ้าเสียนี่
   
๏ ซึ่งสั่งให้ไปสวรรค์หรือชันษา............. จะมรณาในปีนี้เป็นปีขาล
แม้นเหมือนปากอยากใคร่ตายหมายวิมาน............. ขอพบพานภัคินีของพี่ยา
ยังนึกเห็นเช่นโฉมประโลมโลก.............. ยิ่งเศร้าโศกแสนสวาทปรารถนา
ได้แนบชมสมคะเนสักเวลา..................... ถึงชีวาม้วยไม่อาลัยเลย
อยู่หลัดหลัดพลัดพรากไปฟากฟ้า.......... ให้ดิ้นโดยโหยหานิจจาเอ๋ย
ถึงชาตินี้พี่มิได้บุญไม่เคย....................... ขอชื่นเชยชาติหน้าด้วยอาวรณ์
แม้นรู้เหาะก็จะได้ตามไปด้วย............... สู้มอดม้วยมิได้ทิ้งมิ่งสมร
เสมอเนตรเชษฐาเวลานอน..................... จะกล่าวกลอนกล่อมประทับไว้กับทรวง
สายสุดใจไม่หลับจะรับขวัญ................... ร้องโอดพันพัดชาช้าลูกหลวง
ประโลมแก้วแววตาสุดาดวง................. ให้อุ่นทรวงไสยาสน์ไม่คลาดคลาย
ยามกลางวันบรรทมจะชมโฉม................ ขับประโลมข้างที่พัดวีถวาย
แม้นไม่ยิ้มหงิมเหงาจะเล่านิยาย............ เรื่องกระต่ายตื่นตูมเหลือมูมมาม
ไม่รู้เหาะก็มิได้ขึ้นไปเห็น........................ แม้นเหมือนเช่นชาวสุธาภาษาสยาม
ถ้ารับรักจักอุตส่าห์พยายาม.................... ไปตามความคิดคงได้ปลงทองฯ

ดิฉันเชื่อว่าท่านไม่ได้หลับฝันไปจริงๆหรอก   ผูกเรื่องฝันทั้งตื่น  ลับคารมกวีโดยมีกรมหมื่นอับสรสุดาเทพเป็นนางแบบเสียมากกว่า  
แต่งเรื่องนี้ ท่านต้องซุกซ่อนไว้บนเพดานกุฏิ เพราะความแพร่ออกไปนอกจากต้องอาบัติแล้ว อาจหัวขาดอีกต่างหาก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 30 พ.ค. 06, 09:15

 ในฝันนั้นสุนทรภู่ถามชื่อเทพธิดา แต่นางเมินสะเทิ้นอาย ไม่ยอมบอก    
จนนางเมขลามาบอกชื่อให้  ว่านางฟ้าคนสวยชื่อ "โฉมเทพธิดามิ่งมารศรี"

เห็นโฉมยงองค์เอกเมขลา............ ชูจินดาดวงสว่างมากลางสวรรค์
รัศมีสีเปล่งดังเพ็งจันทร์............... พระรำพันกรุณาด้วยปรานี
ว่านวลหงส์องค์นี้อยู่ชั้นฟ้า.......... ชื่อโฉมเทพธิดามิ่งมารศรี
วิมานเรียงเคียงกันทุกวันนี้.......... เหมือนหนึ่งพี่น้องสนิทร่วมจิตใจ
จะให้แก้วแล้วก็ว่าไปหาเถิด.......... มิให้เกิดการระแวงแหนงไฉน
ที่ขัดข้องหมองหมางเป็นอย่างไร... จะผันแปรแก้ไขด้วยใกล้เคียงฯ

อ่านมาถึงตอนนี้แล้วก็มีนัยยะเหมือนกับว่า มีแม่สื่อโผล่เข้ามาอีกรายหนึ่ง   คือนางฟ้าชื่อเมขลา
บทบาทคล้ายๆว่าเป็นเจ้านายสตรีหรืออย่างน้อยก็เจ้าจอมหม่อมห้าม หรืออย่างต่ำสุดก็นางข้าหลวงสำคัญอีกสักคนที่รู้เห็นเป็นใจ เปิดหนทางให้  
แต่มีจริงหรือสุนทรภู่คิดฝันไปเองทั้งหมดก็ไม่ทราบ    ถ้าถามความเห็นดิฉันเห็นว่าน่าจะวาดวิมานในอากาศไปเอง
แต่ครูบาอาจารย์บางท่านเชื่อกันจริงจังถึงกับเห็นว่า "ลอบรักกัน"  
ถามหาข้อมูลก็ไม่มีอย่างอื่นนอกไปจากในรำพันพิลาป
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 05 มิ.ย. 06, 12:49

 พระนามของกรมหมื่นอับสรสุดาเทพปรากฎในวรรณคดี เรื่อง"คุณโม่ง" แต่งโดยคุณสุวรรณ กวีหญิงแห่งราชสำนักในสมัยรัชกาลที่ ๓

คุณสุวรรณเป็นกุลสตรีลูกผู้ดีไทย   บิดาคือพระยาอุไทยธรรม  เป็นเชื้อสายราชินิกุล ณ บางช้าง    เธอก็เลยมีโอกาสถวายตัวเป็นนางข้าหลวงในกรมหมื่นอับสรสุดาเทพ
เขาว่ากันว่าคุณสุวรรณเพี้ยนๆ  วัดจากผลงานเรื่อง พระมะเหลเถไถ และ อุณรุทร้อยเรื่อง

เพี้ยนหรือไม่เพี้ยน คุณสุวรรณก็บันทึกเรื่องเลสเบี้ยนออกมาได้เห็นภาพชัดเจน ถึง ๒ เรื่อง คือ "หม่อมเป็ดสวรรค์" และ "คุณโม่ง"
พูดถึงพฤติกรรมรักร่วมเพศของสาวชาววัง  ชื่อ หม่อมขำ และหม่อมสุด

หม่อมสุดเป็นหม่อมในวังหน้ารัชกาลที่ ๓ คือกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ    ทรงดำรงตำแหน่งได้ ๗ ปีก็สิ้นพระชนม์
ตามธรรมเนียม เมื่อไม่มีวังหน้าแล้ว  ขุนนางวังหน้าก็ย้ายมาสังกัดวังหลวง    บรรดาหม่อมห้ามนางในทั้งหลายก็มาอยู่กับเจ้านายฝ่ายในของวังหลวง แล้วแต่จะหาทางฝากตัวกันได้

หม่อมสุดได้มาเป็นนางข้าหลวงในกรมหมื่นอับสรสุดาเทพ   ลงล็อคกลายเป็นดี้ของทอมชื่อหม่อมขำ ข้าหลวงของตำหนักนี้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 05 มิ.ย. 06, 12:59

เจ้านายสตรีมักไม่บรรทมองค์เดียว  แต่มีนางข้าหลวงอยู่เวรเฝ้าพระบรรทมอยู่ด้วย     บางทีก็มีพระพี่เลี้ยง
ก่อนกรมหมื่นอับปรสุดาเทพเข้าบรรทม    หม่อมขำอยู่เวรเฝ้า หม่อมสุดอ่านหนังสือถวาย  
เข้าใจว่าเจ้านายบรรทมหลับแล้ว  ทั้งสองก็เลยดับเทียน  คลุมโปงเล่นจ้ำจี้ บัดสีบัดเถลิงกันอยู่ปลายแท่นบรรทม  

ครั้นพระองค์ทรงพลิกพระกายกลับ        
หมายว่าพระบรรทมหลับสนิทนิ่ง
ก็สมจิตคิดไว้ใจประวิง
ก็คลานชิงกันขยับดับเทียนชัย

เข้าชุลมุนวุ่นวายอยู่ปลายพระบาท
อุตลุดอุดจาดทำอาจโถง
เอาเพลาะหอมกรอมหุ้มกันคลุมโปง
จึงตรัสเรียกคุณโม่งแต่นั้นมา

กรมหมื่นอับสรสุดาเทพยังไม่บรรทมหลับ  ได้ยินเสียงนางข้าหลวงสองคนก็เลยทรงกระแอมให้รู้   เพื่อให้หยุดกิจกรรมกัน
หลังจากนั้นก็ทรงตั้งฉายาให้หม่อมสุดว่า "คุณโม่ง" เพราะเอาผ้าห่มคลุมโปงนี่เอง

เรื่องนี้รู้กันเกรียวกราวทั่วตำหนัก    กลายเป็นเรื่องให้คุณสุวรรณเอามาเขียนแซว  ได้อ่านกันมาหนึ่งร้อยกว่าปีให้หลัง เป็นตำนานเลสเบี้ยนไทยของแท้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 05 มิ.ย. 06, 13:12

 ขอเลี้ยวแยกซอยออกไปหน่อยเมื่อมาพูดถึงเรื่องรักร่วมเพศ

รักร่วมเพศระหว่างชาย มีบันทึกไว้น้อยมาก  ในประวัติศาสตร์มีกรณีของกรมหลวงรักษ์รณเรศที่เด่นชัดที่สุด   ในวรรณคดีไทยเท่าที่นึกในตอนนี้ยังไม่เห็นพระเอกพระรองคนไหนมีรสนิยมแบบนี้
เห็นแต่เจ้าชู้กันเป็นไฟ

แต่หญิงรักหญิงหรือ "การเล่นเพื่อน" กลับมีเอ่ยเอาไว้หลายแห่ง   แทบจะเรียกได้ว่า "การเล่นเพื่อน" เป็นของปกติของสาวชาววัง
ในเรื่องนางนพมาศ หรือตำหรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ที่นักวิชาการบางคนเชื่อว่าเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ
ก็มีเรื่องของนางนกไส้และนกอะไรอีกตัว ดูเหมือนนกกระเต็น ผูกสมัครรักใคร่กันแบบเลสเบี้ยน  
ในเรื่องบอกไว้ว่าไม่เป็นที่พึงประสงค์    กวีผู้แต่งยกเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพื่อสอนใจผู้หญิง ไม่ให้เอาเยี่ยงอย่าง

เลสเบี้ยนเป็นที่แพร่หลายแค่ไหน  คงพอเดาได้   สมเด็จพระจอมเกล้าฯทรงวิตกเรื่องนี้ถึงกับมีพระบรมราโชวาทพระราชทานบรรดาพระราชธิดาว่า
" มีผัวมีเถิด  แต่ได้อย่าเล่นเพื่อนกับใครเลย"
หมายความว่ามิได้ทรงรังเกียจที่พระราชธิดาจะมีพระสวามี   แต่อย่ามีเกิร์ลเฟรนด์ก็แล้วกัน

ในขุนช้างขุนแผนก็มีกล่าวเอาไว้เหมือนกันค่ะ


เลสเบี้ยนแพร่หลายมาจนถึงรัชกาลที่ ๕    จนคำว่า "เพื่อน"ในหมู่สาวชาววังกลายเป็นคำต้องห้าม   ใครเผลอพูดว่าเป็นเพื่อนกับใครไม่ได้เป็นอันขาด   เพราะเพื่อนในที่นี้ไม่ได้แปลว่าเพื่อน  แต่แปลว่าแฟนผู้หญิงของผู้หญิง
แม่พลอยกับช้อย จึงเป็นได้แค่ "คนรู้จักคุ้นเคยกันมาแต่เด็กๆ" ไม่ใช่เพื่อนนะจ๊ะ ขอให้รู้ไว้
แม่พลอยเองความที่เป็นคนสวย  ถูกทอมในวังมาชวนไปเป็นดี้หลายหนแล้ว  ต้องคอยวิ่งหนีไม่ยอมสุงสิงด้วย

โทษของเลสเบี้ยนไม่ถึงกับถูกประหาร เฆี่ยนหรือคุมขัง   แต่ว่าถูกสักหน้า เป็นจุดเล็กๆ ๓ จุด  เป็นเครื่องหมายว่าห้ามเข้าวังอีกต่อไป
บันทึกการเข้า
Tiwa
อสุรผัด
*
ตอบ: 16

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 07 มิ.ย. 06, 10:12

 ค.ห. ที่ 29 มีข้อมูลต่างกันหน่อยครับ
กรมหมื่นเทพพลภักดิ์
จากฐานข้อมูลของกระผม เป็นเจ้านายในรัชกาลที่ ๑ ที่ได้ทรงกรมในสมัยพระบรมราชชนก
ซึ่งมีอยู่ 2 พระองค์ เท่านั้น พระนามจึงคล้องจองกัน คือ กรมหมื่นศักดิพลเสพ-กรมหมื่นเทพพลภักดิ์
เมื่อปี พ.ศ. 2350 ครับ
บันทึกการเข้า
Tiwa
อสุรผัด
*
ตอบ: 16

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 07 มิ.ย. 06, 10:14

 ค.ห. 47

เพิ่มเติมเจ้านายใน ร. 1 ที่ทรงกรมใน ร. 2 อีกพระองค์หนึ่งครับ
คือ พระองค์เจ้าฉิม กรมหมื่นนรินทรเทพ
โอรสของกรมหมื่นนรินทรพิทักษ์และพระเจ้าน้องนางเธอ กรมหลวงนรินทรเทวี (ใน ร.1)

ขอบพระคุณครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 07 มิ.ย. 06, 10:24

ขอบคุณค่ะคุณ Tiwa
เช็คแล้วเป็นอย่างที่ว่า  ดิฉันอ่านข้อมูลพลาดไปเอง

อยากจะเชิญคุณ Tiwa มาช่วยรวบรวมพระนามเจ้านายทรงกรม เข้าใจว่าคุณคงมีหนังสือเฉลิมพระยศเจ้านาย  ดิฉันไม่มี ต้องลำดับเอาเองจากราชสกุลวงศ์
คงจะได้ประโยชน์เป็นล่ำเป็นสันมากกว่าปล่อยให้ดิฉันรวบรวมเองไปเรื่อยๆ   แล้วคุณคอยเช็คว่าผิดตรงไหน พอเจอก็โผล่เข้ามาบอก
คนเดียวทำ อาจจะหลงหูหลงตาไปได้ง่าย

ขอเชิญให้คุณรวบรวมพระนามเจ้านายทรงกรมในรัชกาลที่ ๔  ไหวไหมคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 08 มิ.ย. 06, 08:32

 ต่อจากค.ห. ๔๘

๒) พระองค์เจ้าชายศิริวงศ์  กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์  สิ้นพระชนม์เมื่อพระชนม์ได้ ๒๘ ปีเท่านั้นเอง
ทรงมีพระธิดาองค์หนึ่ง พระนามว่าหม่อมเจ้าหญิงรำเพย   ต่อมาคือสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินีในรัชกาลที่ ๔  
ทรงเป็นต้นราชสกุล ศิริวงศ์

๓) พระองค์เจ้าชายคเนจร   กรมหมื่นอมเรนทรบดินทร์  ทรงกำกับกรมช่างมุก
ทรงเป็นต้นราชสกุล คเนจร

นับพระราชโอรสและธิดาในรัชกาลที่ ๓ ได้ ๓ พระองค์เท่านั้นที่ทรงกรมในรัชกาลที่ ๓   พระองค์อื่นๆมาทรงกรมในรัชกาลที่ ๔
บันทึกการเข้า
Tiwa
อสุรผัด
*
ตอบ: 16

ทำงาน


ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 09 มิ.ย. 06, 09:11

 ตอบ คห 56

รับบัญชาท่านอาจารย์ขอรับ กระผมไม่มีหนังสือเฉลิมพระยศเจ้านายใกล้ตัวหรอกครับ อาศัยฐานข้อมูลที่สะสมมาเรื่อย
และเปรียบเทียบกับพระราชพงศาวดาร ซึ่งได้บันทึกการเฉลิมพระยศเจ้านายในรัชกาลทุกครั้งไป

หยุดยาวครั้งนี้ ผมจะไปกางเต็นท์ปลีกวิเวกบนยอดเขา ถ้าแบกโน้ตบุคตัวใหม่ขึ้นไปไหว ผมอาจจะ
ส่งการบ้านทางเน็ต ทดสอบระบบ GPRS กลางป่ามาให้อาจารย์ตรวจสอบรอบแรกได้ครับ

เอ่อ มีคำถามครับ.... เจ้านายทรงกรม รวมถึงเจ้านายได้เลื่อนกรมด้วยหรือเปล่าครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 10 มิ.ย. 06, 08:28

 ถ้าคุณ Tiwa จะเข้ามาช่วยเรื่องนี้ ก็ยินดีค่ะ   เปิดรับสมาชิกทุกท่านอยู่แล้ว   คงจะเบาแรงดิฉันลงไปได้มาก
ในกระทู้นี้ขอเพียงเจ้านายที่ทรงได้รับการทรงกรมครั้งแรก  อยากนับว่าในแต่ละรัชกาลมีการแต่งตั่งกี่องค์  ไม่รวมเลื่อนกรม  
บันทึกการเข้า
tuka007
พาลี
****
ตอบ: 291


คนจับจอบจับเสียม


ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 21 มิ.ย. 06, 19:46

 รออ่านค่ะ รออ่านท่านอาจารย์
บันทึกการเข้า

จงยิ้มให้โลก...แล้วโลกจะยิ้มให้เรา
หน้า: 1 2 3 [4]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง