เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4
  พิมพ์  
อ่าน: 19442 เจ้านายทรงกรม
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31151

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 09 พ.ค. 06, 08:18

 พระราชโอรสพระองค์อื่นๆนอกจากนี้   กว่าจะได้ทรงกรมก็ในรัชกาลที่ ๒ บ้าง และบางองค์ก็นานมาก ถึงรัชกาลที่ ๓ โน่น

พระโอรสในกรมพระราชวังหลัง
๒๐) กรมหมื่นนราเทเวศร์
๒๑) กรมหมื่นนเรศร์โยธี
๒๒) กรมหมื่นเสนีบริรักษ์
(เรื่องราวของทั้ง ๓ องค์นี้อยู่ในบทความ จากวัดระฆังถึงศิริราช)
ถึงชั้นพระราชภาคิไนย (หลานลุง)
๒๓)สมเด็จฯ เจ้าฟ้าหญิงพิกุลทอง ในกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เป็น กรมขุนศรีสุนทร
๒๔)พระองค์เจ้าอสุนี ในกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เป็น กรมหมื่นเสนีเทพ

ตอบคุณศรีปิงเวียง

สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศ เคยตรัสว่า
ในรัชกาลที่ ๑ ใครรบทัพจับศึกได้ก็เป็นคนโปรด
ในรัชกาลที่ ๒  ใครเป็นกวีก็เป็นคนโปรด
ในรัชกาลที่ ๓ ใครสร้างวัดวาอารามก็โปรด
ในรัชกาลที่ ๔ ใครพูดภาษาอังกฤษได้ก็โปรด

เจ้านายทรงกรมในรัชกาลที่ ๑ นอกเหนือจากสถาปนาเพราะเป็นพระเกียรติยศแก่ปฐมวงศ์แล้ว   หลายองค์เป็นนักรบ  อย่างกรมหลวงจักรเจษฎานี่ก็ถือว่ามือหนึ่ง  ทรงเป็นหัวหน้าพระองค์เจ้าขุนเณรที่ถือกันว่าเป็นนักรบกองโจรตัวฉกาจของไทย
พระโอรสในกรมพระราชวังหลังทั้ง ๓ องค์ก็นักรบเก่งๆกันทั้งนั้น  ลองไปอ่านบทความดูนะคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31151

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 10 พ.ค. 06, 08:07

 สรุปว่าในรัชกาลที่ ๑ มีเจ้านายทรงกรม ๒๔ องค์

ถ้าหากว่าเผลอข้ามองค์ไหนไปบ้าง  คุณพิพัฒน์กรุณาตรวจสอบด้วยค่ะ



มาถึงรัชกาลที่ ๒  

ดิฉันขอแบ่งการบ้านจากคุณพิพัฒน์มาส่วนหนึ่ง    เผื่อผ่อนแรงให้หน่อย  

รู้สึกว่าจะเริ่มโอดโอยถี่ขึ้นว่าเหนื่อย    คงไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน

กลับเข้าสู่เรื่อง ขอเริ่มด้วยพระราชโอรสธิดาในรัชกาลที่ ๒ ก่อนนะคะ  เรียงลำดับได้ดังนี้



๑) กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ พระนามเดิมพระองค์เจ้า(ชาย)ทับ  (พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว)

ในฐานะพระราชโอรสพระองค์ใหญ่  ก็ทรงเป็นอย่างที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า 'เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้พ่อ'  

ดูจากพระราชภารกิจในรัชกาลที่ ๒ แล้วก็กว้างขวางหนักหนาเอาการ   เพราะทรงกำกับราชการกรมท่า  กรมพระคลังมหาสมบัติ  กรมพระตำรวจว่าความฎีกา  นิพนธ์บทกวี  และรับราชการต่างๆต่างพระเนตรพระกรรณ

ดำรงพระยศกรมหมื่นเหมือนเมื่อเริ่มแรก   จนตลอด ๑๖ ปีของรัชกาล   ไม่มีการเลื่อนเป็นกรมหลวงหรือกรมพระ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31151

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 10 พ.ค. 06, 08:31

 ๒) กรมหมื่นสุนทรธิบดี   พระองค์เจ้าชายกล้วยไม้ องค์นี้ไม่ทราบว่าว่าราชการด้านไหน    

ดิฉันนึกอะไรไม่ออกเกี่ยวกับท่านนอกจากว่าทรงมีเชื้อสายสืบมาถึงทุกวันนี้  
มีท่านหนึ่งที่เก่งเรื่องประวัติศาสตร์  เคยเขียนเกร็ดอะไรต่อมิอะไรน่าอ่านมาก  ชื่อคุณทองต่อ กล้วยไม้ ณ อยุธยา เป็นศาสตราจารย์พิเศษของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

๓) กรมพระยาเดชาดิศร    พระองค์เจ้าชายมั่ง   องค์นี้เป็นกรมหมื่นเดชอดิศรอยู่ตลอดรัชกาลที่ ๒ เหมือนกัน  แต่ในรัชกาลที่ ๓ เลื่อนเป็นกรมขุน  และในรัชกาลที่ ๔ ทรงเลื่อนเป็นกรมสมเด็จพระเดชาดิศร
แต่พระยศ "กรมสมเด็จพระ"   มายกเลิกในรัชกาลที่ ๖   พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงบัญญัติให้มีพระยศ "กรมพระยา"ขึ้นมาแทน

กรมพระยา ทรงศักดิ์สูงกว่าเจ้านายต่างกรมชั้นอื่น  เช่นพระองค์เจ้าชั้นลูกหลวงเมื่อทรงกรม
พระองค์เจ้ามีศักดินา 15000 แต่กรมพระยา ศักดินา 35000 เกือบเท่าศักดินาเจ้าฟ้าต่างกรม  
คำนำพระนามใช้เหมือนสมเด็จเจ้าฟ้า  ถ้าเป็นชั้นบรมวงศ์(คือพระราชโอรสในพระเจ้าแผ่นดิน) ก็เป็นสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ

สมเด็จกรมพระยาเดชาดิศรเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยในสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ  เห็นได้จากพระราชหัตถเลขาที่ทรงมีไปถึง ก่อนเสด็จสวรรคต
ที่ทรงเรียกว่าไพเราะว่า "พ่อมั่งขา  พ่อจงเป็นเชษฐมัตตัญญู แก่ข้าผู้พี่...."

พวกอักษรศาสตร์รู้จักพระนิพนธ์ โคลงโลกนิติ ที่ทรงชำระเรียบเรียงจากสำนวนเก่าให้สละสลวยยิ่งขึ้น
บางบท  นอกจากเล่นเชิงภาษาอย่างเพราะพริ้ง  ให้พวกเรียนภาษาได้การบ้านไปทำกันหัวโตแล้ว  
พวกปรัชญายังสามารถเอาไปถกกันเชิงสัญลักษณ์ได้ทีเดียว  
อย่างบทนี้

น้ำเคี้ยวยูงว่าเงี้ยว.......ยูงตาม
ทรายเหลือบหางยูงงาม.......ว่าหญ้า
ตาทรายยิ่งนิลวาม.............พรายเพริศ
ลิงว่าหว้าหวังหว้า..............หว่าดิ้นโดดตาม

ถ้าแปลไม่ออกอย่าตกใจ    ยกมาเป็นตัวอย่างเฉยๆค่ะไม่ได้ให้การบ้าน
บันทึกการเข้า
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 10 พ.ค. 06, 10:21

ขอบพระคุณ อ. เทาชมพู มา ณ ที่นี้ครับ
ปลาร้าพันห่อด้วย ใบคา
ใบก็เหม็นคาวปลา คละคลุ้ง
..........
ขออนุญาตสอบถามครับ เพราะผมไม่แน่ใจครับว่า ใบคา คือใบอะไรครับ
ใช้ตัวช่วยข้าง ๆ ก็ระบุว่า
ค้น :  คา 
คำ :  คา ๓
เสียง :  คา
คำตั้ง :  คา ๓
ชนิด :  น.
นิยาม :  ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Imperata cylindrica Beauv. ในวงศ์ Gramineae
ใบคาย แข็ง เอามากรองเป็นตับมุงหลังคา เหง้าใช้ทำยาได้.  
ปรับปรุง :  98/4/2
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 10 พ.ค. 06, 10:25

 เรียนอาจารย์เทาฯ และคุณ Rinda ครับ
ไม่เกี่ยวกับหัวข้อกระทู้ครับ แต่ผมเข้าใจเอาเองว่า เจ้านายคุณ Rinda อาจจะเป็นนักบัญชี ผมเองไม่ใช่ แต่เคยได้ยินพวกบัญชีเขาพูดอะไรคล้ายๆ อย่างนั้น ดูเหมือนพูดว่า "กระทบยอด" ซึ่งตามความเข้าใจผมเป็นการเปรียบเทียบยอด (ตัวเลข) ให้ถูกต้องตรงกัน

ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็พอเข้าใจเจตนาได้ว่าคุณ Rinda ตั้งใจจะพูดว่าอะไร แต่ผมขอเรียนคุณ Rinda ว่าคนนอกวงการบัญชีจะนึกไม่ออกเป็นอันขาดถึงความหมายเฉพาะทางที่ว่าเนี่ย พานจะนึกไปถึงกระทบกระเทียบกระแทกกระทั้นอะไรไปโน่น ซึ่งโทษพวกเราก็ไม่ได้ เพราะพวกเราไม่เคยเรียนบัญชีนี่ครับ

Boss ของคุณละก้อ... เหมาเอาพวกเราเป็นนักบัญชีไปซะหมดแล้ว

ทั้งนี้ถ้าผมเข้าใจความหมายของคำว่ากระทบยอดผิดไปในทางวิชาการบัญชี ขอผู้เป็นนักบัญชีตัวจริงเข้ามาแก้ไขด้วยเทอญ บอกแล้วว่าข้าพเจ้าไม่เคยเป็นนักบัญชี ทำบัญชีไม่เป็น แม้แต่บัญชีรัก แฮ่ะแฮ่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31151

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 10 พ.ค. 06, 11:01

 ตอบคุณศรีปิงเวียง

เด็กยุคใหม่นอกจากฟันไม่ผุแล้ว ยังไม่รู้จักหญ้าคาอีกด้วย  

ถ้าบุกเข้าไปในดงหญ้าคา  มันจะคันระคาย
ถ้านุ่งกางเกงขาสั้น  ขาก็โดนบาดเป็นริ้วรอยได้ค่ะ
 http://www.rspg.thaigov.net/plants_data/use/toxic_04.htm  
บันทึกการเข้า
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 10 พ.ค. 06, 12:14

 เรียน อ. เทาชมพู และท่าน นกข. ที่เคารพครับ
ขอบพระคุณ อ. เทาชมพู มา ณ ที่นี้ครับ
จริง ๆ ผมก็เคยเห็นหญ้าคาครับ แต่คงไม่รู้จักเอง
โดนบาดไปหลายที เพิ่งมารู้จักก็ด้วยเหตุที่กล่าวมาครับ
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1432


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 10 พ.ค. 06, 17:59

 ท่านอาจารย์เทาชมพูกรุณายกโคลงโลกนิติขึ้นมา  ชวนให้ระลึกถึงพระราชนิพนธ์ โลกนิติจำแลง ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ที่ทรงย้อนพวก "สมัยใหม่" ในยุคนั้นได้แสบคันพอๆ กับโคลงโลกนิติต้นฉบับเลยทีเดียว  เสียดายที่ไม่ค่อยจะมีเผยแพร่  ทุกวันนี้ยังแทบจะหาอ่านมิได้เลยครับ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 10 พ.ค. 06, 18:58

 เรื่องโคลงโลกนิติ เป็นกระทู้ใหญ่ได้อีกอันเลยครับ

โลกนิติจำแลง ผมก็ชอบ จำได้กระท่อนกระแทนไม่กี่บท

คำนำ บทต้น
ครรโลงโลกนิติโน้น นมนาน
สำหรับคนโบราณ เก่าพร้อง
บัดนี้สมัยกาล แปรเปลี่ยน
ภาษิตก็จำต้อง ดัดบ้างตามสมัยฯ

มีบทหนึ่งว่า
แสวงรู้พึงคบด้วย หรั่งจ๋า
แสวงทรัพย์คบกุ๊ยหา ทรัพย์ให้
แสวง ...
แสวงนาฎนารีไซร้ หมั่นเข้าโรงหนังฯ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 10 พ.ค. 06, 19:00

 คล้ายๆ เหมือนกับว่า โคลงพระราชนิพนธ์นี้ พิมพ์อยู่ในดุสิตสมิต ซึ่งผมคิดว่าอาจจะพอหาได้ เดี๋ยวขอเวลานิดครับ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 10 พ.ค. 06, 19:01

 แสวงลาภคบบรรณา- ธิกเหมาะ ครับ

ทรงค่อน นสพ. รวมทั้ง บก. นสพ. และคนอ่าน นสพ. ในสมัยนั้นไว้หลายบท
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1432


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 11 พ.ค. 06, 17:10

 ถ้าเป็นไปได้ขอความกรุณาลงเปรียบเทียบฉบับเดิมกับฉบับจำแลงให้อ่านบ้างนะครับ  
ผมยังเสียดายไม่หายเมื่อครั้งที่สถาบันภาษาไทย  กรมวิชาการรวบรวมโคลงโลกนิตจัดพิมพ์เป็นเล่ม  แล้วไม่ได้พิมพ์โลกนิติจำแลงไว้ด้วย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31151

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 12 พ.ค. 06, 08:24

 ๔) กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์   (พระองค์เจ้าชายพนมวัน)  
องค์นี้ในรัชกาลที่ ๒ เป็นกรมหมื่นพิพิธภูเบนทร์  เช่นเดียวกับพระราชโอรสองค์อื่นๆก่อนหน้า  ไม่ขึ้นไม่ลงไปกว่านี้
ในรัชกาลที่ ๓ เลื่อนเป็นกรมขุน   ทรงเป็นกรมพระในรัชกาลที่ ๔
ทรงกำกับกรมพระนครบาลในรัชกาลที่ ๒  
มาถึงรัชกาลที่ ๓ ว่าการกรมพระคชบาล    ถือว่าเป็นเจ้านายที่มีความสำคัญองค์หนึ่ง
เป็นต้นราชสกุล พนมวัน  ณ อยุธยา

ดิฉันเคยเขียนบทความเกี่ยวกับเจ้านายองค์นี้ ชื่อ แค้นของกวี  หาอ่านดูนะคะ
มีแค่นี้เอง พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ที่ทรงกรมในรัชกาลที่ ๒
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31151

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 12 พ.ค. 06, 08:38

 ย้อนกลับมาถึงเจ้านายในรัชกาลที่ ๑  ที่มาได้ทรงกรมในรัชกาลที่ ๒  
ล้วนทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ
๑) กรมหมื่นอินทรพิพิธ พระองค์เจ้าทับทิม    ว่าการกรมช่างแสงใหญ่และกรมคชบาลในรัชกาลที่ ๒  ต้นราชสกุลอินทรางกูร
๒)กรมหมื่นเทพพลภักดิ์   พระองค์เจ้าอภัยทัต  ว่ากรมพระคชบาลในรัชกาลที่ ๒    ในรัชกาลที่ ๓ ทรงเลื่อนเป็นกรมหลวง    
เจ้านายพระองค์นี้สิ้นพระชนม์เมื่อพระชันษา ๕๒ ปี แต่แปลกว่าไม่มีเชื้อสายราชสกุลนี้สืบทอดมา
๓) กรมหมื่นจิตรภักดี    พระองค์เจ้าชายเจ้าทับ   ทรงกำกับกรมช่างสิบหมู่  กรมช่างหล่อ  ต้นราชสกุล ทัพพะกุล
๔) กรมหมื่นศรีสุเรนทร์   พระองค์คันธรส    เจ้านายองค์นี้ทรงมีชะตากรรมอาภัพ  ทรงกรมได้แค่ ๓ ปีก็สิ้นพระชนม์

เรื่องมีอยู่ว่าในพ.ศ. ๒๓๕๙  มีราษฎรร้องเรียนขึ้นมาว่าพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ๓ รูปกระทำผิดพระวินัยร้ายแรงเรื่องเมถุนปาราชิก  
คือแอบไปมีเมียจนมีลูกด้วยกัน

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯโปรดเกล้าให้ พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นรักษ์รณเรศและพระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์(พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ) สอบสวนชำระความ
ก็ได้ความว่าจริง  พระเถระก็เลยถูกจับสึก  และถูกเฆี่ยนจำคุกอีกด้วย ไม่ได้แค่จับสึกเฉยๆ อย่างสมัยนี้

พอเสร็จการสอบสวน  ก็มีบัตรสนเท่ห์ออกมาโจมตี    ไม่แพ้ใบปลิวสมัยนี้
แต่สมัยนั้นสมกับเป็นยุคทองของวรรณคดีไทย  ขนาดบัตรสนเท่ห์ยังแต่งเป็นโคลงสี่สุภาพ ภาษาเพราะพริ้งแต่เนื้อความด่าทอเจ็บแสบ
ว่า
ไกรสรพระเสด็จได้..............สึกชี
กรมหมื่นเจษฎาบดี..............เร่งไม้
พิเรนทร์แม่นอเวจี...............ไป่คลาด
อาจพลิกแผ่นดินได้.............แม่นแม้นเมืองทมิฬ

สมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ กริ้วมาก   โปรดฯให้สอบสวนสืบสวนแกะรอยกวีนิรนามนี้โดยด่วน
สืบกันไปสืบมาได้ความว่า สำนวนกวีไปเหมือนพระเจ้าลูกยาเธอในรัชกาลที่ ๑  นับญาติแบบชาวบ้านคือเป็นน้องของรัชกาลที่ ๒
คือกรมหมื่นศรีสุเรนทร์นั่นเอง  
มีหลักฐานแวดล้อมช่วยมัดองค์อีกว่า ทรงเป็นศิษย์ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(บุญศรี) ๑ใน ๓ ของพระเถระที่ต้องอธิกรณ์

จึงถูกคุมขังจองจำ  ประชวรและสิ้นพระชนม์ระหว่างนั้น
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 12 พ.ค. 06, 11:20

 เอาโคลงโลกนิติจำแลงมาฝากอีกบทครับ จากความจำ ไม่ได้เช็คดุสิตสมิตสักที

ผลเดื่อเมื่อสุกไซร้ มีพรรณ
ภายนอกแดงดูฉัน ชาดป้าย
(โลกนิติของจริงต่อว่า
ภายในย่อมแมลงวัน หนอนบ่อน
ดูดั่งคนใจร้าย นอกนั้นดูงามฯ แต่ ร.6 ทรงแปลงต่อว่า)
นางเอกภาพยนตร์อัน สรวยสุด
แท้ที่จริงเป็นม่าย ลูกตั้งแปดคนฯ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง