เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 4673 ขอเรียนถามคุณเทาชมพูและท่านอื่นๆ เกี่ยวกับบทกลอนของคุณพุ่ม กวีหญิงในสมัยร.3ค่ะ
ดาวกระพริบ
อสุรผัด
*
ตอบ: 9


 เมื่อ 23 เม.ย. 06, 23:57

 จากกระทู้สมเด็จเจ้าพระยานะคะ
ที่คุณเทาชมพูยกบทกลอนมาค่ะ

"เดี๋ยวขอเล่าถึงผ้าสมปักก่อน

เรื่องนี้มาจากคำอธิษฐานของคุณพุ่ม กวีหญิงคนสวยฝีปากกล้าในสมัยรัชกาลที่ ๓
คำอธิษฐานนี้แต่งเป็นคำคล้องจองกัน จุดมุ่งหมายก็คือ"แซว" บุคคลที่ท่านเอ่ยถึง
มีดังนี้ค่ะ

-ขออย่าให้เป็นชิดของเจ้าคุณผู้ใหญ่
-ขออย่าให้เป็นคนใช้ของเจ้าพระยานคร
-ขออย่าให้เป็นคนต้มน้ำร้อนของพระยาศรี
-ขออย่าให้เป็นมโหรีของพระยาโคราช
-ขออย่าให้เป็นสวาสดิของพระองค์ชุมสาย
-ขออย่าให้เป็นฝีพายของเจ้าฟ้าอาภรณ์
-ขออย่าให้เป็นละครของแม่น้อยบ้า
-ขออย่าให้รู้ชาตาเหมือนอาจารย์เซ่ง
-ขออย่าให้เป็นนักเลงอย่างท่านผู้หญิงฟัก
-ขออย่าให้เป็นสมปักของพระนายไวย
-ขออย่าให้เป็นดอกไม้ของเจ้าคุณวัง "

อยากทราบรายละเอียดน่ะค่ะ ว่าคุณพุ่ม ได้เขียนแซวใครบ้าง อย่างไรค่ะ

ขอบคุณนะคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30551

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 24 เม.ย. 06, 09:47

 - ขออย่าให้เป็นชิดของเจ้าคุณผู้ใหญ่
เจ้าคุณผู้ใหญ่หมายถึงเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)สมุนายก ซึ่งเป็นแม่ทัพคู่บารมีในรัชกาลที่ ๓
ท่านเป็นคนดุ ไม่เห็นแก่หน้าใคร   คนใกล้ชิดมักถูกเฆี่ยนหลังลายเสมอถ้ารับใช้ไม่ถูกใจ

-ขออย่าให้เป็นคนใช้ของเจ้าพระยานคร
นี่ก็คล้ายๆกัน  คนใช้เจ้าพระยานครมักถูกลงโทษแปลกๆ เช่นพายเรือช้าไปท่านก็สั่งให้ฝีพายถองเรือ

--ขออย่าให้เป็นคนต้มน้ำร้อนของพระยาศรี
พระยาศรีสหเทพ (ทองเพ็ง) เป็นขุนนางใหญ่ที่โปรดปรานของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ  จึงมีคนไปหาไม่ขาดสายทั้งวัน    เมื่อแขกไปถึงทางบ่าวเจ้าของบ้านก็ต้องยกน้ำร้อนน้ำชามาต้อนรับ
ใครเป็นคนต้มน้ำร้อนก็ต้องต้มกันทั้งวันไปจนดึกดื่น ไม่เป็นอันได้พักผ่อน

-ขออย่าให้เป็นมโหรีของพระยาโคราช
พระยาโคราช เจ้าเมืองนครราชสีมา อยากมีวงมโหรีในบ้านเหมือนขุนนางผู้ใหญ่ในกรุง  แต่หาชาวกรุงไม่ได้
ท่านก็จับพวกข่าพวกลาวซึ่งเป็นเชลยมาหัดมโหรีแทน   ฝีมือคงแย่เอาการ
-ขออย่าให้เป็นสวาสดิของพระองค์ชุมสาย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30551

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 24 เม.ย. 06, 09:48

 หมายเหตุ: ที่ยกมาไม่ใช่กลอนค่ะ เรียกว่าคำคล้องจอง
แล้วจะมาต่อจนจบนะคะ
บันทึกการเข้า
ดาวกระพริบ
อสุรผัด
*
ตอบ: 9


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 24 เม.ย. 06, 19:07

 ขออนุญาต นั่งรอเลยนะคะ
บันทึกการเข้า
หมูน้อยในกะลา
พาลี
****
ตอบ: 392

อะแฮ่ม!!


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 24 เม.ย. 06, 20:02

 มานั่งรอด้วยคนครับ

เอ.. เคยทราบมาว่า สมัยนั้น ไม่นิยมให้ผู้หญิงเรียนหนังสือกัน เพราะเกรงว่าจะริไปตอบโต้เพลงยาวกับผู้ชายพายเรือ
กรณีคุณพุ่มนี่เป็นข้อยกเว้นรึอย่างไรครับ?
ผมเดา(เอาเอง)ว่าสมัยนั้นก็คงไม่ปลื้มเอาเท่าไหร่ที่คุณพุ่ม มาเป็นกวีหญิง เรียนรู้หนังสือเฉกเช่นเดียวกับผู้ชาย อาศัยดูจาก  สมญานามที่คุณพุ่มได้รับ ว่า " บุษบาท่าเรือจ้าง"
ต้องขอรบกวนอาจารย์เทาชมพู  ช่วยให้ความเห็น และให้ความรู้ เสียแล้วล่ะครับ
บันทึกการเข้า
B
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 148


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 25 เม.ย. 06, 06:52

 ถ้าจำไม่ผิด สมญานาม บุษบาท่าเรือจ้าง มาจากการที่ท่านอาศัยอยู่ในเรือนแพ ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นการเรียกในทางลบ (ถ้าผิดพลาดอย่างไร อาจารย์เทาชมพูกรุณาแก้ให้ดิฉันด้วยนะคะ)

ท่านถวายบังคมลา จากการเป็นพนักงานเชิญพระแสงของรัชกาลที่สาม ไปเป็นหม่อมของพระปิ่นเกล้าฯ รัชกาลที่สามท่านประพันธ์กลอนบทนี้ เมื่อคุณพุ่มกลับมาอยู่ในวังหลวงเหมือนเดิมค่ะ

เจ้าช่อมะกอก             เจ้าดอกมะไฟ
เจ้าเห็นเขางาม            เจ้าตามเขาไป
เขาทำเจ้ายับ              เจ้ากลับมาไย
เขาสิ้นอาลัย               เจ้าแล้วหรือเอย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30551

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 25 เม.ย. 06, 09:00

เรื่องราวก็เป็นอย่างที่คุณ  B เล่าค่ะ
สมญา "บุษบาท่าเรือจ้าง" ไม่ใช่คำดูถูกดูหมิ่น  แต่เป็นเพราะเธออาศัยอยู่ในเรือนแพของพระยาราชมนตรี ผู้บิดา
คุณพุ่มเป็นสาวสวย และสาวเปรี้ยวประจำยุค   มีความรู้อ่านออกเขียนได้  แต่งกลอนได้ซึ่งนับว่าหายากในหมู่สตรีสมัยนั้น
แพของคุณพุ่มมีเจ้านายหนุ่มๆเสด็จไปร่วมวงสักรวากันเป็นประจำ เช่นเจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์(ต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ)  กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ เป็นต้น

คุณพุ่มเข้ามารับราชการในราชสำนักรัชกาลที่ ๓  เป็นพนักงานเชิญพระแสง  
ตำแหน่งนี้ไม่ใช่เจ้าจอม หรือนางข้าหลวงอย่างแม่พลอย  เป็นพนักงานฝ่ายใน  อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่าสิบสองนางพระกำนัล
(อย่าเพิ่งขอให้อธิบายคำนี้  มีหนังสือแล้วค่ะแต่หายังไม่เจอตามเคย)
เรื่องต่อไปก็เป็นอย่างที่คุณ B เล่า

กลับมาเรื่องกระทู้
-ขออย่าให้เป็นสวาสดิของพระองค์ชุมสาย
พระองค์เจ้าชุมสาย  กรมขุนราชสีหวิกรม พระราชโอรสในรัชกาลที่ ๓ (ต้นราชสกุลชุมสาย) สวาสดิในที่นี้หมายถึงมหาดเล็กคนโปรด
กล่าวกันว่าใครเป็นมหาดเล็กคนโปรด ทรงใช้สอยบ่อยก็มีเรื่องให้กริ้วบ่อยพอกัน เวลาใช้ไม่ได้ดังพระทัย  เลยโดนจำโซ่ตรวน    แย่กว่าคนที่ไม่ได้โปรดปราน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30551

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 25 เม.ย. 06, 09:08

 -ขออย่าให้เป็นฝีพายของเจ้าฟ้าอาภรณ์
เจ้าฟ้าอาภรณ์ พระราชโอรสในรัชกาลที่ ๒ ประสูติแต่เจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี   ต้นราชสกุล อาภรณกุล
ว่ากันว่าฝีพายของพระองค์ต้องขานถี่และยาวกว่าฝีพายเรืออื่นเวลาเสด็จไปไหนมาไหน  คงคอแหบคอแห้งไปตามๆกัน

-ขออย่าให้เป็นละครของแม่น้อยบ้า
แม่น้อยบ้าเป็นธิดาพระยานครราชสีมา(ทองอิน)  เป็นเจ้าของโรงละคร    
ละครเจ้าอื่นพอเล่นเขารับเงินค่าจ้าง  แต่ละครของแม่น้อยบ้าถึงไม่ได้เงินก็เล่น  
รับค่าว่าจ้างเป็นพริก กะปิ หอม กระเทียม อะไรก็ได้แล้วแต่คนจ้างจะให้  เอามาแจกตัวแสดง

-ขออย่าให้รู้ชาตาเหมือนอาจารย์เซ่ง
อาจารย์เซ่งเป็นหมอดู  ใครไปดูก็ทำนายว่าดี  คนก็เลยขึ้นกันมาก  
ในที่สุดแกลืมดูชะตาตัวเองหรือไม่ก็ดูไม่ถูก   มีคราวหนึ่งถูกลงพระอาญา
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30551

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 25 เม.ย. 06, 09:14

 -ขออย่าให้เป็นนักเลงอย่างท่านผู้หญิงฟัก
ท่านผู้หญิงฟักเป็นเมียของเจ้าพระยาท่านหนึ่งในรัชกาลที่ ๓ นิสัยชอบเล่นการพนัน  เข้าไปเล่นในบ่อนเป็นประจำ
วิธีหลอกดึงความสนใจของเจ้ามือคือนั่งโป๊  เปิดผ้าถุงให้ดูของดี
เจ้ามือหลงดูทางนี้ พรรคพวกท่านผู้หญิงก็แอบโกงเจ้ามือได้
ทำเอาท่านผู้หญิงเล่นรวยไปเลย

-ขออย่าให้เป็นสมปักของพระนายไวย
อธิบายแล้วค่ะ

-ขออย่าให้เป็นดอกไม้ของเจ้าคุณวัง "
เจ้าคุณวังคือเจ้าจอมมารดาตานี ในรัชกาลที่ ๑ เกิดจากภรรยาเก่าของเจ้าพระยามหาเสนา(บุนนาค)
ท่านเป็นช่างดอกไม้   ใครมีงานมีการก็ไปขอให้ท่านช่วยทำดอกไม้   ดอกไม้ในสวนของเจ้าคุณวังจึงถูกเด็ดตลอดเวลา
ไม่มีโอกาสอยู่กับต้นจนบาน

มีอีกข้อสุดท้ายค่ะ
-ขออย่าเป็นระฆังวัดบวรนิเวศ
สมัยรัชกาลที่ ๓ เจ้าฟ้ามงกุฎผนวชอยู่วัดบวรนิเวศ  วัดอื่นตีระฆังกันแค่วันละ ๒ เวลา
แต่วัดนี้พระองค์ท่านโปรดให้ตีระฆังเป็นสัญญาณวันละหลายครั้ง
ระฆังวัดบวรเลยถูกตีแทบไม่ได้หยุด
บันทึกการเข้า
หมูน้อยในกะลา
พาลี
****
ตอบ: 392

อะแฮ่ม!!


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 25 เม.ย. 06, 09:16

 ขอขอบพระคุณอาจารย์ กับคุณบี ครับที่หาเรื่องราวดีๆมาให้อ่าน ประดับความรู้กัน    
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 25 เม.ย. 06, 21:21

 "สมัยนั้น ไม่นิยมให้ผู้หญิงเรียนหนังสือกัน"

ผมขอแย้งความเห็นนี้ครับ
ลองอ่านประวัติเจ้านายตั้งแต่ตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ลงมา ส่วนมากทีเดียวที่ทรงศึกษากับครูผู้หญิง จนถึงขึ้นสมุด จากนั้นจึงค่อยแยกวิชาเฉพาะ แต่เรื่องกลอนนี่ ก่อนโสกันต์ก็น่าจะทรงได้บ้างแล้ว

ถ้าจะลองทำบัญชีกวีหญิงครั้งรัตน์โกสินทร์ ผมว่าจะได้ถึงสองโหลนะครับ แถมบางคน ไม่แพ้ผู้ชายเลย สุนทรภู่ยังยอมนะครับ

และใครเอ่ย เป็นสตรีเพียงนางเดียว ที่ทรงโปรดให้ตรวจแก้ ลิลิตนิทราชาคริต

อันนี้ขอเชิดชูกวีหญิงหน่อยนะครับ ถูกมองข้ามมาตั้งหลายร้อยปี
บันทึกการเข้า
B
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 148


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 26 เม.ย. 06, 00:57

 เดานะคะคุณ พิพาท

สมเด็จหญิงน้อยค่ะ
บันทึกการเข้า
B
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 148


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 26 เม.ย. 06, 05:14

 เพิ่งเห็นว่าในความเห็นที่ห้าของดิฉัน ใช้ราชาศัพท์ผิด

ขอแก้ไขเป็น ทรงพระราชนิพนธ์ นะคะไม่ใช่ ประพันธ์
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 26 เม.ย. 06, 07:38

 ลิลิตเรื่องนี้ พระราชนิพนธ์ตั้งแต่ยังหนุ่มฟ้อเชียวละครับ
กรรมการเป็นผู้ชายดูเหมือนจะสี่ เดี๋ยวจะไปหาหนังสืออ้างอิงมาเฉลย (อยู่ที่ทำงาน)

ระหว่างนี้ เชิญร่วมสนุกกันต่อ ของรางวัลเป็นเพลงของครูมี(แขก)
สนใจกันใหมครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30551

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 26 เม.ย. 06, 08:12

"สมัยนั้นไม่นิยมให้ผู้หญิงเรียนหนังสือ"
หมายถึงชาวบ้านชาวช่อง ทั่วไปอย่างบรรพสตรีของเราๆนี่แหละค่ะ
ไม่ได้หมายถึงเจ้านายฝ่ายใน  

มีกวีหญิง ๒ โหลต่อประชากรหญิงนับล้านทั่วประเทศ   คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วอาจจะต่ำว่า 1% นะคะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง