เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 12905 รักร้าวๆ.....ของเจ้านาย ตอนสุดท้าย
WI WANDA
บุคคลทั่วไป
 เมื่อ 02 เม.ย. 06, 06:46

 
สวัสดีคุณเทาชมพูและท่านผู้อ่านค่ะ
/>
วันนี้เป็นวันสำคัญของประเทศไทยทีเดียวตามที่ดิฉันเข้าใจ คือ
เป็นวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพฯ และ

เป็นวันเลือกตั้ง
ที่ทำให้จิตใจพลอยลุ้นระทึกไปด้วย..

ระหว่างลุ้น..
เลยคิดว่าเอาข้อความมาแปะต่อดีกว่า
เผื่อท่านๆจะได้เก็บไว้อ่านในช่วงของการรอคอย
/>
...........................




/>
ดัชเชสเองก็ไม่เคยได้คาดคิดมาก่อนว่า
กระแสความนิยมในตัวเธอจะลดลงในแนวดิ่งอย่างรวดเร็วได้ถึงขนาดนั้น
/>
เพราะเพียงไม่นานมานี้เอง
..ที่ใครต่อใครต่างนิยมชมชื่นสาวสามัญชนที่ก้าวมาเป็นสะใภ้หลวงด้วยท่าทีที่เป็นตัวของตัวเอง
สดใสเป็นธรรมชาติจนเปรียบได้ราว"สายลม"ที่สดชื่นแห่งวินเซอร์
/>
หากแต่
สังหรณ์แห่งลางร้ายได้เกิดขึ้นมาเมื่อไม่กี่เดือนก่อนการเดินทางไปออสเตรเลียของเธอ
ที่การทำงานในตำแหน่งสะใภ้ที่แสนดีนั้นมันช่างยุ่งยากและเป็นปัญหาในทุกขั้นตอน
/>
ทั้งตัวเธอเองก็เปรียบเสมือนกับเรือที่ขาดหางเสือจะหันหน้าไปพึ่งใครก็ไม่ได้
โดยเฉพาะสำหรับการช่วยเหลือจากคณะกรมวังชั้นผู้ใหญ่นั้น..อย่าหวัง
/>
ครั้นเธอใช้พื้นฐานของการอบรมในระดับที่เรียกได้ว่า
"สามัญชนสำนึก"..ที่ได้รับมาแต่อ้อนแต่ออก
มาช่วยในการตัดสินใจในการทำงาน ซึ่งผลออกมาจัดว่าล้มเหลว
/>
เสียงตำหนิเริ่มออกมาเป็นระยะ และยิ่งหนาหู
/>
ไม่มีใครเลยสักคนที่จะให้ความเห็นอกเห็นใจว่า
ในฐานะอย่างเธอ..ที่ไม่มีพระสวามีเคียงข้างคอยให้ความปรึกษา
/>
จะไปเทียบราวสะใภ้เจ้ามืออาชีพได้อย่างไร

ยิ่งเสียงตำหนิ
ติติงย้อนกับเข้ามาได้มากเท่าใด
ความรู้สึกขาดความมั่นใจในการทำงานของเธอก็เพิ่มขึ้นมากเท่านั้น จนในที่สุด
เธอได้ตกเป็นเหยื่อของสื่อ

เพราะยามที่ก้าวเข้ามาในทีแรก
สถาบันพระราชวงค์มีแต่เรื่องนิยายโศกสลด นับตั้งแต่ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่แปด
ที่ได้สละราชบัลลังค์เพื่อ หญิงหม้ายอเมริกัน

นางวอลลิส ซิมป์สัน
นั่นก็คือสมัย 1930's
/>
และจากนั้นก็ต่อเนื่องมาจนเรื่องของเจ้าฟ้าชายชารลส์ที่ไม่ค่อยได้มีเรื่องให้ปลาบปลื้มกันมากนัก
/>
ส่วนเจ้าหญิงไดอะน่าก็มีเรื่องฉาวๆคาวๆ ที่คนอังกฤษยังทำใจรับไม่ได้
/>
พอยามที่เธอได้ก้าวเข้ามาในจังหวะนั้นพอดี
จังหวะที่สื่อกำลังกระหายต่อการที่จะมีเจ้าหญิงผู้แสนดีไว้ประดับวงการ
จึงได้ช่วยกันกระพือและสร้างภาพกันอย่างสุดขั้ว
/>
ฉายาที่พวกเขาได้มอบให้เธอนั้น..คือ เฟอร์กี้ ที่แสนดี ในขณะที่
เจ้าหญิงไดอะน่า ได้ถูกชาวสื่อพร้อมใจกันเรียกว่า เจ้าหญิงสมองกลวง..
/>
ต่อมาในปี 1987
เจ้าหญิงไดอะน่าได้กลับมากู้ชื่อเสียงกลับคืนมาเป็นขวัญใจประชาชนได้อีกครั้ง
เมื่อมาถึงคราวนี้ สื่อหนังสือพิมพ์ก็เลยขาดกระแสของตัวร้าย
/>
ตัวอิจฉา(แห่งวินด์เซอร์) ที่จะเอามาเขียนข่าวขายต่อไป..ดังนั้น
ใครเล่าจะเหมาะสมไปกว่าเธอ
อดีตสามัญชนที่ไม่มีปัญญาโต้เถียงหรือโต้แย้งอะไรได้เลย

ตัวอย่างเช่น
การตีพิมพ์ภาพลงหน้าหนึ่ง ที่
พวกเขาจงใจเลือกเอาภาพในขณะที่เธอกำลังเหวี่ยงขากำลังจะก้าวลงจากรถ
ที่มีภาพชะเวิกชะวากของต้นขาอันอวบอ้วน

วับแวมออกมาให้เห็น
เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่า

กาอย่างเธอนั้น
ไม่มีวันที่จะเป็นหงส์กับเขาได้
/>
ส่วนผู้คนที่ได้เสพข่าวก็ไม่ได้รู้เลยสักนิด...ว่า
กว่าที่พวกนักข่าวจะเลือกภาพเด็ดออกมาลงตีพิมพ์หน้าหนึ่งได้
/>
ก็ต้องตั้งใจติดตามถ่ายจนหมดฟิล์มนับสิบม้วน
และต้องช่วยกันใช้เวลานานนับหลายชั่วโมงกว่าจะได้ภาพประจานจนถูกใจ..
/>
หรือ...ในยามที่เธอได้รับเชิญไปงานเลี้ยงของเหล่าเพื่อนๆ
ที่ในงานเลี้ยงปัจจุบันมักใช้แก้วหลายขนาดและหลายรูปทรงตามชนิดของเครื่องดื่ม..เช่นแก้วไวน์แดง
แก้วไวน์ขาว แก้วน้ำ

แต่เมื่อเป็นเพียงภาพถ่าย..จากท่าทางที่รื่นเริง
หัวเราะกว้างขวางท่ามกลางแก้วนานาชนิดที่วางรายล้อม
ช่างสร้างความรู้สึกเชื่อสมจริงว่า ดัชเชส ออฟ ยอร์ค
นั้นก็ไม่ต่างอะไรกับนางเมรีขี้เมาเลยสักนิด
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 04 เม.ย. 06, 07:42

 ขอมอบดอกไม้ให้คุณวิวันดา ค่ะ
ในความอุตสาหะและใจรักที่นั่งหลังขดหลังแข็งอ่านหนังสือเล่มโตๆ แล้วเรียบเรียงออกมาให้เราได้อ่านกัน   ได้ทั้งสาระและความเพลิดเพลิน   นับเป็นวิทยาทานที่น่านับถือยิ่ง
ส่วนดิฉันนั้นต้องเพิ่มคำว่า "อิน" เข้าไปอีกคำหนึ่ง  

ไปเดินในงานสัปดาห์หนังสือ  ยังไปคว้าหนังสือมาจากร้านหนังสือเก่า ชื่อ"อลิซาเบธ บรมราชินี"ของคุณ "เทพนัดดา"  กลับมาบ้านด้วยจนได้
ด้วยแรง "อิน"จากที่อ่านกระทู้ของคุณวิวันดา

หนังสือเก่าเล่มนี้พิมพ์เมื่อ 2507  เป็นเวลา 42 ปีมาแล้ว   เจ้าฟ้าชายแอนดรูว์ยังเล็กไม่กี่ขวบ   มีบทเล่าถึงพิธีแต่งงานของเจ้าหญิงอเล็กซานดราและออนเนอระเบิลแองกัส โอกิลวี่  (ปัจจุบันนี้ถึงแก่กรรมไปแล้ว)

มันน่าสนใจเมื่อนึกเทียบว่า ตอนที่คุณ" เทพนัดดา" แปลหนังสือเล่มนี้   โลกยังไม่คาดฝันเลยว่า  ภาพงดงามของเจ้านายในยุคนั้นจะถูกกาลเวลาเปลี่ยนแปลงให้ยุ่งยากและยุ่งเหยิงได้ขนาดในปัจจุบันนี้

อดีตช่างเหมือนตอนต้นของเทพนิยาย ที่เริ่มต้นว่า   Once there was a handsome prince and a beautiful princess....
ให้คนอ่านนั่งตาโตคอยฟังความสนุกสนานของนิทาน
แล้วพอเปิดมาถึงหน้าสุดท้ายที่เรียกว่า "ยุคปัจจุบัน" นิทานเด็กก็จบลงว่า
After the princess was killed , the prince and the witch lived happily ever after.
ซะจริงๆ

ป.ล.  เห็นด้วยกับความเข้มแข็งยืนหยัดไม่ยอมแพ้ชะตาชีวิตของเฟอร์กี้ค่ะ   มันเป็นแบบอย่างที่ดี ให้เห็นว่าคนล้มแล้วลุกขึ้นได้  เป็นยังไง
แต่เรื่องคบชู้(ที่สุดแสนอัปลักษณ์และนิสัยทราม)ทั้งๆตัวเองอยู่ในฐานะเจ้าหญิงที่มีพระสวามีหล่อและยังรักตัวเองอยู่     ยังไงมันก็สงสารเธอไม่ลงนะคะ
รวมทั้งเรื่องผลาญงินเป็นว่าเล่นจากตำแหน่งยศถาบรรดาศักดิ์ด้วย  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 04 เม.ย. 06, 08:31

 คุณวิวันดาคะ    
เรื่องที่เคยขอไว้เผื่อคุณวิวันดาจะมาเล่าให้ฟังอีก   คือเรื่องนายอะไรเพี้ยนๆคนหนึ่งลอบเข้าไปในพระราชวัง  จนถึงห้องบรรทมของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ  
แล้วยังนั่งคุยกับพระองค์ท่านอยู่พักใหญ่ก่อนสมเด็จจะวางอุบายเรียกนางพระกำนัลเข้ามาได้
ให้ทหารยามรวบตัวหมอนี่ไปสงบสติอารมณ์ในห้องขังน่ะค่ะ
เป็นข่าวเกรียวกราวไปทั่วโลกสัก 10 ปีมาได้

ดิฉันจำชื่อนายคนนี้ไม่ได้จริงๆ  เลยไม่รู้ว่าแกเป็นตายร้ายดียังไง  จะหาหัวข้อใน google ก็ไม่รู้ว่าจะใช้คำไหน

และที่สำคัญคือเมื่อเกิดเรื่องนี้ขึ้นมา   รายงานข่าวไม่ได้กล่าวถึงท่านดยุคสักคำเดียวว่า ท่านอยู่ในพระราชวังด้วย

คุณวิวันดาหรือท่านใดพอทราบเรื่องนี้บ้างไหมคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 04 เม.ย. 06, 13:49

 ขอบคุณคุณวิวันดา  ส่งเรื่องเล่ามาให้คลายร้อนได้เร็วทันใจค่ะ

สมเด็จฯท่านคุมพระสติได้อย่างมหัศจรรย์มากนะคะ     คิดดูเถอะว่าตื่นบรรทมขึ้นมาเจอนายอะไรมือเปื้อนเลือด มานั่งอยู่ปลายพระที่ เรียกใครก็ไม่มีใครมา
ยังทรงระงับความรู้สึกคุยกับหมอนั่นได้ตามปกติตั้งสิบกว่านาที
ไม่ทรงทำให้นายนี่พลุ่งพล่านเป็นบ้าขึ้นมาในนาทีใดนาทีหนึ่ง

พวกสูทสีเทาน่าจะได้รับบำเหน็จให้ไล่ออกให้หมด  จากผลงานโบดำชิ้นนี้
ระเบียบในวังมันช่างเละไม่มีชิ้นดีเอาจริงๆ   ไม่เห็นจะเข้มงวดตามระเบียบการอื่นๆที่มีไว้บังคับเจ้านายเลยเชียว

ดิฉันก็ยังสงสัยอยู่ดีละค่ะว่าเจ้าชายฟิลิปพระสวามีหายไปไหน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 04 เม.ย. 06, 13:54

 นึกถึงรัชสมัยพระราชินีนาถวิกตอเรียที่คนบ้าหลุดเข้าไปในวังแบบนี้ละค่ะ  เอ้อระเหยเข้าไปอยู่ตั้ง ๒ คืน ไม่มีใครจับได้
กำลังจะเผาวังอยู่เชียว  เจ้าชายอัลเบิร์ตไปเจอเข้าตอนเสด็จออกตรวจห้องหับแบบเจ้าของบ้านทำก่อนนอน
ควีนก็เสด็จมาเจอ เพราะเห็นพระสวามีดำเนินไวๆ  สงสัยว่าไปไหนเลยเสด็จตาม
มาพบคนบ้าด้วยกันทั้งสองพระองค์
พอข้าราชบริพารรู้ก็อลหม่านไปทั้งวัง แต่หาไม่เจอจนกระทั่งวันต่อไป   นายคนนั้นก็ไม่ได้หนีไปไหน  ไปขโมยอาหารกินอิ่มหนำแล้วก็ขึ้นไปหลับอยู่บนราชบัลลังก์นั่นเอง

ผ่านมาหนึ่งร้อยกว่าปี   การดูแลวังก็ยังแย่เหมือนเดิม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 05 เม.ย. 06, 08:20

เรื่องที่เป็นความรู้   น่าสนใจทั้งนั้นค่ะ
ถ้าคุณวิวันดาจะนำมาลงใน หน้าต่างโลก  ก็จะขอบคุณยิ่ง

รออ่านอยู่ค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 05 เม.ย. 06, 09:57

 มิน่าเล่า   ในรายงานข่าว ที่เล่ามาถึงตอนใครต่อใครโผล่เข้ามาในห้องบรรทมของสมเด็จฯ  
จึงไม่เห็นเอ่ยซักคำว่าท่าดยุคแห่งเอดินบะระเข้ามาในตอนไหน
สงสัยกว่าท่านจะรู้คงอีกนานมั้งคะ

ไปค้นรูป Michael Fagan   พบว่ามีหลายคนชื่อซ้ำกัน แต่น่าจะเป็นนายคนนี้ละค่ะ
เป็นชาวไอริชวัย 31 ปี มีลูก 4 คน
รางานข่าวต่อจากนั้นบอกว่าเขาถูกแจ้งข้อหาไม่หนักหนาอะไรนัก คือข้อหาขโมยไวน์  ส่วนข้อหาบุกรุกไม่มี  
แต่เมื่อถูกส่งไปตรวจสภาพจิต  ข้อหาที่เจอก็ตกไป  หลังจากนั้นเขาก็ถูกปล่อยตัวจากโรงพยาบาล
มีประวัติว่าไปทำความผิดเล็กๆน้อยๆอีกหลายครั้ง  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 11 เม.ย. 06, 09:19

 เจอข่าวนี้ในไทยรัฐ เมื่อวานเลยเอามาลงไว้เป็นเนื้อหาแถมท้ายกระทู้ค่ะ

ผู้ดีอังกฤษไม่ยอมรับคามิลล่า

ในโอกาสครบรอบ 1 ปี (9 เม.ย.) วันอภิเษกสมรสเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมาร แห่งราชวงศ์อังกฤษ กับคามิลล่า ดัชเชส ออฟ คอร์นวอลล์“เดอะ โพพูลัส โพลล์” ได้สำรวจความคิดเห็นของชาวผู้ดี เกี่ยวกับคุณสมบัติและรูปสมบัติของพระชายาองค์ใหม่ จะสอบผ่านหรือไม่?!? หากวันข้างหน้าที่ “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อสมเด็จพระบรมราชินีอลิซาเบธที่ 2 เธอก็จะได้ครองตำแหน่งราชินีของประเทศอังกฤษ....ปรากฏว่า เสียงสะท้อนพสกนิกร 56%ร้อง “ยี้” ค่ะ!!... ส่วนอีก 21% เชียร์ “คามิลล่า” ที่เหลือ 12% บอกว่าไม่ต้องติดชั้นพระยศไหนเลย  

น.ส.พ.เดอะ ไทมส์ ซึ่งลงตีพิมพ์เรตติ้ง “คามิลล่า” ยังแจกแจงอีกว่า ในเปอร์เซ็นต์ดังกล่าว อยากให้ “คามิลล่า” มีตำแหน่งแค่พรินเซส คอนซอร์ต!! และไม่เท่านั้นค่ะ ความนิยมที่อยากเห็น “เจ้าชายวิลเลี่ยม” พระโอรสองค์โตของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เสด็จขึ้นครองราชย์มีมากกว่าถึง 39%

นอกจากนี้ พวกผู้หญิงที่อยู่ในกลุ่มสำรวจ 1,503 คน ยังรู้สึกรักและสงสาร “เจ้าหญิงไดอาน่า” ผู้ล่วงลับ และชิงชังในตัว “คามิลล่า” ที่ครอบครองพระทัยเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ จนบ่อนทำลายชีวิตเจ้าหญิงไดอาน่าให้ต้องตรอมตรมพระทัยมาโดยตลอด.
 http://www.thairath.co.th/news.php?section=society&content=1888  
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 19 คำสั่ง