เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4]
  พิมพ์  
อ่าน: 37939 โรคทางพันธุกรรม...ของราชวงศ์ยุโรป
ช่อม่วง
อสุรผัด
*
ตอบ: 7

มัธยมปลายช่วงชั้นที่ 4 ปีที่ 2


ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 07 เม.ย. 06, 22:11

 "ผิดเป็นครู " ครูที่ร.ร.ของดิฉันก็เคยบอกค่ะ

แต่ดิฉันผิดจนจะเป็นผู้อำนวยการแล้ว
บันทึกการเข้า
เจ้าสำราญ
อสุรผัด
*
ตอบ: 21


ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 08 เม.ย. 06, 16:32

 โดยส่วนตัวแล้ว ผมเห็นว่าการที่พระราชโอรสและพระราชธิดาชั้นสมเด็จเจ้าฟ้าทรงมีพระชนมายุไม่ยึนยาวนักนั้นก็น่าจะมาจากการที่ทรงอภิเเษกสมรสกันเฉพาะในหมู่พระญาตินั่นเองครับ
ถ้าลองย้อนประวัติกลับไปดูจะเห็นได้ว่าจุดแรกเริ่มนั้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่2 ที่ทรงอภิเษกกับกรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ จริงๆแล้วก็ทรงเป็นพระธิดาของ "ป้าแท้ๆ"-พระเชษฐภคินีของรัชกาลที่1(ผมจำพระนามไม่ได้)นั่นเอง
ครั้นสมัยรัชกาลที่4 สมเด็จพระบรมราชินีคือกรมสมเด็จพระเทพศิริทรามาตย์หรือสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี-ก็ทรงเป็น"หลานตาแท้ๆ" ของรัชกาลที่ 1 ที่ทรงสนิทสเน่หาเป็นที่ยิ่ง(ถึงกับทรงสร้าง"วัดโสมนัสฯ"พระราชทานให้)
พอรัชกาลที่ 5 ก็ทรงอภิเษกกับพระเจ้าน้องนางเธอทั้ง 3 พระองค์ ซึ่งทรงเป็น"น้องสาวต่างมารดา"-คือกรมสมเด็จพระเทพศิรินทร์กับสมเด็จพระปิยมาวดี เท่านั้น
จึงไม่น่าแปลกใจหรอกครับ ที่พระราชโอรสและพระราชธิดาชั้นสมเด็จเจ้าฟ้าเหล่านั้น จะทรงมีพระพลานามัยที่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์นัก ทั้งนี้ก็เพราะการยึดในหลักอุภโตสุชาติและในกฎมนเทียรบาลสมัยก่อนได้ระบุไว้ว่า การจะเป็นเจ้าฟ้าชั้นเอกหรือสมเด็จเจ้าฟ้านั้น พระบิดาจะต้องเป็นกษัตริย์และพระมารดาจะต้องเป็นพระองค์เจ้าหรือเจ้าฟ้าเท่านั้น
และหากสังเกตจะพบว่าพระเจ้าลูกเธอและพระเจ้าลูกยาเธอที่ทรงมีพระชนมายุยืนยาวนั้นล้วนเป็นชั้นพระองคืเจ้าซึ่งมีพระมารดาเป็นเจ้าจอมมารดาทั้งสิ้น(พูดง่ายๆ ก็คือเกิดการผสมข้ามสายเลือดนั่นเอง)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 08 เม.ย. 06, 20:55

 เราพูดกันในค.ห.ต้นๆของกระทู้ ว่าเรื่องนี้ยังสรุปแบบที่คุณช่างสำราญเข้าใจไม่ได้ เพราะตัวแปรมากมายกว่า

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กับกรมสมเด็จพระศรีสุริเยทรามาตย์ ทรงเป็น "ลูกพี่ลูกน้อง"กัน
ถ้าหากว่านับการสืบสายสกุลทางพ่อ   ทั้งสองพระองค์ก็มาจากคนละสกุล   พระชนกของสมเด็จฯคือเจ้าขรัวเงินนั้นท่านก็เป็นอีกตระกูลหนึ่ง ที่ไม่ใช่ราชวงศ์จักรี
พูดถึงสายเลือดที่เกี่ยวข้องกันก็คือสายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ กับสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ พระชนนีของสมเด็จฯ เป็นพี่น้อง
แต่ว่าเจ้าขรัวเงินก็ดี   และสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องเป็นญาติกัน
สรุปแล้ว  พ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย มีอยู่ ๒ คนที่ไม่ได้เป็นญาติ  และอีก ๒ ที่เป็นพี่น้อง  
เลือดที่ใกล้กันก็พอประมาณได้ว่า 50%

กรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ มีพระราชโอรส ๓ พระองค์
๑) เจ้าฟ้าชาย สิ้นพระชนม์เมื่อประสูติ
๒) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ มีพระชนม์ยืนยาวถึง ๖๕ พรรษา   ถ้าไม่เสด็จสวรรคตด้วยไข้ป่า  ก็จะมีพระชนม์ยืนยาวกว่านี้
๓) พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า สวรรคตเมื่อพระชนม์ ๕๘ พรรษาหลังจากประชวรด้วยพระโรควัณโรค
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 08 เม.ย. 06, 20:57

 ขอแก้ไขค่ะ
พระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี-ก็ทรงเป็น"หลานตาแท้ๆ" ของรัชกาลที่ 1 ที่ทรงสนิทสเน่หาเป็นที่ยิ่ง(ถึงกับทรงสร้าง"วัดโสมนัสฯ"พระราชทานให้)

พระนางเจ้าโสมนัสเป็น"หลานปู่" ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ค่ะ  
ทรงเป็นพระธิดาในพระองค์เจ้าลักขณานุคุณ พระราชโอรสในรัชกาลที่ ๓
บันทึกการเข้า
เจ้าสำราญ
อสุรผัด
*
ตอบ: 21


ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 08 เม.ย. 06, 20:59

 ทราบแล้วครับ ขออภัยที่ข้อมูลผิดพลาด
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 08 เม.ย. 06, 21:05

 สืบเนื่องจากค.ห. ๕๐ ลองมาเปรียบเทียบตามนี้บ้าง
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าทรงมีพระสนมเอก คือเจ้าจอมมารดาเรียม (สมเด็จพระศรีสุลาไลย) ซึ่งไม่ได้มีสายเลือดใกล้ชิดกัน
โปรดดูพระชันษาของพระราชโอรสธิดาที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเรียมบ้าง
๑) พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  เสด็จสวรรคต พระชนมายุ ๖๗ พรรษา
๒)พระองค์เจ้าหญิงป้อม  สิ้นพระชนม์ พระชันษา ๔ ปี
๓) พระองค์เจ้าชายดำ สิ้นพระชนม์ พระชันษา ๑ ปี
บันทึกการเข้า
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 09 เม.ย. 06, 11:54

 ขอบพระคุณทุก ๆ ความเห็นครับ
กรณีของ ร. ๔ แลสมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชินี เท่าที่ดูจะพบว่าเป็นการอภิเษกสมรสระหว่างปู่กับหลานปู่ (ร. ๓ มีศักดิ์เป็นพระอัยกาของสมเด็จพระเทพศิรินฯ)
สมเด็จเจ้าฟ้าจันทรมณฑล สิ้นพระชนม์ราว ๆ 7-9 ชันษา ด้วยพระโรควัณโรค
แต่พระราชโอรสทั้งสามพระองค์มีพระชนม์มากกว่า ๔๐ ชันษา

กรณีของสมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ก็เช่นเดียวกัน
เพราะพระองค์เจ้าพรรณราย เป็นพระน้องนางในสมเด็จพระเทพศิรินฯ
ใช้ทฤษฎีเลือดชิดไม่ได้เช่นกัน เพราะมักจะเสด็จสวรรคต,ทิวงคตหรือสิ้นพระชนม์ด้วยพระโรคทั้งสิ้น

อีกกรณี พระราชโอรสธิดาที่เกิดจากเจ้าจอมมารดาบางพระองค์ สิ้นพระชนม์แต่เยาว์วัยก็มาก ใช้คำว่าทั้งสิ้นไม่ได้ เช่น พระองค์เจ้าศรีพัฒนา(20-21 ชันษา),พระองค์เจ้าจรูญฤทธิเดช(9 วัน),พระองค์เจ้าประไพพรรณพิลาส(พระขนิษฐาร่วมครรโภทรกับพระองค์เจ้าประภาพรรณพิไลย แต่สิ้นพระชนม์เมื่อพระชนม์ได้ 2 ชันษา
ส่วนพระองค์เจ้าประภาพรรณพิไลย มีพระชนม์ชีพยืนมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน) ฯลฯ
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
เจ้าสำราญ
อสุรผัด
*
ตอบ: 21


ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 09 เม.ย. 06, 14:07

 ขอบคุณสำหรับทุกคำแนะนำนะครับ

อย่างไรก็ตาม  ในทางการแพทย์นั้นการเกิดโรคหรือพยาสภาพต่างนั้น จะไม่ได้มาจากเพียงจากเหตุปัจจัยเดียวเท่านั้น โดยส่วนมากมักเป็น Multifactorial causes (ไม่ทราบว่าจะใช้คำไทยว่า สาเหตุจากพหุปัจจัย ได้หรือไม่) กล่าวคือมีสาเหตุทั้งปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม

ในกรณีนี้ อาจกล่าวได้ว่า การนิยมอภิเษกสมรสในหมู่พระญาติของราชวงศ์จักรีนั้น ทำให้เพิ่มโอกาสหรือความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหรือพยาธิสภาพเหล่านั้นมากขึ้น  ร่วมกับวิทยาการทางการแพทย์ในสมัยก่อนยังไม่พัฒนาเพียงพอ

จึงทำให้เจ้านายบางพระองค์ซึ่งทรงมีความเสี่ยงหรือแนวโน้มที่จะอ่อนไหว (Succeptible) ต่อการเกิดโรคได้ง่ายกว่าประชาชนทั่วไป  จึงทรงมีพระชนมายุไม่ยืนยาวอย่างที่ควรจะเป็นนัก

แต่ในบางพระองค์ ก็นับว่าทรงโชคดี ที่ไม่ทรงมีแนวโน้มดังกล่าว จึงทรงมีพระชนมายุยืนยาวได้มาก (เช่น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเหมวดี  พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวาปีบุษบากร)

เพราะในเรื่องของพันธุศาสตร์และพยาธิสรีรวิทยานั้น จะมีเรื่องของ "ความเสี่ยง" หรือ "ความน่าจะเป็น" เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ
บันทึกการเข้า
เจ้าสำราญ
อสุรผัด
*
ตอบ: 21


ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 09 เม.ย. 06, 14:10

 ขอแก้คำผิดครับ

"พยาธิวิทยา" ครัย ไม่ใช่พยาวิทยา
(มาจาสกคำว่า Pathology ครับ)

สวัสดีครับ
บันทึกการเข้า
หนูหมุด
มัจฉานุ
**
ตอบ: 88


ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 11 เม.ย. 06, 11:14

 ขอ save ไปอ่านก่อนนะคะ หนีงานมาค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 11 เม.ย. 06, 11:26

 ดิฉันก็ยังข้องใจอยู่ดีละค่ะ คุณเจ้าสำราญ
ในผู้มีเลือดใกล้ชิด   ลองทำตัวอย่างแบบนี้
๑)ชาย A + หญิง B (มีเลือดใกล้ชิดกันในฐานะ half bother-sister)
มีลูกๆ อายุไม่ยืนยาว
๒)ชาย A คนเดิม + หญิง C (มีเลือดใกล้ชิดกันในฐานะ half bother-sister)
มีลูกๆอายุยืนยาวเกิน ๔๐ -๖๐ ปี
๓)ชาย A คนเดิม + หญิง D  ไม่มีสายเลือดใกล้กันเลย ห่างกันมาก
มีลูกๆอายุไม่ยืนยาว
๔) ชาย A คนเดิม + หญิง E ไม่มีสายเลือดใกล้กันเลย ห่างกันมาก
มีลูกๆอายุยืนยาว

ในเมื่อมีพหุปัจจัยมากมายมาเป็นตัวแปร   งั้นเราจะเอาอะไรมายืนยันได้ว่ามีความเสี่ยงในหมู่ผู้มีเลือดใกล้ชิด   นอกจากทฤษฎี

เราจะมองอีกด้านได้ไหมว่า  การใกล้ชิดกันทางสายเลือด "ไม่จำเป็น" ว่าจะก่อให้เกิดความอ่อนแอและอายุสั้น
แต่สามารถมีลูกอายุยืนยาวอย่างในข้อ ๒ ก็ได้
บันทึกการเข้า
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 11 เม.ย. 06, 12:03

 อ. เทาชมพูพูดถูกต้องครับ
ผมคิดว่า ความผิดปกติตามทฤษฎีเลือดชิด นอกจากเรื่องอายุและโรคภัยไข้เจ็บแล้ว
ยังมีเรื่องบุคลิกภาพ ความผิดปกติทางด้านร่างกายและจิตใจด้วยครับ
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
หนูหมุด
มัจฉานุ
**
ตอบ: 88


ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 12 เม.ย. 06, 13:52

 ขอบพระคุณทุกท่านที่มาให้ความรู้นะคะ
หนูหมุดกลับไปนั่งอ่านอยู่นาน แล้วเกิดความสงสัยหนึ่งดูเหมือนโรคทางพันธุกรรมที่กล่าวกันว่ามีโอกาสจะปรากฏมากขึ้นหากมีการแต่งงานกันในหมู่ญาติใกล้ชิด โรคที่เป็นกันนอกจาก โรคเลือดไหลไม่หยุดแล้ว ยังมีโรคทางพันธุกรรมอื่นๆรึเปล่าคะ เคยได้ยินว่าเบาหวานก็เป็นโรคที่ถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรมเหมือนกัน หรืออาการเรียนรู้ช้า พิการซ้ำซ้อน พวกนี้เป็นลักษณะด้อยด้วยรึเปล่าคะ (อันนี้ถามทั่วๆไป ไม่ได้เจาะจงนะคะ)

หนูหมุดเคยอ่านเรื่องคลั่งเพราะรัก ของ ว. ณ ประมวญมารค ซึ่งกล่าวถึงราชวงศ์ยุโรป รวมถึงเสปนด้วย ดูเหมือนจะมีการกล่าวถึงการที่คนในเครือญาติจิตวิปลาสแล้วเกรงว่าตัวเอกของเรื่องอาจจะเสียสติไปอีกคน แสดงว่ามีความเชื่อว่าอาการทางจิตก็อาจจะถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรมได้เหมือนกันเหรอคะ

ส่วนในของเจ้านายไทยนั้น หนูหมุดว่าอาจจะยากที่บอกว่าที่อายุสั้นหรือสุขภาพไม่แข็งแรงนั้นเกิดจากทฤษฎีเลือดชิดอย่างเดียว แต่ก็นับว่ามีความเป็นไปได้ที่สูง หรืออย่างน้อยก็เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยง
บันทึกการเข้า
Buran
อสุรผัด
*
ตอบ: 2


ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 15 เม.ย. 06, 16:04

 ความเห็น 33

๗. สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ) สิ้นพระชนม์ พระชนมายุ ๔๓ พรรษา

พระองค์ฯ ทรงประสูตร พ.ศ. 2434  
สิ้นพระชนม์ 24 ก.ย. 2472 = 38 พรรษา?
บันทึกการเข้า
Buran
อสุรผัด
*
ตอบ: 2


ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 15 เม.ย. 06, 16:07

 ขอแก้คำพิมพ์ผิด  ประสูติ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.035 วินาที กับ 19 คำสั่ง