เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4
  พิมพ์  
อ่าน: 8663 ถึงคุณนิลกังขา กับ ทีมงานวิชาการ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31182

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 04 เม.ย. 06, 13:23

 พระพรหมอนาคามีทั้งหลายในสุทธาวาสพรหมแรกทั้ง ๔ หากยังมิได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์และดับขันธ์เข้าสู่ พระปรินิพพานแล้ว
ครั้นสิ้นพรหมายุขัย ก็จำต้องจุติจาก สุทธาวาสพรหมโลกที่ตนสถิตอยู่มาอุบัติเกิดใน อกนิฏฐสุทธาวาสพรหมโลกนี้
เมื่อมาอุบัติเกิดในที่นี้แล้วย่อมจะ ไม่ไปอุบัติเกิดเป็นอะไรและในที่ใดภูมิใดอีกเลย
เพราะจะต้องได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์และดับขันธ์เข้าสู่ พระปรินิพพานอยู่ในพรหมโลกชั้นอกนิฏฐพรหมโลก นี่เอง

จึงอาจกล่าวได้ว่า อกนิฏฐสุทธาวาสพรหมโลกนี้ เป็นพรหมโลกที่มีศีลคุณ สมาธิคุณ ปัญญาคุณ
อย่างประเสริฐล้ำเลิศยิ่งกว่าพรหมโลกชั้นอื่นๆ ทั้งหมด ด้วยประการฉะนี้

พรหมโลกตั้งแต่ชั้นที่ ๑ ถึงชั้นที่ ๑๖
เป็น รูปพรหม คือพรหมที่มีรูปแต่เป็นรูปทิพย์ มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถ มองเห็นได้ จักเห็นได้ก็โดยทิพยวิสัยเท่านั้น

อรูปพรหม

อรูปพรหม แปลว่า พระพรหมที่ไม่มีรูปร่าง เพราะเหตุที่จะ อรูปพรหม = พรหมไม่มีรูป เป็นพระพรหมผู้วิเศษ เพราะเหตุอุบัติขึ้นด้วยอำนาจ แห่งรูปวิราคภาวนา

๑๗. อากาสานัญจายตนภูมิ

สมัยที่โลกยังว่างจากพระพุทธศาสนานั้น บรรดาโยคีฤาษีสิทธิ์ตลอดจนชีไพรดาบส ที่ประพฤติพรหมจรรย์บำเพ็ญตบะเดชะภาวนา ครั้นเขาผู้มีอำนาจฌานสูงรำพึงอยู่ดังนี้ ว่าอันว่าตัวตน กล่าวคืออัตภาพร่างกายนี้ไม่ดีเป็นนักหนา กอปรไปด้วย ทุกข์โทษหาประมาณมิได้ ควรที่ตูจะปรารถนากระทำตัว ให้หายไปเสียเถิด แล้วก็เกิดความพอใจเป็นนักหนา ในภาวะที่ไม่มีตัวตนไม่มีรูปกาย มิได้อาลัยในสรีระร่าง พลางออกจากจตุตถฌานแล้วก็มีใจผ่องแผ้ว ปรารถนา อยู่แต่ในความไม่มีรูป
อุตส่าห์เจริญสมถกรรมฐาน ต่อไปจนได้สำเร็จ อรูปฌาน ครั้นถึงกาลกิริยา ตายแล้วก็ตรงแน่วมาอุบัติเกิดเป็นพระพรหมวิเศษ นาม อรูปพรหม
จิตใจนั้นยังมีอยู่ แต่ว่าหัวหูตาตีนมือ แม้แต่นิดหนึ่งก็ไม่มีเลย เสวยสุขอยู่ด้วยภาวะไม่มีรูป ตามจิตปรารถนา อากาสานัญจายตนภูมิ = ภูมิเป็นที่ตั้งอยู่แห่งพระพรหม ผู้วิเศษ ผู้เกิดจากฌานที่อาศัยอากาสบัญญัติซึ่ง ไม่มีที่สุดเป็นอารมณ์ ตั้งอยู่พ้นจากอกนิฏฐสุทธาวาสพรหมโลกไปอีก ๕ ล้าน ๕ แสน ๘ พันโยชน์
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31182

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 04 เม.ย. 06, 13:23

 ๑๘. วิญญาณัญจายตนภูมิ

พ้นจากอากาสัญจายตนภูมิขึ้นไปอีก ๕ ล้าน ๕ แสน ๘ พันโยชน์ วิญญาณัญจายตนภูมิ = ภูมิเป็นที่อยู่ แห่งพระพรหมผู้วิเศษ ผู้เกิดจากฌานที่อาศัย วิญญาณบัญญัติ อันไม่มีที่สิ้นสุดเป็นอารมณ์
พระพรหมผู้วิเศษไม่มีรูป ซึ่งอุบัติเกิด ณ อรูปพรหมโลก แห่งนี้ เพราะเหตุที่ตนปฏิสนธิด้วยวิญญาณัญจายตน วิบากจิต

๑๙. อากิญจัญญายตนภูมิ
พ้นจากวิญญานัญจายตนภูมิขึ้นไปอีก ๕ ล้าน ๕ แสน ๘ พันโยชน์ อากิญจัญญายตนภูมิ = ภูมิเป็นที่อยู่ แห่งพระพรหมผู้วิเศษ ผู้เกิดจากฌานที่อาศัย นัตถิภาวบัญญัติเป็นอารมณ์
พระพรหมผู้วิเศษไม่มีรูป อุบัติเกิด ณ อรูปพรหมโลก แห่งนี้ เพราะเหตุที่ตนปฏิสนธิด้วยอากิญจัญญายตน วิบากจิต

๒๐. เนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ
พ้นจากอากิญจัญญายตนภูมิขึ้นไปอีก ๕ ล้าน ๕ แสน ๘ พันโยชน์ เนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ = ภูมิเป็นที่อยู่ แห่งพระพรหมผู้วิเศษ ผู้เกิดจากฌานที่อาศัย ความประณีตเป็นอย่างยิ่ง มีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่

พระพรหมผู้วิเศษไม่มีรูป อุบัติเกิด ณ อรูปพรหมโลก แห่งนี้ เพราะเหตุที่ตนปฏิสนธิด้วยเนวสัญญานาสัญญา ยตนวิบากจิต มีอายุยืนนานเป็นที่สุดด้วยอำนาจแห่ง อรูปฌานกุศลอันสูงสุดที่ตนได้บำเพ็ญมา พระพรหมวิเศษแต่ละองค์ในชั้นสูงสุดนี้ ล้วนแต่เป็นผู้ที่ได้สำเร็จยอดแห่งอรูปฌาน คืออรูปฌานที่ ๔ มาแล้วทั้งสิ้น

-ปฏิปทาให้ถึงพรหมโลกและอายุแห่งพรหม-
ปฏิปทาให้เกิดในพรหมโลก มิใช่เพราะอานิสงส์ แห่งบุญกุศลอย่างสามัญธรรมดา คืออานิสงส์แห่งทาน และศีลแต่เป็นอานิสงส์แห่งภาวนา

อายุแห่งพรหม

๑. พรหมปาริสัชชาพรหมภูมิ อายุประมาณส่วนที่ ๓ แห่งมหากัป (๑ ใน ๓ แห่งมหากัป)
๒. พรหมปุโรหิตาพรหมภูมิ อายุประมาณครึ่งมหากัป
๓. มหาพรหมาพรหมภูมิ อายุประมาณ ๑ มหากัป
๔. ปริตตาภาพรหมภูมิ อายุประมาณ ๒ มหากัป
๕.  อัปปมาณาภาพรหมภูมิ อายุประมาณ ๔ มหากัป
๖.  อาภัสราพรหมภูมิ อายุประมาณ ๘ มหากัป
๗. ปริตตสุภาพรหมภูมิ อายุประมาณ ๑๖ มหากัป
๘. อัปปมาณสุภาพรหมภูมิ อายุประมาณ ๓๒ มหากัป
๙.  สุภกิณหาพรหมภูมิ อายุประมาณ ๖๔ มหากัป
๑๐. เวหัปผลาพรหมภูมิ อายุประมาณ ๕๐๐ มหากัป
๑๑. อสัญญีสัตตาภูมิ อายุประมาณ ๕๐๐ มหากัป
๑๒. อวิหาสุทธาวาสพรหมภูมิอายุประมาณ ๑๐๐๐ มหากัป
๑๓. อตัปปาสุทธาวาสพรหมภูมิ อายุประมาณ ๒๐๐๐ มหากัป
๑๔. สุทัสสาสุทธาวาสพรหมภูมิ อายุประมาณ ๔๐๐๐ มหากัป
๑๕. สุทัสสีสุทธาวาสพรหมภูมิ อายุประมาณ ๘๐๐๐ มหากัป
๑๖. อกนิฏฐสุทธาวาสพรหมภูมิ อายุประมาณ ๑๖๐๐๐ มหากัป
๑๗. อากาสานัญจายตนพรหมภูมิ อายุประมาณ ๒๐๐๐๐ มหากัป
๑๘. วิญญาณัญจายตนพรหมภูมิ อายุประมาณ ๔๐๐๐๐ มหากัป
๑๙. อากิญจัญญายตนพรหมภูมิ อายุประมาณ ๖๐๐๐๐ มหากัป
๒๐. เนวสัญญานาสัญญายตนพรหมภูมิ อายุประมาณ ๘๔๐๐๐ มหากัป

จาก "ภูมิวิลาสินี" โดย พระธรรมธีรราชมหามุนี (วิลาศ ญาณวโร ป.ธ.๙)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31182

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 04 เม.ย. 06, 13:26

 แค่ copy&paste ยังตาลาย
เชิญอ่านกันตามอัธยาศัย   ส่วนดิฉันถือว่าเป็นเรื่องไกลตัวมากๆค่ะ

สังเกตว่า สวรรค์ชั้นพรหมนั้นเป็นเขตปลอดผู้หญิง
พระพรหมทั้งหลายเป็นบุรุษเพศ   ไม่มีเพศหญิง  ผู้หญิงตายแล้วไปเกิดได้อย่างมากขั้นฉกามาพจร
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 04 เม.ย. 06, 16:06

 โอ้โฮ ความเห็นงอกพุ่งพรวด

ขอบคุณทุกท่านครับ
พรหมในวรรณคดีพุทธศาสนามีหลายท่าน หรือหลายองค์ เช่น ท้าวสหัมบดีพรหม ผู้อาราธนาเชิญให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรมโปรดสัตว์โลก ไม่เสด็จสู่มหาปรินิพานเสียตั้งแต่ตรัสรู้ใหม่ๆ ชื่อพระพรหมองค์นี้ยังปรากฏอยู่ในบทอาราธนาธรรมที่เราสวดกันอยู่เดี๋ยวนี้ (มีผู้ตีความใหม่ว่า ถ้า "พรหม" นั้นมุ่งเอาธรรมะคือพรหมวิหาร 4 แล้ว ที่กล่าวกันว่าท้าวมหาพรหมองค์หนึ่งมาเชิญให้พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนา ก็อาจจะเป็นเพียงคำกล่าวเชิงสัญลักษณ์ ที่จริงก็คือพระเมตตาธิคุณ กรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้าในพระทัยของพระองค์เอง ทำให้ทรงประกาศศาสนาโปรดโลกทั้งหลาย)

มีพรหมอีกองค์หนึ่ง ชื่อพกาพรหม มีชื่อปรากฏในพุทธชัยมงคลคาถา หรือคาถาพาหุง อันว่าด้วยชัยชนะของพระพุทธเจ้า 8 ประการ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 04 เม.ย. 06, 16:16

 ขออนุญาตคุณครูเทาชมพู ติงนิดเดียวครับ

ผมเข้าใจว่า มนุษย์ผู้อบรมจิตได้ถึงขั้นหนึ่งแล้ว ถ้าตายไป ได้ไปเกิดเป็นพรหมทั้งนั้นครับ ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง เพียงแต่ในภพภูมิใหม่ที่ไปเกิดนั้น ตำราภูมิวิลาสินีท่านว่า ไปเกิดเป็นบุรุษทั้งหมด เท่านั้น (ที่ต้องบอกว่าตำราท่านว่า ก็เพราะว่าผมเองไม่มีความรู้เรื่องนี้ ต้องขอนมัสการพระเดชพระคุณพระอาจารย์ผู้รจนา ฟังท่านไปพลางๆ ก่อน) คือผมหมายความว่า มนุษย์ผู้หญิงก็สามารถตายไปเกิดเป็นพรหมได้ แต่เมื่อไปเป็นพรหมแล้ว ตามธรรมดาธรรมชาติของพรหมโลก ตำราท่านว่ามีแต่เพศชาย วิญญาณหญิงนั้นก็กลายรูปเป็นพรหมชายเท่านั้นเอง (ไม่ใช่ชายพรม)

แต่ผมยังนึกอยู่ว่า พรหมระดับสูงๆๆ ขึ้นไปอีก ซึ่งจะเรียกว่าอรูปพรหมหรืออะไรก็ไม่แน่ใจนั้น ดูจะไม่มีเพศเอาเลยด้วยซ้ำ คือไม่เป็นทั้งหญิงทั้งชาย ช่างเขียนไทยโบราณวาดเป็นลูกกลมๆ กลิ้งโค่โล่อยู่ในวิมาน ไม่มีหัวแขนขาอวัยวะใด และเรียกกันติดปากมาว่า พรหมลูกฟัก ในเมื่อสิ่งมีชีวิตหรือ being ประเภทนี้เสวยความสุขทางจิตที่ละเอียดลึกซึ้งเป็นทิพย์ ประณีตกว่าของมนุษย์ หรือของเทวดามาก  ไม่ต้องกินอะไร ไม่ต้องดื่มอะไร ไม่ต้องเสพกาม ความเป็นเพศ จะเพศชายหรือหญิงก็ตาม ก็ออกจะไม่จำเป็นจริงๆ ด้วย ก็รูปร่างกายตาหูจมูกปากยังไม่จำเป็นเลยนี่ครับ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 04 เม.ย. 06, 16:27

 พระคุณเจ้าข้างบนท่านว่า จะไปเกิดเป็นพรหมได้ ไม่ใช่แค่ให้ทาน รักษาศีล (บุญแค่นั้นส่งได้ถึงแค่สวรรค์ของเทวดาเท่านั้น) จะไปเกิดในพรหมโลกได้ต้องเจริญภาวนา คือ ปฏิบัติทางจิต

พรหมโลกชั้นรูปพรหม 16 ชั้น ไม่มีเพศหญิงมีแต่ชาย กับพรหมโลก ชั้นอรูปพรหม 4 ชั้น นั้นไม่มีรูปเอาเลยทีเดียว ผมตีความเอาเองว่า พรหมโลกทั้งหมดไม่ต้องอาศัยหรือข้องเกี่ยวกับความสุขทางเพศแล้ว เพราะอยู่เหนือพ้นไปจากสวรรค์ชั้นกามาพจรแล้ว (กามาพจรแปลว่ายังท่องเที่ยวอยู่ในกามอยู่) ใน 16 ชั้นแรก มีแต่ชาย ถึงจะเคยเกิดเป็นหญิงหรือเป็นอะไรอื่นมาก่อนเมื่อขึ้นมาแล้วก็ทรงรูปเป็นชาย ไม่ต้องมีคู่ ใน 4 ชั้นหลัง ไม่มีรูปร่างเอาเลยแหละ

ทำให้นึกไปถึงมนุษย์ที่มีความประพฤติ แบบไม่ให้ความสำคัญกับการติดในเพศรสหรือกามกิจ หรือเมถุนกรรม ตั้งแต่อยู่บนโลกนี้ จะเป็นชายก็ตามหญิงก็ตาม พระบาลีท่านเรียกว่า เป็นบุคคลที่ประพฤติตนอย่างพรหม หรือเรียกเป็นศัพท์ว่า ผู้ประพฤติ "พรหมจรรย์" นั่นเอง
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 04 เม.ย. 06, 16:36

 ศีลข้อกาเมสุมิจฉาฯ ในศีลห้านั้น สำหรับฆราวาสที่ยังต้องเสพกามอยู่ พระท่านก็บอกว่า ก็ไม่เป็นไรหรอก แต่อย่ามีเซ็กซ์ในทางที่ไม่ชอบธรรมก็แล้วกัน เช่นผิดลูกเขาเมียใคร

แต่พอขยับขึ้นศีลแปดหรืออุโบสถศีล (และสูงกว่านั้นขึ้นไป) ศีลข้อเดียวกันนี้ในพระบาลีเปลี่ยนคำเรียก เพราะศีลระดับศีลแปดนั้นงดเว้นการประกอบเมถุนกรรมเลยโดยสิ้นเชิง ไม่ยอมมีอะไรแม้แต่กับสามีหรือภริยาของตัวเอง ก็เรียกว่า อพรหมจริยา.. คือ งดเว้นจากการประพฤติในสิ่งที่มิใช่พรหม ก็คือ ถือพรหมจรรย์ บุคคลผู้ถือพรหมจรรย์หรือประพฤติแบบพรหมนั้น เรียกว่า พรหมจารี หรือพรหมจาริณี

แต่เดี๋ยวนี้ความหมายกลายไปซะแล้ว พรหมจารีกลายเป็นแปลว่า virgin สาวบริสุทธิ์ไม่เคยชาย ไปเสียนี่
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31182

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 04 เม.ย. 06, 16:56

 ขอบคุณค่ะคุณนิลกังขาที่มาชี้แจงเพิ่มเติมให้ทราบ
ดิฉันคิดอย่างที่โพสต์ไปข้างบนนี้   เพราะเห็นว่าพระไตรปิฏกถือว่าเพศหญิงต่ำกว่าเพศชาย   สังเกตได้จากพระวินัยเรื่องภิกษุกับภิกษุณี เป็นตัวอย่าง

ดังนั้นเมื่อกล่าวถึงสวรรค์  ก็เป็นธรรมดาอยู่เองว่า เพศชายเท่านั้นถึงจะบรรลุสู่สภาวะขั้นสูงๆได้
คุณนกข.บอกว่า มนุษย์เพศหญิงบำเพ็ญธรรมจนสามารถบรรลุภพภูมิชั้นพรหมได้   แต่พอขึ้นไปแล้ว เพศต้องกลายเป็นชาย
ส่วนดิฉันเห็นว่า  ยังงั้น เพศหญิงก็มีได้แต่ในฉกามาพจรเท่านั้นน่ะสิ   ถ้าสูงกว่านั้น สภาวะเดิมก็หมดไป จากนางฟ้า ก. กลายเป็นพระพรหม ข.  เพศเดียวกับพระพรหม ค. จะเรียกว่านางฟ้าก.ขึ้นไปอยู่ชั้นพรหมโลกไม่ได้แล้ว

คำตอบของคุณนกข. ถ้าถูกต้อง  ทำให้ดิฉันรู้สึกตะขิดตะขวงกับทัศนะนี้อยู่ดี
เพราะดิฉันไม่เคยเห็นว่าผู้หญิงนั้นต่ำกว่าผู้ชายในแง่ของการเรียนรู้หรือการมีคุณธรรม ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นของการบรรลุธรรม

แต่ก็เอาเถอะ  ดิฉันไม่ถือว่าตัวเองเป็นเฟมินิสต์มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว   ก็ไม่มาประท้วงละ
เอาเป็นว่ายังพอใจกับความเป็นเพศหญิงที่ยังตะเกียกตะกายอยู่ในชั้นล่างๆแค่โลกมนุษย์
ไม่มีสิทธิ์ได้ขึ้นไปถึงไหน ก็ไม่ว่ากัน  ดิฉันยังหาที่นั่งสบายๆตามประสาเพศหญิง อยู่ในชั้นล่างๆได้เสมอ
บันทึกการเข้า
UP
แขกเรือน
องคต
*****
ตอบ: 516


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 04 เม.ย. 06, 16:57

 จะว่าไป "กบิลพรหม" ที่ต้องตัดเศียรบูชาธรรมบาลกุมาร ตามตำนานนางสงกรานต์ ท่านหมดพรหมายุขัยด้วยวิธีแปลกๆ อยู่เหมือนกัน แต่เดิมท่านอยู่บนพรหมภูมิหรือไม่ก็ไม่ทราบ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31182

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 04 เม.ย. 06, 17:17

 กบิลพรหม มีแฟมิลี่ประกอบด้วยลูกสาวตั้งหลายคน    คงไม่ได้อยู่บนโน้นมั้งคะ
บันทึกการเข้า
UP
แขกเรือน
องคต
*****
ตอบ: 516


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 04 เม.ย. 06, 17:33

 นึกเล่นๆ ต่อไป ถ้ากบิลพรหมอยู่บนพรหมภูมิจริง ลูกสาว ๗ คนก็คงไม่ได้อยู่บนโน้นด้วยเหมือนกัน เพราะลูกๆ บางคนก็กินเลือดกินเนื้อเป็นอาหาร ถือปืนผาหน้าไม้บ้าง ถือขรรค์บ้าง เล่นพิณพิฆาตบ้าง ออกจะบู๊เหลือเกิน ไม่ใช่วิสัยของพรหม

กลายเป็นครอบครัวที่ลูกๆ ไม่ได้ใกล้ชิดกับพ่อ

โถ...

แต่ตามตำนานแล้ว ผมว่ากบิลพรหมไม่ได้อยู่บนพรหมโลกอย่างที่คุณเทาชมพูสันนิษฐาน เพราะจริยวัตรของท่านไม่ค่อยเป็นพรหมในอุดมคติสักเท่าไหร่
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 04 เม.ย. 06, 19:20

มีความรู้สึกว่ากบิลพรหมจะลอยไปลอยมารอบๆ เขาพระสุเมรุ ไม่ได้อยู่บนพรหมโลกเหมือนกันครับ จนถูกตัดเศียรแล้วก็ยังถูกเชิญเวียนไปเวียนมารอบเขาพระสุเมรุอยู่นั่นเอง

ขออนุญาตคุณครูอีกทีครับ ข้อแรก ผมเห็นด้วย (ทั้งๆ ที่ผมไม่ใช่เฟมินิสต์) ว่าเราสามารถพูดได้ว่าฐานะของสตรีในวรรณคดีพุทธศาสนานั้นต่ำกว่าชาย ซึ่งสะท้อนสังคมอินเดียสมัยนั้น เป็นต้นเรื่องวินัยต่างๆ ที่เกี่ยวกับภิกษุณี และตัวอย่างอื่นๆ อีก รวมทั้งกำหนดให้ หรือจินตนาการให้พรหมทุกองค์ในพรหมโลก เป็นผู้ชายหมด (แต่ไม่ใช่ว่าผู้ชายมนุษย์ขึ้นมาเป็นพรหมกันหมด)

อย่างไรก็ตาม ผมยังถืออยู่ดีว่า ไม่ว่าแขกอินเดียสมัยนั้นจะลำเอียงอย่างไร ก็มีความเสมอภาคอยู่เล็กๆ ตามกฏแห่งกรรมอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ทำอะไรไว้ถึงจุดหนึ่งเมื่อกรรมจะให้ผล ก้ได้ผลนั้น เช่นอานิสงส์การทำจิตภาวนาส่งให้ไปเกิดเป็นพรหม ก็ต้องได้เป็นพรหม ซึ่งผมเองก็ไม่รู้จริงอยู่ดีว่าสภาวะแห่งพรหมนั้นเป็นอย่างไร ท่านมีเพศจริงหรือเปล่า (จะมีไปทำไมก้ไม่รู้ ในเมื่อท่านถือพรหมจรรย์?) เพียงแต่ท่านผู้รจนาคัมภีร์พุทธศาสนาบางเล่ม  ซึ่งเป็นมนุษย์ผู้ชาย แต่งว่าพรหมเป็นชายเท่านั้น

แต่ว่าถ้าเราเชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด ก็เป็นไปได้ที่ชายจะเกิดมาเป็นหญิง และหญิงจะเกิดมาเป็นชาย สลับเพศกันก้ได้ สมมติว่าชาติที่แล้ว นกข. เคยเป็นมนุษย์ผู้หญิง ชาตินี้มาเป็นคนและเป็นบุรุษ ชาติหน้าผมอาจจะไปเกิดเป็นคนผู้ชายอีก หรือคนผู้หญิง หรือยีราฟตัวเมียก็ได้ แล้วแต่กรรม ที่นี้ นกข. ที่เคยเป็นหญิง แล้วมาเป็นชาย แล้วกลายไปเกิดเป็นยีราฟตัวเมีย หรือกระทั่งว่าขึ้นไปเกิดเป็นพรหม (ซึ่งพระอาจารย์ท่านว่าไว้ว่ามีแต่ชาย) นั้น เป็น นกข. เดียวกันหรือเปล่าล่ะครับ?

ถ้าว่าตามหลักฮินดู อาตมัน นกข. นั้นดับจากการเป็นมนุษย์สาว มาเกิดเป็นผู้ชายสติเฟื่องในชาตินี้แล้วต่อไปจะไปเกิดเป็นยีราฟตัวเมีย ย่อมเป็นอาตมันเดียวทั้งสิ้นไม่ว่าอยู่ในรูปกายไหน แล้วเมื่อเวียนว่ายตายเกิดกี่แสนล้านๆ ครั้งแล้วก็จะเข้ารวมกับปรมาตมัน คือพรหม (ฮินดู) ซึ่งตรงนั้นดูเหมือนไม่มีเพศ

แต่ถ้าว่าตามหลักพุทธโดยเฉพาะธรรมะข้ออนัตตา ไม่มีอะไรเป็นตัวตนแท้จริง นกข. ในชาติที่แล้ว ชาตินี้ และชาติหน้านั้น ไม่ได้เป็นตัวตนเดียวกันตายไปเกิด แต่มีบางสิ่งบางอย่าง "เนื่อง" กันเท่านั้น ดังนั้นนางฟ้า ก. ไปเกิดเป็นพรหม ข. ก็มีอะไรบางอย่างสืบต่อเนื่องกันอยู่ แต่ที่จริงแท้โดยปรมัตถ์ ไม่มีตัวตนอะไรที่จะถือได้ว่าเป็นตัวเดียวกัน

มิลินทปัญหาตอบไว้ลึกซึ้งมาก ว่าเหมือนดวงไฟ จุดจากเทียนเล่มหนึ่งไปต่อกับอีกเล่ม เป็นดวงเดียวกันไหม? จะว่าใช่ก็ได้ ไม่ใช่ก็ได้ เพราะเป็นดวงไฟสองดวงที่สืบเนื่องจากกัน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31182

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 04 เม.ย. 06, 19:34

 แหม คุณนกข.  ถ้าเล่นตอบกันถึงมิลินทปัญหา    ยังงี้ดิฉันจะเอาอะไรไปตอบล่ะคะ    เพราะถ้าลองพูดกันถึงขั้นนั้น  ก็จะไม่มีทั้งนางฟ้าก. พระพรหม ข. หรือพระพรหม ค.  ทุกอย่างล้วนเป็นสมมุติทั้งสิ้น   เป็นอนัตตา  ยึดถือไม่ได้
แต่ที่เราเริ่มขึ้นบันไดขั้นแรกมา  ยังไต่อยู่ระดับมีตัวมีตน มีชายหญิงอยู่นี่คะ

ที่จริงถ้าลองถึงขั้นพรหมโลกที่เหนือว่าความสุขทางกามแล้วละก็   ความเป็นเพศชายของพระพรหมก็ดูจะไม่จำเป็น  กลายเป็นส่วนเกินเสียด้วยซ้ำ   ตั้งแต่รูปพรหมขึ้นไปทีเดียว
แต่ดิฉันก็สงสัยอย่างคุณนกข.บอกมาน่ะแหละว่าท่านผู้รจนาท่านเป็นชาย  ท่านก็เลยระบุ "รูป"ของพระพรหมออกมาในเพศชาย   ในสมัยโน้น อ่านแล้วก็คงจะสง่างามกว่าบอกว่าไม่มีเพศ หรือบอกว่าเป็นเพศหญิงซึ่งสังคมอินเดียไม่ได้ยกย่องเท่าเพศชาย

ทำให้นึกเลยไปถึงชาติต่างๆของพระพุทธเจ้า   ในชาดก  ไม่ว่าเสวยพระชาติเป็นพญาลิง พญาช้าง  หรือคนในวรรณะใดก็ตาม  
ไม่เคยอ่านพบเลยว่าเคยเสวยพระชาติเป็นเพศหญิง  
ผู้ที่จะเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า หรือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีได้แต่เพศชายเท่านั้น
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 04 เม.ย. 06, 19:38

 ตะกายลงมาจากขั้นปรมัตถ์ มาว่าด้วยสังคมวิทยา

ผมเห็นด้วยกับคุณครูว่า ในสายตาของพระคันถรจนาจารย์ทางพุทธหลายท่าน ดูเหมือนท่านให้ค่าหญิงไว้ต่ำกว่าชายจริงๆ ด้วยสิ เพราะดูเหมือนในความเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดที่ว่านั่น (ยกเรื่องระดับปรมัตถ์ไว้ก่อน) ถ้าชายจะไปเกิดเป็นหญิง ก็ดูจะถือว่าเพราะทำกรรมไว้ จึงต้องไปเกิดในเพศที่ต่ำกว่า ส่วนหญิงถ้าจะได้มาเกิดเป็นชาย ก็ดูจะเชื่อว่าเป็นรางวัล เพราะทำดี จึงมาเกิดเป็นเพศที่สูงกว่า ผมไม่แน่ใจนักว่าเป็นหลักอยู่ในพระไตรปิฎกหรือไม่ อยู่ตรงไหน แต่ว่าผมเคยได้ยินคำสอนของอาจารย์บางท่านทางพุทธท่านว่าไว้ยังงั้นแน่ๆ ครับ

ทำให้สงสัยถามต่อไปได้อีกว่า เอ้า สมมติว่าเราได้เกิดมาเป็นหญิงที่เป็นนิสัยบัณฑิต ครอบครัวดี มีความสมบูรณ์ด้านอื่นๆ เพียงแต่เป็นหญิงเท่านั้น กับให้เกิดมาเป็นทุคตะเข็ญใจ นิสัยทราม เป็นพาลชน ปัญญามืดบอดโง่ แต่เผอิญแค่เป็นชายเท่านั้น อย่างไรจะถือว่าดีกว่ากัน ฮืมฮืมฮืม??

สัตว์นรกมีเพศไหม? ตามในรูปเขียนกะทะทองแดงต้นงิ้วมีเพศ แต่ผมก็ยังสงสัยอยู่ดีว่า ไม่รู้จะมีไปทำไม เมื่อการต้องไปเกิดในนรกนั้นก็เพื่อใช้โทษบาปกรรม รับการทรมานตลอดชั่วนาตาปีทั้งชาติ ไม่มีโรมานซ์แน่ๆ  ไม่มีโอกาสได้ใช้ความเป็นเพศที่ต่างกันให้เป็นอะไรขึ้นมาได้ จะเป็นสัตว์นรกหญิงหรือชายก็แป้ะเอี้ย ผมยังคิดว่าสัตว์นรกน่าจะไม่มีเพศ

ดูเหมือนภพภูมิที่ความเป็นเพศยังจะมีความหมายอยู่ น่าจะเป็นมนุสสภูมิและดิรัจฉานภูมิ ซึ่งยังมีการสืบพันธุ์ สัตว์ในภพภูมิกึ่งๆ ทิพย์อย่างสัตว์หิมพานต์ทั้งหลาย น่าจะยังมีตัวผู้ตัวเมีย อย่างน้อยคนธรรพ์ ฤษีนักสิทธิ์วิทยาธรก็ยังกลัดมันไปปล้ำนางมัคลีผลอยู่  เทวดานั้นถึงจะมีนางฟ้าอยู่ก็จริง แต่ผมนึกภาพฉากรักติดเรทของเทวดากับนางฟ้าไม่ค่อยออก อุตส่าห์เป็นตั้งเทวบุตรเทวธิดาแล้ว ยังจะมามีสุขแบบ "บ้านๆ" เหมือนไอ้เจ้าพวกคนอีกหรือ? ส่วนพรหมก็ดูจะไม่มีเรื่องนี้แน่ๆ  

หลุดเรื่องพรหมไปซะแล้วครับ แต่เรื่องนี้สนุกดี น่าจะถกกันได้อีกกระทู้ ถ้ามหาบาเรียนทั้งหลายท่านไม่ว่า
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 04 เม.ย. 06, 19:39

 อ้าว  เพิ่งเห็น คห. 42 ของคุณครูเทาชมพูครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง