เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 4
  พิมพ์  
อ่าน: 8547 ถึงคุณนิลกังขา กับ ทีมงานวิชาการ
รำเพย
อสุรผัด
*
ตอบ: 27


 เมื่อ 23 มี.ค. 06, 09:01

 สืบเนื่องจาก http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=18&Pid=48366

รำเพย     ขอโทษทีมงานด้วยค่ะ

รำเพยไม่ได้ตั้งกระทู้ให้มาทะเลาะกันนะคะ แค่ตั้งกระทู้เพราะคิดถึงท้าวมหาพรหมแค่นั้นเอง เพราะที่นี่ไม่ใช่เรื่องหัวข้อการเมืองนี่นะ  

ความเห็นของรำเพยมีแค่ว่า จะบ้าไปกันใหญ่แล้ว ที่เอาเรื่องนี้ไปโยงเข้ากับเรื่องการเมืองจนได้ พฤติกรรมแบบนี้ไม่ควรมีเลยจริงๆ
***************

ถึงคุณนิลกังขา

ผู้ป่วยทางจิตที่เราชอบคิดกันว่าเค้าไม่มีเหตุผลน่ะ จริงๆแล้วเค้ามีเหตุผลในการกระทำแต่ละอย่างของเค้านะคะ เพียงแต่ว่ามันก็เป็นจริงอย่างที่คุณนิลกังขาเขียนนั่นแหละค่ะ ว่า เราจะยอมรับได้หรือไม่นั้นอีกเรื่องหนึ่ง ....

ของที่มี ที่สร้างขึ้นได้ ก็ถูกทำลายได้ และก็สร้างขึ้นมาใหม่ได้ ความเสียดายส่วนตัวเราย่อมมี เพราะเป็นสิ่งที่เราเคยเห็นอยู่ทุกวันๆ แต่ชีวิตคนสร้างขึ้นมาใหม่ไม่ได้นะคะ คนนะไม่ใช่ดอลลี่ (แกะ)

ส่วนเรื่องศาลทำไมไม่เป็นศาลพระอินทร์นั้น รำเพยก็คิดเช่นเดียวกันกับคุณนิลกังขาค่ะ การจะตั้งศาลก็ต้องดูว่าตั้งตามความเชื่อใด ในศาสนาพราหมณ์เราท่านก็ทราบๆกันอยู่ดีแล้วว่าพระพรหมนั้นถือว่าเป็นผู้สร้าง เป็นผู้ลิขิตสรรพชีวิตทุกอย่างในโลก  ส่วนพระอินทร์นั้นตามความเชื่อทางลัทธิศาสนาฮินดูจะเชื่อแตกต่างจากความเชื่อในศาสนาพุทธ คือทางฮินดูจะเชื่อว่าพระอินทร์นั้นเป็น 1 ในท้าวจตุโลกบาล คือเป็นโลกบาลประจำทิศตะวันออก* (แต่ทางศาสนาพุทธนั้นโลกบาลทิศตะวันออกคือ ท้าวธตรฐ)  ถัดจากจาตุมหาราชิกภูมิก็ถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาพระสิเนรุราชบรรพต ซึ่งคนไทยก็คงรู้กันดีว่าเป็นที่อยู่ของพระอินทร์  อ่านมาถึงตรงนี้รำเพยก็ถามตัวเองว่า ทำไมพระอินทร์อยู่ทั่วไปหมดอย่างนี้ล่ะ อยู่ทั้งชั้นจาตุมหาราชิก และ ดาวดึงส์ แต่พอคิดให้ดีๆ ถ้าเป็นฮินดูก็จะเชื่อว่าพระอินทร์เป็น 1 ในท้าวจตุโลกบาลนี่นะ นอกจากนั้นทางฮินดูหลังจากสมัยพระเวทแล้วก็ถูกลดความสำคัญลงไป ต้องเป็นรองลงมาจากพระเป็นเจ้าทั้งสาม  คือ พระวิษณุ พระศิวะ และ พระพรหม แถมยังมีการ  degrade พระอินทร์โดยกล่าวว่าพระอินทร์ประพฤติตัวไม่เหมาะสมผิดเมียของฤษี จนโดนสาปให้มีอวัยวะเพศหญิงขึ้นทั้งตัว ซึ่งภายหลังจากฤษีหายโมโหแล้วก็เปลี่ยนให้เป็นรูปดวงตาไปซะ ซึ่งเป็นที่มาของชื่ออีกชื่อหนึ่งของพระอินทร์ว่า ท้าวสหัสนัยน์นั่นเอง

ทีนี้เราก็ต้องมาว่ากันด้วยเรื่องของช้าง เรื่องนี้รำเพยก็สงสัยมานานแล้วค่ะว่าทำไมมีช้างอยู่บนสวรรค์ด้วยล่ะ ในเมื่อสัตว์ขึ้นสวรรค์ไม่ได้ไม่ใช่หรือ อ่านไปอ่านมาก็เลยพบว่าช้างเอราวัณไม่ใช่ช้างสักหน่อย แต่เป็นเทวดาที่ชื่อว่า ไอยราวัณเทพบุตร ซึ่งจะนิมิตร่างให้เป็นช้างเมื่อพระอินทร์จะเสด็จไปไหนๆ   สรุปว่า ช้างก็ไม่ใช่ช้างแฮะ ช้างก็เป็นเทวดานี่เอง

ในเมื่อทางฮินดูลดความสำคัญของพระอินทร์ลงกลายเป็นเทพนิสัยไม่ค่อยจะดี ช้างก็เป็นเทพบุตรแปลงร่าง และถือว่าพระพรหมเป็นผู้สร้าง  ขืนเอาพระอินทร์มาเดี๋ยวพระอินทร์เกิดนึกแผลงมาประพฤติตัวไม่ดีอีก จะเดือดร้อนกันไปหมด แล้วพระอินทร์ในทางความเชื่อฮินดูนี่น่ะตายก็ไม่ตาย เป็นแล้วก็เป็นเลย (ซึ่งต่างกับความเชื่อทางพุทธศาสนาที่พระอินทร์เป็นแค่ตำแหน่ง ใครทำดีก็ไปเกิดเป็นพระอินทร์ได้) อย่ากระนั้นเลย เชิญพระพรหมนี่แหละ  ซึ่งท่านก็เป็นผู้สร้าง ไม่ใช่ผู้ทำลาย ประพฤติดี และเมื่อสร้างทุกอย่างขึ้นมาก็น่าจะดูแลทุกอย่างได้ ดูแล้วก็น่าจะเป็นเหตุเป็นผลดีที่จะอัญเชิญพระพรหมลงมาคุมไอยราวัณเทพบุตรเสียเลยหมดเรื่องหมดราวไป

*อ้างอิงจาก "เล่าเรื่องในไตรภูมิ" บทที่ 7 สวรรคภูมิ
บันทึกการเข้า
รำเพย
อสุรผัด
*
ตอบ: 27


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 23 มี.ค. 06, 09:05

 ปล. ถ้าเขียนผิดขอความกรุณาช่วยแก้ไขให้ด้วยนะคะ เพราะว่ารำเพยแค่สนใจเรื่องพวกนี้เฉยๆ ไม่ได้ร่ำเรียนมาแต่ประการใด ชอบอ่าน ชอบเขียนแค่นั้น
บันทึกการเข้า
รำเพย
อสุรผัด
*
ตอบ: 27


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 23 มี.ค. 06, 09:14

 อีกเหตุหนึ่งที่น่าจะเป็นไปได้ก็เพราะว่า ตามความเชื่อทางฮินดูนั้น พระพรหม เป็นผู้สร้าง และผู้ลิขิตชะตาชีวิตมนุษย์ (ไม่ใช่ผู้ทำลาย อย่างพระศิวะ หรือ ผู้รักษาอย่างพระนารายณ์) ก็น่าจะเป็นสาเหตุให้คนอัญเชิญพระพรหมลงมา เพราะว่าทรงเป็นเทพที่มีความเกี่ยวเนื่องกับดวงชะตา ความเป็นอยู่ของตัวเราด้วยนั่นเอง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 23 มี.ค. 06, 09:24

 ดิฉันก็ยังเสียดายหัวข้อเรื่องศาลพระพรหมและช้างเอราวัณอยู่ค่ะ  
แต่ที่ปิดกระทู้ล่างไปเพราะเห็นว่าความคิดเห็นชักจะแยกซอยออกไปสู่ถนนการเมือง   ทำให้กระทู้ร้อนระอุ
เมื่อคุณรำเพยจูงกลับมาเรื่องเดิม   ดิฉันก็จะมาต่อในกระทู้นี้  ถ้าหากว่าจะแยกซอยไปอีกก็ไปเป็นซอยสวรรค์หรือซอยเทพชั้นต่างๆ  ให้ความรู้กันดีกว่า

คำตอบข้างบนนี้ของคุณรำเพย  นับว่าน่าฟัง   ถ้าคุณนกข.ว่างคงจะเข้ามาออกความเห็นเพิ่มเติมอีกละค่ะ

เรื่องช้างเอราวัณของพระอินทร์ แท้จริงคือเทพบุตร   นับเป็นการหาทางออกของพราหมณ์แต่โบราณกาลได้ดี ต่อคำถามที่ว่าสัตว์อยู่บนสวรรค์ได้ยังไง
แต่ดิฉันก็ยังมีข้อสงสัยเล่นๆ อยู่จนบัดนี้ว่า ในเรื่องรามเกียรติ์   มีตุ๊กแกอยู่บนวิมานของพระอิศวร ให้วิรุฬหกเอาสังวาลย์ฟาดจนเขาพระไกรลาสเอียงกะเท่เร่
แสดงว่าตุ๊กแกตัวนั้นอยู่บนวิมานเทวดาได้?  หรือถือว่าเป็นยอดเขาไกรลาสไม่ใช่สวรรค์?
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 23 มี.ค. 06, 09:29

 ต๊กกะใจ เห็นชื่อผมเป็นหัวข้อกระทู้

เข้ามารับทราบครับผม

เรื่องจตุโลกบาล น่าจะคุยกันได้เป็นอีกกระทู้ยาวๆ เลย เรื่องมีแยะ ดูเหมือนคุณติบอก็สนใจอยู่ เห็นพูดถึงจตุโลกบาลจีนไว้ในกระทู้ "ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ" ของคุณครูนิรันดร์

จตุโลกบาลมีหลายตำรา ฮินดูก็มี พุทธก็มี พุทธมหายานทางจีนก็มี ตำราหนึ่งอย่างคุณรำเพยว่า ให้พระอินทร์เป็นหนึ่งในสี่จตุโลกบาล (แต่ตำราอื่นก็ไม่นับ)

ประตูวังหลวงของไทยเราเองผมจำชื่อได้ 4 ประตู ชื่อคล้องจองกัน คือ ประตูพระอินทร์อยู่ชม ประตูพระยมอยู่คุ้น ประตูพระวรุณอยู่เจน ประตูพระกุเวรอยู่เฝ้า ผมไม่แน่ใจนักว่า เป็นการตั้งตามจตุโลกบาลตำราใดตำราหนึ่งหรือเปล่า
บันทึกการเข้า
รำเพย
อสุรผัด
*
ตอบ: 27


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 23 มี.ค. 06, 09:35

 เอ..... ถ้าจำไม่ผิด ตุ๊กแกไม่ใช่ตุ๊กแกนี่คะ   เดี๋ยวไปเปิดตำราก่อนดีกว่าชักอยากรู้เหมือนกัน

ส่วนเรื่องประตูวังหลวง รำเพยคิดเอาเองว่าน่าจะถือความเชื่อพราหมณ์นะคะ เพราะว่าทางฮินดูนี่ก็ ตะวันออกพระอินทร์, ใต้พระยม, ตะวันตกพระวรุณ, และ เหนือพระกุเวร ตรงตามนั้นเลยล่ะค่ะ

ไปคุ้ยๆหาเรื่องตุ๊กแกต่อละค่ะ ยิ้ม
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 23 มี.ค. 06, 09:35

 ถ้าผมจำนิทานพุทธเรื่องมฆะมานพได้ไม่ผิด (คือเรื่องชาติก่อนของท้าวมัฆวาน หรือพระอินทร์ แต่เป็นพระอินทร์พุทธไม่ใช่พระอินทร์ฮินดู) เทพเจ้าเอราวัณนั้นนัยว่าชาติก่อนเป็นช้างของมฆะมานพ ช่วยนายทำบุญสร้างกุศล จึงตามขึ้นมาเกิด (เป็นเทพบุตร) บนสวรรค์ด้วยเมื่อมฆะมานพมาเกิดเป็นพระอินทร์ เวลาพระอินทร์จะไปไหนก็จำแลงตัวเป็นช้างให้พระอินทร์ขี่

ส่วนตุ๊กแกตัวนั้นที่จริงเป็นเทพองค์ไหน จนด้วยเกล้าครับ สงสัยว่าน่าจะเป็นเขาไกรลาสไทยจึงมีตุ๊กแก เพราะบ้านคนไทยเผอิญมีตุ๊กแกอยู่เป็นปกติ เขาไกรลาสฉบับฮินดูดั้งเดิมน่าจะไม่มีตุ๊กแก เพราะพราหมณ์แกไม่น่าจะคุ้นเคยกับตุ๊กแกเท่าคนไทย
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 23 มี.ค. 06, 09:41

 สงสัยต่อว่า เทพพาหนะของสามมหาเทพของพราหมณ์ก็เป็นสัตว์ทั้งนั้นนี่นา เช่นโคอุสุภราชหรือว่าพระนนทิ วัวของพระอิศวร (ใช่เปล่า?) หงส์ของพระพรหม (ซึ่งผมไม่รู้จักชื่อ รู้แต่ว่าเป็นหงส์) และพญาครุฑและพญานาคราชของพระวิษณุ เอาละอาจจะยกครุฑกับนาคไว้เพราะอาจจะถือว่าไม่ใช่สัตว์เดรัจฉาน เป็นสัตว์ทิพย์ประเภทหนึ่ง เอ๊ย สองประเภท แต่วัวกับหงส์น่ะมันสัตว์แหงๆ นี่ครับ?
บันทึกการเข้า
รำเพย
อสุรผัด
*
ตอบ: 27


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 23 มี.ค. 06, 09:45

   รามเกียรติ์หาย    (ท่าทางแม่จะปาทิ้งไปตอนเราไปอยู่เมืองนอก เห็นบ่นๆว่าปลวกขึ้นบ้าน)

แล้วจะหาตุ๊กแกเจอได้ยังไงเนี่ย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 23 มี.ค. 06, 10:16

 ตอนนี้ ชาวเรือนไทยกำลังหาสัญชาติและทะเบียนบ้านพาหนะของเทพเจ้ากันให้วุ่น
โคนนทิของพระอิศวร   เป็นเทพบุตรค่ะ   อยู่บนสวรรค์เป็นเทพ ไปไหนมาไหนก็จำแลงร่างเป็นวัว
คุณนิลกังขาหาบทความ เรือนพระนนทิการอ่านดูสิคะ
นับว่าพราหมณ์หาทางออกให้ได้สวยงามตามเคย

ส่วนครุฑ ทะเบียนบ้านในเรื่องกากี ระบุว่าอยู่ที่ป่าฉิมพลี    ต้องข้ามสีทันดรไป  ก็เท่ากับอยู่ในโลกมนุษย์  ไม่ได้อยู่บนสวรรค์
นาค ที่ชื่ออนันตนาคราช มีทะเบียนบ้านอยู่ที่เกษียรสมุทร หนึ่งในสี่ของทะเลที่คั่นทวีปทั้งสี่    เกษียรสมุทรเป็นรีสอร์ทของพระนารายณ์
แต่นาคที่เหลือมีสำมะโนครัวอยู่ใต้พิภพ  เป็นบริวารของหนึ่งในสี่ของท้าวจตุรบาล จำไม่ได้ว่าท้าวกุเวรหรือองค์ไหน

โอ๋ คุณรำเพยใจเย็นๆ    จะเอารามเกียรติ์เล่มไหนล่ะคะ  ดิฉันมีอยู่บนชั้นหนังสือ
บันทึกการเข้า
รำเพย
อสุรผัด
*
ตอบ: 27


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 23 มี.ค. 06, 10:28

 คุณ นกข. เรื่องหงส์ตอบยังไม่ได้ค่ะ แต่ว่าเรื่องวัวตอบได้ละ

วัวของพระอิศวรนี่ก็คล้ายกับช้างของพระอินทร์เลยค่ะ คือ วัวที่ไม่ใช่วัว

มีที่มา 3 ตำราก็ว่าต่างกันไปเช่นนี้

ความเชื่อที่ 1

โคนนทิ หรือ โคอุศุภราช ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากพ่อโค แม่โคเหมือนกับโคอื่น ๆ แต่ว่าเป็นลูกของมหาเทพกับนางโคสุรภี นางโคสุรภีนี้ก็เป็นของวิเศษที่จุติขึ้นมาจากการกวนเกษียรสมุทรนั่นเอง เพราะฉะนั้นโคนนทิก็ไม่ใช่วัวปกติๆนะคะ ลูกเทพเจ้าเชียวนะ

ความเชื่อที่ 2

เชื่อว่าเป็นเทพบุตรนามว่า นนทิ มีหน้าที่ดูแลสัตว์สี่เท้าที่อยู่ในป่าใกล้ๆกับเขาไกรลาส เทพนนทิมักจะนิมิตองค์กลายเป็นโคเผือกให้พระศิวะประทับเป็นเสมือนพาหนะประจำพระองค์

ความเชื่อที่ 3

เพิ่มเติมจากความเชื่อที่ 2 ออกไปอีกว่า เทพนนทินั้นนอกจากเป็นพาหนะคู่ใจของพระศิวะแล้วก็ยังมีหน้าที่ตีตะโพนให้จังหวะในขณะที่พระศิวะร่ายรำ จึงมีความสำคัญมากกว่าเป็นเพียงแค่พาหนะธรรมดาๆเท่านั้น คนจึงนิยมบวงสรวงโคนนทิร่วมกันไปด้วย

ส่วนเรื่องหงส์...รำเพยยังจนปัญญาอยู่ค่ะ หาทางอธิบายไม่ได้จริงๆ
บันทึกการเข้า
รำเพย
อสุรผัด
*
ตอบ: 27


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 23 มี.ค. 06, 10:32

 อ้าว รำเพยมัวแต่พิมพ์ กว่าจะพิมพ์เสร็จ อาจารย์เทาชมพูอธิบายไปเรียบร้อยแล้ว แหะ แหะ

อิอิ ขำ ทะเบียนบ้านของพาหนะเทพเจ้า

เรื่องรามเกียรติ์ ไม่เป็นไรค่ะ ไว้มีงานสัปดาห์หนังสือค่อยไปซื้อเอาใหม่ ท่าทางว่าเล่มเก่ามันคงพรุนจนแม่เก็บไว้ไม่ไหวแล้วแน่ๆเลย
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 23 มี.ค. 06, 13:15

รับทราบครับผม ผมไม่ได้คาดคิดว่าการเข้ามาเตือนของผมจะทำให้เข้าใจผิดกันใหญ่โต ต้องขออภัยทุกๆท่านด้วยที่มีส่วนทำให้กระทู้เดิมสะดุดไป ขอเชิญคุยกันเรื่องพระพรหมต่อได้ตามสะดวกครับ  
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 23 มี.ค. 06, 16:14

 เรื่องพญาหงส์ หรือขุนห่าน พาหนะของพระพรหมนะครับ (โองการแช่งน้ำเรียกเป็น "ขุนห่าน" - โอมไชยะชัย ไขโสฬสพรหมญาณ บานเศียรเกล้า เจ้าคลี่บัวทอง พระผยองเหนือขุนห่าน... แล้วยังไงต่อก็จำไม่ได้)

ผมคิดเล่นๆ ต่อไปว่า อย่างที่ผมบอกแล้วในกระทู้โน้น พระพรหมธาดาเป็นหนึ่งในสามมหาเทพก็จริง แต่ได้รับความสนใจจากมนุษย์ชาวฮินดูน้อยที่สุดในสามองค์ก็ว่าได้ เพราะมัวแต่เกทับบลั๊ฟแหลกกันว่า พระอิศวรหรือพระนารายณ์ใครกันแน่ที่ใหญ่ที่สุดในสามมหาเทพ มีการแต่งตำนานเกทับกันไปกันมา แต่จะตำนานไหนก็ตาม น่าสงสารพระพรหมอยู่อย่างคือ พระพรหมก็ดูเหมือนจะทรงฤทธิ์น้อยที่สุดไปทุกตำนานทุกเรื่อง

ในเมื่อเช่นนั้น เกร็ดฝอยต่างๆ ของพระพรหมในฐานะปัจเจกบุคคล เอ๊ยปัจเจกเทพองค์หนึ่ง ก็อาจจะมีผู้แต่งเรื่องถวายเพิ่มรายละเอียดน้อยกว่าอีกสองมหาเทพ พญาหงส์ตัวนั้นก็เลยไม่มีชื่อ เป็นไปได้มั้ยครับ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 23 มี.ค. 06, 16:22

แต่ก็ขอตั้งข้อสังเกตไว้เหมือนกันว่า ศาสนาพราหมณ์ฮินดูก็มีความสุขุมลุ่มลึกหลายระดับ ทั้งระดับเทพเจ้าที่เป็นเรื่องนิยายตื่นเต้นมีสีสันสนุกสนานเอาไว้หลอกเด็ก เอ๊ย เอาไว้ปลอบประโลมใจศาสนิกในระดับหนึ่ง และในระดับปรัชญาอันล้ำลึกลึกซึ้งก็มีเหมือนกัน สำหรับตอบสนองความต้องการทางปัญญาของศาสนิกอีกระดับหนึ่ง

ในบางระดับที่ว่านี่ "พรหม" นั้นเป็นภาวะอันสูงสุดหรือปรมาตมัน ที่แผ่ซ่านทั่วสากล ครอบคลุมทั่วสากล ยิ่งใหญ่ที่สุดในสากลจักรวาล แต่ "พรหม" หรือ "ปรมาตมัน" นั้นจะว่าเป็นสิ่งเดียวกับท่านท้าวมหาพรหมที่มีสี่หน้าหรือไม่ก็อาจจะไม่ใช่ พระพรหมธาดาในนิยายฮินดูนันเป็นเทพองค์หนึ่ง มีพระภาวะเป็นบุคคล ถึงจะเถียงว่าท่านเป็นการแสดงตัวรูปหนึ่งของ "พรหม" อันเป็นสภาวะสูงสุดก็คงได้ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งเดียวกันร้อยเปอร์เซ็นต์กับพรหมในความหมายหลังนี้อยู่ดี กล่าวอีกทีก็คือ สภาวะ "พรหม" ครอบคลุมพระพรหมที่เป็นบุคคลด้วย (และถ้าว่าตามความเชื่อฮินดู ครอบคลุมถึงทุกสิ่ง) แต่พระพรหมที่เป็นบุคคลเป็นเทพ ไม่ครอบคลุมไปถึงพรหมสภาวะทั้งหมด ถ้าพูดถึงพรหมในความหมายที่เป็นสภาวะ ก็คงไม่มีหงส์เป็นพาหนะแน่ครับ เพราะท่านก็คือหงส์ หงส์คือท่าน และท่านก็เป็นทุกอย่างที่ไม่ใช่หงส์ด้วยในทางศาสนาฮินดูในระดับการอธิบายระดับนี้ ก็ถือว่า การเข้าถึงพรหม นั้น คือการเข้าสู่สภาวะสูงสุดที่จะเป็นไปได้ หรือเรียกว่าการที่อาตมันเข้ารวมเป็นหนึ่งกับปรมาตมัน ซึ่งเทียบได้คล้ายๆ (แต่ไม่ตรงกันทีเดียวนัก) กับพระนิพพาน ของทางพุทธครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.047 วินาที กับ 19 คำสั่ง