เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 6864 พระพรหมเอราวัณถูกทำลาย
รำเพย
อสุรผัด
*
ตอบ: 27


 เมื่อ 21 มี.ค. 06, 05:10

 เช้านี้ตื่นมาเปิดทีวีฟังข่าวก็ตกใจจนนอนต่อไม่ได้ เพราะว่าได้ข่าวร้ายว่าพระพรหมเอราวัณถูกทุบทำลายเสียหายไปทั้งองค์ กำลังตกใจ แต่ก็ยังไม่วายสงสัยว่าแล้วจะเป็นอย่างไรกันต่อไป  แต่ก่อนเวลาไปเรียนแถวสามย่านก็ผ่านทุกวันๆ ยกมือไหว้ทุกวัน ต่อไปนี้ไม่มีแล้วหนอ เฮ้อ

ตะลึง ชายวิกลจริตบุกทุบศาลพระพรหมเอราวัณแตกละเอียด
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 21 มีนาคม 2549 04:51 น.  
 
 
              เมื่อเวลา 01.30 น.ที่ผ่านมา เกิดเหตุชายวิกลจริตทราบชื่อภายหลัง คือ นายธนากร ภักดีมากใช้ฆ้อนทุบศาลพระพรหมเอราวัณ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ จนแตกละเอียด จากนั้นพยายามหลบหนี แต่ถูกพลเมืองดี 5 - 6 ที่อยู่บริเวณนั้นเข้ามาจับตัว จนเกิดการต่อสู้ เป็นเหตุให้นายธนากร เสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี เข้าไปสอบสวนเพื่อขยายผลและติดตามคนร้ายที่ฆ่านายธนากรแล้ว
 
 
 http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9490000038081  
บันทึกการเข้า
รำเพย
อสุรผัด
*
ตอบ: 27


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 21 มี.ค. 06, 05:29

 เรื่องกำเนิดพระพรหมนั้นสำหรับเวปนี้คงไม่ต้องเล่ากระมังคะ เพราะว่าท่านผู้อ่านคงจะรู้กันดีอยู่แล้ว รำเพยไม่กล้าเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน (เขินค่ะ ความรู้มีเท่าปลายก้อย)

พบรายละเอียดสาเหตุการก่อสร้างพระพรหมเอราวัณจาก เวปหนังสือสารคดี เห็นว่าน่าสนใจดี ตัดตอนเอามาฝากกันค่ะ

...ที่มาของพระพรหมเอราวัณนั้น นาวาเอก สมภพ ภิรมย์ สถาปนิกผู้มีชื่อเสียงท่านหนึ่งเล่าไว้ว่า ในราว ๔๐ กว่าปีก่อน ครั้งเปิดโรงแรมเอราวัณในช่วงแรก ๆ นั้น ได้มีเหตุการณ์ที่ "มนุษย์ไม่อาจทราบได้" พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ ซึ่งรับผิดชอบ ควบคุมการก่อสร้างอาคารหลังนี้ จึงไปกราบเรียนพลเรือตรี หลวงสุวิชานแพทย์ ซึ่งเป็นอาจารย์ทางเทววิทยา ซึ่งได้ตรวจสอบตามวิธีการของท่าน ทราบว่า นาม "เอราวัณ" เป็นช้างของเทพเจ้าบนสรวงสวรรค์ การเอาพระนามเอราวัณ มาเป็นชื่อโรงแรมจำเป็นต้องแก้ไข ฉะนั้นท่านอาจารย์ พล.ร.ต. หลวงสุวิชานแพทย์ ร.น. จึงได้ขอให้ พล.ต.อ. เผ่าบนบานศาลกล่าว ตั้งศาลท้าวมหาพรหมขึ้นล้างอาถรรพ์ และได้อัญเชิญพระรูปท่านท้าวมหาพรหม มาประดิษฐานสำเร็จเรียบร้อย นับแต่ได้ตั้งศาล และได้ทำการบูชาถูกต้อง ตามวิธีการของ พล.ร.ต. หลวงสุวิชานแพทย์ ร.น. เรียบร้อยแล้ว กิจการของโรงแรมก็เจริญก้าวหน้า มีผู้คนทั้งชาวไทยชาวต่างประเทศ เข้ามาสักการบูชาเป็นจำนวนมาก ทั้งนักธุรกิจ นักพนัน นักเรียนที่ปรารถนาจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย เด็กเล็กที่จะสอบเข้าชั้นอนุบาล ที่พ่อแม่จูงมาไหว้พระพรหม หรือกระทั่งสุภาพสตรีที่เข้าประกวดนางงาม ก็ยังมีมาแก้บน รำถวายพระพรหมกันอยู่เสมอ

ที่มา http://www.sarakadee.net/feature/2001/05/gathering_gods.htm  
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 21 มี.ค. 06, 17:44

 ก็น่าเสียดายครับ

องค์พระพรหมเอราวัณ สร้างและประดิษฐาน ปลายปี 2499 ปีนี้ 2549 ก็เกือบๆ 50 ปีแล้ว
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 21 มี.ค. 06, 18:03

 ผมเข้าใจว่า แม้ในอินเดียแดนกำเนิดของศาสนาฮินดูเองก็มีศาลพระพรหม คือศาลที่อุทิศถวายเฉพาะพระพรหมธาดา เพียงไม่กี่แห่ง เผลอๆ จะแห่งเดียวเอาด้วยซ้ำ เพราะนิกายย่อยของศาสนาพราหมณ์ฮินดูที่สำคัญมีเพียง ไศวนิกาย นับถือพระศิวะ และ ไวษณนิกาย นับถือพระวิษณุ เท่านั้น

ที่ว่านับถือพระศิวะหรือพระวิษณุนั้นไม่ได้หมายความว่าไม่นับถือพระพรหม หมายเพียงว่า ในบรรดาเทพเจ้าสูงสุดสามมหาเทพ พระศิวะ (หรือพระอิศวร) พระพรหม พระนารายณ์ (หรือพระวิษณุ) นั้น มนุษย์สาวกพระศิวะก็เห็นว่าพระศิวะเป็นเทพสูงสุด สาวกพระนารายณ์ก็เห็นว่าพระนารายณ์เป็นเทพสูงสุดเท่านั้นเอง และมีการแต่งตำนาน เกทับกันไปกันมาด้วย ว่าใครใหญ่สุดนี่แหละครับ แต่ที่น่าน้อยใจแทนพระพรหมก็คือ ไม่ค่อยจะมีใครเห็นว่าพระพรหมเป็นเทพสูงสุดเลยสักคน

ยกเว้นในเมืองไทยนี่แหละ ตามที่คุณหลวงสุวิชาน์ฯ ท่านนั่งทางในและกำหนดให้ทำพิธีสร้างศาลพระพรหม จนทำให้ท่านท้าวมหาพรหมที่เอราวัณดังไปทั่วเมืองไทยและเอเชีย

คนจีนฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ หลายๆ คนนับถือพระพรหมที่เมืองไทยนี่มาก ในภาษาจีนมีความเข้าใจผิดนิดหน่อย เพราะไพล่ไปเรียกท่านว่า ซื่อเมี่ยนโฝ แปลว่าพระพุทธเจ้าสี่หน้า คือเกณฑ์ให้ท่านเป็นพระพุทธไม่ใชพระพรหม
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 21 มี.ค. 06, 22:51

 คุณรำเพยตกใจ เมื่อกี้ได้ฟังปราศรัยก็ยิ่งตกใจใหญ่ เขาเล่าว่าข่าววงในแจ้งว่าการทุบพระพรหมเป็น a set up. แก้เคล็ด
คนทุบตายทันทีอีกต่างหาก a shut up.
บันทึกการเข้า
รำเพย
อสุรผัด
*
ตอบ: 27


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 22 มี.ค. 06, 08:21

 ตกใจตอนฟังปราศรัยยังไม่เท่ากับที่เศร้าใจที่เห็นผู้ปราศรัยเอาเรื่องนี้มาหาประโยชน์น่ะค่ะ

พูดออกมาได้ยังไงก็ไม่รู้ ฟังไปฟังมาแล้วเหมือนกล่าวหาคนโดยไม่มีหลักฐานอะไร เลยชักไม่แน่ใจว่าไอ้ที่ผ่านๆมาโดยตลอดนี่น่ะ พูดเพราะมีหลักฐานจริงๆ หรือว่าพูดเพราะความแค้นส่วนตัวกันแน่  ฟังเมื่อวานแล้วเหมือนว่าจะเอาอะไรก็ได้มาพูดให้คนโกรธแค้น

เฮ้อ บ้านเมืองเรานี่นะ เป็นไปได้ปานนี้
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 22 มี.ค. 06, 09:23

 ได้ยินข่าวเรื่องนี้เลยนึกถึงภาพของญาติผมคนหนึ่งที่เคยโพสต์ไว้ในกระทู้ ภาพเมืองไทยในอดีต 4 http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=37754&page=2 เป็นภาพเก่าสมัยที่เธอยังเป็นเด็กๆที่ไปยืนโพสต์กับพระพรหมเอราวัณสมัยเมื่อสี่สิบกว่าปีมาแล้ว (Feb 1966) ในภาพจะเห็นร้าน Star of Siam เป็นฉากหลังตอนนี้กลายเป็นห้าง Central World Plaza ไปแล้ว สมัยนั้นพระพรหมท่านยังไม่ Go inter คนยังไม่มาสะการะมากมายเหมือนอย่างสมัยนี้ สี่แยกราชประสงค์ยังไม่มีรถติดเหมือนสมัยนี้ ไม่มีเสารถไฟฟ้า กับ Skywalk แหะๆๆ

กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ไปซะแล้ว  


 
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 22 มี.ค. 06, 09:43


มุมใกล้เคียงกับรูปข้างบน แต่เวลาห่างกันสี่สิบปี ...

บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 22 มี.ค. 06, 09:48



รูปนี้คงถ่ายเอาไว้อยากน้อยก็ปีหรือสองปีที่แล้ว เพราะปัจจุบันใต้ทางเดินรถไฟฟ้ามีทางคนเดิน Sky walk เชื่อมจากสยามมาถึงสี่แยกราชประสงค์เลยไปยังเซนทรัลชิดลมนู่น

มีบทความในเว็บไซต์ของวารสารสารคดีน่าสนใจดี เลยเอามาฝากครับ ชื่อเรื่อง "ต ล า ด นั ด เ ท พ เ จ้ า"

 http://sarakadee.net/feature/2001/05/gathering_gods.htm

"สี่แยกราชประสงค์เป็นย่านธุรกิจอันคึกคักที่สุด แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ นอกไปจากซีกด้านโรงพยาบาลตำรวจแล้ว รอบข้างล้วนแออัดด้วยโรงแรมต่าง ๆ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า พลาซ่านานา ผุดประชันกันทุกทิศ และที่น่าสังเกตก็คือ มิใช่เพียงบริษัทธุรกิจเท่านั้น ที่กำลังเผชิญหน้ากัน หากยังมี "รูปเคารพ" ภายใต้ฉายาของเทพเจ้าต่าง ๆ ในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ทั้งพระพรหม พระวิษณุ พระลักษมี พระอินทร์ พระพิฆเณศวร ตั้งเป็นเทวสถาน ศาล หรือกระทั่งยืนตระหง่านอยู่หน้าบริษัทธุรกิจอย่างโดดเด่น อลังการ ประจันหน้ากันอยู่ด้วย !

  จนราวกับว่า เทพเจ้าทั้งหลาย ได้พากันเดินพาเหรดจากอินเดีย มายึดหัวหาดประเทศไทย เป็นที่ตั้งตำหนักไปแล้วก็ไม่ปาน !"
บันทึกการเข้า
อ๊อฟ
ชมพูพาน
***
ตอบ: 167

SIIT, TU


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 22 มี.ค. 06, 12:43

 ชอบทั้งสองภาพของคุณจ้อในความเห็น 6 และ 7 เป็นการเปรียบเทียบที่ชัดเจนจริงๆ
บันทึกการเข้า
i'm boring
อสุรผัด
*
ตอบ: 15


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 22 มี.ค. 06, 13:05

 เห็นด้วย กับความเห็น 4 และ 5
แต่สิ่งที่ผมตกใจยิ่งกว่าการถูกทำลาย พระพรหม ก็คือ ความป่าเถื่อนของคนไทย ที่รุมประชาทัณฑ์จนมีผู้เสียชีวิต และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ หนังสือพิมพ์ ฉบับต่างๆ และความเห็นของคนจำนวนหนึ่ง มุ่งแต่วิจารณ์ในด้าน ความเสียดายที่ศาลพระพรหมถูกทำลาย ด้านการเมือง เป็นลางบอกเหตุร้ายต่างๆ หรือ เป็นการสูญเสียด้านการท่องเที่ยว แต่มิได้มีการวิจารณ์ถึงการรุมประชาทัณฑ์นี้เลย ต่อให้คนผู้นี้ทำลายศาลด้วยสติสัมปชัญญะ ก็ไม่น่าจะถูกรุมทำร้ายจนเสียชีวิตเช่นนี้
บันทึกการเข้า
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

เรียนจบแล้ว


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 22 มี.ค. 06, 17:09

 ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับคุณคนน่าเบื่อครับ
ถ้าจะพูดตรง ๆ ท้าวมหาพรหม หล่อใหม่ได้
แต่ชีวิตคน จะทำเหมือนรูปปั้นรูปเคารพไม่ได้
น่าเห็นใจ และสงสารญาติของชายผู้เคราะห์ร้ายผู้นั้น ที่ต้องเสียสมาชิกในครอบครัวอย่างไม่มีวันกลับ

ขอนอกเรื่องนะครับ
ผมเคยได้ยินวิธีการรักษาคนวิกลจริตโดยไม่ต้องใช้ยา แต่นึกไม่ออกว่าปัจจุบันมีอยู่หรือเปล่า
บันทึกการเข้า

ไม่เห็นใครแน่นอน
รำเพย
อสุรผัด
*
ตอบ: 27


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 22 มี.ค. 06, 18:21

 ชอบรูปในความเห็นที่ 6 มากเลยค่ะ ดูแล้วกรุงเทพดูสงบดีจัง เห็นแล้วก็แอบเศร้าใจลึกๆ บางครั้งคนเราเรียกร้องความเปลี่ยนแปลงในสังคม เรียกร้องหาความก้าวหน้า เรียกร้องหาความทันสมัย จนลืมหันมามองความก้าวหน้าทางจิตใจ ความสงบทางใจ ความมีสติดูจะถดถอยลงไปทุกวันๆ

เรื่องการรุมทำร้ายคนที่ทุบพระพรหมจนตายนั้น มองเฉยๆก็อาจจะคิดไปว่าทำเกินไป ไม่น่าลงโทษกันถึงตาย แต่ถ้าใครเคยเห็นคนที่เกิดอาการคลุ้มคลั่งจะเข้าใจค่ะว่าในกรณีนี้ คนๆนั้นน่ากลัวมากนะคะ เพราะนอกจากแรงที่เกิดจากอดรีนาลินแล้วก็ยังมีอาวุธในมืออยู่อีก แรงคนที่กำลังคลุ้มคลั่งน่ะ เจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วย 4 คนยังเอาแทบไม่อยู่เลย แรงไม่น้อยนะคะ ส่วนอีกด้านก็คน 3-4 คน ที่กำลังโกรธแค้น มันก็เลยเกิดเป็นการกระทำที่รุนแรงกว่าปกติด้วยน่ะค่ะ  ถ้าตามหลักจิตวิทยาก็คงบอกว่ามันเป็นเรื่องของจิตวิทยาแบบกลุ่ม (group psychology) ซึ่งถ้าคนเหล่านี้อยู่แยกๆกัน ก็อาจจะตอบโต้อีกลักษณะหนึ่ง แต่นี่หลายคนมีความโกรธแค้นเหมือนๆกัน มาอยู่ร่วมด้วยกัน การแสดงออกก็เลยรุนแรงกว่าที่ควรจะเป็น

สาเหตุที่ทำให้เกิดการรุมทำร้ายจนตายนั้น ... เข้าใจได้ค่ะ

แต่ที่น่าตกใจคือ มุมมองและแนวคิดของสังคมที่มีต่อพฤติกรรมนี้ต่างหาก


หลายคนแสดงความเห็นว่า สมน้ำหน้าแล้ว สมควรแล้ว โดนลงโทษทันตาเห็น แม้กระทั่งพ่อของผู้ตายก็บอกว่าเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ เสียใจแต่ไม่ติดใจเอาโทษกับคนที่ทำร้ายลูกตน รำเพยฟังแล้วก็ได้แต่คิดในใจว่านี่มันอะไรกัน  เดี๋ยวนี้สังคมเราจิตใจคนเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ

เรื่องนี้ รำเพยมีความเห็นส่วนตัวว่าเป็นเรื่องของคนไม่รู้จักหน้าที่ของตนโดยแท้
-พ่อผู้ตายก็กล่าวโทษตำรวจว่า เรียก 191 มาแล้วแต่ไม่ยอมมาช่วยจับลูกของตนตอนที่ออกอาการคลุ้มคลั่ง ..... ตำรวจไม่ได้มีหน้าที่เลี้ยงลูกให้ใครนะคะ ลูกตนตนก็มีหน้าที่ต้องดูแลให้กินยา ต้องพาไปหาหมอ ถ้าลูกต้องอยู่โรงพยาบาลก็ต้องให้อยู่

-คนที่รุมทำร้าย ก็ไม่ได้ดูว่าตัวเองไม่ได้มีหน้าที่ไปทำร้ายใคร ทำได้อย่างมากก็แค่จับตัวไว้รอตำรวจ ไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินและลงโทษ ..... เรื่องนี้ก็ทำเกินหน้าที่พลเมืองดีไปอีกนั่นแหละ

----------------------------------------------------
ส่วนนี้ตอบคุณศรีปิงเวียงค่ะ

เรื่องของการรักษาคนวิกลจริตโดยไม่ต้องใช้ยาก็ยังพอมีค่ะ แต่ว่ามันแล้วแต่ว่าเป็นคนที่มีความผิดปกติเพราะอะไร และ มากน้อยแค่ไหน ใช้แค่คำว่า "วิกลจริต" เฉยๆ มันจะเป็นคำที่กินความหมายกว้างน่ะค่ะ เพราะคำว่า "คนบ้า" ในความหมายอย่างไทยๆนี้น่ะ จริงๆแล้วพอแบ่งแยกย่อยลงไปความรุนแรง และสาเหตุของการเกิดอาการแต่ละอย่างมันแตกต่างกันไปค่ะ บางชนิดใช้วิธีควบคุม หรือ ปรับพฤติกรรม พอจะสามารถรักษา หรือบรรเทาอาการได้ แต่โรคบางชนิดที่เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในร่างกายทำให้มีอาการ "บ้า" นั้นรักษาไม่ได้ ได้แต่คุมด้วยยาเท่านั้นก็มีค่ะ
บันทึกการเข้า
Nuchana
สุครีพ
******
ตอบ: 979


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 22 มี.ค. 06, 19:23

 คุณรำเพยแน่ใจได้อย่างไรคะ ว่าจะไม่มี "Conspiracy theory" มาเกี่ยวข้อง ดิฉันสู้ทำใจเป็นกลาง
ไม่ด่วนเชื่ออะไร โดยปราศจากมูลเหตุอันควร แต่ลองดูข้างล่างสิคะ

.....ขณะที่ นายสุรเกียรติ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (21 มี.ค.) ได้ให้หัวหน้าฝ่ายเทศกิจข้าราชการ ซี 7
ใช้ตำแหน่งประกันตัวนายศักดิ์ศรี กลิ่นบัว และนายเกษมศักดิ์ การุณวงศ์ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาไปแล้ว
หลังจากประกันตัวออกมาทั้งสองคนก็ไปทำงานเหมือนเดิมตามปกติไม่มีปัญหาอะไร

 http://www.komchadluek.net/news/2006/03-22/p1--68885.html


โทษของการทุบพระพรหม ไม่ใช่ death penalty ลูกจ้างของ กทม. 2 คน ไปทำร้ายเขาตาย
แล้วธุระอะไรของรองนายกฯ ที่ต้องดูแลผู้ต้องหากันขนาดนี้..... สงสัย สงสัย  จริงจริ้ง

********
เคยถามจิตแพทย์ว่าทำไมคนบ้า ถึงต้องทานยา คำตอบคือสมองของคนบ้า จะหลั่งโปรตีนออกมามาก
ผิดปกติ จึงต้องให้ยาไปสร้างสมดุลในสมอง ซึ่งเป็นส่วนควบคุมระบบของมนุษย์
บันทึกการเข้า
รำเพย
อสุรผัด
*
ตอบ: 27


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 22 มี.ค. 06, 22:08

 คุณ Nuchana คะ รำเพยไม่เชื่อฝ่ายไหนทั้งนั้นแหละค่ะด้วยความเอือมระอากับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ อีกอย่างหนึ่งคือรำเพยอยู่ต่างประเทศมานานจนจับต้นชนปลายเรื่องการเมืองของไทยไม่ได้เสียแล้ว แค่อาศัยสมองเท่าเม็ดถั่วของรำเพยนี่แหละ พิจารณาดูเอาทั้งสองฝ่าย จากข่าวที่พอจะอ่านได้ คิดไปคิดมา ไม่เชื่อสักฝ่าย แค่ว่าไม่เห็นด้วยที่จะเกิดการลากเอากรณีคนทุบทำลายพระพรหมเข้าไปเป็นเรื่องการเมืองก็แค่นั้นเองค่ะ ถึงได้บอกว่า ยิ่งฟังก็เหมือนยิ่งบ้าไปกันใหญ่แล้ว

ส่วนเรื่อง "คนบ้า" ถ้าอ่านตามที่คุณ Nuchana เขียนอธิบายมา ก็คงหมายถึง "คนบ้า" ที่เป็นผู้ป่วยมีอาการของโรคจิตเภท (Schizophrenia) และ ผู้ป่วยที่มีอาการบ้าคลั่ง (Mania) ซึ่งยากลุ่มนี้ก็จะไปขัดขวางการทำงานของ Dopammine ทำให้มันไม่สามารถออกฤทธิ์ได้ อาการทางจิตลดลง

ยาพวกนี้มันรักษาอาการ"บ้า" ไม่หาย แต่ว่าคุมได้แค่นั้นละค่ะ แต่เนื่องจากยาพวกนี้จะมีผลข้างเคียงค่อนข้างสูง คนไข้ที่ไม่ได้อยู่ในสถานพยาบาล บางครั้งก็เลี่ยงการกินยา ทำให้อาการมันกลับมาอีก การทำให้อาการคงที่ได้นั้นญาติและผู้ใกล้ชิดของผู้ป่วยต้องให้ความร่วมมือด้วย.....ในกรณีที่เกิดขึ้นนี้ การที่หมอไม่ได้รับไว้เป็นคนไข้ใน ก็แสดงว่าอาการที่มีไม่ได้เป็นอันตรายต่อตัวผู้ป่วยและคนอื่น (ถ้ากินยาตามที่ต้องกินอย่างเคร่งครัด) แต่หมอจะทำอะไรได้ละคะ ถ้าญาติผู้ป่วยไม่ให้ความร่วมมือดูแล ให้ยากับผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด ....ผลก็เป็นอย่างที่เราๆท่านๆเห็นกันอยู่นี่แหละ

นี่ละค่ะ ที่รำเพยบอกว่า เรื่องที่เกิดมันเกิดเพราะคนไม่รู้จักหน้าที่โดยแท้จริงๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.043 วินาที กับ 19 คำสั่ง