เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
อ่าน: 19288 สิ้นแล้ว-พระตำหนักหัวมุมสี่แยกพญาไท
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 25908

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 25 มี.ค. 06, 08:43

 ตำหนักนี้มีตำนานอันน่าเศร้า

คนสวนคนนั้น พ้นโทษมาหลายปีแล้วค่ะคุณ UP   แต่เขาก็ติดคุกนานมาก  
นานจนคิดว่าเขาน่าจะแก่ตายเสียในคุก   แต่ก็หนังเหนียวอยู่จนได้รับอิสรภาพ  
แต่ตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า ไม่เคยได้ข่าวเลยค่ะ
บันทึกการเข้า
UP
แขกเรือน
องคต
*****
ตอบ: 516


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 25 มี.ค. 06, 09:06

 ขอบพระคุณคุณเทาชมพูสำหรับข้อมูลเรื่องคนสวนคนนั้นครับ กำลังสงสัยอยู่เชียวว่าตะแกจะตายอยู่ในคุกแล้วหรือไม่

น่าแปลกที่บ้านเมืองที่ผมระหกระเหินมาอยู่ตอนนี้ แม้ว่าจะไกลปืนเที่ยงอยู่มาก แต่กลับมีหนังสือพระประวัติรวมทั้งรายละเอียดคดีปลงพระชนม์พระนางเธอลักษมีลาวัณ เล่มหนาๆ อยู่ถึง ๒ เล่มซึ่งผมเคยได้อ่านแล้วครั้งหนึ่งที่สถาบันวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอหนังสือนี้อีกในย่านนี้

ทำให้เชื่อได้ว่าคดีฆาตกรรมดังกล่าวคงโด่งดังเป็นที่สนใจอย่างยิ่งของคนจำนวนมากในยุคนั้น ถึงขนาดรวบรวมคดีมาพิมพ์จำหน่ายได้เป็นเล่มๆ แถมยังมีอยู่ในห้องสมุดแทบทุกแห่งตามมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ในเมืองไทย หรือแม้แต่ในต่างประเทศ

หากโอกาสอำนวย ผมจะยืมมาอ่านอีกครั้ง เผื่อจะได้เกร็ดอะไรเพิ่มเติม
บันทึกการเข้า
UP
แขกเรือน
องคต
*****
ตอบ: 516


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 25 มี.ค. 06, 09:25


ผมนึกขึ้นได้ว่ามีพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถที่เคยนำมาลงในเวบนี้เมื่อนานมาแล้ว ฉายในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในงานแสดงแบบเสื้อการกุศลของสมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิคและเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๐๔ ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชทานพระอนุญาตให้จัดขึ้นในบริเวณวังรื่นฤดี สุขุมวิท ๓๘

ในพระบรมฉายาลักษณ์นั้นเห็นได้ว่า พระนางเธอลักษมีลาวัณ เสด็จมาทรงร่วมงานด้วย

โปรดดูพระบรมฉายาลักษณ์ จากซ้ายไปขวา

พระนางเธอลักษมีลาวัณ
สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี
พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

อาจกล่าวได้ว่าเป็นพระรูปท้ายๆ ในพระชนมชีพของพระนางเธอฯ เพราะอีกเพียง ๔ เดือนต่อมาในวันที่ ๒๙ สิงหาคม ศกนั้น ก็ทรงถูกลอบปลงพระชนม์
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 25908

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 26 มี.ค. 06, 07:26

 ข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่ในรอบปี สะเทือนขวัญประชาชน
เป็นการลอบปลงพระชนม์พระบรมวงศานุวงศ์อย่างเหี้ยมโหด  ไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดิน
ตลอดจนไม่คำนึงถึงพระอิสสริยยศของผู้ถูกกระทำ

คุณแม่เล่าให้ฟังว่า ในบั้นปลาย  พระนางเธอฯทรงแยกพระองค์ออกจากเจ้าพี่เจ้าน้อง
มาทรงอยู่โดดเดี่ยวในตำหนักส่วนพระองค์  ไม่มีนางข้าหลวงแวดล้อมอย่างเจ้านายสตรีพระองค์อื่น
โปรดที่จะทำสวน  แต่ก็ทรงระมัดระวังพระองค์เหมือนกัน  เพราะทรงเก็บปืนไว้ในกล่องและนำติดพระองค์ไปด้วย

คนสวนคนนั้นเห็นว่าเป็นเจ้านายสตรี ทรงพระชรา และอยู่ตามลำพัง   ในตู้ชั้นล่างมีเครื่องราชอิสริยาภรณ์  เขาเข้าใจว่าเป็นของมีราคา
ก็เลยย่องเข้ามาทางข้างหลัง  ขณะประทับพรวนดินอยู่  ใช้จอบหรือชะแลงอะไรสักอย่างทำร้ายพระเศียรทางด้านหลัง จนสิ้นพระชนม์
แล้วค้นทรัพย์สินเท่าที่หาได้ หนีไป   ได้ไปแต่เครื่องราชฯ ไม่ได้เครื่องเพชร

เขาเอาไปจำนำ  แต่จำนำไม่ได้ เจ้าของโรงจำนำเห็นผิดสังเกต  ความถึงแตกขึ้นมาให้ตำรวจแกะรอยจับตัวมาได้
เขาก็เลยสารภาพทั้งหมด
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 25908

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 26 มี.ค. 06, 07:30

 ขอติงคุณอัญขยมเจ้าของกระทู้หน่อยเถอะค่ะ
"พระนางเธอลักษมีลาวัณในKing Vijiravudh "
ทำไมเขียนหัวมังกุท้ายมังกรยังงั้นล่ะคะ    คุณเองก็เป็นคนสนใจเรื่องราวในอดีตของไทย  น่าจะเขียนให้ถูกต้อง

เขียนว่า "พระนางเธอลักษมีลาวัณในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว"  
หรือถ้าอยากเขียนสั้นๆ ก็
ในสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ  หรือ ในรัชกาลที่ ๖  
ไม่ได้หรือคะ
บันทึกการเข้า
กอประกาญจน์
อสุรผัด
*
ตอบ: 15


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 26 มี.ค. 06, 13:50

 เมื่อสองสามสัปดาห์ก่อนได้ไปประชุมที่อาคารสิริภิญโญซึ่งอยู่ติดกับพระตำหนักนี้ค่ะ ไปชะโงกดูตรงช่องกระจกข้างลิฟต์จึงเห็นว่าตอนนี้ไม่มีอะไรเหลือเลยค่ะ เขารื้อถอนตัวอาคารออกไปหมดแล้ว เหลือเพียงที่ดินเปล่า ก่อนหน้านี้ยังมีอาคารอยู่นะคะ เขาค่อยๆ รื้อไป ตอนเห็นช่วงหลังๆ ไม่มีหลังคาอยู่แล้วค่ะ เดิมดิฉันไม่ทราบว่าเป็นพระตำหนัก เคยได้ยินว่าเจ้าของบ้านเป็นชาวอินเดียและได้ข่าวว่าบ้านถูกขายทอดตลาด เพิ่งทราบไม่นานนี้เองค่ะว่าเคยเป็นพระตำหนักมาก่อน  

พระตำหนักนี้มีหลายห้องมากค่ะ แต่ละห้องขนาดใหญ่มากด้วย เห็นตอนเขารื้อหลังคาออกนี่ละคะ (ดิฉันไปธุระที่อาคารข้างๆ บ่อยน่ะค่ะ ไปทีไรก็ต้องไปหามุมมองพระตำหนักนี้ทุกครั้ง)น่าเสียดายจริงๆ ค่ะ
บันทึกการเข้า
vun
พาลี
****
ตอบ: 374


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 26 มี.ค. 06, 21:28

 จะเล่าเรื่องพระนางให้ฟังก่อนคือ เสด็จพระวรกัญญา หรือพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวัลลภาเทวี พระองคืเจ้าวรกัญญาปทาน ซึ่งเป็นพระธิดาใน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ กับหม่อมหลวงตาด ประสูติ ณ วังวรวรรณ ซึ่งเป็นพระพี่นางของเสด็จพระองค์ลักษมี ซึ่งเป็นพระคู่มันของรัชกาลที่ 6 แต่แล้วก็เกิดอะใรมิรู้ เกิดถอนมั้นเอาเสีย แล้วพระองค์รัชกาลที่6 ไปเกิดชอบหม่อมเจ้าวรรณพิมล วรวรรณ แล้วก็ทรงรักใคร่กันจนสถาปนาเป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลักษมีลาวัณ และ พระนางเธอลักษมีลาวัน ตามลำดับ      

           ภายหลังที่ทรงได้รับการสถาปนาแล้ว พระนางเธอลักษมีลาวัณ เสด็จมาประทับที่วังซอยพระนาง และทรงเสด็จไปประทับที่ตำบลคลองแสนแสบ เพื่อหลบภัยสงคราม จากนั้นก็เสด็จกลับมาประทับที่ตำหนักลักษมีวิลาส เหตุที่ทรงย้ายมาอยู่(แต่ไม่ใช่ที่วังนี้นะ)เป็นสันโดดเพราะทรงอยากให้ตามแบบฝรั่งคือมีลูกเพียงคนเดียว ซึ่งผมก็ยังงอยู่เพราะพระองค์ไม่มีทายาทสืบสายเลือดพระนางเลย

              ตำหนักลักษมีวิลาส แห่งนี้ ทางทายาทตระกูลวรวรรณเขาปิดร้างไว้ เพราะบอกว่าพระภูมิเจ้าที่ร้ายแรงนัก ใครอยู่ไปจะเกิดความหายนะ (เคยมีคนเห็นสิ่งที่ไม่น่าเห็นที่วังนี้มาแล้วด้วย(โปรดใช้วิจารณญาณในการฟังนะ))รวมถึงพระนางลักษมีลาวัณ ซึ่งพระนางถูกโจรผู้ร้ายรอบปลงพระชนม์ตามด้านบนที่บอกมาทุกประการ ที่นั้นทางทายาทเข้าขายให้กับพวกแขกไปสร้างตึก อะใรเนี่ยแหละไม่เเน่ใจ

              ผมผ่านอยู่บ่อย ๆ โดยมากจะขึ้นสะพาน ผมก็พยายามมองหาพระตำหนักลักษมีวิลาส อย่างใจจดใจจ่อ เมื่อนั้นพระตำหนักยังไม่ถูกรื้อมากมายถึงเพียงนี้ ป็นพระตำหนักคล้ายๆกับวังจันเกษม(หรือไม่ไม่แน่ใจ) มีรั้วสังกะสีสีเขียว ทางเข้าเป็นซุ้มประตูแบบเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา ครำครึไปด้วยความเก่า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการร่วงแล้วแล้วซึ่งพระตำหนักลักษมีวิลาส
บันทึกการเข้า
vun
พาลี
****
ตอบ: 374


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 26 มี.ค. 06, 21:34

 ส่วนตราประจำพระองค์ พระนางเธอลักษมีลาวัณ เป็นรูปเทพธิดาถือดอกบัว และยืนรำละครอยู่บนดอกบัว
บันทึกการเข้า
vun
พาลี
****
ตอบ: 374


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 26 มี.ค. 06, 21:37

 พระนางเธอทรงเป็นผู้ที่ริเริ่มรื้อฟื้นคณะละครปรีดาลัย ของพระบิดากลับคืนมาอีกครั้ง เพื่อระลึกถึงและสืบสานเจตนารมณ์ของพระบิดา

ในขณะทีทรงประทับอยู่ณ พระตำหนักลักษมีวิลาส ทรงใช้เวลาที่ทรงมีอยู่ในการทรงพระนิพนธ์บทกวี และนวนิยายสมัยใหม่เรื่องต่างๆ เช่น ชีวิตหวาม เรือนใจที่ไร้ค่า ยั่วรัก โชคเชื่อมชีวิต ภัยรักของจันจลา และ เสื่อมเสียงสาป เป็นต้น
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 25908

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 26 มี.ค. 06, 21:41

 มองเห็นความกระตือรือร้นของคุณ vun ที่อยากแบ่งปันความรู้    แต่อยากจะให้ไปตรวจสอบกับพจนานุกรมก่อนส่งข้อความ   ตัวสะกดแม้แต่คำง่ายๆก็ผิดอย่างไม่น่าผิด

การเรียบเรียงประโยค อ่านแล้วมึน

***เหตุที่ทรงย้ายมาอยู่(แต่ไม่ใช่ที่วังนี้นะ)เป็นสันโดดเพราะทรงอยากให้ตามแบบฝรั่งคือมีลูกเพียงคนเดียว ซึ่งผมก็ยังงอยู่เพราะพระองค์ไม่มีทายาทสืบสายเลือดพระนางเลย**

หมายความว่าอะไรคะ   การเป็นสันโดด(สะกดผิด) เกี่ยวอะไรกับมีลูกเพียงคนเดียว

การมีลูกเพียงคนเดียว น่ะหรือคือการตามแบบฝรั่ง    
งั้นครอบครัวฝรั่งที่มีลูกหลายคน ก็ไม่ตามแบบฝรั่งน่ะสิคะ
บันทึกการเข้า
Karine!!
ชมพูพาน
***
ตอบ: 130

กำลังค้นหาทางสว่างของชีวิต


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 29 มี.ค. 06, 14:45

 ในฐานะเด็กที่เรียนแถวนั้น...รู้สึกใจหายค่ะ
แต่ก่อนจะเห็นอยู่ว่าเป็นบ้านที่มีลักษณะรูปทรงสวย
(ตอนนั้นไม่ทราบจริงๆว่าเป็นพระตำหนัก ได้มาอ่านกระทู้นี้แล้ว ก็ได้รับความรู้อีกมาก)

ตอนนี้พอผ่านไปแถวนั้นแล้วรูปสึกใจหายจริงๆ ไม่รุ้ว่าทำไมไม่รู้จักรักษา บูรณะกันใหม่ให้สวยงาม
อนิจจังวัฏสังขารา........
บันทึกการเข้า

การศึกษาก้าวไกล ประเทศไทยรุ่งเรือง (แต่ตอนนี้ตูรุ่งริ่งชอบกล)
UP
แขกเรือน
องคต
*****
ตอบ: 516


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 29 มี.ค. 06, 15:07

 เข้าใจว่าคุณ Karine คงตั้งใจจะสะกดพระพุทธพจน์ที่ลงท้ายไว้ในความเห็นที่ ๒๕ ว่า

"อนิจจา วต สังขารา"

สังขารา คือ การปรุงแต่ง
อนิจจา คือ ไม่เที่ยง
วต คือ หนอฯ
บันทึกการเข้า
Dr Yu
อสุรผัด
*
ตอบ: 10

นักวิชาการอิสระ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 29 มี.ค. 06, 16:16

 หากท่านใดมีรูปพระตำหนัก อยากจะรบกวนช่วยโพสต์ให้ดูด้วยครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
บัวอื่น
อสุรผัด
*
ตอบ: 39


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 29 มี.ค. 06, 16:28

 ชอบดูบ้านเก่าๆ วังเก่าๆ บางทีก็นึกเสียดาย หลายๆอย่างที่หายไป
บันทึกการเข้า
ศรีปิงเวียง
องคต
*****
ตอบ: 566

นศ.คณะวิทย์ มช.


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 30 มี.ค. 06, 12:25

 
เขียนกลอนพออ่านได้ ดับเข็ญ
อันปากกาย่อมเป็น เพื่อนแท้
แทนฉายส่ายสอดเห็น กระจ่าง
สุขทุกข์ปลุกปลอบแก้ กล่าวค้านเตือนกัน

พระนางเธอลักษมีลาวัณ
บันทึกการเข้า

กาลเวลาช่างไม่เท่ากัน สั้นบ้างยาวบ้างตามที่ใจจะคิด
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006, Simple Machines LLC
XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.082 วินาที กับ 19 คำสั่ง