เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4
  พิมพ์  
อ่าน: 15606 ลอดลายรั้ว...วินด์เซอร์ (3)
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 17 มี.ค. 06, 09:42

 ต่อมา..ไดอะน่ายอมออกมาพบกับนักข่าวในวันที่ 14 กรกฏาคม สิ่งแรกที่เธอถามนั่นคือ
"พวกคุณจะอยู่เฝ้าดูอีกนานแค่ไหนเนี่ย?"
หลังจากที่นักข่าวตอบ...เธอก็ต่อด้วยประโยคว่า
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าทำไมตัวเองถึงไม่ยอมไปอยู่ต่างประเทศซะให้ไกลๆ อย่างที่ลูกๆ ได้แนะนำให้ทำ"

นักข่าวรู้สึกเห็นใจขึ้นมาตะหงิดๆ พวกเขาจึงบอกว่า..
"งั้นเดี๋ยวพวกผมจะโทรไปรายงานให้แผนก บ.ก. ทราบก่อน แล้วก็จะแยกย้ายกลับ"
ปรากฏว่า ไดอะน่ารีบโบกมือ และบอกว่า
"ไม่ใช่อย่างนั้น แค่ถามว่าจะเฝ้าดูตามติดอย่างนี้ไปอีกกี่วัน..ไม่ได้ไล่ มาครั้งนี้ก็เป็นแขกเชิญของคุณนาย อัล ฟาเอด ไม่ใช่ของ คุณฟาเอด เข้าใจไหม?"
เธอได้พูดทิ้งท้ายต่อไปว่า
"พวกคุณจะต้องตกตะลึงเชียวนะ ถ้ารู้ว่า อีกสองอาทิตย์ข้างหน้า ฉันจะทำอะไรสนุกๆ ให้ดู"
(ตอนนั้นไม่เกี่ยวกับ โดดี้...เพราะยังไม่ได้รู้จักกันเลย)

จากนั้น นักข่าวเล่าว่า ไดอะน่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ก่อนที่จะลงเรือกลับไปยังที่พัก แต่ไม่กี่อึดใจต่อมา เธอก็ยิ้มร่ากระโดดขึ้นบนเจ๊ทสกี ขับวนไปรอบๆ เรือยอชนั่นหลายรอบ
ก่อนที่พุ่งตัวลงในน้ำด้วยท่ากระโดดที่สวยงาม ให้นักข่าวได้จับภาพอย่างเต็มใจ
เล่นเอาเหล่าเหยี่ยวข่าวทั้งหลาย ต่างงงกันเป็นไก่ตาแตก..แต่ก็ยอมอยู่เฝ้าหน้าวิลล่าที่พำนักกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง..เพื่อที่จะรอถ่ายภาพกลับส่งมาที่อังกฤษจะได้มาประชันกับข่าวของ การจัดงานวันเกิดครบรอบห้าสิบปีของคามิลล่า (18 กรกฏาคม) ที่เจ้าภาพคือเจ้าฟ้าชายชารลส์ ที่จัดให้ที่พระตำหนักไฮโกรฟ ทั้งๆ ที่มันเคยเป็นเรือนรักของ
ไดอะน่าและพระองค์มาก่อน
อย่างนี้ไม่เรียกว่า หยามหน้ากันแล้ว..จะเรียกว่าอะไร..

แน่นอนว่า..ตลอดการที่พำนักอยู่กับครอบครัวของนายฟาเอด ไดอะน่าได้เล่าถึงความคับแค้นใจให้กับฝ่ายเจ้าภาพฟัง..
สองวันต่อมา..คือการปรากฏตัวของนายโดดี้ บุตรชายเจ้าสำราญคนโตของนาย ฟาเอด..ที่ถูกบิดาเรียกตัวให้มาด่วน
นายนี่..ก็กำลังจะแต่งงานอยู่รอมร่อ กับดารานางแบบ
ชื่อว่า..เคลลี่ ฟิชเช่อร์
ตัวเองในทีแรก...ต้องมาทั้งๆ จำใจ ขัดไม่ได้ เนื่องจากได้ผลาญเงินพ่อไปหลายร้อยล้าน ที่นำไปลงทุนสร้างหนังใหญ่ฮอลลีวู๊ด เรื่อง The Chariot of fire(ได้รับรางวัลด้วยนะ แต่เจ๊งไม่เป็นท่า..)
ดังนั้น พ่อจะสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ..แต่นำคู่หมั้นมาด้วย โดยแยกให้ไปพักที่อื่น..ที่อยู๋ใกล้ๆ กัน กลางวันก็มาสร้างความบันเทิงให้กับครอบครัว พอตกกลางคืนก็กลับไปหาแฟน
โดยที่ไม่ได้บอกให้ใครทราบว่า มีหญิงมาด้วย..

(ภาพนี้คือนายฟาเอดผู้พ่อค่ะ)  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 17 มี.ค. 06, 09:44

 โดดี้เป็นคนคุยสนุก คล่องแคล่วเจ้าเสน่ห์ตามแบบฉบับลูกเศรษฐี ช่างเอาอกเอาใจสารพัด จึงเข้ากันกับไดอะน่าได้ไม่ยาก
และ สำคัญที่สุด เขารู้ดีว่า นี่คือความต้องการของพ่อ..
ที่ต้องการการเกาะเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ให้ได้มากที่สุด ถึงกับยอมลงทุนมากมายขนาดนี้
อีกทั้ง ไดอะน่า ไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่ แถมยังดังก้องโลก ถ้าได้มาจริงๆ ก็เหมือนกับถูกลอตเตอรี่หมดทุกใบยกแผง
ไม่นับรวมว่า สมบัติของพ่อทั้งหมดจะไปไหนเสีย..
ดังนั้น แฟนคนเก่าจึงค่อยๆ เลือนหายไปจากสมองและจิตใจของเขา ทั้งๆ ที่เจ้าหล่อนกำลังเตรียมจัดงานแต่งงาน
อย่างขมักเขม้นอยู่แท้ๆ

ส่วนไดอะน่านั้น..กำลังต้องการประชดคุณหมอฮัสนัท อยากให้เขาเกิดอาการหึงหวงจนต้องยอมศิโรราบให้กับเธอ เพราะ ถ้ามีคู่แข่งอย่างโดดี้ที่มีทุกอย่างเพียบพร้อมนั้น
ใครก็ต้องทำใจไม่ได้อย่างแน่นอน
ดังนั้น ข่าวเรื่องของเธอและโดดี้จึงออกมาอย่างติดต่อ โฉ่งฉ่าง เพราะไดอะน่าต้องการให้นักข่าวทราบในทุกฝีก้าว..ไม่ว่าเรื่องเรือยอช ไม่ว่าเรื่องการตากอากาศใน
วิลล่าหรูๆ ของนาย ฟาเอด

เพื่อที่จะให้ข่าวไปถึงพระกรรณของเจ้าฟ้าชายชารลส์ด้วย เป็นการประกาศให้ทราบว่า
"ไม่มีเธอ ฉันก็หาได้ดีที่สุด เพียบพร้อมที่สุดได้..อย่างเธอน่ะเหรอ ได้ดีที่สุดก็แค่นางหมาร้อตไวล์เล่อร์หน้าย่นคนนั้นคนเดียวแหละ"
เธอหมายถึง คามิลล่า..

ส่วนทางนายฟาเอด และลูกชาย..ต่างก็ช่วยกันจัดรายการรวบรัดไดอะน่าให้เร็วที่สุด เพียงช่วงเดือนเดียวที่คนทั้งสองได้รู้จักกัน กำหนดการเชิญให้ไปพักที่โน่นที่นี่
มีอย่างละเอียดยิบ..ซึ่งฝ่ายลูกชายจะต้องติดต่อให้พ่อทราบถึงการเคลื่อนไหวทุกระยะ
ทางด้านแฟนสาว เคลลี่ ได้ทราบข่าวถึงการสลับจัดรางรถไฟของโดดี้จากหน้าหนังสือพิมพ์ และจับโกหกได้ว่า เขาได้ปกปิดเธอในเรื่องนี้อย่างสนิท
จึงมีการโทรติดต่อตามหา ต่อว่ากันข้ามทวีป

นายฟาเอดเป็นคนรับสายเอง เขาได้บอกให้เธอ ตัดขาดไปจากลูกชายของเขา และขอให้ล้มเลิกการแต่งงาน..
ซึ่ง เคลลี่ได้ตั้งทนายฟ้องเป็นเรื่องราวใหญ่โต..
ไดอะน่าได้ทราบข่าวนี้ด้วย

นายฟาเอดได้อนุญาตให้โดดี้พาไดอะน่าไปเที่ยวชม
วินด์เซอร์ วิลล่า ได้อย่างตามใจชอบ และบอกด้วยว่า จะยกให้ถ้าคนทั้งสองได้แต่งงานกัน (รู้จักกันแค่เดือนเดียว)
ส่วนทางด้านตัวเขาก็จัดแจงส่งข่าวเรื่องการลงเอยของลูกชายอย่างโจ๋งครึ่ม
แม้กระทั่งเรื่องแหวน..รีบร้อนเสียจนกระทั่งเดินเข้าไปไปสั่งซื้อในห้างที่ ซังต์ โทรเปซ์ เอาดื้อๆ แล้วให้เขาส่งไปคอยที่ห้างใหญ่ในปารีส..
(ความจริงระดับนี้แล้ว เขาต้องสั่งทำ ออกแบบเองไม่ให้ซ้ำกับใคร)
เขาได้บอกพ่อว่า มันจะเป็นแหวนหมั้น
แต่ส่วนไดอะน่าได้บอกกับคนสนิทที่สุด นาย พอล เบอเรลล์ว่า จะเป็นแหวนใส่เล่นๆ แบบที่ระลึก

คนที่ใกล้ชิดกับเธอทุกคน ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะมีการลงเอยกันในระยะสั้นแบบนั้น
อีกทั้ง..ในหนังสือ My Duty ของพอล เบอเรลล์ที่เขียนนั้น
เขาได้ย้ำหนักหนาว่า..ไม่ใช่โดดี้แน่นอน เพราะหัวใจของไดอะน่านั้นอยู่ในอังกฤษนี่เอง..
(ตอนที่มีข่าวหวือหวาออกมา ไดอะน่าได้โทรไปที่บ้านของคุณหมอ และได้บอกให้ทุกคนทราบว่า ไม่มีอะไรกับโดดี้เกินเลยอย่างที่เป็นข่าว)  
บันทึกการเข้า
เขียวมะกอก
อสุรผัด
*
ตอบ: 2

กำลังศึกษาปริญญาโท


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 17 มี.ค. 06, 12:42

 สวัสดีอาจารย์เทาชมพูที่เคารพครับ ผมเข้ามาอ่านเกือบทุกวัน สนุกมากๆ ครับ
ผมติดตามมาตลอดตั้งแต่ราชาเจ้าสำราญ, ศึกสายเลือดราชวงศ์สจ๊วต, ลอดลายรั้ว วินเซอร์ 1,2,3
อาจารย์ทำงานไม่มีวันหยุดจริงๆ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
สะใภ้จ้าว
ชมพูพาน
***
ตอบ: 132

นักเรียนชั้นม.4


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 18 มี.ค. 06, 01:43

 สนุกมากเลยค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 18 มี.ค. 06, 08:19

 ในตอนเช้าของวันที่ 30 สิงหาคม  นาย เคซ วิงค์ฟิลด์ และ นาย เทรเวอร์ รีส์-โจนส์ ผู้ติดตามของโดดี้ (ที่ส่งมาโดยนายฟาเอด) ได้รับทราบถึงแผนที่เปลี่ยนกระทันหันของเจ้านายว่า จะพาไดอะน่าไปที่ปารีสต่อ.. (แทนที่จะกลับไปอังกฤษตามแผนเดิม)

เขาทั้งสองเตรียมตัวอะไรกันแทบไม่ทัน เพราะทันที่ที่ถึงสนามบินเหล่านักข่าวไปคอยอยู่แล้ว..
จุดหมายแรกที่ทั้งสองไป..นั่นคือ วินด์เซอร์ วิลล่า (ที่โดดี้อยากอวดนักหนา) พวกเขาได้ใช้เวลาอยู่ที่นั่นประมาณ สี่สิบนาที
จากจุดนั้น โดดี้ได้สั่งให้ไปแวะที่ร้านเพชร เพื่อที่จะไปรับแหวนที่สั่งด่วนมาล่วงหน้านั่น..

ไดอะน่าได้ใช้เวลาโทรศัพท์คุยกันคนโน้นคนนี้ เธอตื่นเต้นในการที่ได้เล่าว่าในงานการกุศลบางงานจะมีสปอนเซอร์ใหม่ เข้ามาช่วยเหลือ นั่นคือ นายฟาเอด..ที่ได้รับปากรับคำเอาไว้
ทั้งคู่ได้ไปยังอพาร์ตเม้นท์ของโดดี้ในย่านกลางใจเมือง เหล่านักข่าวนกรู้ได้ไปคอยอยู่แล้วฝูงใหญ่

โดดี้ได้เข้าไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นสูทเตรียมออกไปดินเน่อร์
เขาได้บอกกับบัทเล่อร์ส่วนตัวว่า กลับจากดินเน่อร์จะมาที่นี่ และจะขอไดอะน่าแต่งงาน..
เขาทั้งหมดได้ไปยังร้านอาหารหรูเลิศ Chez Benoit ที่มีนักข่าวเตรียมเข้ามาต้อนหน้าต้อนหลัง.. โดดี้หงุดหงิดเป็นที่สุด เขาสั่งให้คนรถกระชากรถออกไป  เปลี่ยนร้าน..ไม่กงไม่กินมันแล้ว..
เขาได้พาไดอะน่าไปยังห้องอาหารในโรงแรม Ritz (ก็ของนายฟาเอดนั่นแหละ)

มาถึงตอนนั้น ไดอะน่าก็เสียอารมณ์ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะจากภาพในกล้องวงจรปิดของโรงแรม บ่งบอกชัดว่า เธอกำลังร้องไห้

ส่วนเหล่าอารักขาของโดดี้ต่างก็เหนื่อยอ่อน เหนื่อยใจกับการเปลี่ยนแผนไปมา ระหว่างอยู่ในห้องอาหาร โดดี้พาลพาโลเอากับเหล่าเบ๊ทั้งหลาย ว่าไม่ได้ดังใจ
อีกทั้งเขาต้องโทรรายงานการเคลื่อนไหวให้นายฟาเอด ผู้พ่อทราบในทุกฝีก้าว

(ถามว่า ทำไมจึงทราบว่ามีการชักโยงใยอยู่เบื้องหลัง เพราะ นาย
ฟาเอดเองได้ให้การละเอียดยิบว่า ได้คุยอะไรกับลูกชายบ้างก่อนเสียชีวิต
เพราะเขาพยายามจะผูกเรื่องว่าทั้งหมดนั้น..คือ ฆาตกรรมอำพราง โดยฝีมือของสายลับอังกฤษ)  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 18 มี.ค. 06, 08:20

 นี่คือภาพเต็มตัวของคุณหมอ ที่คุณวิวันดาหามาให้ชมค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 18 มี.ค. 06, 08:23

 เบ๊ทั้งสองก็เถียงคอเป็นเอ็นว่า..ใครจะไปเตรียมอะไรให้ได้ เปลี่ยนแผนไปเปลี่ยนแผนมาจนปวดหัวไปหมด
เมื่อทั้งคู่อารมณ์เริ่มสงบลง..อาหารได้ถูกสั่งขึ้นไปที่สวีทส่วนตัวชั้นบน  นายสองคนนี่ก็ไปนั่งจิบเหล้าแก้เซ็งที่บาร์..มีคนมาร่วมวงด้วย..นั่นคือ หัวหน้าการรักษาความปลอดภัยโรงแรม นามว่า นาย อองรี ปอล

เขาทั้งหมดดื่มเหล้าที่มีชื่อว่า ริการด์ {Ricard} ที่แรงพอสมควร   ที่ดื่มเหล้ากันนั้น เพราะพวกเขาเข้าใจว่า เจ้านายทั้งคู่คงจะไม่ไปไหนแล้ว เพราะเข้าห้องพักกันเงียบเชียบ..
หน้าที่จึง (เข้าใจว่าว่า) จบลงแค่นั้น..หรือ ..อีกเหตุผลหนึ่งคือ คนขับรถตัวจริง คือ นาย ฟิลลีป เดอร์โน นั้น ยังนั่งรอรับใช้อยู่ข้างนอก
นายเคซ วิงค์ฟิลด์ ได้ขึ้นไปที่สวีทของโดดี้ ขณะที่ยืนรออยู่หน้าห้อง เขาได้ยินเสียงหัวเราะเฮฮามาจากข้างใน แสดงว่าทุกอย่างกลับคืนเป็นปรกติ..

โดดี้ ได้โทรไปคุยกับบิดา ผู้ซึ่งได้ให้คำแนะนำว่า ควรจะพักอยู่ที่โรงแรมนั่นเสียเลย..ไม่ต้องออกไปไหนอีก
แต่โดดี้ ต้องการกลับไปยังที่อพาร์ตเมนท์ เพราะว่า กระเป๋าเสื้อผ้าทิ้งไว้อยู่ที่นั่น  อีกทั้งของสำคัญ คือ แหวนที่เตรียมจะให้กับไดอะน่า..
และการออกไปจากที่นั่น เขามีแผนไว้เรียบร้อยแล้ว คือ รถที่จอดอยู่หน้าโรงแรมจะให้แกล้งขับออกไปพร้อมกับฝ่ายติดตามนั่งไปด้วย ล่อนักข่าว..
เขาและไดอะน่าจะออกไปทางหลังโรงแรม จะให้นายอองรี ปอล เป็นคนขับรถ จะเอานาย รีส์-โจนส์ นั่งไปด้วย  และไม่ต้องมีรถติดตาม
(หมายถึงการให้การอารักขาไดอะน่า ซึ่งสมควรที่จะมี)

พวกนายเบ๊ต่างๆ นี้ เริ่มสับสน เพราะแผนเปลี่ยนไปมาจนหมุนตัวตามแทบไม่ทัน อีกทั้งมันไม่ถูกต้องกับวิธีที่พวกเขาได้ฝึกฝนมาให้ยึดถือปฏิบัติ  จึงมีการโต้แย้งระหว่างนายกับเหล่าผู้ติดตาม
โดดี้ได้บอกว่า..ทุกอย่างเป็นประกาศิตของพ่อของเขา (นั่นหมายถึงนายโดยตรงของพวกเขาเหล่านั้น) ท่านได้รับทราบหมดแล้ว

(นาย ฟาเอดได้มาปฏิเสธทีหลัง..ว่าไม่เคยอนุญาต ไม่เคยรับรู้ แถมยังกล่าวโทษพวกอารักขาอีกว่า ไม่รอฟังคำสั่งของเขา)  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 18 มี.ค. 06, 08:26

 มาถึงตรงนี้แล้ว ต้องเล่ารายละเอียดปลีกย่อยสักนิดว่า..เพียงแค่ผลการตรวจเลือดจากศพของนายอองรี ปอลล์โดยฝ่ายนิติเวชฝรั่งเศสได้เป็นคำตอบแห่งประวัติศาสตร์ที่ทำให้หลายต่อหลายคนต่างหมดมลทิน..
เพราะ ในเลือดของนายอองรี ปอลล์ นั้น มีแอลกอฮอลล์สูงกว่ากฏหมายห้ามขับขี่ยวดยานถึงสามเท่า การตรวจนั้นได้กระทำถึงสองครั้ง
ครั้งแรกคือ หลังจากที่เสียชีวิตใหม่ๆ
และอีกครั้งหนึ่งคือ วันพฤหัสหลังเกิดเหตุ ซึ่งได้กระทำการตรวจพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญจากหลายๆ ฝ่าย
ผลออกมาคือ เหมือนกัน...เมาแท้ๆ

แถมตรวจในครั้งหลัง ได้พบสารเคมี (ตัวยา) ประเภทที่ไม่สมควรใช้ควบคู่กับแอลกอฮอลล์ด้วย

ไม่มีใครรู้ว่า นายอองรี ปอลล์ไปแอบดื่มที่ตรงไหน เพราะจากที่บาร์พร้อมกับอารักขาสองคนนั่น ต่างให้การว่า เห็นเขาดื่มเพียงแก้วเดียว และดูเหมือนกับเป็นน้ำสับประรด
(เหล้า ricard ยามที่ผสมน้ำแล้วจะเป็นสีขาวขุ่น ดูเหมือนน้ำผลไม้จริงๆ)
แต่มาทราบภายหลังจากการสืบสวนว่า นายคนนี้คือนักดื่มตัวฉกาจนอกเวลางาน เพียงแต่ในวันนั้น เขาดื่ม เพราะเข้าใจว่าภาระหน้าที่ได้จบสิ้นลงแล้ว
สรุปว่า คืนนั้น ตอนนั้น เขาได้เมามายเรียบร้อยไปแล้ว ภายใต้ท่าทางที่เป็นปรกติ

ก่อนที่จะออกไป..นาย อองรีได้ออกไปที่หน้าโรงแรม พยายามหลอกล่อนักข่าวทำทีว่าออกมาเคลียร์พื้นที่ ก่อนที่เจ้านายจะออกมา
แต่..นักข่าวเหล่านั้นล้วนแต่มีประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม พวกเขาทำงานกันเป็นทีม ที่เฝ้าทั้งประตูหน้าและประตูหลัง แถมยังมีอีกกลุ่มใหญ่ไปคอยอยู่ที่หน้าอพาร์ทเม้นต์ของฝ่ายชายแล้วด้วย
เวลา 00.30 a.m. ทั้งโดดี้และไดอะน่าได้ออกทางประตูหลังจริงๆ นายอองรี ปอลล์ได้ตระโกนใส่นักข่าวอย่างคึกคะนองว่า
"ไม่มีวันตามได้ทันหรอกว้อย.."

เขาได้ขับรถหลบเส้นทางที่มีสัญญาณไฟ เพราะเลี่ยงการถูกจับภาพโดยการขับไปทางถนนเลียบแม่น้ำที่ต้องมีการลอดใต้ถึงสองอุโมงค์
อุโมงค์ที่สองคือเส้นทางที่ตัดลอด ปลาซ ดาลมา
ในนั้น.. มีช่วงจุดบอดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก สิบห้าปีที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงถึงสามสิบสี่ครั้ง มีผู้เสียชีวิต แปดคน
ปัญหาของจุดบอดนั้นคือ การมีหล่มลาดเททางซ้ายนิดๆ ในทางโค้ง และไม่มีที่กั้นระหว่างถนนกับเสาคอนกรีตนั่นด้วย
นายอองรี ปอลล์ ได้ทำตามที่สัญญาไว้กับนักข่าว คือไม่มีวันให้จับได้ไล่ทัน เขาเหยียบคันเร่งมิด ด้วยสปีดถึง 65 ในอัตราพิกัดให้ใช้เพียง 30 ไมล์ต่อชั่วโมง
นักข่าวต่างขี้เกียจที่จะขับตาม ทุกคนไปตั้งกล้องรออยู่ที่หน้าอพาร์ทเม้นต์ของโดดี้เรียบร้อยแล้ว..
ซึ่ง..เมื่อนาย อองรี ปอลล์ ขับเข้าไปในอุโมงค์ที่ว่างสนิทนั้น ไม่มีใครตามมา เขาเหยียบเบ๊นซ์ เอส 500 นั้นแบบสุดๆ
หลังจากที่โศกนาฏกรรมได้เกิดขึ้นแล้ว ตำรวจฝรั่งเศสบอกว่า ความเร็วน่าจะถึง 97 ไมล์ และการประทะเข้ากับเสาคอนกรีตนั้น เข้าไปแบบเต็มๆ เพราะไม่มีรอยยางของการห้ามล้อแม้แต่นิด
ไม่มีใครสักคนในรถที่ใช้เข็มขัดนิรภัย..
เสาต้นที่..สิบสาม..คือเสามัจจุราช..ที่ได้พรากชีวิตของคนถึงสามคน โดดี้ อองรี ปอลล์ และ ไดอะน่า

ภาพ คือ ไดอะน่าในปากีสถาน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 18 มี.ค. 06, 08:28

 สองคนแรกนั้น เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ
ส่วนไดอะน่า..นายโรมัล รัท และกลุ่มนักข่าวที่ตามมา พยายามเข้าไปช่วย เพราะ ยังหายใจรวยรินโดยสังเกตจากหน้าอกที่ยังกระเพื่อมขึ้นลง
แต่ไม่มีทางที่พวกเขาจะมีปัญญานำเธออกมาจากสภาพรถที่บุบบี้เป็นก้อนโลหะนั้นได้
ส่วนนาย รีส์-โจนส์ นั้น สภาพยับเยินจนไม่มีใครคิดว่าเขาจะรอดชีวิต

กว่าที่จะงัด และตัดชิ้นส่วนของเหล็กออกไป นำคนเจ็บออกมาขึ้นรถพยาบาลได้ ก็ลุเข้าเวลา ตีหนึ่ง ยี่สิบห้า ซึ่งโดยปรกติ เวลาการเดินทางจากจุดนั้นไปถึงโรงพยาบาล  จะใช้เพียง สิบนาที หากแต่ในกรณีนี้ ต้องใช้ถึงสามสิบนาที เพราะต้องช่วยกันรักษายื้อชีวิตกันตรงนั้น

มีเสียงกล่าวว่า..เป็นเพราะใช้เวลานานเกินไปในรถพยาบาล จึงไม่สามารถช่วยเธอได้ทัน
เหล่าทีมแพทย์ฝรั่งเศสได้ออกมาเถียงคอเป็นเอ็นว่า ในรถพยาบาลของ La Pitie Salpetriere Hospital นั้น ทันสมัยมีเครื่องช่วยชีวิตครบครัน  อยู่ในรถก็เหมือนขาข้างหนึ่งก้าวเข้ามาในห้องผ่าตัดแล้ว
เมื่อรถได้มาถึงโรงพยาบาล นายซามี แนร์ ผู้ช่วยร.ม.ต. กลาโหม (ฝรั่งเศส) ได้มาคอยอยู่แล้วพร้อมกับเจ้านาย

เขาเล่าว่า  เขามาถึงก่อนเพียงสิบนาที ทันที่ที่ได้รับทราบข่าวร้าย เพราะเมื่อรถมาถึง เปลพยาบาลสองเปลก็ถูกนำลงมา
ไดอะน่าได้ถูกสวมด้วยสวมเครื่องช่วยหายใจจากจมูกลงมา
นัยตาสองข้างบวมเป่ง ใบหน้ามีบาดแผล
แต่..ทุกคนยังจำได้ว่า เธอคือ ไดอะน่า ปริ้นเซส ออฟ เวลส์
การผ่าตัดได้เริ่มดำเนินการอย่างทันที เพราะ ทุกคนหวังว่า..เธอมีสิทธิที่จะรอด

จากนั้นเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำฝรั่งเศสได้รุดมาถึงที่โรงพยาบาลในเวลาใกล้ตีสอง เพราะ ข่าวได้ไปถึงอังกฤษตั้งแต่หลังจากเหตุได้เกิดใหม่ๆ
ในตอนแรกๆ ทุกคนยังสับสน เพราะมีข่าวออกมาหลายกระแส บ้างว่า ไดอะน่าอยู่รอดปลอดภัย เดินออกมาจากรถไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน..
แต่ข่าวและภาพของเหตุที่เกิดขึ้นสดร้อนๆ ในนาทีแรกนั้น ได้ทำการประมูลขายกันอย่างเอิกเกริก  
National Enquirer ให้ราคา 250,000 เหรียญ
อังกฤษให้ หนึ่งล้านปอนด์
จากข่าวที่ว่า คนขับตาย โดดี้ตาย อารักขาสาหัส ดังนั้น ความหวังว่า ไดอะน่าจะแล้วรอดปลอดภัยนั้น ริบหรี่เต็มที  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 18 มี.ค. 06, 08:30


ยากระตุ้นได้ถูกฉีดให้ที่หัวใจของเธอ รวมทั้งการนวดด้วยมือ แต่ทุกอย่างได้สงบนิ่ง
เธอได้สิ้นลมหายใจไปในเวลา ตีสี่..
นั่นคือ เวลาที่แพทย์ทุกคนได้สรุปลงความเห็นว่า..เธอจากไปอย่างไม่มีวันกลับแล้ว..
ทันทีที่ข่าวออกไปทั่วนั้น สิ่งแรกเลยคือ ทุกคนมุ่งมาดอาฆาตร้ายกับกลุ่มปาปารัสซี่ ที่ต่างเชื่อว่า คือตัวต้นเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้
แม้แต่ ชารลส์ สเปนเซ่อร์ น้องชายคนเดียวของเธอที่ด่ากราดใส่หน้านักข่าวว่า.
สมใจพวกแกแล้วใช่ไหม ไอ้มือฆาตกร !!

เมื่อหลังจากทราบว่า คนขับนั้น เมาสุรา ก็เหมือนกับว่า ทุกคนต่างพ้นโทษ
แต่..คนที่มีบาปในดวงใจอีกทั้งได้รับกรรมสนองนั้นคือ นายฟาเอด ที่เป็นตัวชักนำเพียงเพื่อหวังจะรวบรัดให้ทุกอย่างได้ออกมาสนองในสิ่งที่เขาต้องการ
เพราะ...เขาไม่เคยได้รับเกียรติให้เป็นคนวงในของสมเด็จ พระราชวงค์ หรือ เดอะ เฟิร์ม ไม่ว่าจะทุ่มเงินมากมายมหาศาลแค่ไหน
และที่สำคัญ..คือ เงินของเขาที่มีมากมายก่ายกองนั้น ไม่สามารถซื้อสัญชาติให้เป็นอังกฤษได้ แม้แต่ในทุกวันนี้
การที่จะมีลูกสะใภ้เป็นถึงพระมารดาของกษัตริย์อังกฤษในอนาคตนั้น คือ ความฝันอันสวยสด..ที่เขายอมทำทุกอย่างที่จะให้ได้มา..
ดังนั้น เขาจึงพยายามทุกทางที่จะพิสูจน์ให้ได้ว่า
นี่คือการ ฆาตกรรม โดยฝีมือของสายลับอังกฤษ

เพราะประการสำคัญสุดๆ นั้นคือ การที่จะต้องไม่มาทนทรมานไปจนตลอดชีวิต ต่อการกระทำของตัวเองที่รู้ดีแก่ใจว่า เรื่องการจัดฉากของคนทั้งสองให้ดำเนินไปอย่างที่เห็น คือ ฝีมือของเขาล้วนๆ
ประการที่สองคือ..เขารู้ดีอีกว่า เรื่องที่ไดอะน่าจะร่วมหอลงโรงกับโดดี้นั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ (ถ้าเป็นมุสลิมดีๆ คนอื่นละก้อไม่แน่..)
เพราะประวัติของโดดี้นั้น ไม่สวยหรู และไม่น่าเชื่อถือ มีแค่คำจำกัดความว่า..หนุ่มเพลย์บอย เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อเท่านั้น
ส่วนไดอะน่าเอง..กำลังนึกสนุก และ ต้องการที่เย้ยใครต่อใครหลายคนในการที่ควงกับโดดี้ เพราะ เท่าที่ทราบจากหนังสือของนาย พอล เบอร์เรลล์
ที่ได้เขียนละเอียดว่า..คนที่โกรธมาก ถึงกับด่าว่า "ทำตัวไม่ต่างอะไรกับโสเภณีชั้นต่ำ" คือ นาง ฟรานเซส มารดาของเธอเอง
นายฟาเอด จึงพร้อมใจที่จะเชื่อว่า ต้องมีคนขัดขวางอย่างสุดชีวิตในความเป็นไปได้ของการอยู่ร่วมกันของคนทั้งสอง และใครเล่าจะมีอำนาจถึงขนาดนั้น  ถ้าไม่ใช่ เดอะ เฟิร์ม..
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 20 มี.ค. 06, 08:25

 เจ้าฟ้าชายชารลส์ได้เสด็จมารับศพด้วยพระองค์เอง ฝ่ายนักข่าวทั้งหลายต่างพากันประหลาดใจ ที่พระองค์ทรงตรัสด้วยภาษาฝรั่งเศสทั้งหมด และ ต่างแปลกใจที่เห็นว่า พระองค์นั้นทรงเอาใจใส่ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างละเอียดละออ
เช่น ตุ้มหูของไดอะน่านั้น หายไปหนึ่งข้าง   พระองค์สั่งให้หา เพราะทรงบอกว่า
"จะเอาไดอะน่าออกไปด้วยตุ้มหูเหลือข้างเดียวไม่ได้นะ"

และฝ่ายกองทัพอากาศได้เตรียมเฮลิคอปเตอร์มารับ พร้อมที่จะนำเครื่องลงที่หลังคาโรงพยาบาล พระองค์ทรงปฏิเสธ ตรัสว่า
"ไดอะน่าเข้ามาทางรถ ก็จะต้องกลับทางรถ คนที่เขามาคอยอยู่ข้างนอกจะได้มีโอกาสส่งเธอเป็นครั้งสุดท้าย"

ส่วนเรื่องงานพิธีศพจะผ่านไปนะคะ เพราะเล่ามาแล้วในรักร้าว..

เฮ้อ...ถึงบทสรุปได้ซะทีมังคะ..ว่า...

ได้พยายามเล่ารายละเอียดต่างๆ มามาก ก็ได้แต่หวังว่า ทุกคนคงจะพอเข้าใจในเรื่องราวต่างๆ ได้มากขึ้น
คงไม่ใช้ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวเพียงชั่วครั้งชั่วคราว เอามาตัดสินว่า ใครผิด ใครถูก.. ใครเป็นตัวดี หรือ ตัวร้าย
เพราะเมื่อมองเห็นภาพโดยรวมอย่างชัดแจ่มแจ้งแล้ว.. เราก็จะรู้ว่า ทุกอย่างนั้น คือ "กรรม" ที่ต่างคนต่างมีติดตัวกันมา ที่ต้องมาชดใช้กันนี่เอง
เห็นด้วยไหมคะ..??

ภาพ แหวนที่โดดี้ซื้อจากร้าน Repossi ราคามากกว่า 200,000 เหรียญ แต่ในบางข่าวว่าราคา 245,000 เหรียญ หรือ 150,000 ปอนด์  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 20 มี.ค. 06, 08:30

 คุณวิวันดาจบเรื่องลอดลายรั้ว...วินด์เซอร์ลงเพียงแค่นี้ค่ะ    ถ้าหากว่าอยากอ่านเรื่องอื่นๆของเธอก็ต้องอดใจรอสักระยะหนึ่ง

ส่วนเรื่องของไดอะน่า  ผู้คนก็ยังรำลึกถึงความอ่อนหวาน ความไม่ถือเนื้อถือตัวกับประชาชน   และเสน่ห์ที่ประทับใจคนทั่วโลกอยู่ไม่เสื่อมคลาย

ขอนำภาพต่างๆที่ไดอะน่าไม่มีโอกาสเห็น มาให้ชมกันค่ะ  
เช่นพระโอรสที่เจริญพระชนม์ขึ้นเป็นชายหนุ่ม ขวัญใจชาวอังกฤษ อย่างที่พระมารดาเคยเป็นมาก่อน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 20 มี.ค. 06, 09:05

 ภาพความสุขสมของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และคามิลล่า  ผู้หญิงซึ่งบัดนี้กลายมาเป็นพระชายา ในนามดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์
และมีการประชาสัมพันธ์จากสำนักพระราชวังว่า  นี่ก็เป็นข้อพิสูจน์ถึงรักแท้ของทั้งสองคน    ประชาชนชาวอังกฤษก็เริ่มเห็นใจและให้การยอมรับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 20 มี.ค. 06, 09:06


คามิลล่าในฐานะพระชายา
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 20 มี.ค. 06, 09:11


กุหลาบสีชมพูปนสีงาช้างพันธุ์นี้  มีชื่อเหมาะสมกับความงาม
ว่า Diana Princess of Wales
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.06 วินาที กับ 19 คำสั่ง