เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4
  พิมพ์  
อ่าน: 16135 ลอดลายรั้ว...วินด์เซอร์ (3)
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 15 มี.ค. 06, 10:50

 จากสถิติข่าวของหนังสือพิมพ์อังกฤษที่ได้รวบรวมไว้ว่า..สามปีแรกของการอภิเษก พระชายาไดอะน่า ได้แสดงการปราศรัยในที่สาธารณะไม่เกินห้าร้อยคำ
เพราะว่า เธอเองได้ขาดความมั่นใจในการออกงานโดยปราศจากพระสวามีเคียงข้าง
แต่..งานแรกที่เธอกล้า "บินเดี่ยว" นั่นก็คือ งานพระศพของเจ้าหญิงเกรซ แห่ง โมนาโคผู้ที่ไดอะน่าได้ ชื่นชมและรักใคร่มาโดยตลอด ทั้งๆ ที่เคยพบกันหนเดียว (1982)
เธอได้เล่าให้เจ้าหญิงแคโรลีน พระธิดา (ของเจ้าหญิงเกรซ) ฟังว่า..เธอได้รู้สึกสนิทสนมกับเจ้าหญิงราวกับรู้จักกันมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว เพราะไม่ว่าอะไรก็เหมือนกันไปหมด

นับจากเกิดมาในราศีเดียวกัน มาจากครอบครัวที่ร้าวฉานเช่นกัน เป็นลูกคนที่สามเหมือนกัน แต่งงานกับเจ้าเหมือนกัน พอแต่งแล้วต่างก็ "ดัง" กว่าพระสวามีเหมือนกัน

( วิวันดาขอต่อให้เองว่า..มีโศกนาฏกรรมและพบกับจุดจบแห่งชีวิตเหมือนกัน..เรื่องนี้ขอแถมให้ละกันว่า ในหนังสือชีวประวัติของเจ้าหญิงเกรซ ถ้าใครได้อ่านแล้วจะหนาว
เพราะ เบื้องหน้าเบื้องหลังของความเป็นเจ้าหญิงเกรซนั้น มีอะไรหลายอย่างที่น่าตกใจและเศร้าใจ เช่นเรื่องการติดสุรา และ เรื่องชู้สาว)

ความจริงการไปโมนาโคของพระชายานั้น ไม่เป็นที่เห็นชอบของเดอะ เฟิร์มเลย และไม่มีใครสนใจที่จะไป
ส่วนเจ้าฟ้าชายพระสวามี กำลังยุ่งอยู่กับเรื่องการรณรงค์ต่อต้านโรคเอดส์ พระองค์ทรงเป็นเชื้อพระวงค์องค์แรกที่ทำการบริจาคโลหิตให้กับธนาคารเลือดเป็นตัวอย่าง
แต่กลับไม่เป็นข่าว..
เพราะตอนนั้น หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับต่างสงวนไว้ให้กับข่าวฉลองพระองค์ของพระชายาไดอะน่าเท่านั้น จนเจ้าฟ้าชายถึงกับถอดพระทัย ทรงบ่นว่า..
"ให้ตายเถอะ ฉันอยากเป็นนาย บ๊อบ เกลดอฟ จริงๆ "
(ทรงหมายถึง Bob Geldof นักร้องชาวไอริชที่เพิ่งได้รับการประกาศเกียรติคุณที่ได้ช่วยหาเงินให้กับผู้อดอยากในเอธิโอเปียหลายล้านเหรียญ)

เมื่อฝ่ายราชเลขาธิการฯได้ฟังพระองค์บ่นดังนั้น จึงต้องรีบช่วยส่งข่าวให้ โดยการแจกข่าวพร้อมหลักฐานคือบัตรประจำตัวผู้บริจาคโลหิต และอวัยวะ  ที่มีลายเซ็นแพทย์กำกับไปยังสื่อหลายฉบับ
ซึ่ง..การเขียนข่าวนั้นได้มีการเขียนจริง หากแต่เป็นช่องเล็กๆ ที่กลบทับไปด้วยข่าวของพระชายาในชุดสีเงิน เปิดไหล่ข้างหนึ่ง ในงานการกุศลของคืนก่อน

ไม่กี่วันต่อมา..กลุ่มส่งข่าวของเจ้าฟ้าชายได้กระตุ้นให้บีบีซีได้ทราบและให้ช่วยทำสกู๊ปว่า เจ้าฟ้าชายทรงสนใจเรื่องความเป็นอยู่ของคนจรจัดในลอนดอนอยู่
ถึงขนาดลงทุนเสด็จเยี่ยมถึงสถานสงเคราะห์ที่พักชั่วคราวในจุดต่างๆ ในเวลาค่ำมืดดึกดื่น  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 15 มี.ค. 06, 10:54

 พระสหายในกลุ่มที่เล่นโปโลด้วยกันกับเจ้าฟ้าชาย มักลงความเห็นว่า พระองค์ทรงทำองค์แบบสบายๆ และ ธรรมดาที่สุด
หากแต่..เจ้าฟ้าหญิงแอนน์ พระขนิษฐาเองได้สรุปได้ลงตัวที่สุด นั่นคือ ทำตัวเว่อร์ไป..
ทรงว่าที่พระตำหนักไฮโกรฟ (ที่ประทับใหม่ของเจ้าฟ้าชายและพระชายา) คุณพนักงานและมหาดเล็กจะต้องสวมยูนิฟอร์มที่ออกแบบพิเศษมีตราประจำของเวลส์ ประทับอยู่
และก่อนที่จะเข้าพบ ต้องถวายบังคมคำนับมาแต่ไกล
และเมื่อเสร็จธุระ ก็ต้องถวายบังคมอีกครั้ง  การเดินออกต้องก้าวถอยหลังออกไป

นายสตีเฟ่น แบร์รี่ รับใช้มากว่าสิบสองปี กล่าวว่า
"จะว่าไปแล้ว ผมก็นับว่าอยู่มานาน แต่ พระองค์ไม่เคยทรงทำให้ผมลืมได้สักครั้งว่า..ใครเป็นนาย ใครเป็นบ่าว"

เรื่องการเป็นดับเบิ้ล สแตนดาร์ดนั้น ไม่มีใครเกินพระพักต์ของเจ้าฟ้าชายอย่างแน่นอน (ถ้าจะมีก็คงเป็นนายกทัก..ของเราคนเดียว)
เช่นทรงปราศรัยบ่อยๆ ในเรื่องของการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง แต่ทรงใช้รถยนตร์ ยี่ห้อ เบนท์ลี่ย์ ที่ซดน้ำมันสิบไมล์ต่อแกลลอน
เรื่องการสนใจความเป็นอยู่ของคนยากจน ถึงขนาดไปเยี่ยมในสลัมหนึ่งวันเต็ม (ในการประพาสสองวันที่พิตตส์เบอร์ค สหรัฐอเมริกา)
แต่พอจบรายการเยี่ยมวันนั้น  วันรุ่งขึ้นก็ทรงไปเล่นโปโล ที่สนามหรูในปาล์ม บีช จากนั้น ก่อนกลับไปยังลอนดอน ทรงแวะเล่นสกีที่สวิตเซอร์แลนด์อีกต่างหาก

พระชายาไดอะน่าได้กลายมาเป็นตราสัญญลักษณ์อันสำคัญสุดของประเทศไปโดยปริยาย ไม่ว่าจะเป็นภาพที่ตีพิมพ์ลงบนอะไร ต่างล้วนสร้างเม็ดเงินได้เป็นกอบเป็นกำ

อีกทั้งเป็นสมาชิกพระราชวงค์คนแรกที่ยินดีสัมผัสมือกับประชาชนโดยไม่สวมถุงมือ ไม่รีรอที่จะจุมพิตทักทายกับราชอาคันตุกะ ไม่รังเกียจที่จะจับต้องตัวผู้ป่วยด้วยโรคร้าย
เป็นฐานอันมั่นคงให้กับพระราชวงค์วินด์เซอร์โดยเป็นความจริงที่ไม่มีใครกล้าโต้แย้ง

และมีความสามารถในเรื่องการแสดงอย่างหาตัวจับได้ยาก

ดังที่ได้เกิดขึ้นในคืนวันที่ 23 ธันวาคม 1985 คือ งานแสดงการกุศลให้กับ ลอนดอน โอเปร่า เฮ้าส์ ที่จัดขึ้นที่หอประชุม Covent Garden
ในช่วงของการพักครึ่งเวลา ที่พระชายาได้ขอตัวไป "ทำธุระ" ต่อพระสวามี
ทันที่ที่ม่านสีแดงได้เปิดออกมา หญิงสาวผมบลอนด์คนหนึ่งได้ออกมาทำการแสดงลีลาเต้นรำด้วยท่าทางที่สวยงาม ในเพลงป๊อปของ บิลลี่ โจเอล "Uptown Girl"
และผู้ชมร่วมกว่าสองพัน ต่างส่งเสียงฮือฮา ทันทีที่จำได้ว่า หญิงสาวคนที่กำลังแสดงความสามารถคู่กับนักเต้นบัลเล่ต์ชายชั้นนำของอังกฤษ นามว่า เวย์น สลีป อยู่นั้น คือ พระชายา ไดอะน่า ในชุดผ้าซาตินสีขาว
ซึ่งเธอได้เฝ้าฝึกซ้อมมาก่อนล่วงหน้าหลายเดือนในพระราชวังเคนซิงตัน เพื่อมีความประสงค์จะให้เป็นของขวัญวันคริสต์มาสกับพระสวามี
ลีลาท่าเต้นนั้น ออกแนวเซกซี่ ที่มีการเตะขาข้ามหัวฝ่ายชาย และการโอบกอด
ซึ่ง เวย์นได้ให้สัมภาษณ์ว่า
"ผมละตื่นเต้นจนแทบทำอะไรไม่ถูก พระชายาสูง เกือบหกฟุต ผมสูงแค่ ห้าฟุต สอง แต่โชคดีที่ไม่มีใครมาเฝ้าดูผม ต่างจับสายตาไปที่เธอคนเดียวหมด
แต่ผมก็ยังไม่วายหวั่น เพราะผู้หญิงในวงแขนของผมนั้น คือพระราชินีของเราในอนาคต"

หลังจากที่การแสดงได้จบลง เสียงเรียกให้ออกมารับการปรบมือดังติดต่อกันยาวนานจนทั้งคู่ต้องออกมาโค้งถึงแปดครั้ง
ไดอะน่าได้หันไปถอนสายบัวให้กับทิศทางของพระสวามีที่ประทับอยู่ในชั้น รอยัล บ๊อคซ์
เจ้าฟ้าชายเมื่อหายจากการตื่นตะลึง ก็ทรงลุกขึ้นปรบพระหัตถ์ให้ ..

หากแต่..เมื่อลับหลังแล้ว..พระองค์มิได้ทรงเห็นดีงามด้วยเลยสักนิด ตำหนิพระชายาว่า ไม่เข้าท่า ทำไปเพราะหลงตัวเอง อยากแสดงออกจนไม่คิดถึงว่าอะไรควรไม่ควร และ ที่ทำลงไปเพราะอยากเป็นจุดสนใจ..

ทั้งหมดนี่..คือ ความร้าวฉานที่คนสองคนไม่มีวันเข้าใจในความรู้สึกของกันและกัน ไม่มีทางสมานได้ อีกทั้งกลายมาเป็นพลังแห่งความเบื่อหน่ายจนต้องไปหาที่พักพิงใจจาก "ที่อื่น" และ "คนอื่น"  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 15 มี.ค. 06, 10:55

 คุณวิวันดาหารูปมาให้ดูกันจุใจ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 15 มี.ค. 06, 10:56


*
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 15 มี.ค. 06, 10:57


*
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 16 มี.ค. 06, 09:00

 มาถึงปี 1985 ที่ชีวิตคู่เริ่มอับเฉา และ กำลังจะอับปางนั้น ทั้งคู่เริ่มต่างแยกกันออกงาน ต่างคนต่างไป..

เจ้าฟ้าชายชารลส์แทบจะแน่พระทัยเลยว่า..พระชายาได้แอบมีสัมพันธ์สวาทกับองค์รักษ์ สิบโท แบร์รี่ แมนเนคี อย่างแน่นอน เพราะในยามนั้น ไม่ว่าไดอะน่าจะไปที่ไหน แบร์รี่ได้ติดตามราวกับเงาตามตัว

แบร์รี่ คือ หนุ่มใหญ่วัยสามสิบเก้า แต่งงาน มีบุตรแล้วสองคน เขาเป็นคนที่ท่าทางสมาร์ทแบบชายชาตรี และ เป็นคนอารมณ์ดี เข้ากับใครต่อใครได้ง่าย
มีบุคลิกเหมาะสมกับงานที่ต้องดูแลไดอะน่าอย่างที่สุด เพราะเขาเป็นคนที่ยินดีรับฟังความทุกข์ของเธอได้ทุกเรื่อง อีกทั้งรู้จักการปลอบโยนให้กำลังใจ
จนเขาได้รับความไว้วางใจให้ติดตามไปได้ทุกที่ แม้กระทั่งพาพระโอรสไปตัดพระเกศา หรือ เป็นคนคอยหิ้วถุงให้ในยามออกไปช้อปปิ้ง

ในช่วงมรสุมร้ายๆ ที่กระหน่ำเข้ามาอย่างไม่ขาดระยะนั้น หลายครั้งที่พระชายาไปปรับทุกข์กับแบร์รี่ บอกเขาว่า
"ฉันกำลังจะทนไม่ไหวแล้วนะ อยากจะหลุดพ้นไปจากไอ้วงจรบ้าๆ นี่เสียที"
แบร์รี่ได้อุทิศแผงอกให้เธอได้ซบ และ ช่วยซับน้ำตา ..เขาว่า
"อย่าว่าแต่ผมเลย..เป็นใครๆ ก็ต้องทำอย่างนี้ทั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องโรแมนติคบ้าบออะไรนั่นซะหน่อย"
เขาได้กลายมาเป็นผู้ที่รับรู้เรื่องความในใจของเธอเกือบทั้งหมด ไดอะน่าได้เล่าให้แบร์รี่ฟังว่า เธอเชื่อมั่นว่า พระสวามีและนางคามิลล่า ไม่เคยเลิกราจากกันตามที่พระองค์ได้เคยสัญญาไว้กับเธอก่อนการอภิเษก  เขากลับไปหากันอีก
เพราะว่า ในช่วงวันหยุดช่วงหนึ่ง ที่เธอได้มาถึงพระตำหนักไฮโกรฟ พระสวามีไม่อยู่..
มหาดเล็กแจ้งว่า พระองค์ได้เสด็จไปก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่นาที ขับรถสปอร์ตออกไปและไม่ได้บอกไว้ว่าเสด็จไปไหน..
เธอจึงเข้าไปค้นหาหลักฐานในห้องทรงพระอักษร กดย้อนดูเบอร์โทรต่างๆ ในเครื่องโทรศัพท์ และกดเบอร์สุดท้าย..ปรากฏว่า เป็นเบอร์ของบ้านคามิลล่าที่มีคนมารับสาย เธอจึงได้วางหูลง ไม่ได้พูดอะไร
เพราะแน่ใจแล้วว่า พระสวามีไปที่นั่น..

จากนั้น ก็ค้นต่อไปที่สมุดบันทึกนัดส่วนพระองค์ และพบว่า ในวันนั้น เวลานั้น ได้มีเขียนตัวอักษร C เอาไว้..
และ ในลิ้นชัก เธอได้พบกับจดหมายของคามิลล่าปึกใหญ่
ที่เขียนด้วยเนื้อความที่สนิทสนม และ ลึกซึ้ง
และจ่าหัวไว้ด้วยคำขึ้นต้นว่า My Beloved !!  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 16 มี.ค. 06, 09:03

 หลังจากที่เล่าจบ ไดอะน่าได้ฟูมฟาย รบเร้าถามแบร์รี่ว่า
"ทำไม..ทำไม เขาถึงเห็นนังนั่นมันดีไปกว่าฉันล่ะ"
"ทรงไม่ค่อยฉลาดกระมังพะยะค่ะ..ไม่ฉลาดค่อยข้างมากด้วย" แบร์รี่ตอบแบบกำปั้นทุบดิน
แค่นั้น ไดอะน่าก็ยิ้มออก เพราะเธอมักรู้สึกขันในสำเนียงอังกฤษชั้นกลางปนล่างๆ ของเขาบ่อยๆ
หรือไม่ว่าก่อนออกงานไปไหนทุกครั้ง เธอมักจะถามเขาถึงความเห็นในเรื่องเครื่องแต่งกายก่อนเสมอ ว่า ดีไหม สวยไหมซึ่งทุกครั้งนั้น เธอมักได้คำตอบที่น่าพอใจ

ความสนิมสนมของคนทั้งสองในฉันท์มิตรนั้น สร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าฟ้าชายอย่างมากมาย
เพราะดังที่บอกแล้วว่า เรื่องดับเบิ้ล สแตนดาร์ด เนี่ย..ไม่มีใครเกิน
พระองค์ได้กล่าวหาพระชายาว่า ไม่รู้จักวางตัว ชอบเกลือกกลั้วคบหากับคนใช้
สาเหตุอื่นๆ ก็เป็นเพราะว่า พระองค์ทรงอายเหลือกำลัง ที่พวกคุณพนักงาน มหาดเล็กทั้งหลายนั้น ต่างได้รับรู้ รับเห็นการทะเลาะเบาะแว้งของพระองค์และพระชายา ที่เมื่อก่อนก็มีการปึงปังกันในห้องหับมิดชิด
แต่ในระยะหลังๆ นั้น ไม่ว่าตรงไหนก็เกิดเหตุได้ทั้งนั้น

พระองค์ได้กล่าวหาว่า อีกฝ่ายหนึ่งนั้น ช่างเถียงอย่างไม่ลดละ ไม่เคยให้เกียรติกัน
ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว เมื่อแรกของการแต่งงานใหม่ๆ พระชายาเป็นคนติ๋มๆ ติดขี้อายซะด้วยซ้ำ
หากแต่..เริ่มจากที่เธอได้รับแรงใจ และ แรงเชียร์จากประชาชนทั่วประเทศในการเป็นดาวดวงเด่นแห่งวินด์เซอร์ ความเกรงพระทัยในพระสวามีก็ลดน้อยถอยหายไปอย่างหมดสิ้น
เคยมีการทะเลาะกันที่ถึงขนาดว่า เธอได้ขว้างกาน้ำชาไล่หลังพระสวามีแบบลอยละลิ่ว..เฉียดหน้าคุณพนักงานไปฉิวๆ

ไดอะน่าไม่เคยชอบทุกอย่างที่เป็นสิ่งที่อยู่รอบพระสวามี เช่นกีฬาโปโลที่น่าเบื่อหน่าย เพื่อนแก่ๆ ที่พล่ามทั้งวัน ตัวเหม็นไปด้วยกลิ่นซิการ์หึ่ง..การตกปลา ไปเล่นสกี
ทั้งหมดนั้น เธอได้กล่าวหาว่า มันคือข้อแก้ตัวที่ยกมาใช้ในการที่จะหนีไปจากเธอให้พ้นๆ

เจ้าฟ้าชายได้สวนตอบไปว่า..
"ที่ต้องออกไปให้พ้นๆ หน้าเธอ เพราะ อยากจะให้สมองได้พักผ่อนมั่งน่ะซิ ใครจะไปทนอยู่กับคนที่สติไม่ดีได้ล่ะ ไปไหนก็เป็นลม ป่วยได้ทั้งปี ทำไมไม่รู้จักทำตัวให้เหมือนเฟอร์กี้บ้างล่ะ"
(ตอนนั้นคือตอนที่บูลิเมียได้คุกคาม กินอะไรไปก็ออกมาหมด ท้องว่าง..พอไปงานก็เป็นลมพับถึงขนาดต้องหาม)

แต่ยามที่ทั้งคู่ต้องออกงานสู่สายตาของประชาชน การเล่นละครยังคงฝืนกระทำได้ดี
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 16 มี.ค. 06, 09:05



   วิธีเดียวในการแก้แค้นของพระชายาคือเธอรู้ดีว่า พระสวามีนั้นเป็นคนที่ตระหนี่ (ค่อนข้างมาก) การจับจ่ายใช้สอยแบบไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังได้เกิดขึ้นทันที

เรื่องการเหนียวของเจ้าฟ้าชายนั้น ช่างเสมอเหมือนและเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยกับคามิลล่าอย่างที่สุด   นี่คือสิ่งหนึ่งในหลายๆ สิ่งที่พระองค์ได้ชื่นชอบผู้หญิงคนนี้นักหนา

ตัวอย่างเช่น ทั้งสองคนได้คุยกันในงานหนึ่ง คามิลล่าบ่นว่า ค่าซักแห้งเสื้อผ้าสมัยนี้ช่างแพงจนจับไม่ลง เจ้าฟ้าชายรีบพยักเพยิดเห็นด้วย รีบตรัสว่าบิลค่าใช้จ่ายส่วนนี้ของพระองค์ก็มากมาย เห็นแล้วยังไม่วายพระทัยหาย..

ว่าแล้วทั้งคู่ก็ผสมโรงคุยเรื่องของแพงกันเป็นวรรคเป็นเวร (ทั้งๆ ที่เจ้าฟ้าชายชารลส์จัดอยู่ในอันดับของบุคคลที่รวยที่สุดในโลกคนหนึ่ง)



ครั้งเมื่อพระชายาเอ่ยขอให้สร้างคอร์ทเทนนิสในพระตำหนักไฮโกรฟ ในตอนที่ย้ายเข้าไปใหม่ๆ พระองค์ทรงว่า สิ้นเปลืองอย่างไม่จำเป็น และ ไม่สร้าง

"ทรงตรัสเล่นหรือเปล่าเพคะ เงินแค่สองหมื่นเนี่ยนะ..กับความสุขของครอบครัว ว่า สิ้นเปลือง แล้วทีกับไอ้สวนผักบ้าๆ ที่สร้างแบบไม่รู้จักจบจักสิ้น หมดเงินไปไม่รู้เท่าไหร่

ทำไมไม่ตรัสบ้าง..พระองค์ไม่เคยสนใจเลยว่าคนอื่นจะเป็นอย่างไร สนใจแต่เรื่องขององค์เองเท่านั้น เห็นแก่ตัวที่สุด " พระชายาโวยอย่างสุดกลั้น

เจ้าฟ้าชาย..ทรงยกพระอังสะแบบไม่สน และเสด็จออกไปนอกห้องทันที



ไดอะน่าอาละวาดสุดฤทธิ์อยู่ในห้อง ยามถึงเวลาดินเนอร์ เธอไม่ลงมาร่วมโต๊ะเสวย แต่ให้จัดถาดไปให้ในห้องพระโอรส..บอกว่า

"ที่นี่คือที่เดียว..ที่ฉันได้รับความรักอย่างเต็มที่ ไม่ต้องแบ่งปันกับใคร"



ศึกพายุอารมณ์นั้น เพิ่มดีกรีความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน มีการขว้างปาทุกอย่างที่อยู่ใกล้มือ หรือ ผรุสวาทด้วยถ้อยคำหยาบคาย

ที่ครั้งหนึ่ง พอเริ่มการทะเลาะกันเจ้าฟ้าชายก็กระแทกพระบาท..เสด็จออกไปข้างนอกตามเคย..

พระชายาวิ่งปราดไปที่หน้าต่าง ตะโกนจากชั้นบนลงมาว่า..

"You're shit, Charles, an absolute shit!"

ในครั้งที่ขว้างกาน้ำชาคราวนั้น ไม่ใช่แต่กาเฉยๆ แต่เสียงด่าตามหลังไปด้วยว่า

"You're fu...ing animal, Charles, and I hate you!"



ข่าวนี้ได้รู้ถึงหูของนักข่าว แน่นอนว่า ไม่กี่วันต่อมา หนังสือพิมพ์ เดลี่ เมล์ ที่เป็นฐานเสียงของเดอะ เฟิร์ม ได้โจมตีพระชายาอย่างไม่มีชิ้นดี ว่าเป็นหญิงที่มีนิสัยเลวร้าย ขยันสร้างปัญหาให้กับพระสวามีจนไร้ซึ่งความสุขและสันติ



แบร์รี่ได้ถูกสั่งย้ายไปประจำยังหน่วยงานอื่น ไม่ต้องเป็นองค์รักษ์อีกต่อไป และไม่กี่เดือนต่อมา เขาได้ประสบอุบัติเหตุรถชนกับรถบรรทุก เสียชีวิต..

ซึ่งพระชายาได้เชื่อว่า มันมิใช่อุบัติเหตุธรรมดา อาจเป็นฝีมือของพวกสายลับอังกฤษที่จอมบงการน่าจะเป็นคนที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี่เอง  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 16 มี.ค. 06, 09:07

 กระแสเคลื่อนไหวในข่าวของการแตกร้าวได้เริ่มประโคม เพราะจากการออกงานมาตลอดปีนั้น พอสรุปได้ว่า คนทั้งคู่แทบไม่เคยออกงานด้วยกัน ต่างคนต่างไป
ไดอะน่าพยายามอย่างยิ่งที่จะปกปิดในเรื่องนี้ เธอมักแสดงความฉุนเฉียวกับนักข่าวบ่อยๆ
ในการเยือนสถานเลี้ยงเด็กต่อมา มีผู้ได้ขอให้เธอยืนให้ช่างภาพได้ถ่ายรูป เธอตอบอย่างสะบัดๆ ว่า
"ก็เรื่องอะไรล่ะ หนังสือพิมพ์ไม่เคยมาทำอะไรให้ฉัน"

วันรุ่งขึ้นเท่านั้น..ประโยคนี้ได้พาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง หนังสือพิมพ์ เดอะ ซัน ได้ตอบสวนทันทีว่า
"ก็ทำมาให้ทุกอย่างนั่นแหละ.."
ต่อด้วยว่า..หากถ้าไม่มีหนังสือพิมพ์คอยหนุนหลัง คอยยกยอส่งเสริม อย่าว่าแต่ไดอะน่าเลยทั้งเดอะ เฟิร์ม (ด้วย..เอ้า)
รับรองว่า จืดชืดสนิท ไม่มีใครรู้จัก สนใจ เผลอๆ อาจเซ็งยิ่งกว่าราชวงค์ของเดนมาร์ค และ สวีเดนอีกซะด้วยมัง..

ไดอะน่าเริ่มรู้สึกตัว อ้อมแอ้มตอบว่า ก็ทำงานอยู่คนเดียว ไม่มีใครมาช่วยแบ่งเบาไปมั่งนี่
(แม้แต่ทางสำนักพระราชวังก็ไม่มีการให้ความร่วมมือ ทุกคนหวังให้เธอ ออกงานให้ครบ และ ปิดปากให้นิ่งๆ เท่านั้นพอ)
หรือแม้แต่กับพระสวามีที่เธอก็ไม่สามารถขอความคิดเห็นอะไรได้ แค่เพียงเริ่มจะอ้าปาก พระองค์ก็ทรงทำท่าเบื่อ บ่นว่า
"อะไรอีกล่ะ ทีนี้น่ะ..."

จะหันไปพึ่งพี่สาว เลดี้เจน..ก็แทบหมดหนทาง เพราะ พี่เขย คือ เซอร์ โรเบิร์ต เฟลโลว์ ราชเลขาส่วนพระองค์คนสำคัญของสมเด็จ.. (ย่อมไม่ฟังเธออยู่แล้ว)
จะหันไปพึ่งคู่สะใภ้ ซาร่าห์ ก็ไม่ได้ เพราะเจ้าหล่อนคนนั้น พยายามประจบประแจงเจ้าฟ้าชายชารลส์อย่างออกหน้าออกตา
จะหันไปพึ่งเพื่อนสนิท อดีตรูมเมท คาโรลีน บาร์โธโลมิว ก็ อายที่จะบอกไปว่า ชีวิตอภิเษกที่เหล่าเพื่อนๆ เคยอิจฉาในโชคชะตานักนั้น กำลังล่มสลาย..
สิ่งเดียวที่พระชายาได้บอกกับเพื่อนคือ เจ้าชายนั้น ไม่ได้ชาร์มมิ่งอย่างที่คิด  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 16 มี.ค. 06, 09:15

 ฉะนั้น คนที่ก้าวเข้ามาถูกจังหวะ นั่นก็คือ นาย เจมส์ฮิววิทท์(ดูในรูปค่ะ) ที่ได้คบกันอย่างเกินเลยจนเข้าขั้นมีสัมพันธ์สวาท
ตอนนั้น ข่าวก็เริ่มรั่วถึงความไม่ชอบมาพากล  ชารลส์ สเปนเซอร์ น้องชายของเธอได้ออกมาประกาศแก้ตัวให้กันว่า
"ไดอะน่ามีผู้ชายคนเดียวในชีวิต นั่นคือ เจ้าฟ้าชายพระสวามีเท่านั้น"
ซึ่งต่อมา ผู้พันเจมส์ได้หาทาง"แก้จน" ด้วยการนำความลับมาไขในที่แจ้งด้วยราคาแสนกว่าปอนด์
แต่..นั่นหมายถึงเขาได้ขายศักดิ์ศรีของชายชาติทหารไปด้วย เพราะ ชื่อนี้ ไม่มีใครคบหาอีกต่อไป..

(หมายเหตุ  เจมส์ ฮิววิทท์ เป็นนายทหารที่มาเป็นครูฝึกสอนขี่ม้าให้ไดอะน่าและพระโอรส   จึงมีโอกาสใกล้ชิดสนิทสนมกัน จนกลายเป็นความสัมพันธ์ลับ
เมื่อข่าวซุบซิบเริ่มรั่วไหล  หนังสือพิมพ์เสนอราคาอย่างงามให้การเปิดเผยเบื้องหลัง    ผู้พันเจมส์ที่มีแต่ยศแต่ถังแตก ก็เห็นแก่เงิน  ยอมขายเจ้าหญิงเป็นเงินก้อนโต
ในตอนแรกไดอะนาปฏิเสธ  แต่เธอก็คิดใหม่ กลับมาให้สัมภาษณ์ยอมรับความจริงอย่างตรงไปตรงมา
เธอยอมรับว่าเธอหลงรักเขา และเธองี่เง่ามากที่เชื่อคำพูดเขา   แม้แต่เขาขายเรื่องให้นสพ.ไปแล้วยังมีหน้ามาโทร.บอกเธออีกว่าให้ไว้ใจเขาได้  ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะพูด
คำสารภาพของไดอะน่าที่เผยแพร่ไปทั่วโลกเรียกคะแนนกลับมาให้เธออีกครั้ง  ส่วนผู้พันนั้นก็ได้สมญาว่า the Rat
วงสังคมทุกสังคมตัดขาดไม่รับเขาอีกจนปัจจุบันนี้ -เทาชมพู)  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 16 มี.ค. 06, 09:18

 เมื่อไว้ใจผู้ชายคนไหนไม่ได้ พระชายาจึงต้องหันมาคบเพื่อนเก่า นาย เจมส์ กิลบี้ส์ อันเป็นที่มาของ เทปลับ "สควิดจี้" ที่มีข้อความค่อนข้างส่วนตัวมากมาย
แต่อย่างน้อย นาย กิลบี้ส์ ก็ไม่เคยนำเรื่อง"ลับๆ " มาขายให้เสื่อมเสีย
(เพราะ นายกิลบี้ส์ ไม่มีความจำเป็นในเรื่องเงินๆ ทองๆ ตัวเขาเองคือทายาทโรงกลั่นเหล้ายิน Gilbeys ที่มีชื่อเสียงขายไปทั่วโลก)

จากนั้นมา..คือศึกที่ทั้งสองได้ประกาศต่อสื่อจนเป็นที่อึกทึกครึกโครม นับตั้งแต่ หนังสือชีวประวัติ Diana, true story
จนถึงการผลัดกันถ่ายทอด
ให้สัมภาษณ์ และแถลงชี้แจง แบบเปิดอกแบบหมดใส้หมดพุงแล้ว..ความลับอะไรก็ไม่มีเหลือทั้งสิ้นจนมาถึงจุดสิ้นสุดของชีวิตการอยู่ร่วมกันที่สมเด็จพระราชินีต้องรีบประทานพระบรมราชานุญาตแบบไม่รีรอ เพราะยิ่งอยู่นานยิ่งอับอายขายหน้า..  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 16 มี.ค. 06, 09:21

 ตรงนี้ไม่อยากเล่าซ้ำนะคะ เพราะ ข่าวตอนนี้ใครต่อใครก็ทราบ..
แต่จะเล่าเบื้องหลังของที่มาที่ไป ว่า..ทั้งหมดนี้คือการแก้แค้นซึ่งกันและกันโดยใช้สื่อเป็นเครื่องมือประหัตประหาร
เข้าทำนองว่า..อยากแฉนักใช่ไหม..งั้นก็ซื้อ "ปี๊บ" เตรียมไว้ได้เลย.."สองใบ"

คือหลังจากที่ผู้พัน เจมส์ ฮิววิทท์ ได้ออกมาทำหนังสือขาย..
ไดอะน่าก็ได้ (แอบ) ใช้มือคนอื่นเขียนหนังสือออกมาฟ้องประชาชนถึงเรื่องการที่พระสวามีลอบเป็นชู้กับชาวบ้าน
เป็นอันว่าไม่มีศักดิ์ศรีอะไรเหลืออยู่แล้ว เจ้าฟ้าชายชารลส์จึงได้ทำหนังสือชีวประวัติออกมาเล่มหนึ่งกะเขาเหมือนกัน คนเขียนคือ นายโจนาธาน ดิมเบิลบี้
ที่ได้เขียนยอมรับว่า พระองค์มีสัมพันธ์สวาทกับคามิลล่า จริง..รวมทั้งเรื่องความอัดอั้นตันพระทัยอื่นๆ

ไดอะน่าหมดความอดทน..เธอเริ่มดำเนินการสาดโคลนแบบใหม่ทันที..คราวนี้ มาเหนือเมฆ คือ เธอใช้สื่อโทรทัศน์ออกอากาศทั่วโลก..ในรายการ"Panorama" ที่ใครต่อใครชมรมคนใกล้ชิดที่ทราบแผน ได้ห้ามกันตัวโก่งแล้วว่า อย่าทำ..ไม่มีผลดีอะไรทั้งสิ้น
เธอไม่เชื่อ และไม่มีอะไรที่จะสามารถหยุดยั้งได้อีกต่อไป..
เธอได้ขอให้ทุกคนเก็บการดำเนินรายการครั้งนี้ให้เป็นความลับ
โดยเฉพาะ ท่านประธานกรรมการของสถานี บีบีซี ก็ให้ทราบไม่ได้ เพราะท่านคือ เซอร์ มาร์มาดุค ฮัสซี่ สามีของ
ท่านผู้หญิง ซูซาน ฮัสซี่ นางสนองพระโอษฐ์คนสนิทของสมเด็จ
ซึ่งการบันทึกเทปได้ตรงกับวันที่ 5 พฤศจิกายนแต่วันออกอากาศนั้นคือ วันที่ 20 เดือนเดียวกัน  ต่อหน้าประชาชนคนดูกว่ายี่สิบสามล้านคน (นับเฉพาะในเกาะอังกฤษ) ซึ่งข้อความทั้งหมดได้เผยแพร่จากปากของเธอเอง ในเรื่องบุลิเมีย เรื่องการทำร้ายตัวเอง  เรื่องคามิลล่า..มือที่สาม
ทุกคนได้ซาบซึ้งกับประโยคสุดท้ายของไดอะน่าอย่างจับใจ ที่ว่า
"อย่างเดียวที่ฉันอยากเป็น นั่นคือ ราชินีในดวงใจของทุกคน..."

แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะ "เชือด" เจ้าฟ้าชายให้ลึกเป็นแผลฉกรรจ์ว่า องค์มกุฏราชกุมารไม่เหมาะต่อการที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกษัตริย์
น่าที่จะส่งทอดมาให้เจ้าชายวิลเลี่ยมและอย่าหวังว่าเธอจะจากไปอย่างเงียบๆ เพราะ..
"I will fight to the end."

รายการนี้เล่นเอาเหล่าข้าราชบริพารในเดอะ เฟิร์ม สติแตกกันเป็นแถวๆ ไม่มีใครคิดว่า ไดอะน่าจะกล้าหาญชาญชัยถึงขนาดนี้
ขนาดยอมรับว่า ตัวเองเล่นชู้กับเจมส์ ฮิววิทท์ แถมมีหน้ามาบอกด้วยอีกว่า เคยหลงรักนายนั่น..นั่นก็นับว่าหนักหนาสาหัส
แต่..นั่นหมายถึงว่า คนทั้งโลกได้รับรู้แล้วว่า ชีวิตคู่ของเจ้าฟ้าชายนั้น ล่มสลาย..

ส่วนเจมส์ พ่อชู้ชื่น นั่งดูรายการด้วยอาการงุนงง..สับสนไปหมด เขาให้การว่า
"ผมละช็อคริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะยอมรับสารภาพออกมา ส่วนหนึ่งผมด็ใจที่เธอได้พูดความจริง ขอบคุณมาก คนอื่นๆ จะได้ไม่หาว่าผมเป็นไอ้เลว อย่างที่ด่าๆ กัน  แต่ที่เธอบอกมาว่า ผมทำให้ผิดหวังนั้น ทำไมไม่พูดออกมาให้หมดล่ะ ว่าเป็นเพราะอะไร..แต่จะว่าไปแล้ว ไดอะน่าที่น่ารักผมเคยรู้จักกับคนที่อยู่ในทีวีนั่น เหมือนไม่ใช่คนคนเดียวกัน เพราะคนที่เห็นนั่น ช่างกร้าวแกร่งเกินจริง"

สำหรับประชาชน ต่างพากันสงสารและเห็นใจไดอะน่าอย่างที่สุดและพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
แต่สำหรับ เดอะ เฟิร์มแล้ว..คำว่าจะไม่จากไปเงียบๆ นั้น ถือว่า..นี่คือ คำขู่..!!  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 17 มี.ค. 06, 09:27

 ในปี 1995 ไดอะน่าได้พบกับชายหนุ่ม ที่เธอได้ขนานนามให้เขาว่า..Mr. Wonderful เขาคนนั้นคือ
นายแพทย์ ฮัสนัท ข่าน {Dr. Hasnat Khan}
ในขณะที่เธอได้ไปเยี่ยมเพื่อน นาย โอนาจ โทโฟโล ที่ได้เป็นคนไข้ในการทำบายพาสหัวใจ ที่โรงพยาบาล รอยัล บรอมป์ตัน
คุณหมอข่านเป็นหนึ่งในทีมแพทย์ที่ทำการผ่าตัด
ทันทีที่ได้พบเขา..เธอได้ตกหลุมรักทันที ถึงกับไปเยี่ยมคนไข้ทุกคืน..เพื่อหวังว่าจะพบกับแพทย์
เล่นเอาคนไข้โรคหัวใจทั้งตึกต่างพากันตกอกตกใจ

ทั้งไดอะน่าและคุณหมอข่านออกเดทไปตามที่ต่างๆ คลับและร้านอาหาร โดยที่เธอได้พรางตัวใส่วิก โพกผ้า แว่นตา ปกปิดจนคนจำไม่ได้
ทั้งคู่ได้ไปอยู่ด้วยกันในช่วงวันหยุดที่บ้านนอกเมืองของญาติคุณหมอ
บางคืน ไดอะน่าได้ไปพำนักอยู่ด้วยที่ห้องพักแพทย์ (on-call) ที่โรงพยาบาล
ในยามนั้น ไดอะน่าได้ให้ความสนใจในด้านการสงเคราะห์คนไข้มากขึ้น (อย่างเรื่องการเจ็บป่วยของเด็กที่ยากไร้, เรื่องเอดส์)

ครอบครัวทางฝ่ายชายก็นับว่าเป็นครอบครัวใหญ่ที่ไดอะน่าพยายามเข้าไปชิดใกล้ ถึงขนาดยอมไปหัดทำกับข้าว ต้มพาสต้า และต้องการใช้ชีวิตคู่ที่เปิดเผยกับคุณหมอที่รัก
แต่..ฝ่ายชายได้บ่ายเบี่ยง บอกว่า ไม่พร้อม
เธอได้พยายามติดต่องานให้เขาที่อาฟริกาใต้ เพื่อที่จะได้ย้ายไปอยู่ด้วยกัน คุณหมอไม่ยอมไปไหนทั้งสิ้น เพราะยังมีงานวิจัยและรักษาคนไข้ในลอนดอนอีกมากมาย
ไดอะน่าได้ยอมทุกอย่างเพื่อมีส่วนร่วมในงานของคุณหมอ
แม้กระทั่งไปเฝ้าดูการผ่าตัดหัวใจครั้งสำคัญ (จากห้องที่เรียกว่า theatre ที่อยู่เหนือห้องผ่าตัด)
ที่คุณหมอข่านได้ทำงานคู่กับแพทย์ใหญ่ เซอร์ เอ็ม. ยาคุป

ตอนนั้น สื่อต่างๆ พากันประหลาดใจและฮือฮา เพราะไม่รู้ว่ต้นสายปลายเหตุเป็นอย่างไร
ที่ไดอะน่าจะไปเฝ้าดูการผ่าตัดที่น่าหวาดเสียวนั่นได้อย่างไม่มีทีท่าหวาดหวั่น  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 17 มี.ค. 06, 09:30

 ความรักของคนทั้งสองดำเนินไปอย่างเรียบและเงียบง่าย ไดอะน่าใฝ่ฝันที่จะได้มีโอกาสร่วมชีวิตครอบครัวกับคุณหมอ ถึงกับยอมทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเอง
ในปี 1996 เธอได้เดินทางไปประเทศปากีสถานบ้านเกิดเมืองนอนของฝ่ายชายถึงสองครั้ง

หน้าฉาก..คือการไปพบปะกับเจ้าหน้าที่ในการช่วยจัดหาทุนให้ผู้ป่วยโรคมะเร็ง และให้กับ Shaukat Khanum Memorial Hospital
หลังฉาก..คือการไปเยี่ยมเยียนครอบครัวของคุณหมอ เพื่อพิสูจน์ให้นาง นาฮีด ข่าน มารดาของคุณหมอ ได้เห็นว่าเธอนั้นมีคุณค่าพอในการที่จะมาเป็นศรีสะใภ้
แต่รายการนี้ ผิดคาด..นาง นาฮีด ไม่ต้องการสะใภ้ต่างชาติ ไม่ว่าจะสูงส่งแค่ไหน เพราะเธอต้องการหญิงชาวมุสลิมปาทานเท่านั้น

ตอนนั้น ไดอะน่าได้พยายามย้อมตัวเองไปหมดแทบทุกอย่าง ไม่ว่าการจุดธูปหอมในที่พำนักในพระราชวังเคน
ซิงตัน ใส่เสื้อคลุมยาว แม้กระทั่งการดูภาพยนตร์ของปากีสถานจากวีดีโอบันทึกภาพ
ซึ่งเหล่าบรรดาคุณพนักงานต่างเห็นเป็นเรื่องขำ

ในที่สุด..ข่าวก็แว่วออกไปถึงหูนักหนังสือพิมพ์จนได้ ว่า เธอกำลังมีอะไรๆ กับคุณหมอต่างชาติขี้อายมุสลิมคนนั้น..
ซึ่งเธอได้ออกมาปฏิเสธให้วุ่นไป..
แต่ก็ได้สารภาพความในใจกับนาย โจเซฟ แซนเดอร์ เพื่อนสนิทคนหนึ่งว่า
"ฉันอยากจะอยู่กินกับคุณหมอจะตายไป แต่..ปัญหาที่มีนั่นคือ ครอบครัวของเขาเป็นมุสลิมที่ค่อนข้างเคร่ง อยากได้แต่สะใภ้ที่นับถือศาสนาเดียวกัน.."

หากแต่ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองนั้น ขึ้นๆ ลงๆ มีทั้งทุกข์และสุข บางครั้งเธอได้คร่ำครวญบอกเพื่อนๆ ว่า
"เขาไม่อยากเจอฉันอีกแล้วละ..เราคงไปด้วยกันไม่ได้"
หากแต่อีกวันหนึ่ง..เธอได้กลายเป็นหญิงที่มีความสุข หัวเราะหัวใคร่ บอกกับใครต่อใครว่า
"ทุกอย่างกำลังไปได้สวย เธอรู้ม๊ะ..ฉันกำลังมีความสุขจริงจริ๊งงงง..."  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31186

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 17 มี.ค. 06, 09:33

 (ภาพไดอะน่าเฝ้าดูการผ่าตัด)

ในเดือนพฤษภาคม ไดอะน่าได้ไปปากีสถานสองวัน เพื่อการร่วมโต๊ะอาหารการกุศล กับเหล่ารัฐมนตรีทั้งหลายกว่า หกสิบคน บัตรใบละ หนึ่งพันเหรียญ..เพื่อที่จะหาทุนให้กับโรงพยาบาล
และ..เธอได้แอบไปเยี่ยมครอบครัวของคุณหมออีกครั้ง.. โดยที่มิได้บอกให้ฝ่ายชายทราบเลยแม้แต่นิด  

หนังสือพิมพ์ได้นำเรื่องนี้มาลงข่าวกันเอิกเกริก  ซึ่งคุณหมอโกรธเธอมาก ไม่ยอมพูดด้วย ไม่ยอมพบหน้า
ซ้ำร้ายหนักคือ ภาพของไดอะน่าที่ลงตีหราในหนังสือพิมพ์ในขณะที่เธอและ นาย กูลู ลาวานิ (สหายเที่ยว) กำลังเดินออกจากไนท์คลับแอนนาเบลยามตีสองนั้น
สร้างความขัดเคืองให้คุณหมอมากขึ้นไปอีก ถึงขนาดไม่รับโทรศัพท์เลยคราวนี้..

ข่าวของคุณหมอฮัสนัท ข่าน กับไดอะน่า ปริ้นเซส ออฟ เวลส์ นั้น แน่นอนว่าต้องถึงหูของชาวมุสลิมอังกฤษไฮโซทั่วๆ ไป คนที่ผึ่งหูฟังอย่างตั้งอกตั้งใจนั้น
คือ นายโมฮะหมัด อัล ฟาเอด อภิมหาเศรษฐีเจ้าของกิจการนานาชนิด รวมทั้งห้างแฮรอดส์ ที่ไดอะน่าไปช้อปประจำนั้นด้วย
นาย ฟาเอด นั้นเป็นคนที่ทะเยอทะยาน ฝันใฝ่อยากมีส่วนเกี่ยวพันกับเจ้านายอังกฤษอย่างที่สุด เขายอมทุ่มทุนมหาศาลในการเป็นสปอนเซอร์ในพระราชพิธีทุกชนิด
เพื่อที่จะได้มีชื่ออยู่ในรายการเชิญร่วมโต๊ะเสวย
ยอมแจกของขวัญราคาแพงๆ ให้กับฝ่ายข้าราชบริพารในช่วงเทศกาลต่างๆ มิได้ขาด
และ ทุ่มซื้อทุกอย่างที่เคยเป็นสมบัติของพระราชวงค์ หากว่ามีการออกมาประกาศขาย
(อย่างพระตำหนักวินเซอร์ วิลล่า ที่ฝรั่งเศส อดีตคือพระตำหนักของ ดยุค แห่ง วินด์เซอร์ และ หม่อม วอลลิส)

นายฟาเอด ได้มีการคบค้าสมาคมอยู่กับ เรน สเปนเซอร์ โดยให้มานั่งกินตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร (แบบในนาม..ไม่ต้องมาทำงาน) ให้ดูหรูๆ
เขาเริ่มดีดลูกคิดในรางแก้ว..และ ..ยอมลงทุนแบบไม่อั้น โดยการเลียบเคียงชวนไดอะน่าและพระโอรสทั้งสองไปล่องเรือยอชถึง ซังต์ โทรเปซ์
พร้อมกับครอบครัวของเขาที่มีลูกชุดเล็กๆ ของเขาสี่คน..
เดินทางไปด้วย (กะว่าจะให้ลูกๆ ได้สนิทสนมกับพระโอรสเข้าไว้แต่เนิ่นๆ)

ดังที่เล่ามาให้ฟังแล้ว..ว่าเขาคือพ่อบุญทุ่มพันธุ์แท้ เพราะตอนเชิญนั้น ยังไม่มีเรือยอชที่ว่านั่น
ทันทีที่ไดอะน่าตอบตกลง..เขาเซ็นเช็คสั่งซื้อเรือยอชนั่นทันที ไม่เท่าไหร่หรอก แต่ยี่สิบล้านปอนด์เอง..

ส่วนไดอะน่าที่ตอบตกลงนั้น เพราะว่า เธอเห็นว่า ไม่มีอะไรเสียหาย อีกทั้งพระโอรสทั้งสองจะได้อยู่พร้อมหน้ากันแม่ๆ ลูกๆ ก่อนที่การหย่าร่างจะถึงจุดสิ้นสุดสมบูรณ์

ทันที่ที่เธอและเจ้าชายน้อยๆ ทั้งสองได้ถึงที่หมาย คือ
ซังต์ โทรเปซ์ นั้น ปรากฏว่า เหล่านักข่าวที่แว่วเรื่องนี้อยู่แล้ว ต่างมารอกันแน่น พร้อมที่จะบันทึกภาพ (ไปขาย)
ซึ่งสร้างความหงุดหงิดให้กับเธออย่างที่สุด  
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.073 วินาที กับ 19 คำสั่ง