สุลต่านสุไลมาน

<< < (4/5) > >>

นิลกังขา:
 ขอบพระคุณครับอาจารย์เทาชมพู

ยังมีบทความของคุณครูเทาชมพูอีกบทด้วย เรื่อง ราชบังสัน-ราชวังสัน อันเป็นราชทินนามของนายทหารเรือสมัยก่อน เช่น พระยาราชบังสันเสนี เป็นต้น

ราชทินนามนี้ พระมหากษัตริย์ไทยแต่ก่อนก็พระราชทานให้ขุนนางที่สืบเชื้อสายมาแต่ท่านสุลต่านสุไลมานเหมือนกัน เพราะพวกเรานี้ชำนาญทางน้ำ เป็นนักเดินเรือมือเก่า (แต่ลูกหลานคือผมเป็นข้อยกเว้น ว่ายน้ำเป็น แต่ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับการเดินเรือครับ) คำว่าราช- นั้นไม่มีปัญหาอะไร แต่บังสันหรือวังสันนั้นมาจากไหน?

ตอบว่าเป็นชื่อชวามลายู สืบมาแต่เชื้อสายท่านสุลต่านสุไลมานครับ บังสัน นั้นชัด คืออาบัง (หะ)ซัน ฮัสซัน ซึ่งเป็นชื่อของชาวมุสลิม วังสันก็คือ อาหวังหะซัน อาหวังก็เป็นภาษามาเลย์เหมือนกัน

นิลกังขา:
 นอกจากยงใจยุทธ กับ วสันตสิงห์ กับอีกมากมายหลายนามสกุลแล้ว

ศรุตานนท์ ก็เป็นเชื้อสายท่านสุลต่านครับ ใช่ครับนามสกุลอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งนั่นแหละครับ

นิลกังขา:
ผมได้คุยกับคุณญาติคือ คุณ Nuttav หลังไมค์แล้ว และหลังจากนั้นก็ได้คุยกับพ่อผมแล้ว จึงขอเอาข้อมูลมาฝากคุณญาติครับ (เรียกได้แต่ว่าคุณญาติ แต่ไม่รู้เป็นญาติกันยังไง นับไม่ถูก แต่เป็นญาติกันแน่ๆ)

คุณญาติเป็นสาย วสันตสิงห์ นะครับ สายนี้สืบมาจากท่านผ่อง บุตรสาวคนโตท่านเจ้าเมืองพัทลุง คือพระยาพัทลุงทองขาวครับ

สายสกุล วสันตสิงห์ นั้นจะเป็นญาติใกล้ชิดกันกับสายสกุล ศิริสัมพันธ์ รวมทั้งสกุล ยงใจยุทธ และ กาญจนาคม ด้วย คุณ Nuttav อาจจะหาหนังสือที่ทางทายาทตระกูลศิริสัมพันธ์ค้นคว้าเขียนไว้แล้วได้อีกทางหนึ่ง พวกนี้เป็นลูกหลานเจ้าเมืองพัทลุงที่ขึ้นมาอยู่กรุงเทพฯ ราวสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และเป็นลูกหลานสายบรรพสตรี หมายความว่าเมื่อสืบย้อนขึ้นไปแล้วเป็นเชื้อสายของทางลูกสาวหลานสาวของทางสายสกุลสุไลมาน

ฝ่ายลูกหลานอีกสายหนึ่งที่ยังอยู่ทางพัทลุงนั้น สืบลงต่อมาเรื่อยๆ ก็มาเป็นผม สายนี้ก็สืบมาจากลูกของพระยาพัทลุงทองขาวเช่นกัน แต่เป็นสายฝ่ายชาย คือว่าท่านเจ้าคุณเทียดหรือเจ้าคุณปู่ทวดทวด (เรียกไม่ถูก) ของเราคือพระยาพัทลุงทองขาวนั้น ท่านมีลูกเก้าคน บุตรสาวคนโตสุดคือท่านผ่อง ซึ่งต่อมาขึ้นไปอยู่กรุงเทพฯ บุตรชายคนเล็กสุด เป็นบรรพบุรุษสายตรงของผม ซึ่งยังอยู่ในพัทลุงจนรุ่นพ่อผมถึงได้ขึ้นมากรุงเทพฯ ดังนั้นเราก็โยงกันได้ด้วยประการฉะนี้แล

นิลกังขา:
 ต่อไปนี้เป็นข้อมูลจากการบอกเล่าของพ่อผม ผมเองยังไม่ได้ค้นคว้าตรวจสอบ หนังสือมีที่บ้านพ่อ แต่ยังไม่ได้ไปเปิดอ่านอีกทีครับ

อ้อ- ก่อนอื่น ก่อนเล่าเรื่องของสายสกุลวสันตสิงห์ตามที่พ่อผมรู้ ขอย้อนกลับไปเชื่อมความให้ต่อกับ คห. ข้างบนๆ โน้นก่อน

หลังสมัยท่านสุลต่านสุไลมานแล้ว คือเมื่อนครรัฐสงขลาถูกสลายกำลังแล้ว ลูกหลานบางสายได้เข้ารับราชการกับรัฐบาลกรุงศรีอยุธยาสืบต่อมา ในจำนวนนั้นตอนปลายสมัยกรุงศรีฯ มีอยู่คนหนึ่ง ชื่อนายขุน ได้เป็นมหาดเล็กในวังรุ่นไล่เลี่ยกับนายสิน นายสุดจินดา เหล่านี้ อย่างที่เรารู้กันคือ เมื่อกรุงแตกครั้งที่ 2 นายสิน ซึ่งขณะนั้นเป็นพระยาตาก (สิน) ได้เป็นผู้นำงานกู้ชาติ แล้วต่อมาก็ได้ปราบดาภิเศกเป็นสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี นายทองด้วงหลวงยกระบัตรเมืองราชบุรีเดิม กับนายสุดจินดาก็มาร่วมงานด้วยในสมัยหลัง คือเจ้าพระยาจักรีเจ้าพระยาสุรสีห์ ซึ่งต่อมาจะเป็นในหลวง ร. 1 และกรมพระราชวังบวรฯ องค์แรกของกรุงเทพฯ

ส่วนนายขุนก็เป็นนายทหารคู่พระทัยพระเจ้าตากคนหนึ่ง และในสมัยกรุงธนบุรีได้เป็นพระยาพัทลุง (ขุน) มีสมญานามว่า ขุนคางเหล็ก หมายความว่าพูดเก่ง คารมท่านพระยาพัทลุงขุนคางเหล็กนี้ ผมเคยเล่าไว้ในเรือนไทยแล้วเหมือนกัน

นิลกังขา:
 พระยาพัทลุง ขุน คางเหล็ก เป็นคนรุ่นกรุงศรีฯ แตก ต่อเนื่องถึงกรุงธนบุรี และต้นกรุงรัตนโกสินทร์

บุตรชายของท่าน ต่อมาได้เป็นเจ้าเมืองพัทลุงสืบต่อจากบิดา คือ พระยาพัทลุง (ทองขาว) ก็เป็นคนรุ่นต้นๆ รัตนโกสินทร์

ท่านมีบุตรธิดา 9 คน ตามที่ผมเล่า ธิดาคนโตสุดเป็นบรรพสตรีของคุณ Nuttav ครับ คือท่านผ่อง ท่านผ่องได้แต่งงานกับหม่อมทับ หม่อมทับผู้นี้เป็นเชื้อสายราชวงศ์เดิมสมัยกรุงศรีฯ (ถ้าจะเทียบนับกันคงพอเรียกได้ว่าหม่อมราชวงศ์) แต่ครั้นเมื่อกรุงศรีฯ แตก ราชวงศ์เดิมสูญสิ้นสถานะไปแล้ว ในสมัยกรุงธนฯ และกรุงเทพฯ ก็กลายเป็นคนธรรมดา แต่ยังมีผู้เรียกยกย่องท่านอยู่ว่าเป็นหม่อม (ผมเข้าใจว่าท่านเกี่ยวๆ เป็นญาติกับท้าวทรงกันดาลมอญ ต้นกุญแจในสมัย ร. 1 ด้วย)

ท่านผ่องและหม่อมทับตั้งนิวาสถานอยู่ที่กรุงเทพฯ ลูกหลานก็กลายเป็นชาวกรุง จากท่านผ่องและหม่อมทับ สืบลงมาอีกก็มีลูก 3 คน คนหนึ่งเป็นธิดา ชือทรัพย์ ได้เป็นเจ้าจอมใน ร. 3 และประสูติพระองค์เจ้าด้วย จึงได้รับสถาปนาเป็นเจ้าจอมมารดาทรัพย์ ราชสกุลที่สืบมาแต่ ร. 3 กับเจ้าจอมมารดาทรัพย์นั้น ผมไม่แน่ใจ จะใช่ศิริบุญ หรืออย่างไรไม่แน่ และยังไม่ได้ค้นครับ

น้องชายสองคนของเจ้าจอมมารดาทรัพย์ หรือลูกชายสองคนของท่านผ่อง ไม่ได้รับราชการ พ่อเล่าว่า ชื่อนายแขกคนหนึ่ง นายฝรั่งคนหนึ่ง ชื่อแปลกดีนะครับ นายแขกกับนายฝรั่งนี่แหละ ที่ต่อมาเป็นต้นตระกูลของทางศิริสัมพันธ์ ยงใจยุทธ กาญจนาคม และ วสันตสิงห์ด้วย ซึ่งต่อมาก็มีลูกหลานรับราชการเจริญเติบโตเป็นใหญ่เป็นโตหลายท่าน เป็นถึงนายกรัฐมนตรีก็มี นายพลก็มีครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว