เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 12802 สุลต่านสุไลมาน
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 08 มี.ค. 06, 14:32

 ขอบพระคุณครับอาจารย์เทาชมพู

ยังมีบทความของคุณครูเทาชมพูอีกบทด้วย เรื่อง ราชบังสัน-ราชวังสัน อันเป็นราชทินนามของนายทหารเรือสมัยก่อน เช่น พระยาราชบังสันเสนี เป็นต้น

ราชทินนามนี้ พระมหากษัตริย์ไทยแต่ก่อนก็พระราชทานให้ขุนนางที่สืบเชื้อสายมาแต่ท่านสุลต่านสุไลมานเหมือนกัน เพราะพวกเรานี้ชำนาญทางน้ำ เป็นนักเดินเรือมือเก่า (แต่ลูกหลานคือผมเป็นข้อยกเว้น ว่ายน้ำเป็น แต่ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับการเดินเรือครับ) คำว่าราช- นั้นไม่มีปัญหาอะไร แต่บังสันหรือวังสันนั้นมาจากไหน?

ตอบว่าเป็นชื่อชวามลายู สืบมาแต่เชื้อสายท่านสุลต่านสุไลมานครับ บังสัน นั้นชัด คืออาบัง (หะ)ซัน ฮัสซัน ซึ่งเป็นชื่อของชาวมุสลิม วังสันก็คือ อาหวังหะซัน อาหวังก็เป็นภาษามาเลย์เหมือนกัน
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 08 มี.ค. 06, 14:33

 นอกจากยงใจยุทธ กับ วสันตสิงห์ กับอีกมากมายหลายนามสกุลแล้ว

ศรุตานนท์ ก็เป็นเชื้อสายท่านสุลต่านครับ ใช่ครับนามสกุลอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งนั่นแหละครับ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 13 มี.ค. 06, 09:57

ผมได้คุยกับคุณญาติคือ คุณ Nuttav หลังไมค์แล้ว และหลังจากนั้นก็ได้คุยกับพ่อผมแล้ว จึงขอเอาข้อมูลมาฝากคุณญาติครับ (เรียกได้แต่ว่าคุณญาติ แต่ไม่รู้เป็นญาติกันยังไง นับไม่ถูก แต่เป็นญาติกันแน่ๆ)

คุณญาติเป็นสาย วสันตสิงห์ นะครับ สายนี้สืบมาจากท่านผ่อง บุตรสาวคนโตท่านเจ้าเมืองพัทลุง คือพระยาพัทลุงทองขาวครับ

สายสกุล วสันตสิงห์ นั้นจะเป็นญาติใกล้ชิดกันกับสายสกุล ศิริสัมพันธ์ รวมทั้งสกุล ยงใจยุทธ และ กาญจนาคม ด้วย คุณ Nuttav อาจจะหาหนังสือที่ทางทายาทตระกูลศิริสัมพันธ์ค้นคว้าเขียนไว้แล้วได้อีกทางหนึ่ง พวกนี้เป็นลูกหลานเจ้าเมืองพัทลุงที่ขึ้นมาอยู่กรุงเทพฯ ราวสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และเป็นลูกหลานสายบรรพสตรี หมายความว่าเมื่อสืบย้อนขึ้นไปแล้วเป็นเชื้อสายของทางลูกสาวหลานสาวของทางสายสกุลสุไลมาน

ฝ่ายลูกหลานอีกสายหนึ่งที่ยังอยู่ทางพัทลุงนั้น สืบลงต่อมาเรื่อยๆ ก็มาเป็นผม สายนี้ก็สืบมาจากลูกของพระยาพัทลุงทองขาวเช่นกัน แต่เป็นสายฝ่ายชาย คือว่าท่านเจ้าคุณเทียดหรือเจ้าคุณปู่ทวดทวด (เรียกไม่ถูก) ของเราคือพระยาพัทลุงทองขาวนั้น ท่านมีลูกเก้าคน บุตรสาวคนโตสุดคือท่านผ่อง ซึ่งต่อมาขึ้นไปอยู่กรุงเทพฯ บุตรชายคนเล็กสุด เป็นบรรพบุรุษสายตรงของผม ซึ่งยังอยู่ในพัทลุงจนรุ่นพ่อผมถึงได้ขึ้นมากรุงเทพฯ ดังนั้นเราก็โยงกันได้ด้วยประการฉะนี้แล
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 13 มี.ค. 06, 10:11

 ต่อไปนี้เป็นข้อมูลจากการบอกเล่าของพ่อผม ผมเองยังไม่ได้ค้นคว้าตรวจสอบ หนังสือมีที่บ้านพ่อ แต่ยังไม่ได้ไปเปิดอ่านอีกทีครับ

อ้อ- ก่อนอื่น ก่อนเล่าเรื่องของสายสกุลวสันตสิงห์ตามที่พ่อผมรู้ ขอย้อนกลับไปเชื่อมความให้ต่อกับ คห. ข้างบนๆ โน้นก่อน

หลังสมัยท่านสุลต่านสุไลมานแล้ว คือเมื่อนครรัฐสงขลาถูกสลายกำลังแล้ว ลูกหลานบางสายได้เข้ารับราชการกับรัฐบาลกรุงศรีอยุธยาสืบต่อมา ในจำนวนนั้นตอนปลายสมัยกรุงศรีฯ มีอยู่คนหนึ่ง ชื่อนายขุน ได้เป็นมหาดเล็กในวังรุ่นไล่เลี่ยกับนายสิน นายสุดจินดา เหล่านี้ อย่างที่เรารู้กันคือ เมื่อกรุงแตกครั้งที่ 2 นายสิน ซึ่งขณะนั้นเป็นพระยาตาก (สิน) ได้เป็นผู้นำงานกู้ชาติ แล้วต่อมาก็ได้ปราบดาภิเศกเป็นสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี นายทองด้วงหลวงยกระบัตรเมืองราชบุรีเดิม กับนายสุดจินดาก็มาร่วมงานด้วยในสมัยหลัง คือเจ้าพระยาจักรีเจ้าพระยาสุรสีห์ ซึ่งต่อมาจะเป็นในหลวง ร. 1 และกรมพระราชวังบวรฯ องค์แรกของกรุงเทพฯ

ส่วนนายขุนก็เป็นนายทหารคู่พระทัยพระเจ้าตากคนหนึ่ง และในสมัยกรุงธนบุรีได้เป็นพระยาพัทลุง (ขุน) มีสมญานามว่า ขุนคางเหล็ก หมายความว่าพูดเก่ง คารมท่านพระยาพัทลุงขุนคางเหล็กนี้ ผมเคยเล่าไว้ในเรือนไทยแล้วเหมือนกัน
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 13 มี.ค. 06, 10:45

 พระยาพัทลุง ขุน คางเหล็ก เป็นคนรุ่นกรุงศรีฯ แตก ต่อเนื่องถึงกรุงธนบุรี และต้นกรุงรัตนโกสินทร์

บุตรชายของท่าน ต่อมาได้เป็นเจ้าเมืองพัทลุงสืบต่อจากบิดา คือ พระยาพัทลุง (ทองขาว) ก็เป็นคนรุ่นต้นๆ รัตนโกสินทร์

ท่านมีบุตรธิดา 9 คน ตามที่ผมเล่า ธิดาคนโตสุดเป็นบรรพสตรีของคุณ Nuttav ครับ คือท่านผ่อง ท่านผ่องได้แต่งงานกับหม่อมทับ หม่อมทับผู้นี้เป็นเชื้อสายราชวงศ์เดิมสมัยกรุงศรีฯ (ถ้าจะเทียบนับกันคงพอเรียกได้ว่าหม่อมราชวงศ์) แต่ครั้นเมื่อกรุงศรีฯ แตก ราชวงศ์เดิมสูญสิ้นสถานะไปแล้ว ในสมัยกรุงธนฯ และกรุงเทพฯ ก็กลายเป็นคนธรรมดา แต่ยังมีผู้เรียกยกย่องท่านอยู่ว่าเป็นหม่อม (ผมเข้าใจว่าท่านเกี่ยวๆ เป็นญาติกับท้าวทรงกันดาลมอญ ต้นกุญแจในสมัย ร. 1 ด้วย)

ท่านผ่องและหม่อมทับตั้งนิวาสถานอยู่ที่กรุงเทพฯ ลูกหลานก็กลายเป็นชาวกรุง จากท่านผ่องและหม่อมทับ สืบลงมาอีกก็มีลูก 3 คน คนหนึ่งเป็นธิดา ชือทรัพย์ ได้เป็นเจ้าจอมใน ร. 3 และประสูติพระองค์เจ้าด้วย จึงได้รับสถาปนาเป็นเจ้าจอมมารดาทรัพย์ ราชสกุลที่สืบมาแต่ ร. 3 กับเจ้าจอมมารดาทรัพย์นั้น ผมไม่แน่ใจ จะใช่ศิริบุญ หรืออย่างไรไม่แน่ และยังไม่ได้ค้นครับ

น้องชายสองคนของเจ้าจอมมารดาทรัพย์ หรือลูกชายสองคนของท่านผ่อง ไม่ได้รับราชการ พ่อเล่าว่า ชื่อนายแขกคนหนึ่ง นายฝรั่งคนหนึ่ง ชื่อแปลกดีนะครับ นายแขกกับนายฝรั่งนี่แหละ ที่ต่อมาเป็นต้นตระกูลของทางศิริสัมพันธ์ ยงใจยุทธ กาญจนาคม และ วสันตสิงห์ด้วย ซึ่งต่อมาก็มีลูกหลานรับราชการเจริญเติบโตเป็นใหญ่เป็นโตหลายท่าน เป็นถึงนายกรัฐมนตรีก็มี นายพลก็มีครับ
บันทึกการเข้า
nuttav
อสุรผัด
*
ตอบ: 8

นิสิต


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 13 มี.ค. 06, 21:07

 เคยได้ยินมาบ้างนะคะ ว่าหม่อมทับคือใคร (เห็นในหนังสืองานศพของ ท่านผู้หญิงเงี่ยม มาลากุล ซึ่งเปนคุณทวด เขียนว่าพระทับน่ะค่ะ) แต่ไม่เคยรู้เลยว่าเปนเชื้อสายราชวงศ์เดิมเลยค่ะ ถ้าไปบอกคุณพ่อ คุณพ่อน่าจะดีใจที่ทราบข้อมูลมากขึ้น
ในคำนำหนังสือที่มีนั้น มีข้อความนิดหน่อย เขียนจากคำบอกเล่าของผู้ใหญ่ ว่าพ่อแม่ของพระทับถูกพม่าจับเป็นตัวประกันแล้วหนีรอดออกมาได้ แล้วมาตั้งรกรากอยู่ตรงฝั่งธนบุรี ตรงคลองบางกอกใหญ่น่ะค่ะ

ขอบคุณ นิลกังขาอีกครั้งค่ะ สำหรับข้อมูล
บันทึกการเข้า
เงินปุ่นสี
อสุรผัด
*
ตอบ: 47


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 14 มี.ค. 06, 09:51

 เรื่องพระอักษรสมบัติ (ทับ) และท่านผ่อง มีบันทึกอยุ่ในหนังสือ "ราชินิกุลรัชกาลที่ ๓" ของ สมเด็จฯเจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ ครับ เข้าใจว่ามีรายละเอียดเกี่ยวกับบุตรหลานของนายแขกและนายฝรั่งด้วย แต่เท่าที่ผมได้คัดมาเก็บไว้ในฐานข้อมูลที่มีอยู่ในมือตอนนี้ คือ

หน้า ๙ : "ท่านทองคำ คือท้าวทรงกันดาร (ทองมอญ) เปนภรรยาหม่อมเจ้าองค์ ๑ ในราชตระกูลครั้งกรุงศรีอยุธยา …มีบุตรและธิดา ๔ คน คือ ที่ ๑ ช. ชื่อ หม่อมอ่อน เปนพระศรีวิโรจน์ ที่ ๒ ช. ชื่อ หม่อมทับ เปนพระอักษรสมบัติ ...ที่ ๔ หม่อม (ไม่ทราบชื่อ) เปนภรรยานายนาคบุตรพระชนกจัน"

หน้า ๘ : "ราชินิกุลชั้น ๔ …ท่านผ่อง เปนธิดาที่ ๑ ของท่านปล้องน้องนางพระชนนีเพ็งกับพระยาพัทลุง (ทองขาว) นั้นเปนภรรยาพระอักษรสมบัติ ชื่อว่า หม่อมทับ (กล่าวกันว่า) เปนบุตรหม่อมเจ้าในราชตระกูลกรุงเก่า…นามไม่ปรากฎ กับท้าวทรงกันดาล (ทองมอญ) สกุลรามัญ"

หน้า ๑๙ : "ราชินิกูลชั้น ๕ …ท่านน้อย ธิดาท่านผ่อง เปนภรรยาพระยาเทพอรชุน (แสง) มีบุตร ๓ คน คือ ...ที่ ๓ ช. ชื่อ ทิน เดิมเปนมหาดเล็กหลวง แล้วได้เปนนายรองขัน และนายขันหุ้มแพรมหาดเล็ก ภายหลังเปนพระยาอาหารบริรักษ์ กรมนา"

และตามความเข้าใจส่วนตัวแล้ว เข้าใจว่าพระยาอาหารบริรักษ์ (ทิน) นี้น่าจะเป็นต้นสกุล "ทินานนท์"
บันทึกการเข้า
nuttav
อสุรผัด
*
ตอบ: 8

นิสิต


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 17 มี.ค. 06, 21:17

 หากหม่อมทับเป๊นราชวงศ์เดิมสมัยอยุธยา อย่างงี้ จะเป็นสายราชวงศ์ไหนคะ บ้านพลูหลวงป่ะคะ???
แล้ว นายแขกกับนายฝรั่งที่เปนลูกของหม่อมทับและท่านผ่องนี้ มีเชื้อสายสืบต่อมาเป็นใครบ้างอ่ะคะ
เคยได้ยินชื่อ พระภิรมย์ราชา บ้างมั๊ยคะ ไม่ทราบว่าเป็นลูกของนายแขกหรือนายฝรั่งรึเปล่า ฮืม
บันทึกการเข้า
karn
อสุรผัด
*
ตอบ: 20


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 29 เม.ย. 10, 03:05

ผมคนหนึ่ง

ที่มีสาย เลือด สุลต่าน สุไลมาน

เรื่องราวมีอยู่ว่า

ดำ ณ ถลาง  เป็นบุตรของ พระยายกกระบัตร ( จุ้ย)

ซึ่งเป็นหลาน ท้าวเทพกษัตรีย์ 

ตอนหลังคุณ  ดำ ณ ถลาง

ได้แต่ง งานกับ  ทัน ณ พัทลุง ( ผมอยากทราบประวัติคุณทวดทันมากๆๆๆ  ผู้รู้แค่ว่า ทวด ทัน กับ ทวดทับ เป็นพี่น้องกัน ผมรู้จากปู่แค่นี้คับ


ใครรู้ประวัติ คุณทวดทัน ณ พัทลุง  ช่วยบอกหน่อยนะคับ


หลังจาก คุณ ดำ ณ ถลาง  แต่งงานกับ ทัน ณ พัทลุง

มีบุตร 3 คน

1. เกตุ ณ พัทลุง สมรสกับ รองอำมาตย์โทขุนสกลธนรักษ์ ลีนานนท์



2. วุ่น ณ พัทลุง

3. ตี้ ณ พัทลุง

บันทึกการเข้า
สาวิตรี
อสุรผัด
*
ตอบ: 1


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 10 มี.ค. 12, 09:13

คุณทวด ก็มีบรรพบุรุษที่เป็นชาวเปอร์เซีย ที่มาอยู่ที่ชวา แล้วมาตั้งรกรากที่เมืองตะลุง-สังขละ  เป็นเจ้าเมืองที่นั่น  คุณทวดเป็นลูกหลานเจ้าพระยาพัทลุง ที่ต่อมาได้ย้ายเข้ามาเป็นนางในวัง กรุงเทพ ยังได้แหวนเพชรซีกขนาดใหญ่ ที่รัชการทีท 4 ประทานให้บรรพบุรุษที่เป็นแม่ทัพไปรบที่เชียงตุงค่ะ  แต่ตัวเองไม่ค่อยรู้รายละเอียด เพราะเป็นคนรุ่นหลังค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.06 วินาที กับ 19 คำสั่ง